ทัวร์อิตาลีใต้ มอลต้า ซิซิลี 2568/2025 เที่ยวมอลตา

ค้นหาโปรแกรมทัวร์

DE793 : โปรแกรมทัวร์อิตาลีใต้ มอลต้า ซิซิลี 8 วัน 5 คืน (TK)

DE793 : โปรแกรมทัวร์อิตาลีใต้ มอลต้า ซิซิลี 8 วัน 5 คืน (TK)
Turkish Airlines (TK)

Colle Del Sole Hotel
Golden Tulip Vivaldi Hotel
Italiana Hotels Cosenza
NH Palermo Hotel
Villa Esperia Hotel

ทัวร์อิตาลีใต้ มอลต้า ซิซิลี

พระราชวังนอร์มัน | โบสถ์ปาลาไทน์ | มหาวิหารมอนเรอาเล | เซฟาลู | เมสซีนา | หอระฆังและนาฬิกาดาราศาสตร์ | น้ำพุโอไรออน | ทอร์มินา | โรงละครกรีก | ภูเขาเอตนา | คาตาเนีย | ปอซซาโล | วัลเลตตา | พระราชวังแกรนด์มาสเตอร์ | เกาะโกโซ | วิกตอเรีย | เมลลิฮา | หมู่บ้านป๊อบอาย | กอสปีกัว | มาร์ซักลอกก์ 

กำหนดการเดินทาง

รหัสทัวร์วันที่เดินทางเดินทางโดยราคาสถานะ
DE793-00112-19 มิ.ย. 68Turkish Airlines (TK)115,000จองด่วน
DE793-00210-17 ก.ค. 68Turkish Airlines (TK)115,000จองด่วน
DE793-00316-23 ต.ค. 68Turkish Airlines (TK)119,000จองด่วน

รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1กรุงเทพมหานคร
19.30 น.คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่ เคาน์เตอร์เช็คอิน U ประตูทางเข้าที่ 9 หรือ 10 อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์เช็คอินสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส (TK) ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
22.45 น. 

ออกเดินทางสู่ นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบิน TK 69 (ใช้เวลาบินประมาณ 10.30 ชั่วโมง) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินฯ มีบริการ อาหารค่ำและอาหารเช้า ระหว่างบิน

วันที่ 2อิสตันบลู - ปาแลร์โม – พระราชวังนอร์มัน – โบสถ์ปาลาไทน์ - มหาวิหารมอนเรอาเล
05.15 น. 

เดินทางถึงสนามบินอิสตันบูล (IST) ประเทศตุรกี แวะเปลี่ยนเที่ยวบิน (กระเป๋าเชคทรูไปเมืองบารี ประเทศอิตาลี)

06.45 น. 

ออกเดินทางสู่ สนามบินปาแลร์โม ฟัลโคน-บอร์เซลลิโน (PMO) ประเทศอิตาลี โดย สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ TK1373  (ใช้เวลาบินประมาณ 2.35 ชม.) 

08.20 น. 

เดินทางถึงสนามบินฟัลโคน-บอร์เซลลิโน (PMO) ประเทศอิตาลี นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

นำท่านเดินทางสู่เมืองปาแลร์โม (Palermo) (ระยะทาง 31 กม. ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที) เป็นเมืองเก่าทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี และเป็นเมืองหลักของแคว้นปกครองตนเองซิซิลี  ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ปลายรองเท้าบูทของอิตาลี มีประวัติต่อเนื่องยาวนานกว่า 4,000 ปี

นำท่านเดินทางเข้าชมพระราชวังนอร์มัน (Palazzo dei Normanni) เป็นหนึ่งในตัวอย่างสถาปัตยกรรมนอร์มันที่งดงามที่สุดในโลก อาคารเก่าแก่แห่งนี้ตั้งอยู่ในปาแลร์โม สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 โดยประมุขแห่งปาแลร์โม ต่อมาได้รับการขยายและปรับปรุงโดยชาวนอร์มันหลังจากที่พวกเขายึดครองซิซิลีในปี 1072 พระราชวังแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นที่ประทับของกษัตริย์นอร์มัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรเจอร์ที่ 2 ความงามและความสำคัญของพระราชวังไม่เพียงแต่มีความงดงามทางสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานที่สะท้อนถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่หลากหลายของชาวนอร์มัน อาหรับ และไบแซนไทน์ และเป็นที่ตั้งของทั้งสภาภูมิภาคซิซิลีและพิพิธภัณฑ์และสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อน

จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปโบสถ์ปาลาไทน์ (Cappella Palatina) โบสถ์ส่วนพระองค์ของกษัตริย์โรเจอร์ที่ 2 พระราชาซึ่งเคยได้ชื่อว่ามีฐานะล่ำซำที่สุดในยุโรป โดยโบสถ์นี้ยังถือเป็นต้นแบบของวิหาร Monreale ที่สร้างขึ้นในอีก 40 ปีให้หลังด้วย หลังคาโดมประดับด้วยโมเสคทองรูปพระเยซู และเทวดาทั้งแปด เป็นโบสถ์เก่าแก่ในพระราชวัง Palazzo dei Normanni แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องภาพวาดและภาพโมเสคอันงามวิจิตรจากยุคไบแซนไทน์

จากนั้นนำท่านเดินทางชมน้ำพุ Fontana della Vergogna น้ำพุแกะสลักสไตล์เรเนอซองส์ เป็นน้ำพุขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใน Piazza Pretoria ในศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของปาแลร์โม แคว้นซิซิลี ประเทศอิตาลี น้ำพุนี้ตั้งตระหง่านอยู่บนจัตุรัสทางปีกตะวันตกของโบสถ์ซานตากาเตรินา และอยู่ห่างจากทางแยกของ Quattro Canti ไปทางทิศใต้หนึ่งช่วงตึก น้ำพุแห่งนี้เดิมสร้างขึ้นในปี 1544 ในฟลอเรนซ์โดย Francesco Camilliani แต่ถูกขาย โอน และประกอบขึ้นใหม่ในเมืองปาแลร์โมในปี 1574

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย

นำท่านเดินทางเข้าชมมหาวิหารมอนเรอาเล (Monreale Duomo) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดของสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์แห่งหนึ่งของโลก สร้างขึ้นโดยกษัตริย์วิลเลียมที่ 2 ผู้ปกครองดินแดนซิซิลี ในช่วงปี ค.ศ. 1060 ภายในวิหารท่านจะได้พบกับความอลังการที่ประดับด้วยโมเสคทองคำ ซึ่งแสดงถึงฉากในคัมภีร์ไบเบิลและเหตุการณ์สำคัญทางศาสนา ทัวร์อาคารสไตล์นอร์มันสมัยศตวรรษที่ 12 เพื่อชมการตกแต่งที่หรูหรา ชมสุสานของกษัตริย์ และเดินเล่นท่ามกลางเสาและวิหารคดแกะสลัก โมเสกบนผนังและเพดานนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 และ 13 ใช้ทองคำมากกว่า 2,200 กิโลกรัม นับเป็นโบสถ์โมเสคที่ใหญ่อันดับ 2 ของโลก  รองจากโบสถ์เซนต์โซเฟียที่ตุรกี และที่น่าอัศจรรย์คือ โมเสคที่เห็นทั้งหมดนี้ใช้เวลาสร้างแค่ 8 ปีเท่านั้น

จากนั้นนำท่านเที่ยวชมเมืองปาแลร์โม (Palermo) เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญแห่งหนึ่งของยุโรป จึงตกเป็นเป้าหมายของการยึดครองจากชนชาติที่มีอำนาจเข้มแข็งในช่วงเวลาต่างๆ เริ่มตั้งแต่กรีก โรมัน คาร์เทธ อาหรับ นอร์มัง เยอรมัน ฝรั่งเศส และสเปน แต่ละชาติผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาปกครองดินแดนนี้ ขณะเดียวกันก็ได้นำเอาศิลปวัฒนธรรมของตนเข้ามาด้วย เกาะนี้จึงมีสถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมที่หลากหลายผสมผสานกันหากแต่ลงตัว นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยความงามทางธรรมชาติ ของทั้งชายหาด ทะเล และภูเขาไฟ ด้วยความที่อยู่ห่างไกล ท่านจะสามารถสัมผัสถึงความเป็นอิตาเลียนดั้งเดิม อย่างที่หาไม่พบอีกแล้วตามเมืองใหญ่ในอิตาลีภาคพื้นทวีป

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ที่พักNH Palermo Hotel/ Mercure Palermo Hotel**** หรือเทียบเท่า
วันที่ 3เซฟาลู – เมสซีนา – หอระฆังและนาฬิกาดาราศาสตร์ – น้ำพุโอไรออน - อนุสาวรีย์มาดอนนินา เดล ปอร์โต
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

 

นำท่านเดินทางสู่เมืองเซฟาลู (Cefalu) (ระยะทาง 66 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.10 ชม.) ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนเหนือของเกาะซิซิลี ในจังหวัดปาแลร์โม ตั้งอยู่เชิงเขาแหลมสูง 376 เมตร เลียบทะเลติร์เรเนียน ทางตะวันออกของเมืองปาแลร์โม เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่ามีหาดทรายที่สวยงาม ทอดผ่านบ้านเรือนริมชายหาด ที่สร้างไล่ระดับขึ้นไปตามแนวเขา นับเป็นอีกหนึ่งทัศนียภาพที่สวยงามของเกาะซิลี นำท่านเดินทางชมย่านเมืองเก่า (Old Town) เมืองเก่าแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก มีถนนสายหลักที่สวยงาม จัตุรัสหลักที่น่าประทับใจ (และมหาวิหาร) ท่าเรือที่มีเสน่ห์และชายหาดหลัก ซึ่งตั้งอยู่ติดกับกำแพงเมืองเก่า เต็มไปด้วยคนในท้องถิ่น นักท่องเที่ยวชาวอิตาลี และนักท่องเที่ยวต่างชาติอื่นๆ

จากนั้นนำท่านเดินทางชมอาสนวิหารเซฟาลู (Duomo di Cefalu) เป็นมหาวิหารนิกายโรมันคาทอลิกในเมืองเซฟาลู สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1131 ถึงปี ค.ศ. 1240 ในรูปแบบสถาปัตยกรรมนอร์มัน อาคารหลังนี้มีลักษณะคล้ายป้อมปราการ และเมื่อมองจากระยะไกล ก็ตั้งตระหง่านเหนือเส้นขอบฟ้าของเมืองยุคกลางที่รายล้อมอยู่ เป็นการประกาศถึงการมีอยู่ของนอร์มันอย่างทรงพลัง นำท่านแวะถ่ายรูปกับชายหาด เซฟาลู อันเป็นอีกหนึ่งชายหาดที่สวยงาม และติดอันดับของเกาะซิซิลี อิสระให้เก็บภาพความประทับใจบริเวณชายหาด ตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเมสซีนา (Messina) (ระยะทาง 167 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.10 ชม.) เป็นเมืองหลวงของมหานครแห่งเมสซีนา (Metropolitan City of Messina) เมืองใหญ่เป็นอันดับ 3 บนเกาะซิซิลี และใหญ่เป็นอันดับ 13 ของประเทศ ตั้งอยู่ใกล้มุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือของซิซิลี บริเวณช่องแคบเมสซีนา ตรงข้ามกับเมืองวิลลาซานโจวันนีบนแผ่นดินใหญ่

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย

นำท่านเดินทางชมหอระฆังและนาฬิกาดาราศาสตร์ (Bell Tower and Astronomical Clock) หอระฆังที่อยู่ติดกับมหาวิหารและมีความสูงถึง 60 เมตร มีชื่อเสียงในด้านนาฬิกาจักรกลและดาราศาสตร์ โดยมี 'ตัวเลข' ที่จะเปิดใช้งานตอนเที่ยงวันและเคลื่อนไหวและแสดงฉากจากประวัติศาสตร์ของเมสซีนา หอระฆังถูกสร้างขึ้นใหม่ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 หอคอยเก่าได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ในปี 1559 ได้รับการบูรณะใหม่ จากนั้นก็พังทลายลงเนื่องจากแผ่นดินไหวในปี 1783 หากท่านอยู่ที่ Piazza Immacolata di Marmo ท่านจะได้รับชมความน่าตื่นตาตื่นใจของนาฬิกาดาราศาสตร์บนหอระฆัง หอระฆังเมสซีนามีนาฬิกาดาราศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดและซับซ้อนที่สุดในโลก นาฬิกาแอนิเมชั่นนี้ประกาศให้เมืองรู้ว่าถึงเวลาเที่ยงด้วยวิธีที่ไม่ธรรมดา โดยมีสิงโตคำรามและไก่ขันที่ดัง จากนั้นดนตรีและรูปปั้นก็เคลื่อนไหวไปรอบๆ และแสดงเรื่องราว มันถูกสร้างขึ้นในระดับต่างๆ ของหอคอย การแสดงใช้เวลาประมาณ 10 นาที นำท่านเดินทางชมเมืองเก่าเมสซีนา (Messina Old Town)

จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับน้ำพุโอไรออน (Fontana di Orione) เป็นน้ำพุที่ยิ่งใหญ่ในเมสซีนา สร้างขึ้นโดย Giovanni Angelo Montorsoli ย้อนหลังไปถึงปี 1553 และสร้างขึ้นโดยความร่วมมือกับ Domenico Vanello โดยตั้งอยู่ใน Piazza Duomo เบอร์นาร์ด เบเรนสัน นักประวัติศาสตร์ศิลปะให้คำจำกัดความไว้ว่าเป็น “น้ำพุที่สวยที่สุดแห่งศตวรรษที่ 16 ของยุโรป” สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่กลุ่มดาวนายพราน เทพนักล่าชาวกรีกในตำนานที่ว่ากันว่าเป็นผู้ก่อตั้งเมสซีนา

จากนั้นนำท่านเดินทางชมอนุสาวรีย์มาดอนนินา เดล ปอร์โต (Madonnina del Porto monument) เป็นรูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ในท่าเรือเมสซีนา ซึ่งเป็นตัวแทนของมาดอนน่า เดลลา เลเทรา นักบุญอุปถัมภ์ของเมสซีนา ผู้มีความจงรักภักดีซึ่งมีรากฐานมาจากตำนานโบราณและประเพณีที่ได้รับความนิยม มาดอนนินา เดล ปอร์โตเป็นจุดอ้างอิงที่สำคัญสำหรับลูกเรือที่เข้าและออกจากท่าเรือเมสซีนา มากจนถือเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนาและวัฒนธรรมของเมืองนี้ สร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 มีรูปปั้นปิดทองของพระแม่มารีย์ถือจดหมายอยู่ ที่ฐานของศิลามีคำจารึกภาษาละตินว่า 'Vos et ipsam civitatem benedicimus' (เราอวยพรคุณและเมือง) เสาหินนี้ตั้งตระหง่านเหนือท่าเรือเมสซีนา ทำหน้าที่เป็นสัญญาณทางจิตวิญญาณสำหรับกะลาสีเรือ และเป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับผู้ที่เดินทางมาทางทะเล

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารญี่ปุ่น
ที่พักRoyal Palace Hotel**** หรือเทียบเท่า 
วันที่ 4ทอร์มินา – โรงละครกรีก – เคเบิ้ลคาร์ภูเขาไฟเอตนา - คาตาเนีย
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม


นำท่านเดินทางสู่เมืองทอร์มินา (Toarmina) (ระยะทาง 55 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม.) เมืองตั้งอยู่บนเนินเขาชายทะเลงดงามดังภาพวาด ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟเอ็ดน่า ที่ยังคุกรุ่นอยู่  ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดบนเกาะ ซิซิลี

นำท่านเดินทางเข้าชมโรงละครกรีก (Toarmina Amphitheater) สร้างขึ้นครั้งแรกโดยชาวกรีกในศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสต์ศักราช ก่อนที่จะถูกสร้างขึ้นใหม่และขยายโดยชาวโรมัน เป็นโรงละครกรีกที่ตั้งอยู่บนจุดที่ดีที่สุดในบรรดาโรงละครกรีกทั้งหมดที่มีอยู่ในโลก  ด้านหลังเป็นวิวของเมืองทอร์มิน่าบนไหล่เขา ทะเลไอโอเนียน และภูเขาไฟเอ็ดน่า โรงละครกรีกแห่งนี้ยังคงถูกใช้งานในช่วงฤดูร้อน โดยเป็นหนึ่งในสถานที่จัดเทศกาลงานศิลปะนานาชาติของเมืองที่มีชื่อว่า ทอร์มิน่า อาร์เต้

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น 
บ่ายนำท่านเดินทางขึ้นเคเบิลคาร์สู่ภูเขาเอตนา (Mount Etna Cable Car) (ระยะทาง 57 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1.20 ชม.) ตั้งอยู่บนเกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี ห่างจากเมืองกาตาเนียเพียง 29 กิโลเมตร เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป มีความสูง 3,323 เมตร วัดฐานโดยรอบได้ 150 กิโลเมตรบนยอดมีหิมะปกคลุมปีละเก้าเดือน นำท่านแวะถ่ายภาพบนจุดชมวิว (Mount Etna View point) อิสระให้ท่านได้เก็บภาพที่ระลึกบนยอดเขาแห่งนี้ ตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองคาตาเนีย (Catania) (ระยะทาง 35 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม.) เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของแคว้นปกครองตนเองซิซิลี ตั้งอยู่บนชายฝั่งทิศตะวันออกของทะเลไอโอเนียน ก่อตั้งมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสตกาล คาตาเนียเป็นที่รู้จักจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวในปี ค.ศ. 1169 และ ค.ศ. 1693 มีการปะทุของภูเขาไฟที่เกิดจากภูเขาไฟเอตนา มีเหตุรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1669 และเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญของอิตาลี เป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรม ศิลปะ และการเมือง เมืองมีความอุดมสมบูรณ์ด้านศิลปะและประวัติศาสตร์ มีพิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร โบสถ์ สวนสาธารณะ และโรงละครหลายแห่ง กาตาเนียยังขึ้นชื่อด้านอาหารริมทาง
ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ที่พักHotel NH Catania Centro**** หรือเทียบเท่า
วันที่ 5ปอซซาโล – วัลเลตตา – วิหารเซนต์จอห์น – พระราชวังแกรนด์มาสเตอร์ – จัตุรัสอิสรภาพ 
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

 

นำท่านเดินทางสู่เมืองปอซซาโล (Pozzallo) (ระยะทาง 117 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1.30 ชม.) เพื่อขึ้นเรือเฟอร์รี่ ข้ามสู่เกาะมอลต้า

เรือเฟอร์รี่ออกจากท่าเรือ มุ่งหน้าสู่เกาะมอลต้า

เรือเฟอร์รี่เดินทางถึงมอลต้า

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่ายนำท่านเที่ยวชมเมืองวัลเลตตา (Valletta) เมืองหลวงของมอลต้า ล้อมรอบไปด้วยกำแพงเมือง ป้อมปราการโบราณขนาดใหญ่ อาคารเก่าแก่สวยงามสมบูรณ์ เมืองวัลเลตตาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี 1980 ซึ่งชื่อของเมืองตั้งตามชื่อของ Jean Parisot De La Valetta ผู้สามารถป้องกันการรุกรานเกาะมอลต้า จากออตโตมานในปี 1565 จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าชมวิหารเซนต์จอห์น (St. John’s Cathedral) เป็นอาสนวิหารร่วมคาทอลิกในเมืองวัลเลตตา ประเทศมอลตา ซึ่งอุทิศให้กับนักบุญยอห์นเดอะแบปติสต์ สร้างโดยอัศวินเซนต์จอห์น เพื่อมอบเป็นเกียรติแก่ผู้อุปถัมภ์เหล่าอัศวินทั้งหลาย ความพิเศษของวิหารแห่งนี้คือการ ออกแบบตกแต่งโดยสถาปนิก และศิลปินชาวมอลต้าในช่วงศตวรรษที่ 16 

นำท่านแวะถ่ายรูปกับพระราชวังแกรนด์มาสเตอร์ (Grand Master Palace) อดีตพระราชวังยุคศตวรรษที่ 16 ถือครองโดย อุสตาจิโอ้ เดล มอนเต้ ญาติคนสนิทของผู้ครองแคว้นมอลต้า นาม ฌองป์ เดอลา วาเลตเต้ แรกเริ่มเดิมทีถูกใช้เป็นสถานที่บัญชาการรบของอัศวินในยุคนั้น และภายหลังเสร็จสิ้นสงคราม ได้ถูกต่อเติมเป็นพระราชวัง แต่แล้วถูกโอนย้ายเปลี่ยนมือเป็นสถานที่พำนักของผู้ปกครองจากประเทศอังกฤษในช่วงศตวรรษที่ 19 และกลับมาถือครองโดยประเทศมอลต้าภายหลังประกาศเอกราชในปี ค.ศ.1964 และในปัจจุบันถูกใช้เป็นอาคารรัฐสภาแห่งมอลต้า สถานที่ทำงานของประธานาธิบดีแห่งมอลต้า ภายในตัวอาคารตกแต่งแบบนิโอคลาสสิค และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในบางส่วนที่จัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ สำหรับจัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ และยุทโธปกรณ์ของอัศวินในอดีต

นำท่านเดินทางชมจัตุรัสอิสรภาพ (Freedom Square) เป็นอนุสรณ์สถานในช่วงทศวรรษ 1970 ซึ่งชวนให้นึกถึงสถาปัตยกรรมคอมมิวนิสต์มากกว่าการสะท้อนถึงสไตล์และโทนสีของเกาะเมดิเตอร์เรเนียน ได้หายไปนานแล้ว และอาคารรัฐสภาอันทะเยอทะยานยืนอยู่แทน สิ่งนี้ครอบงำพื้นที่เปิดโล่งเล็กๆ ซึ่งยังคงเป็นที่รู้จักอย่างเป็นทางการในชื่อจัตุรัสฟรีดอม ซึ่งอยู่ภายในประตูเมือง และเป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันมากเมื่อได้รับการออกแบบครั้งแรกโดยเรนโซ เปียโน

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ถนนสาธารณรัฐ (Republic Street) เป็นถนนสายหลักในเมืองหลวง Valletta ประเทศมอลตา มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร และมีชื่อเสียงในด้านนิติบัญญัติ ตุลาการ และเชิงพาณิชย์ ส่วนใหญ่เป็นทางเดินเท้า ถนนสาธารณรัฐทอดยาวจากประตูเมืองไปยังยุ้งฉางที่ป้อมเซนต์เอลโม ในเส้นทางด้านล่าง ถนนสายหลักจะตั้งฉากกับถนนอื่นๆ อีกหลายสายตามผังตารางของวัลเลตตา ถนนสายนี้ส่วนใหญ่มีไว้สำหรับคนเดินเท้า โดยมีข้อจำกัดในการใช้ยานพาหนะอย่างมาก โดยอนุญาตให้เฉพาะรถเพื่อการพาณิชย์ขนถ่ายในตอนเช้าตรู่เท่านั้น อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกตามอัธยาศัย
ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ที่พัก  Best Western Premier Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1) 
วันที่ 6เกาะโกโซ – วิกตอเรีย – ป้อมปราการวิคตอเรีย – เมลลิฮา – หมู่บ้านป๊อบอาย
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

 

นำท่านเดินทางล่องเรือเฟอรี่สู่เกาะโกโซ (Gozo Island) (ระยะทาง 43 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1.40 ชม.) ตามตำนานกรีก-โรมันแล้ว เขาว่ากันว่า ที่นี่เป็น เกาะแห่งคาลิปโซ่ (Isle of Calypso) เทพธิดาแห่งท้องทะเล เป็นเกาะที่มีธรรมชาติที่สวยงาม และเป็นที่นิยมสำหรับนักดำน้ำเป็นอย่างมาก

จากนั้นท่านเดินทางสู่เมืองวิกตอเรีย (Victoria) หรือ เมืองราบัต (Rabat) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงในเกาะโกโซ และเป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นเมืองแห่งมรดกโลกในปี ค.ศ. 1980 อีกด้วย ที่นี่เปรียบเสมือนแหล่งรวมของอารยธรรมโบราณอย่างแท้จริง ตั้งแต่สมัยที่ถูกปกครองโดยโรมัน ชาวอาหรับ ชาวนอร์มัน

นำท่านเดินทางชมป้อมปราการวิคตอเรีย (Victoria Fortress)  เป็นเมืองที่มีป้อมปราการโบราณ จึงโดดเด่นในฐานะสถานที่สำคัญของโกโซ ซึ่งเป็นสัญญาณที่มองเห็นได้จากทั่วทั้งเกาะ ป้อมปราการสีเหลืองทอง สร้างขึ้นศตวรรษที่ 17 โดยอัศวินเซนต์จอห์น ถนนทุกสายใน Gozo มุ่งสู่ราบัตหรือที่เรียกว่าวิกตอเรีย ป้อมปราการแห่งนี้มองเห็นได้จากเกือบทุกเกาะโดยตั้งตระหง่านเหนือพื้นที่ชนบทโดยรอบ

จากนั้นนำท่านเดินทางชมอาสนวิหารอัสสัมชัญ (Cathedral of the Assumption) สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17 เป็นอาสนวิหารนิกายโรมันคาธอลิกในซิตตาเดลลาแห่งวิกตอเรีย ในเมืองโกโซ ประเทศมอลตา อาสนวิหารแห่งนี้อุทิศให้กับการขึ้นสู่สวรรค์ของพระนางมารีย์ และเคยเป็นที่ตั้งของสังฆมณฑลนิกายโรมันคาทอลิกแห่งโกโซนับตั้งแต่ก่อตั้งสังฆมณฑลในปี 1864

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น 
บ่ายนำท่านเดินทางสู่เมืองเมลลิฮา (Mellieha) เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ในภูมิภาคทางตอนเหนือของมอลตา Mellieha ยังเป็นรีสอร์ทท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากหาดทราย สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และมีหมู่บ้าน Popeye ในบริเวณใกล้เคียง

นำท่านเดินทางชมหมู่บ้านป๊อบอาย (Popeye Village) หมู่บ้านจำลองที่สร้างไว้สำหรับเป็นฉากละครเพลงสดเรื่อง ป๊อปอาย ในปี ค.ศ. 1980 เกิดจากความร่วมมือจากสองบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการภาพยนตร์อย่าง Paramount Pictures และ Walt Disney ซึ่งปัจจุบันที่นี่ได้ดัดแปลงให้กลายเป็นพิพิธภัณธ์กลางแจ้ง เป็นแหล่งแห่งการพักผ่อน ให้ครอบครัวพาเด็กๆ มาชมกันอย่างสนุกสนาน ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก
ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ที่พักBest Western Premier Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)
วันที่ 7กอสปีกัว – โบสถ์โดมแห่งโมสตา – มาร์ซักลอกก์ – แกรนด์ฮาร์เบอร์ - อิสตันบูล
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

 

นำท่านเดินทางชมเมืองกอสปีกัว (Cospicua) ตั้งอยู่ตรงข้ามเมืองวัลเลตตา สร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 16 และ 17 เพื่อเป็นสถานที่หลบภัย และป้อมเฝ้าระวังศัตรู ต่อมาได้พัฒนาให้กลายเป็นเมืองท่าและอู่ต่อเรือที่ใหญ่สุดแห่งหนึ่งในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นำท่านแวะถ่ายรูปกับโบสถ์โดมแห่งโมสตา (Rotunda of Mosta) สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เมืองกอสปีกัวเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก มีเพียงโบสถ์โดมแห่งโมสตาเท่านั้นที่ไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นเลย แม้จะมีระเบิดน้ำหนักกว่า 200 กิโลกรัม ตกลงมาใจกลางโบสถ์ที่มีผู้คนกว่า 300 คนกำลังสวดมนต์กันก็ตาม โชคดีที่ระเบิดดันไม่ทำงาน ทุกคนจึงอยู่รอดปลอดภัยกัน ที่นี่จึงขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดนับแต่นั้นเป็นต้นมา

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่มาร์ซักลอกก์(Marsaxlokk) เมืองประมงแห่งมอลตาอันเลื่องชื่อ หมู่บ้านริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมอลตา นำท่านเดินเที่ยวชมภายในเมืองมาร์ซักลอกก์ ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานย้อนกลับไปถึงศตวรรษที่ 9 ชื่อของหมู่บ้านมาจากคำภาษาอาหรับ “marsa” แปลว่า “ท่าเรือ” และ “xlokk” ซึ่งหมายถึงลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดผ่านที่นี่ ชาวอาหรับได้ก่อตั้งชุมชนประมงขึ้นและสร้างป้อมปราการเพื่อปกป้องเกาะนี้ ในช่วงการปิดล้อมครั้งใหญ่ของมอลตาในปี ค.ศ. 1565 ท่าเรือแห่งนี้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเมื่อกองกำลังออตโตมันเข้ามาใช้พื้นที่นี้เป็นฐาน ก่อนที่จะพยายามยึดครองเกาะจากอัศวินแห่งเซนต์จอห์น ปัจจุบัน มาร์ซักลอกก์ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เรือประมงหลากสีสันที่เรียกว่า "ลุซซุส" พร้อมดวงตาแห่งฮอรัสที่เชื่อว่าเป็นเครื่องรางปกป้องภัย ยังคงลอยอยู่ในท่าเรือ ตลาดปลาวันอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในมอลตา และอาหารทะเลสดใหม่จากหมู่บ้านนี้ ดึงดูดผู้มาเยือนได้ไม่ขาดสาย สถานที่แห่งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นประวัติศาสตร์มีชีวิต แต่ยังเป็นหัวใจของชาวประมงและนักท่องเที่ยว

นำท่านเดินทางชมแกรนด์ฮาร์เบอร์ (Grand Harbour) ตั้งอยู่บนเกาะมอลตาและเป็นท่าเรือธรรมชาติที่รู้จักกันในชื่อท่าเรือวัลเลตตา ที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ของท่าเรือแกรนด์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปิดล้อมครั้งใหญ่ในปี 1565 และสงครามโลกครั้งที่สออง ท่าเรือ และป้อมปราการหลายแห่งที่สร้างขึ้นรอบๆ ท่าเรือได้เพิ่มเสน่ห์ให้กับที่นี่ ปัจจุบันนี้ นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกจอดเทียบท่าตามท่าเรือและท่าจอดเรือต่างๆ และเพลิดเพลินไปกับการผสมผสานระหว่างยุคโบราณและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย การล่องเรือแกรนด์ฮาร์เบอร์ส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น 
บ่ายนำท่านเดินทางสู่เมืองเอ็มดินา (Mdina) เมืองหลวงเก่าของมอลตา อายุประมาณ 1,500 – 1,000 ปีก่อนคริสตกาล ถูกขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งความเงียบ” (The Silent City) เพราะเป็นเมืองที่เล็ก และมีประชากรกว่า 300 คนเท่านั้น ตั้งอยู่บนเนินเขาความสูงประมาณ 150 เมตรจากระดับน้ำทะเล สร้างขึ้นในช่วงการปกครองของชาวฟินิเชีย (Phoenician) เมืองนี้ได้รับอิทธิพลของศิลปะยุคกลาง สไตล์เมดิวัล ผสมผสานสถาปัตยกรรมระหว่างอาหรับ และยุโรป จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ภายนอกเมืองล้อมรอบด้วยกำแพงสูงสีทอง

นำท่านเดินทางเข้าชมประตูเมือง (Mdina Gate) สร้างขึ้นในปี 1724 สถาปัตยกรรมบาโรค นำท่านเดินเที่ยวชมภายในเมืองเก่า และนำท่านเดินทางชมจตุรัสเมสคิตา (Mesquita Square) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำซีรีย์ดัง Game of Thornes

จากนั้นนำท่านเดินทางเชมวิหารเซ็นต์พอล (St..Paul Cathedral) หรือวิหารเอ็มดินา ขึ้นในศตวรรษที่ 12 เพื่ออุทิศให้แก่นักบุญพอล ต่อมาได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว จึงสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1696-1705 อิสระให้ท่านได้เดินเล่น ถ่ายรูปในเมืองเอ็มดินาได้ตามอัธยาศัย
16.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินมอลต้า
19.15 น. ​

ออกเดินทางจากสนามบินมอลต้า สู่ สนามบินอิสตันบูล โดยเที่ยวบินที่ TK1372 (ใช้เวลาบินประมาณ 2.20 ชม.) บริการอาหาร เครื่องดื่ม และพักผ่อน บนเครื่องบิน

22.45 น. 

เดินทางมาถึง กรุงอิสตันบูล แวะเปลี่ยนเครื่อง

วันที่ 8อิสตันบลู – กรุงเทพมหานคร

01.40 น.

ออกเดินทางสู่ประเทศไทย โดยเที่ยวบินที่ TK 68 (ใช้เวลาบินประมาณ 9 ชั่วโมง) สายการบินฯ มีบริการอาหาร 2 รอบ คือ อาหารค่ำ และ อาหารเช้า

15.25 น.เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (BON VOYAGE)

อัตราค่าบริการ

เด็กอายุ 02-11 ขวบ 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (เสริมเตียง) ท่านละ110,000 บาท
ราคาไม่รวมตั๋ว (ผู้ใหญ่) หักคืนท่านละ28,000 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ15,000 บาท

เด็กอายุ 02-11 ขวบ 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (เสริมเตียง) ท่านละ110,000 บาท
ราคาไม่รวมตั๋ว (ผู้ใหญ่) หักคืนท่านละ28,000 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ15,000 บาท

เด็กอายุ 02-11 ขวบ 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (เสริมเตียง) ท่านละ114,000 บาท
ราคาไม่รวมตั๋ว (ผู้ใหญ่) หักคืนท่านละ31,000 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ15,000 บาท

เงื่อนไขในการจอง

  • สำหรับห้องพักแบบ 3 เตียง มีบริการเฉพาะบางโรงแรมเท่านั้น กรณีเดินทางเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน แนะนำให้ท่าน เปิดห้องพัก เป็น 2 ห้องจะสะดวกกับท่านมากกว่า
  • กรณีเดินทางเป็นตั๋วกรุ๊ป หากออกตั๋วแล้ว ไม่สามารถขอคืนเงินได้ และไม่สามารถเปลี่ยนวันเดินทางได้
  • กระเป๋าเดินทางเพื่อโหลด ท่านละ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 30 ก.ก., กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (Hand carry) น้ำหนักไม่เกิน 7 ก.ก. 
  • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นนักท่องเที่ยวโดยสายการบินTK (กระเป๋าเดินทาง น.น. ไม่เกิน 30 ก.ก./ท่าน)
  • ค่าภาษีสนามบิน, ภาษีน้ำมัน, ประกันภัยทางอากาศ
  • ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุวงเงิน 1,500,000 บาท และ ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาทค่ารักษาพยาบาลหลังกลับจากต่างประเทศภายใน 21 วัน วงเงิน 40,000 บาท (ประกันภัยไม่ครอบคลุมผู้ที่อายุเกิน 85 ปี) ประกันครอบคลุมการติดเชื้อ Covid 19
  •  ค่าภาษีในประเทศอิตาลี, มอลต้า
  • ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ, ค่าพาหนะ หรือรถรับ-ส่ง ระหว่างนำเที่ยว, ค่าเข้าชมสถานที่
  • เจ้าหน้าที่ (ไกด์ไทย) คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง และค่าทิปต่างๆ
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% (คิดจากราคาทัวร์)
  • ค่าวีซ่าเชงเก้นอิตาลี ท่านละ 5,000 บาท(เรียกเก็บในอินวอยซ์)
  • ค่าพนักงานยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านต้องจัดการกระเป๋าด้วยตัวท่านเอง
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าซักรีด, โทรศัพท์-แฟกซ์, เครื่องดื่มมินิบาร์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่ได้ระบุในรายการ
  • งวดที่ 1 : สำรองที่นั่งจ่าย 50,000 บาท/ท่าน ภายใน 3 วันหลังมีการยืนยันกรุ๊ปเดินทางแน่นอน
  • งวดที่ 2 : ชำระส่วนที่เหลือ 45 วัน ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง
  • แจ้งยกเลิกเดินทาง 30 วันล่วงหน้าก่อนการเดินทางหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นมัดจำตั๋วเครื่องบิน, วีซ่าและค่าดำเนินการ (ถ้ามี), ค่าโรงแรม, ค่าตั๋วรถไฟ โดยจะมีรายละเอียดแสดงให้แก่ลูกค้าได้รับทราบ (หมายเหตุ: ช่วง Peak season สายการบินให้มัดจำล่วงหน้า 2-3 เดือน ก่อนการเดินทาง)
  • แจ้งยกเลิกเดินทาง 15-29 วันก่อนการเดินทาง หักค่าทัวร์ 50% + ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
  • แจ้งยกเลิกเดินทาง 0-14 วันก่อนการเดินทาง ยึดค่าทัวร์ 100%
  • ผู้เดินทางที่ไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากการยื่นเอกสารปลอม หักค่าใช้จ่าย 100%

***หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิก วีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม***

*ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวร่วมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง
  • บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่คณะผู้เดินทางแทน
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่คณะผู้เดินทางแทน
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน การนัดหยุดงาน การประท้วง ภัยธรรมชาติ การก่อจราจล อุบัติเหตุ ปัญหาการจราจร ฯลฯ ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด
  • เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฎิเสธหรือสละสิทธิ์ ในการใช้บริการที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นท่านได้ทำการตกลง หรือ แจ้งให้ทราบ ก่อนเดินทาง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฎิเสธการตรวจคนเข้าเมือง และจะไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระมาแล้ว หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าเมือง เนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย หรือการหลบหนีเข้าเมือง
  • ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา เล่มสีเลือดหมู
  • เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
  • การจัดที่นั่งบนเครื่องบินของสายบการบิน ขณะนี้สายการบินมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดที่นั่ง (Assign seat) ทุกที่นั่ง สนนราคา 2,000 – 4,000 บาทต่อเที่ยวบิน หากท่านไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายตรงนี้ ต้องทำการขอที่นั่ง ณ เคาน์เตอร์เชคอินที่สนามบินเท่านั้น แต่หากท่านต้องการจัดที่นั่งและชำระค่าใช้จ่ายตรงนี้ สามารถแจ้งกับทางบริษัทฯ หลังทำการออกตั๋วเครื่องบินแบบหมู่คณะไปแล้วเท่านั้น
  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
  • ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ฯลฯ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
  • เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
  • ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้
  • โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
  • ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
  • กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
  • วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตราการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )
  • หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด
  • สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่องบิน คือ 20-30 กิโลกรัม (สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด/ Economy Class Passenger ซึ่งขึ้นกับแต่ละสายการบิน) การเรียกเก็บค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิ์ของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฎิเสธได้ หาก น้ำหนักกระเป๋าเดินทางเกินกว่าที่สายการบินกำหนด
  • สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมและมีสัดส่วนไม่เกิน 7.5 x 13.5 x 21.5 สำหรับหน่วยวัด “นิ้ว” (Inch) หรือ 19 x 35 x 55 สำหรับหน่วยวัด “เซนติเมตร” (Centimeter)
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระ ความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกิน
  • กระเป๋าและสัมภาระที่มีล้อเลื่อนและมีขนาดใหญ่เกินไป ไม่เหมาะกับการเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่องบิน (Hand carry
  • ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่
  • กรณีกระเป๋าใบใหญ่เกิดการสูญหายระหว่างการท่องเที่ยว (ระหว่างทัวร์ ไม่ใช่ระหว่างบิน) โดยปกติประกันภัยการเดินทางที่บริษัททัวร์ได้จัดทำให้ลูกค้าจะไม่ครอบคลุมค่าชดเชยในกรณีกระเป๋าใบใหญ่สูญหาย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯจะพิจารณาชดเชยค่าเสียหายให้ท่าน โดยชดใช้ตามกฎของสายการบินเท่านั้น นั่นหมายถึงจะชดเชยตามน้ำหนักกระเป๋า คูณ ด้วยค่าชดเชย USD 20 ต่อกิโลกรัมเท่านั้น ดังนั้นท่านจึงไม่ควรโหลดของมีค่าทุกประเภทในกระเป๋าใบใหญ่ เพราะหากเกิดการสูญหาย ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การชดเชยค่าเสียหายตามรายระเอียดข้างต้นเท่านั้น
  • กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน

(การเตรียมเอกสาร กรุณาอ่านให้เข้าใจ และเตรียมให้ครบ)
1. หนังสือเดินทาง อายุใช้งานได้ เกิน 6 เดือนขึ้นไป และ มีหน้าว่างอย่างน้อย 2 แผ่น
2. รูปถ่ายสีหน้าตรง ขนาด 3.5 x 4.5 มม. 2 รูป พื้นฉากหลังรูปต้องเป็นพื้นสีขาว (อย่าถ่ายเอง เพราะพื้นเป็นสีเทา ใช้ไม่ได้) ห้ามสวมแว่นสายตา จะต้องเห็นคิ้วและใบหู ชัดเจน (รูปถ่ายต้องถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน...สถานทูตมีการเทียบรูปกับหน้าวีซ่าที่เคยได้) ***ความสูงหน้าผากจนถึงคาง ต้องมีขนาดระหว่าง 32-36 มม.เท่านั้น***
3. สำเนาวัคซีนพาสปอร์ต หรือหลักฐานแสดงการได้รับวัคซีนครบโดส
4. สำเนาบัตรประชาชน 
5. สำเนาทะเบียนบ้าน (กรุณาถ่ายหน้าแรกที่มีรายละเอียดบ้านเลขที่มาด้วย)
6. สำเนาทะเบียนสมรส (กรณีผู้หญิง.....หากมีการเปลี่ยนคำนำหน้าเป็น ...นาง... ต้องแนบมา)
7. สำเนาทะเบียนหย่า (กรณีผู้หญิง.....ถ้าหย่าและหากมีการใช้คำนำหน้าเป็น ....นาง...ต้องแนบมา)
8. สูติบัตร (กรณีเด็กต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ต้องแนบสูติบัตรมา) 
9. กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์: (หากเด็กไม่ได้เดินทางพร้อม พ่อและแม่) ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังนี้ 
- เด็ก เดินทางกับบุคคลอื่น บิดาและมารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอม ซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้น และให้ระบุว่า ยินยอมให้เด็กเดินทางกับใคร (ระบุชื่อ) มีความสัมพันธ์อย่างไรกับครอบครัว
- เด็ก เดินทางกับบิดา มารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า มารดายินยอมให้เด็กเดินทางกับบิดา (ระบุชื่อบิดา) 
- เด็ก เดินทางกับมารดา บิดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า บิดายินยอมให้เด็กเดินทางกับมารดา (ระบุชื่อมารดา)  
10. หลักฐานการทำงาน (จดหมายรับรองการทำงาน) ทำเป็นภาษาอังกฤษ
จดหมายรับรองการทำงานให้ระบุ  TO WHOM IT MAY CONCERN (ไม่ต้องระบุสถานฑูตและประเทศ)
- กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของกิจการ : ใช้หนังสือจดทะเบียนบริษัทฯ ที่มีรายชื่อผู้ประกอบกิจการ (อายุไม่เกิน 3 เดือน)
- กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของร้านค้า : ใช้ทะเบียนพาณิชย์ที่มีชื่อผู้เป็นเจ้าของร้านค้า
- กรณีพนักงานบริษัท : ใช้จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้าง ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการว่าจ้าง เงินเดือน 
- กรณีที่เป็นข้าราชการ : ใช้หนังสือรับรองจากหน่วยงาน 
- กรณีเกษียณอายุราชการ: ถ่ายสำเนาบัตรข้าราชการบำนาญ
- กรณีเป็นนักเรียนนักศึกษา ต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันศึกษา นั้นว่ากำลังศึกษาอยู่ ระบุชั้นปีที่ศึกษา 
เอกสารรับรองการทำงานที่ออกในลักษณะจดหมาย ต้องเป็นฉบับจริง มีอายุไม่เกิน 30 วัน นับจากวันที่จะยื่นวีซ่า
11. หลักฐานการเงิน :  (กรุณาเตรียมให้ถูกต้อง ใช้เป็น Statement หรือ ปริ้นท์ Statement online ได้)
- Bank Statement (รายการเดินบัญชี) ใช้เป็นบัญชีออมทรัพย์ (Saving account) ออกโดยทางธนาคารย้อนหลัง 3 เดือนหรือ ปริ้นท์ Statement online ย้อนหลัง 3 เดือนได้ (ห้ามข้ามเดือน) ระบุชื่อเจ้าของบัญชีให้ถูกต้องครบถ้วนตามตัวสะกดในพาสปอร์ต มีอายุไม่เกิน 7 วันนับจากวันที่จะยื่นวีซ่า และ มียอดเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อการรับรองการเดินทาง 1 ท่าน 

 

************* ต้องเป็นสมุดบัญชีออมทรัพย์เท่านั้น หรือ กระแสรายวันที่ไม่ติดลบ **************


- บัญชีฝากประจำ (Fixed) **สามารถแนบประกอบได้ (ไม่สามารถใช้เป็นบัญชีหลักในการยื่นได้) ท่านต้องใช้บัญชีออมทรัพย์ (Saving) เป็นหลักในการยื่น
หากใช้บัญชีฝากประจำในการแนบประกอบ ต้องเตรียมดังนี้
- สำเนาสมุดบัญชีฝากประจำ มียอดเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อการรับรอง 1 ท่าน 

**กรณีรับรองการเงินให้คนภายในครอบครัว ต้องเตรียมเอกสารดังนี้
- หนังสือรับรองทางการเงิน (Bank Guarantee) ต้องระบุชื่อเจ้าของบัญชี รับรองค่าใช้จ่ายให้ใคร (ต้องระบุชื่อผู้ถูกรับรองในจดหมายด้วย) จะต้องสะกดชื่อให้ถูกตามพาสปอร์ต 
- กรุณาแนบสูติบัตร, ทะเบียนบ้าน, ทะเบียนสมรส หรือหลักฐาน เพื่อแสดงสถานะ และความสัมพันธ์ว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
กรณีนายจ้างรับรองค่าใช้จ่ายให้ลูกจ้าง
- จดหมายรับรองจากนายจ้างระบุว่าเป็นผู้รับรองค่าใช้จ่าย พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
- หนังสือรับรองเงินฝาก ดังข้อ 11.1 และ 11.2 

 (สถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวันในทุกกรณี ไม่ต้องแนบมา)


Address

53/286 Soi Nawamin 105, Nawamin Road, Nawamin, Bueng Kum, Bangkok 10240

จันทร์ - ศุกร์ : 09.00 - 18.00 น.

Contact Us

Hotline : ทัวร์ต่างประเทศ 081-873-6566
Hotline : ทัวร์ในประเทศ 061-519-6494

Social Network

Facebook : @DoubleEnjoyTravel
Line : @DoubleEnjoy
Instagram : @DoubleEnjoy
Youtube : Double Enjoy Travel

 

Add line DoubleEnjoy