Double Enjoy ภูมิใจเสนอโปรแกรมท่องเที่ยว
ทัวร์ดอยม่อนจอง ... ดินแดน "ม้าเทวดา" แห่งป่าอมก๋อย จ.เชียงใหม่ (3 วัน 2 คืน)
ดอยม่อนจอง กับบรรยากาศสุดอลังกาลงานสร้าง
ที่ธรรมชาติบรรจงสรรค์สร้างแต่งแต้มความมหึมาแห่งขุนดอยสลับซับซ้อน
และทุ่งหญ้าสุดลูกหูลูกตา ยอดดอยยามเย็นเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยงาม
เมื่อแสงสีทองกระทบกับยอดหญ้าทำให้ทุกหย่อมหญ้าเปล่งประกายเป็นสีทองไปทั้งขุนเขา
กุหลาบพันปี ช่วยทำให้ความแข็งแกร่งแห่งชะง่อนผาดูอ่อนโยนขึ้นเชียว
ส่วนบน "หัวสิงห์"....ที่ตั้งเด่นเหมือนกับเค้าเอาหัวค้ำฟ้าไว้ ช่างน่าเกรงขามจริงๆ
ส่วน "หัวสิงห์น้อย" บางคนว่ามันหน้าเหมือน "ลิง" มากกว่า
ระหว่างทางขึ้นดอยสามารถพบเห็นดอกไม้ดินและเห็ดบางชนิดตลอดทางเดิน
ลักษณะการเดินทางเป็นการเดินขึ้นเนินจะลำบากหน่อยตรงข้ามเขาลูกสุดท้ายปีนกันสักครึ่งชั่วโมงก็ถึงยอดดอยแล้ว
จากนั้นก็พบกับขุนเขาและทุ่งหญ้า พร้อมกับอากาศอันสดชื่นหายเหนื่อย ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 3 ชม.
เส้นทางนี้ก็ยังพอมีกล้วยไม้ป่าให้เห็นกันปะปลาย เช่น รองเท้านารีอินทนนท์
ที่อยู่สูงลิบบนเรือนยอด ที่สามารถหลบจากการถกมาขายในเมือง และกล้วยไม้ต่างๆ บนยอดภู
เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมแล้วไปกับเรา
อรุณสวัสดิ์อมก๋อย อำเภอเล็กๆ ที่ขึ้นชื่อเรื่อง "ช้างไถนา" ว่ากันไป หนาวๆ กับกาแฟร๊อนร้อน ก่อนจะตบด้วยข้าวเช้ากันที่นี่ (1)
หาซื้อเสบียงและสิ่งของจำเป็นเพิ่มเติม แล้วขึ้นรถไปส่งยัง "หน่วยฯ มูเซอ" ถอดเสื้อ ถอดผ้า เปลี่ยนเป็นชุดที่เหมาะแก่การเดินป่าหลังจากนุ่งกระโปรงมาจากเมืองกรุง แล้วปีนขึ้น 4x4 นั่งๆ ยืนๆ ห้อยๆ โหนๆ กันไปตลอดทางจนสิ้นสุดที่จุดเดินเท้าก็ประมาณบ่ายโมง
"กองทัพต้องเดินด้วยเท้า" เราก็เหมือนกันต้องกินกันก่อน อาหารกลางวัน (2) ใครจะนอนก่อนก็ได้ ตามไปให้ถูกทางก็แล้วกัน
หลังอาหารเที่ยง ก็เริ่มเดินขึ้นดอยกัน ที่ผ่านๆ มาใช้เวลาช้าสุดก็ไม่เกิน 3 ชม. ในการเดินขึ้นดอย หรือใครจะทำลายสถิติก็ไม่ว่ากัน แต่คงไม่ใช้เวลาเป็นวันมั๊ง
ขึ้นไปชม ไข่แดงตกดิน ที่งดงามบนสันดอยกับสายลมหนาวๆ ขอบอกว่าหนาวจริงๆ ใครจะเอาเครื่องดื่มที่ช่วยขับไล่ความหนาวไปขับไล่กันข้างบนก็ได้บรรยากาศสุดๆ กันเลย หิวแล้วก็กลับมากินข้าวเย็นกัน (3)
ตื่นขึ้นมากับอากาศเย็นยะเยือก บางคนไม่อยากลุก ไม่อยากออกจากเต็นท์ ไม่อยากออกจากถุงนอน พาลไม่อยากทำอะไรทั้งนั้นเลย ก็นอนเฝ้าแค้มป์ไปก็แล้วกัน
เดินขึ้นไปปลุกไข่แดงให้โผล่ขึ้นจากฟ้า และชมทะเลหมอกบนสันดอย กลับมาทำกับข้าวกับปลาทั้งเช้า (4) แล้วก็เตรียมอาหารกลางวันไปกินกันบน "หัวสิงห์" ด้วย กินที่อื่นก็ไม่ได้น๊ะ ต้องกินกันที่นี่ทุกทีไป ก็เวลามันเหมาะกับที่นี่จริงๆ ระหว่างทางก็เก็บบรรยากาศชะง่อนผากันไปเรื่อยๆ ผ่านดง "ดอกกุหลาบพันปี"
หมดแรงข้าวต้ม ก็ต้องเติมพลังกันก่อน (5) หลังอาหาร ลงไป "หัวสิงห์น้อย" เดินลัดเลาะริมผาที่ทอดยาวสุดตา จุดหมายคือยอดเขาที่หัวไม่มีผม ที่ตั้งตระหง่านขวางทางอยู่ข้างหน้า แค่ลูกนี้ก็น่าจะพอกับเวลาแล้ว หรือใครจะไปต่อก็ไปได้ เดินไปเรื่อยๆ กลับกรุงเทพฯ เลยก็ได้ ...ว่ากันไป
เย็นๆ นั่งชมไข่แดงตกฟ้าอีกครั้ง จะนั่งที่เดิมก็ได้หรือจะเปลี่ยนที่นั่งมั่งก็ได้น๊ะ ที่ให้ชมกว้างเป็นร้อยๆ ไร่ ... ว่ากันไป พร้อมกับอุปกรณ์ขับไล่ความหนาวที่เหลือจากเมื่อคืน ของใครหมดห้ามขอ เรื่องนี้ลองถามผู้มีประสบการณ์ดูดิ เหล้าหมดแทบเดินกลับบ้าน ก่อนนอนขาดไม่ได้คือมื้อเย็น (6) แล้วแยกย้าย เต็นท์ใครเต็นท์มัน ... zzzZZZ