วัดถ้ำเขาวง | ต้นไม้ยักษ์ | ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ | หุบป่าตาด | จุดชมวิวบ้านชายเขา | เขาสะแกกรัง | วัดสังกัสรัตนคีรี | ถนนคนเดินตรอกโรงยา | เกาะเทโพ | วัดท่าซุง | วัดขุนอินทประมูล | วัดม่วง | วัดป่าโมกวรวิหาร
จุดนัดพบ :ปั๊ม ปตท. ตรงข้าม ม.หอการค้า ออกเดินทางด้วย รถตู้ปรับอากาศ VIP รุ่นใหม่ มุ่งหน้าสู่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี
ล้อหมุน !! หากมาช้าเกินกว่านี้ ท่านจะตกทริป และไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ได้ทั้งสิ้น
แวะให้ รับประทานอาหารเช้าตามอัธยาศัย ณ ร้านอาหาร
เดินทางถึง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี
นำท่านเดินทางสู่ธรรมสถานถ้ำเขาวง หรือวัดถ้ำเขาวงซึ่งมีรูปทรงแบบเรือนไทยเป็นอาคารอเนกประสงค์มีทุกสิ่งครบถ้วนอยู่ในเรือนไทยหลังนี้ทั้งวิหารกุฏิและโบสถ์สร้างด้วยไม้สักหากมองโดยผิวเผินแล้วจะแยกแทบไม่ออกเลยว่านี่คือวัดถ้าไม่เข้ามาชมด้านใน
นำท่านเดินทางไปชม ต้นไม้ยักษ์ หรือ ต้นเซียง ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าสีเขียวขจีมากกว่าหลายร้อยต้นที่ล้อมรอบต้นไม้ยักษ์นี้ไว้อย่างสวยงามเลยทีเดียว เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่นับว่ามีคุณค่าต่อชุมชน และเป็นการส่งต่อให้คนรุ่นหลังมาสัมผัสถึงความอลังการของต้นไม้นี้กันค่ะ และถือว่าเป็นอันซีน ที่เที่ยวลับของอำเภอบ้านไร่เลยก็ว่าได้!
นำท่านเดินทางไปชม ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ ชมทัศนียภาพและบรรยากาศโดยรอบนั้นกลับสวยงามสมชื่อ ด้วยภาพสายน้ำไหลจากด้านบนลงล่าง มองเผินๆ คล้ายม่านน้ำตกเล็กๆ ท่ามกลางต้นไม้น้อยใหญ่เขียวชะอุ่มสบายตาโดยรอบ เหมาะแก่การมาพักผ่อนหย่อนใจเอาเท้าจุ่มน้ำ สัมผัสลมเย็นสบายชวนให้ผ่อนคลาย ส่วนใครที่เป็นสายถ่ายรูปแน่นอนว่ายิ่งไม่ควรพลาดเลยค่ะ เพราะรับรองว่า ที่นี่จะเป็นอีกหนึ่งโลเคชั่นแห่งใหม่ ที่น่าหาโอกาสมาลั่นชัตเตอร์ ซึมซับความสโลว์ไลฟ์แบบบ้านๆ ไม่น้อยทีเดียว
นำคณะเดินทางไป ลอดอุโมงค์ ย้อนเวลาสู่ยุคดึกดำบรรพ์สมัยก่อนประวัติศาสตร์แห่งเดียวในประเทศไทย ท่านจะได้พบกับความสวยงามแปลกตาที่ธรรมชาติสร้างขึ้น และเราจะได้พบเห็นเจ้ากิ้งกือมังกรสีชมพู ที่ หุบป่าตาด ONE IN UNSEEN THAILAND (ควรเตรียมไฟฉายส่วนตัว)
นำท่านแวะ จุดชมวิวบ้านชายเขา ที่เที่ยวแห่งใหม่อุทัยธานี วิวดีเหมือนได้ไปเมืองนอก ที่เที่ยวแห่งนี้อยู่ห่างจากสถานที่ท่องเที่วยอดฮิตอย่าง หุบป่าตาด แค่ 2 กิโลเมตร ค่ะ ช่วงหน้าหนาวอากาศจะหนาวมาก ชาวบ้านบางคนแถวนี้เรียกที่นี่ว่า จุดชมวิวบ้านชายเขาสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย จุดชมวิวแห่งนี้ได้วิวสุดสวยของภูเขาหินปูนของ เขาปลาร้า หุบป่าตาด และเขาที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เรียงรายกันสวยงาม ตัดสลับกับไร่ข้าวโพด สวนผลไม้ของชาวบ้าน ดูสวยแปลกตา ชาวบ้านแถวนี้เลยทำจุดชมวิวเล็กๆ ไว้บริการนักท่องเที่ยวให้แวะมาเช็คอินกันค่ะ
นำคณะออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เขาสะแกกรังมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นตัวเมืองของจังหวัดอุทัยธานีได้โดยรอบ สามารถนำรถยนต์ขึ้นมาได้โดยไม่ต้องออกแรงมากก็ได้เห็นภาพวิวของเมืองอุทัยฯ ที่สวยงามแล้ว อีกทั้งเป็นที่ตั้งของ วัดสังกัสรัตนคีรีอีกด้วย
จากนั้นนำชม แม่น้ำสะแกกรังชมวิถีชีวิตชาวบ้านริมแม่น้ำสะแกกรัง ที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นโดยการใช้เรือนแพเป็นที่อยู่อาศัย และดำรงชีพอยู่คู่กับสายน้ำแห่งนี้ ซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่บางคนอาจจะต้องแอบอิจฉาในความชิลล์สบายๆ ของคนที่นี่
บริการอาหารเย็น (2) ณ ร้านอาหาร
นำท่านเดินทางไปเที่ยวชม ถนนคนเดินตรอกโรงยา อยู่ใจกลางเมืองอุทัยธานี ซึ่งจะมีจัดกันในวันเสาร์ - อาทิตย์ สืบสานเรื่องราวของ "ซิเกี๋ยกั้ง" ชุมชนค้าขายของชาวจีนมาแต่โบราณ นับเป็นสีสันอันน่ารักที่ปลุกเมืองอุทัยธานีให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง
สมควรแก่เวลานำคณะเดินทางกลับเข้าที่พัก อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย ราตรีสวัสดิ์
ตื่นเช้ารับอรุณ เดินออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
บริการอาหารเช้า (3) ณ ห้องอาหารของที่พัก
นำท่านเดินทางไปยัง เกาะเทโพ คือ แหลมที่ยื่นออกมาคั่นระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำสะแกกรัง ซึ่งหลังจากมีการขุดคลองเชื่อมจึงทำให้แหลมกลายเป็นเกาะ โดยมีสะพานเชื่อมระหว่างตลาดสดเทศบาลและวัดอุโปสถารามซึ่งตั้งอยู่บนเกาะ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นเส้นทางที่นักปั่นมักชอบผ่านเพราะบรรยากาศดี ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ ทั้งไร่ นา และสวนผลไม้ของชาวบ้าน ได้สัมผัสชีวิตของสองฝั่งน้ำสะแกกรัง
นำคณะเดินทางสู่ วัดจันทราราม (วัดท่าซุง) วัดที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในจังหวัดอุทัยธานี
วัดจันทราราม (วัดท่าซุง) เนื่องด้วยมีทั้งมหาวิหารแก้วที่ ยาวกว่า 100 เมตรและปราสาททองอันสวยงาม อีกทั้งยังเคยเป็นที่จำพรรษาของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ หากมาเที่ยวอุทัยธานีแล้วไม่ได้มาวัดนี้ก็เหมือนมาไม่ถึงจังหวัดอุทัยธานีเลยทีเดียว นำคณะเข้าชม วิหารแก้ว 100 เมตร (จำลองเมืองสวรรค์ในเมืองมนุษย์) บูชาสรีระรังคารพระสุธรรมเถระ (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) ด้วยพานเงิน-ทอง กราบพระพุทธชินราช (นั่งรถในเขตเสียค่าบริการท่านละ 5 บาท) กราบพระองค์ปฐม พระสูง 30 ศอก มหาเจดีย์ทองคำที่สวยงามและยิ่งใหญ่
นำท่านเดินทางสู่ จ.อ่างทอง นำท่านเดินทางไปยังวัดสังกระต่าย สถานที่ท่องเที่ยว Unseen แห่งใหม่ในอ่างทอง ตัวโบสถ์เก่าแก่มีต้นโพธิ์ ขนาดใหญ่ขึ้นปกคลุมรอบโบสถ์ 4 ต้น รวมถึงปกคลุมภายในโบสถ์ด้วย โดยภายในโบสถ์มีทั้งหมด 3 ห้อง ภายในห้องแรกมีพระบูชา คือ หลวงพ่อแก่น เมื่อเข้ามาในห้องใหญ่มีพระประธานองค์ใหญ่ 1 องค์ คือ หลวงพ่อวันดี และอีก 2 องค์มีขนาดย่อม ลงมา คือ หลวงพ่อศรี และหลวงพ่อสุข ส่วนห้องสุดท้ายเป็นห้อง ว่างเปล่า ตัวโบสถ์ไม่มีหลังคาแต่ร่มรื่น เนื่องจากอาศัยร่มเงาของต้นโพธิ์ที่ปกคลุมจนเปรียบ เสมือนหลังคาไปแล้ว ส่วนผนังโบสถ์ก็อยู่ในสภาพที่เก่าแก่ ทรุดโทรม แตกหัก แต่คงสภาพอยู่ได้โดยไม่พังทลายลงมา เพราะได้รากต้นโพธิ์ ทั้ง 4 ต้น ที่ขึ้นอยู่ 4 มุม รากได้ชอนไชยึดผนังโบสถ์ไว้ทั้งหลังอย่างแน่นหนา
นำท่านไหว้พระ ณ วัดขุนอินทประมูล
วัดขุนอินทประมูลเป็นวัดที่ประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่แห่งทุ่งโพธิ์ทอง ซึ่งนับเป็นพระนอน หรือพระพุทธไสยาสน์ที่ยาวเป็นอันดับที่สอง รองจากพระนอนที่ยาวที่สุดในประเทศไทย คือ พระนอนที่วัดบางพลีใหญ่กลาง จ. สมุทรปราการ
นำท่านเดินทางไปยัง วัดม่วง เพื่อสักการะขอพรหลวงพ่อใหญ่ หรือ "พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ”
หลวงพ่อใหญ่ หรือ "พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ”พระนามนี้หลวงพ่อเกษมตั้งใจสร้างองค์พระนี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9 คณะลูกศิษย์หลวงพ่อเกษม ได้พร้อมใจรวมพลังช่วยกันสร้างร่วมกับประชาชนผู้มีจิตศรัทธาจนการก่อสร้างองค์พระได้เสร็จสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2550 มีระยะเวลาการก่อสร้างรวมประมาณ 16 ปีนำท่านเดินทางไปยัง วัดป่าโมกวรวิหาร อีกหนึ่งวัดขึ้นชื่อของ จังหวัดอ่างทอง
วัดป่าโมกวรวิหาร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ที่งดงามมากองค์หนึ่งของประเทศไทย สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสุโขทัย มีประวัติความเป็นมาน่าอัศจรรย์ เล่าขานมาว่าได้ลอยน้ำมาจมอยู่หน้าวัดราษฎรบวงสรวงแล้วชักลากขึ้นมาไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำ นอกจากนี้ยังมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับองค์พระพุทธไสยาสน์ว่าเป็นพระพุทธรูปพูดได้โดยมีการจารึก โดยผู้บันทึกก็คือ พระครูปาโมกข์มุนี เจ้าอาวาสวัดป่าโมก พระพุทธไสยาสน์องค์นี้มีความเก่าแก่คู่กันมากับวัด มีขนาดใหญ่โตและงดงามมาก
นำท่านเดินทางกลับ กรุงเทพฯ โดยแวะให้ท่านได้ รับประทานอาหารเย็นตามอัธยาศัย ณ ร้านขายของฝากระหว่างเดินทาง