จุดนัดพบ : Big C Extra ลาดพร้าว ซอย 7 (คลิกดูแผนที่) ออกเดินทางด้วย รถตู้ปรับอากาศ VIP รุ่นใหม่ มุ่งหน้าสู่ จังหวัดจันทบุรี
ล้อหมุน !! หากมาช้าเกินกว่านี้ ท่านจะตกทริป และไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ได้ทั้งสิ้น
แวะให้รับประทานอาหารเช้าตามอัธยาศัย ณ ร้านอาหาร
หลังอาหารนำท่านออกเดินทางต่อไปยัง จังหวัดจันทบุรี นำคณะทัวร์เดินทางไปสักการะ ศาลหลักเมืองจันทบุรี
ศาลหลักเมืองของจังหวัดจันทบุรี สันนิษฐานว่าพระเจ้าตากทรง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2310 เป็นสถานที่ศักดิ์คู่เมืองที่ชาวจังหวัดจันทบุรีให้ความเคารพสักการะและมากราบไหว้บูชาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลกันประจำทุกวัน
นำท่านเดินทางไปยัง อบต.บางชัน
นำท่านลงแพเปียก เพื่อล่องไป ชมเหยี่ยวแดงและดูทะเลแหวก (หาดทรายดำ) โดยระหว่างล่องแพท่านจะได้ชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่และป่าไม้โกงกางตลอดสองฝั่งที่แพล่องไปใช้เวลาประมาณ 40 นาที
เดินทางถึงจุด ชมทะเลแหวก (หาดทรายดำ) ให้คณะทัวร์ลงไปถ่ายรูปชมหาดทรายตามอัธยาศัย
นำท่านเดินทางขึ้นแพล่องกลับโดยระหว่างที่ล่องกลับ ท่านจะได้ชม บ้านเหยี่ยวแดงแห่งลุ่มแม่น้ำเวฬุ เหยี่ยวแดงธรรมชาติมากกว่า 500 ตัว อาศัยอยู่กันอย่างหนาแน่น ซึ่งหาดูได้ยากมากที่เราจะได้เห็นเหยี่ยวแดงเป็นจำนวนมากขนาดนี้
ใกล้ถึงท่าเทียบแพ บริการอาหารเย็น (2) แบบไม่อั้น ซีฟูดส์จัดเต็ม ทั้ง กุ้ง หอย ปลาและปูทะเลตัวใหญ่ๆ สดๆ ไม่อิ่ม ไม่หมด ไม่เลิกเสิร์ฟ
อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย ที่พักระดับมาตรฐาน
เก็บสัมภาระ เช็คเอ้าท์ นำคณะเดินทางสู่ เนินนางพญา (Noen-nangphaya view point)
เดินทางถึง เนินนางพญา (Noen-nangphaya view point) ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ถูกนับว่าสวยที่สุดในภาคตะวันออก บนถนนเฉลิมบูรพาชลทิตที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น Dream destinations จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่าต้องไปเยือนให้ได้สักครั้ง เนินนางพญาตั้งอยู่ระหว่างหาดคุ้งวิมาน และอ่าวคุ้งกระเบน สามารถมองวิวทะเล ชมพระอาทิตย์ตกและชมความงามของถนนโค้งเลียบชายทะเลที่สวยงามอีกด้วย
นำท่านเดินทางสู่ ปากแม่น้ำประแส นำชม เรือรบหลวงประแส อนุสรณ์สถานของเรือมีที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ราชนาวีไทย
เรือหลวงประแส ที่ตั้งตระหง่านอยู่ที่ปากน้ำประแสนี้ เป็นเรือหลวงประแสลำที่ 2 นำเข้ามาแทนเรือหลวงประแสลำที่ 1 ซึ่งเกยตื้นไปในสงครามเกาหลี ตลอดเวลาประจำการ
นำท่านเดินทางสู่ ทุ่งโปรงทอง
ทุ่งโปรงทอง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ บริเวณปากแม่น้ำประแส ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ให้ความรู้สร้างความเข้าใจในเรื่องระบบนิเวศน์ของป่าชายเลน ได้เห็นความสวยงามตามธรรมชาติของป่าโกงกาง ไม้โปรง และไม้ริมชายฝั่ง จุดเด่นของบริเวณนี้คือ ต้นโปรง ที่ขึ้นหนาแน่นอยู่เต็มพื้นที่ สะท้อนสีเขียวอ่อนตา จนเรียกว่าเป็นทุ่งโปรงทอง สัมผัสพลังโอโซน พลังสร้างชีวิต 3 เวลา 3 อารมณ์
บริการอาหารกลางวัน (4) ณ ร้านอาหาร
นำท่านเดินไปยัง สวนสุภัทราแลนด์ นั่งรถรางชมสวน อิ่มอร่อยกับบุพเฟ่ต์ผลไม้ตามฤดูกาล
สวนสุภัทราแลนด์ ตั้งอยู่ภายใต้บรรยากาศที่ร่มรื่น ผสมผสานกับการจัดสวนได้อย่างสอดคล้องลงตัว และรถรางแต่ละคันจะมีวิทยากรแนะนำให้ความรู้ และข้อมูลเกี่ยวกับสวน ส่วนฤดูกาลผลไม้จะอยู่ในช่วงเดือนเมษายน - เดือนมิถุนายน ซึ่งจะเป็นช่วงที่มีผลไม้ออกมาพร้อมกันมากที่สุด ฉะนั้นนักท่องเที่ยวมักจะนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวกันในช่วงนี้แต่ทางสวน จะเปิดบริการให้เที่ยวสวนตลอดทั้งปี เพราะมีผลไม้หมุนเวียนกันให้ผลผลิตในช่วงต่างๆกัน ซึ่งทางสวนจะจัดให้รับประทานผลไม้แบบบุฟเฟ่ต์ไว้ด้วยกัน 3 จุดคือ
จุดที่แรกเป็นจุดของสวนเงาะ โดยมีเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชม สวนและเก็บเงาะ ทานกับ ต้นได้บริเวณนี้ จากอุปกรณ์ที่ทางสวนจัดให้ หรือจะหยิบทานในส่วนที่สวนจัดเตรียมไว้ให้ก็ได้ ตามแต่สะดวก ซึ่งจุดนี้จะเปิดบริการเฉพาะเดือนเมษายน – เดือนมิถุนายนเท่านั้น เพราะเป็นช่วงที่เงาะยังให้ผลผลิตอยู่
จุดที่สองซุ้มกระท้อนเป็นซุ้มผลไม้รวม มีตั้งแต่ ทุเรียน มังคุด สละ แก้วมังกร ส้มโอ มะม่วง ลำไย ลองกอง มะเฟืองหวาน ชมพู่ สับปะรด เป็นต้น ซึ่งผลไม้ทั้งหมดนี้จะหมุนเวียนให้ผลผลิตตาม ฤดูกาลและจะมีพนักงานบริการปอกผลไม้ให้ทานทุกชนิด นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาอยู่ในสวนได้นานเท่าไรก็ได้ตามความต้องการ ของนักท่องเที่ยว โดยทางสวนไม่ได้จำกัดเวลาในการชม
จุดสุดท้ายศาลาองุ่น จะมีองุ่นสดๆให้ชิมพร้อมเสิร์ฟด้วยเมนูยอดนิยมของ ชาวไทยหรือแม้แต่ชาวต่างชาติเองก็ติดใจในรสชาติ นั่นก็คือส้มตำ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสั่งทานในรสชาติที่ตนโปรดปรานได้ เสิร์ฟพร้อมผัก สลัดสดๆปลอดสารพิษและน้ำสลัดสูตรพิเศษของทางสวนเองและองุ่นไร้เมล็ดที่มีให้ทานตลอดทั้งปีหลังจากที่ทานผลไม้เป็นที่พอใจนอกจากนี้ยังมีการสาธิตวิธีการเลี้ยงผึ้ง และวิธีการพิสูจน์ว่าน้ำผึ้งแท้ดูกันยังไงเผื่อหลายๆ ท่านอยากจะไปซื้อน้ำผึ้งตามตลาดมาทานจะได้รู้ว่าน้ำผึ้งนั้นของแท้หรือเปล่า
นำท่านเดินทางกลับ กรุงเทพฯ
เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ