วันที่ 1 กรุงเทพฯ - อุตรดิตถ์
22.00 น.
ล้อหมุน !! หากมาช้าเกินกว่านี้ ท่านจะตกทริป และไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ได้ทั้งสิ้น
วันที่ 2 อุตรดิตถ์ - อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก - ลับแล - น้ำตกแม่พูล - อ.บ้านโคก
05.00 น.
เดินทางถึง จังหวัดอุตรดิตถ์ แวะให้ท่านทำภาระกิจส่วนตัวตามอัธยาศัย
07.00 น.
อิสระรับประทานอาหารเช้า ณ ตลาดเช้าในตัวเมืองอุตรดิตถ์
จากนั้นนำท่านเดินทางไปกราบสักการะ อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก ซึ่งประดิษฐานอยู่หน้าศาลากลาง จังหวัดอุตรดิตถ์
อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก ตามประวัติ พระยาพิชัยหรือทองดี เกิดในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยามีความสามารถในชั้นเชิงทั้งมวยและดาบต่อมาได้เข้ารับราชการกับเจ้าเมืองตาก (สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี) คอยปราบข้าศึกที่มารุกราน (ประวัติโดยย่อเท่านั้น) และได้ต่อสู้กับกองทัพพม่าที่ยกเข้ามาตีเมืองพิชัยจนกระทั่งดาบซึ่งใช้ในการรบหัก (พ.ศ.2316) แต่ก็สามารถป้องกันเมืองเอาไว้ได้ (จึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาพิชัยปกครองเมืองพิชัยที่เป็นบ้านเกิด) หลังจากนั้นชาวบ้านจึงได้สดุดีวีรกรรมของท่าน และสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นเพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญองอาจรักชาติ และความเสียสละนอกจากนี้ในบริเวณใกล้เคียงอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหักระยะห่างประมาณ 1-200 เมตรยังมี พิพิธภัณฑ์อีกสองแห่งที่น่าสนใจคือ พิพิธภัณฑ์พระยาพิชัยดาบหักพิพิธภัณฑ์ดาบเหล็กน้ำพี้ (ใหญ่ที่สุดในโลก)
จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง อำเภอลับแล นำชม พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเมืองลับแล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์
พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล เป็นสถานที่รวบรวมเรื่องราวประวัติของเมืองวิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมการใช้ชีวิตของผู้คนในเมืองลับแลโดยจำลองผ่านเรือนในแต่ละหลังอาทิสะพานไม้เข้าหมู่บ้านจัดแสดงเครื่องปั่นฝ้ายกี่ทอผ้าขนาดใหญ่บ่งบอกถึง วิถีการทอผ้าของสาวเมืองลับแลและในปัจจุบันอำเภอลับแลยังเป็นแหล่งผลิตสินค้าหัตถกรรมเช่นผ้าตีนจกไม้กวาดติดอันดับของประเทศเครื่องสีข้าวโบราณ และยุ้งฉางแสดงให้เห็นอาชีพเกษตรกรรมของชุมชนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเรือนการทำอาหารชาวลับแลหรือคนไทยภาคเหนือส่วนใหญ่นิยมทำอาหารบนเรือนและอาหารที่ขึ้นชื่อของเมืองลับแลคือหมี่
จากนั้นนำท่านเดินทางไปชม น้ำตกแม่พูล เป็นน้ำตกที่เกิดจากการตกแต่งธารน้ำ โดยการเทปูนให้น้ำไหล ลดหลั่นจากบนเขาสูงลงมา ดูคล้ายน้ำตกธรรมชาติ สูงหลายชั้น สภาพโดยรอบนั้นมีความร่มรื่นเต็มไปด้วยป่าไม้หลากหลายสายพันธุ์ มีธรรมชาติแวดล้อมที่สวยงาม มีศาลานั่งพักผ่อนและร้านอาหารที่สามารถนั่งมองเห็นทิวทัศน์ของน้ำตกแม่พูลได้อย่างชัดเจน และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้กับตัวเมืองอุตรดิตถ์ที่มีถนนเข้าถึงสะดวกสบาย
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน (1) ณ ร้านอาหาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อำเภอบ้านโคก
นำท่านเช็คอินเข้าสู่ที่พัก
เย็น
บริการอาหารเย็น (2) ณ ครัวบ้านเพลง
หลังอาหาร นำท่านเดินทางกลับที่พัก อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่ 3 ภูสะนาว - ภูแลลาว - อุทยานแห่งชาติสักใหญ่ - เขื่อนสิริกิติ์ - At 9 time Lake Camp
05.00 น.
ตื่นเช้า ทำภารกิจส่วนตัวเรียบร้อย นำท่านเดินทางสู่ ภูสะนาว แหล่งรับทะเลหมอก แห่งใหม่ของอำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ภูสะนาวความหมายหมายถึงสันเขาที่เชื่อมต่อกันจากเขาต่อเขา
จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง ภูแลลาว จุดชมวิวทะเลหมอกสวย ๆ ที่มีบรรยากาศและวิวทิวทัศน์น่าประทับใจ ทั้งยังสามารถมองเห็นวิวสวย ๆ ของภูเขาน้อยใหญ่ที่อยู่ทางฝั่งไทย ไล่ไปจนถึงวิวภูเขาสูงใหญ่ทางฝั่งเมืองไชยบุรี ประเทศลาว เลยทีเดียว
09.00 น.
นำท่านเดินทางกลับที่พัก
รับประทานอาหารเช้า (3) พร้อมเก็บสัมภาระ เช็คเอ้าท์ออกจากที่พัก
นำท่านเดินทางไปยัง
อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ เป็นอุทยานแห่งผืนป่าเบญจพรรณที่มีเนื้อที่ 22,000 ไร่ ไฮไลท์ คือ ต้นสักใหญ่ที่สุดในโลก มีอายุประมาณ 1,000 ปี ซึ่งค้นพบเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2470 สักใหญ่ต้นนี้ ลำต้นโต ขนาด 8 คนโอบ วัดโดยรอบได้ 948เซนติเมตร และความสูง 38.5 เมตร เนื่องจากส่วนยอดถูกลมพายุพัดหักแต่ลำต้นทั่วไปยังคงอยู่ในสภาพที่ดี
จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง
เขื่อนสิริกิติ์ หรือที่เรียกกันในชื่อท้องถิ่นว่า
เขื่อนท่าปลา จัดเป็นเขื่อนดินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ในอำเภอท่าปลาจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งกั้นแม่น้ำน่านที่ไหลลงมาจากอำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เดิมอยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายหลังได้ติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานได้มอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเป็นผู้รับผิดชอบดูแลต่อไป พื้นที่เหนือเขื่อนเป็นแอ่งเก็บน้ำขนาดใหญ่และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์ ภายในพื้นที่ของเขื่อนกว้างขวางและมีจุดท่องเที่ยวมากมายให้ได้พักผ่อนเพลิดเพลินกับบรรยากาศธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ สวนสุมาลัย สะพานเฉลิมพระเกียรติ บรมราชินีนาถ และวังมัจฉา เป็นต้น
บ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน (4) ณ ร้านระเบียงน่าน
หลังอาหารนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก At 9 time Lake Camp
หลังเช็คอิน และเก็บสัมภาระ อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย หรือเลือกสนุกสนานกับกิจกรรมภายในที่พัก เช่น พายเรือคายัก พายซับบอร์ด เป็นต้น
เย็น
รับประทานอาหารเย็น (5) อิ่มอร่อยกับเมนูปิ้งย่าง ท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำน่าน พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทาง สมควรแก่เวลาเชิยทุกท่านพักผ่อน ราตรีสวัสดิ์
วันที่ 4 บ่อเหล็กน้ำพี้ - วัดพลอยสังวรนิรันดร์ - กรุงเทพฯ
เช้า
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า ท่ามกลางอากาศเย็น และไอหมอกบนสายน้ำน่าน จิบเครื่องดื่มอุ่น ๆ พร้อม รับประทานอาหารเช้า (6) ท่ามกลางบรรยากาศริมน้ำน่าน
09.00 น.
เก็บสัมภาระ เช็คเอ้าท์ พร้อมออกเดินทาง
นำท่านเที่ยวชม บ่อเหล็กน้ำพี้ ซึ่งเป็นโบราณสถาน ซึ่งมีความสำคัญ เนื่องจากเป็นแหล่งเหล็กกล้า ที่นำมาทำพระแสงดาบตั้งแต่สมัยโบราณ เดิมมีอยู่ด้วยกันหลายบ่อ มีบ่อหนึ่งเรียกว่า “บ่อพระแสง” ห้ามมิให้ผู้ใดขุดเหล็กจากบ่อนี้ โดยสงวนไว้ใช้ทำพระแสงดาบ สำหรับพระมหากษัตริย์เท่านั้น และ “บ่อพระขรรค์” เป็นบ่อที่ในสมัยโบราณมีช่างทำพระขรรค์ถวายพระมหากษัตริย์ ได้นำ แร่เหล็กน้ำพี้จากบ่อพระขรรค์ไปถลุงทำพระขรรค์
จากนั้นนำชม พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านบ่อเหล็กน้ำพี้ จะมีพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นเพื่อการจำลองเรื่องราว รวบรวมหลักฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับประวัติเหล็กน้ำพี้ โดยจัดแสดงและจำลองให้เห็นถึงกระบวนการ ขั้นตอนการตีเหล็กน้ำพี้ ตั้งแต่การขุดแร่เหล็กน้ำพี้จนตีเป็น ดาบที่มีความแกร่งและความคมเป็นเลิศ ดาบน้ำพี้จึงเป็นอาวุธคู่กายของขุนศึกและนักรบไทยในสมัยโบราณตลอดมา
11.00 น.
นำท่านเดินทางยัง "วัดพลอยสังวรณ์นิรันดร์" เป็นวัดที่มีภูมิทัศน์ที่งดงาม นำท่านไปไหว้ขอพรพระพุทธรูปปรางค์นาคปรก ซึ่งมีพระนามว่า "พระสาระสุทธีมุณีนาถ" ขนาดหน้าตักกว้าง 10 เมตร สูง 19 เมตร และพญานาคคาบแก้วพันอยู่รอบองค์พระ มีทั้งพญานาคสีขาว สีทอง สีเขียว เพื่อให้สมหวังดังปรารถนา มีกินมีใช้ไม่ขาดสาย ดั่งตำนานที่กล่าวไว้ว่าพญานาคราช เจ้าแห่งทรัพย์สมบัติ ซึ่งมีอิทธิฤทธิ์เรียกทรัพย์สินเงินทอง ให้แก่ลูกหลานบริวารที่กราบไหว้บูชา
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จังหวัดพิษณุโลก
บ่าย
เดินทางถึง
จังหวัดพิษณุโลก รับประทานอาหารกลางวัน (7) ณ ร้านอาหาร
หลังอาหารนำท่านเดินทางกลับ
กรุงเทพฯ แวะให้ท่านซื้อของฝาก และ
รับประทานอาหารเย็น ตามอัธยาศัย ระหว่างการเดินทาง
20.00 น.
เดินทางกลับถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ