สักการะ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย
สักการะ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี พระนอนที่มีดวงตาสวยที่สุดของประเทศพม่า
ไหว้ขอพร เทพทันใจ และ เทพกระซิบ
สักการะ เจดีย์เอ็งต่อหยา เจดีย์เก่าแก่อายุราว 170 ปี
ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง ณ ตลาดสก๊อตมาร์เก็ต
เดินทางถึง สนามบินมิงกาลาดง กรุงย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)
นำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี (พระนอนตาหวาน) ซึ่งเป็นพระนอนที่มีความสวยงามที่สุดและดวงตาสวยที่สุดของประเทศพม่า ที่บริเวณพระบาทมีภาพวาดรูปสรรพสิ่ง อันล้วนเป็นมิ่งมงคลสูงสุด ประกอบด้วยลายลักษณธรรมจักรข้างละองค์ในบริเวณใจกลางฝ่าพระบาท และล้อมด้วยรูปอัฎจุตรสตกมงคล 108 ประการ พระบาทมีลักษณะซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดงาทัตจี (Nga Htat Gyi Pagoda) ซึ่งมีพระพุธรูปองค์ใหญ่ คือหลวงพ่องาทัตจี แปลว่า หลวงพ่อที่สูงเท่าตึก 5 ชั้น เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่แกะสลักจากหินอ่อน ทรงเครื่องแบบกษัตริย์ เครื่องทรงเป็นโลหะ ส่วนเครื่องประกอบด้านหลังจะเป็นไม้สักแกะสลักทั้งหมด และสลักป็นลวดลายต่างๆ จำลองแบบมาจากพระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยยะตะนะโบง (สมัยมัณฑเลย์)
ท่านนมัสการ เจดีย์โบตะทาวน์ (Botathaung Pagoda) ซึ่งโบตะทาวน์ แปลว่า เจดีย์นายทหาร 1000 นาย ได้สร้างเจดีย์โบตะทาวน์นี้และทรงนำพระเกศธาตุ ไว้ 1 เส้น ก่อนที่จะนำไปบรรจุที่เจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ เมื่อเดินเข้าไปในเจดีย์สามารถมองเห็นพระเกศาธาตุได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าชมภายในบริเวณรอบๆเจดีย์ คือ พระพุธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวามือ เป็นพระพุธรูปปางมารวิชัยที่มีลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้งเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลป์กัตตาในอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายพันธมิตรที่ถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบิร์ต และด้านซ้ายมือจะเป็นรูปปั้น นัตโบโบยี (Nut Bo Bo Gyi) หรือ เทพทันใจ ซึ่งชาวพม่ารวมถึงชาวไทยนิยมไปกราบไหว้บูชา ด้วยที่เชื่อว่าเมื่ออธิษฐานสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ
วิธีการสักการะเทพทันใจ นำดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย หรือผลไม้อื่นๆมาสักการะเทพทันใจ ซึ่งท่านจะชอบมาก (บริเวณวัดจะมีขาย) จากนั้นก็ให้ท่านนำเงินเงินบาท (แบงค์ 20, 50, 100 บาท) ไปใส่มือของเทพทันใจ 2 ใบ ไหว้ขอพรแล้วดึกกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บไว้จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของเทพทันใจ ท่านก็จะสมตามความปราถนาที่ขอไว้
นำท่านขอพร เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะ ตามตำนานเล่าว่า เป็นธิดาของพญานาค ที่ศรัทธาในพุทธศาสนา จนสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัตที่ชาวพม่าเคารพกราบไหว้กัน โดยท่านสามารถกระซิบที่ข้างหูเบาๆ ห้ามให้คนอื่นได้ยิน และนำน้ำนมไปจ่อไว้ที่ปาก บูชาด้วยข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้
นำท่านเข้าสู่ วัดเจตุน Kyay Thon Pagoda นมัสการ พระเจตุนพญาจี พระพุททรูปสำริดที่เก่าแก่ของพม่าอารูปราวร้อยกว่าปี ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของชาวเมียนมาร์อีกแห่งหนึ่ง
นำท่านสักการะ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) พระมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองพม่า เป็นเจดีย์ทองคำที่งดงาม ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเมืองย่างกุ้ง มีความสูง 109 เมตร ประดับด้วยเพชร 544 เม็ด ทับทิม นิล และบุษราคัมอีก 2,317 เม็ด มหาเจดีย์ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่น้ำหนักถึง 1,100 กิโลกรัม โดยช่างชาวพม่า จะใช้ทองคำแท้ตีเป็นแผ่นปิดองค์เจดีย์ไว้รอบ ว่ากันว่าทองคำที่ใช้ในการก่อสร้างและซ่อมแซมพระมหาเจดีย์แห่งนี้มากมายมหาศาลกว่าทองคำที่เก็บอยู่ในธนาคารชาติอังกฤษเสียอีก รอบๆฐานพระมหาเจดีย์รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กๆ นับร้อยองค์ มีซุ้มประตูสี่ด้าน ยอดฉัตรองค์พระมหาเจดีย์ประกอบด้วยเพชรและพลอยมากมาย
ภายในองค์พระมหาเจดีย์ได้บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุธเจ้าจำนวน 8 เส้น เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย และยังเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า ซึ่งมีทั้งผู้คนชาวพม่า และชาวต่างชาติพากันสักการะทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไม่ขาดสาย ณ ที่แห่งนี้มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นความงามของวิหารทิศที่ทำเป็นศาลาโถงครอบด้วยหลังคาทรงปราสาทซ้อนเป็นชั้นๆ ที่เรียกว่า พยาธาตุ รายรอบองค์พระเจดีย์ ภายในประดิษฐานพระประธานสำหรับให้ประชาชนมากราบไหว้บูชา
| วันเกิด | อาทิตย์ | จันทร์ | อังคาร | พุธ | พุธกลางคืน | พฤหัสบดี | ศุกร์ | เสาร์ |
| สัตว์สัญลักษณ์ | ครุฑ | เสือ | สิงห์ | ช้างมีงา | ช้างไม่มีงา | หนูหางยาว | หนูหางสั้น | พญานาค |
คำสวดบูชาพระมหาเจดีย์ชเวดากอง
เป็นพระธาตุประจำคนเกิดปีมะเมีย (ม้า) มีคำสวดบูชาดังนี้
ชมพูทีเป วะระฐาเน สิงคุตตะเร มะโนรัมเม สัตตะระตะนัง ปะฐะมัง กะกุสันธัง สุวัณณะทัณฑัง ธาตุโย ฐัสสะติ ทุติยัง
โกนาคะมะนัง ธัมมะกะระณัง ธาตุโย ฐัสสะติ ตะติยัง กัสสะปัง พุทธะจีวะรัง ธาตุโย ฐัสสะติ จะตุตถัง โคตะมะ
อัฎฐะเกศะ ธาตุโย ฐัสสะติ ปัญจะมัง อะริยะเมตตเตยโย อะนาคะโต อุตตะมัง ธาตุโย อะหัง วันทามิทูระโตฯ
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่าน สักการะเจดีย์เอ็งต่อหยา (Eain taw Yar pagoda) เจดีย์เก่าแก่อายูราว 170 ปี บริเวณรอบองค์เจดีย์มีเหลาบรรดาองค์เทพให้ท่านได้สัการะขอพร ท่านสามารถขอพรได้รอบองค์เจดีย์ และเจดีย์เอ็งต่อหยาสามารถขอพรเรื่องที่ทาง ที่อยู่อาศัย สำหรับผู้มีจิตศรัทธาสามารถขอกับองค์เจดีย์แหงนี้ได้ นับเป็นเจดีย์ที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งของเมียนมาร์
นำท่านเข้าสู่ เจดีย์ไจ๊กะส่าน (Kyaikkasan Pagoda) เจดีย์เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของเมืองย่างกุ้ง เจดีย์องค์นี้สร้างมาแล้ว 2 พันกว่าปี โดยกษัตริย์ชาวอินเดีย ซึ้งเป็นกษัตริย์ในยุคเดียวกับพระเจ้าอโศกมหาร ภายในองค์พระเจดย์บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้าและพระธาตุส่วนอื่นๆ 32 องค์ ตามตำนาน ในสมัยที่เมืองย่างกุ้ง ได้กลายเป็นเมืองร้าง มียักษ์สองพี่น้อง ชื่อ “นองดอ องค์พี่ และ “นยีดอ”องค์น้อง ทำหน้าที่คุ้มคลองรักษาองค์พระเกศาธาตุและพระธาตุที่บรรจุไว้ ณ เจดีย์ไจ๊กะส่านแห่งนี้ไว้จนถึงปัจจุบัน และเจดีย์ไจ๊กะส่านแห่งนี้ยังมี องค์เทพทันใจไจ๊กะสาสนที่สามารถขอพรท่านได้ เทพทันใจที่นี่ลักษณะใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ดูใจดี จึงเป็นอีก1สถานที่ ที่ผู้มีจิตรศรัทธาชาวเมียร์มาร์นิยมมาขอพรมากอีกแห่งหนึ่ง
จากนั้นนำท่านเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่ ตลาดสก๊อตมาร์เก็ต (Bogyoke Aung San Market) ซึ่งสร้างเมื่อครั้งพม่ายังคงเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ ให้ท่านได้เลือกชมและเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกพื้นเมืองมากมายในราคาถูก เช่น ไม้แกะสลัก พระพุทธรูปไม้หอมแกะสลัก แป้งทานาคา ผ้าปักพื้นเมือง เครื่องเงิน ไข่มุก และหยกพม่า (ตลาดสก๊อตปิดทุกวันจันทร์และวันหยุดสงกรานต์)
จากนั้นนำท่านเข้าชม วัดแม๊ะละมุ (Mae lamu Pagoda) เป็นพระนามของพระมารดาของพระเจ้าโอคาลาปะ (Okkalapa) กษัตริย์ผู้สร้างพระมหาเจดีย์ชเวดากอง ภายในบริเวณวัดแม๊ะละมุแห่งนี้มีพระพุทธรูปหลากหลายปางมีอายูหลายสิบปีให้ท่านได้บูชาสักการะ และมีการจำลองพุทธประวัติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านสามารถร่วมบุญถวายแผ่นกระเบื้องได้ที่วัดแห่งนี้ ตามความเชื่อ การร่วมบุญถวายกระเบื่อง ผลบุญกุศลจะช่วยเสริมดวงตำแหน่งหน้าที่การงานและการสร้างหลักปักฐาน
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบินมิงกาลาดง เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ