วันที่ 1 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ - มิลาน (อิตาลี)
07.00 น.
พร้อมคณะที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์ T สายการบิน เอมิเรสต์ แอร์ไลน์ เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน
09.55 น.
ออกเดินทางสู่ มิลาน ประเทศอิตาลี โดยเที่ยวบินที่ EK 375 / EK 091 แวะเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ
20.30 น.
ถึงสนามบินมาเพลซ่า นครมิลาน ประเทศอิตาลี หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรแล้วนำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก
Dolce by Wyndham Milan Malpensa **** หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
วันที่ 2 มิลาน – ดูโอโม่ – เวอโรน่า - ปาดัว
เช้า
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม Buffet
เดินทางเข้าสู่จุดศูนย์กลางอันศักดิ์สิทธิ์คือ ดูโอโม (DUOMO) มหาวิหารแบบกอธิคที่ใหญ่เป็นอันดับสามในยุโรป สร้างในปี 1386 ด้านนอก มีหลังคายอดเรียวแหลมจำนวน 135 ยอด และมีรูปปั้นหินอ่อนจากทุกยุคทุกสมัยกว่า 2,245 ชิ้น บนสุดมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตรของพระแม่มาดอนน่าเป็นสง่าอยู่ อิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก แล้วผ่านชมแกลลอเรีย วิคเตอร์ เอ็มมานูเอ็ล อาคารกระจกที่เก่าแก่และมีความสวยงาม
หลังจากนั้นนำท่านชม โรงละครโอเปร่า ลาสกาล่า ชมรูปปั้นของ ลีโอนาโด ดาวินชี จิตรกรเอกที่โด่งดัง
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
เดินทางสู่เมืองเวอโรน่า เมืองต้นกำเนิดของนิยายรักอมตะโรมิโอและจูเลียต ที่เล่าขานกันมากว่า 700 ปีโดยท่านเชคเปียร์ นำชมบ้านเลขที่ 23 ของจูเลียต คาปูเลต์ กับภาพของระเบียงแห่งเรื่องราวโรแมนติก ที่จูเลียตเฝ้ารอคอยพบโรมิโอทุกค่ำคืน ผ่านชม Arena หรือ Amphitheatre โรงละครกลางแจ้งที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก
เดินทางสู่จังหวัดปาดัว หรือ ปาโดวา แคว้นเวเนโต เป็นแคว้นที่มีความมั่งคั่ง และเป็นแหล่งอุตสาหกรรมมากที่สุดในประเทศอิตาลี และยังเป็นแคว้นหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวมามากที่สุดแห่งหนึ่งอีกด้วย มีนักท่องเที่ยวมาเยือนไม่ต่ำกว่า 60 ล้านคนในทุกๆ ปี
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก
Four Point by Sheraton Hotel Padova**** หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
วันที่ 3 เที่ยวเกาะเวนิสอันแสนโรแมนติก – ล่องเรือกอนโดล่า – เดินทางสู่เมืองฟลอเร้นซ์
เช้า
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม Buffet
นำท่านลงเรือทัศนาจรข้ามสู่เกาะเวนิส (เมืองที่ไม่มีรถยนต์วิ่งผ่าน) เกาะเวนิส มีเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่ง ขึ้นฝั่งที่ซานมาร์โค ศูนย์กลางของเกาะ เวนิส
ผ่านชม Doge Palace อันเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีตและมีความรุ่งเรือง เมื่อครั้งทำการค้ากับตะวันออกไกล สะพานถอนหายใจที่มีเรื่องราวน่าสนใจในอดีต การเป่าแก้วมูราโน่งานฝีมือตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษที่มีชื่อเสียง แล้วไปชมความสวยงามของจตุรัสซานมาร์โค ที่กว้างขวางรายล้อมไปด้วยศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบไบเซนไทน์ที่แม้แต่นโปเลียนยังหลงใหล รายล้อมไปด้วยโบสถ์นักบุญเซนต์มาร์ค, หอระฆัง, เสาแห่งนักบุญ ทำให้ดูงามสง่ายิ่งนัก
อิสระให้ท่านได้เดินเที่ยวชมเกาะอันแสนโรแมนติก หรือช้อปปิ้งสินค้าของเมืองอาทิเช่น ผ้าลูกไม้ หรือจิบกาแฟในร้าน Café Florian ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1720
นำท่านเที่ยวชมลำคลองน้อยใหญ่ สลับด้วยบ้านเรือนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยการล่องเรือกอนโดล่าเพื่อชมมนต์เสน่ห์แห่งนครเวนิสสู่แกรนด์คาแนล คลองที่กว้างที่สุดของเกาะ และงานก่อสร้างที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นอัจฉริยะด้านสถาปัตยกรรมที่สะพานเรียลอัลโต้
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
นำท่านเดินทางสู่ นครฟลอเร้นซ์ เมืองต้นกำเนิดของศิลปะในยุคเรอเนสซองส์ และมีเสน่ห์มากที่สุดในแคว้นทัสคานี
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก
Starhotels Vespucci **** หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
วันที่ 4 เที่ยวหอเอนปิซ่า – นครฟลอเร้นซ์ – จตุรัสซินญอเรีย
เช้า
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม Buffet
ออกเดินทางสู่เมืองปิซ่า อันเป็นที่ตั้งของหอเอนปิซ่า เป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลก
นำเข้าสู่จตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี (Campo dei Miracoli) แปลว่า "จตุรัสอัศจรรย์" หรือที่ได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกในชื่อ จตุรัสดูโอโมแห่งปิซ่า คือบริเวณที่ล้อมรอบด้วยกำแพง ใจกลางเมืองปิซ่า ประกอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างได้แก่ มหาวิหารปิซ่า (Duomo) หอเอน (Torre) หอศีลจุ่ม (Baptistery) เริ่มสร้างปีค.ศ.1173 ค.ศ. แล้วเสร็จในปี 1372 ปัจจุบันยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมในปีค.ศ. 1987 อิสระให้ท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
นำคณะเข้าสู่เมืองเก่าของนครฟลอเร้นซ์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งศิลปะในยุคเรอเนสซองส์ และเป็นเมืองที่ไม่อนุญาตให้รถโค้ชเข้าไปในเขตเมือง มีมหาวิหารซานตามาเรียเดลฟิโอเร หรือ Duomo แห่งนครฟลอเร้นซ์เป็นศูนย์กลาง ใกล้กันเป็นจตุรัสซินญอเรีย เดิมเป็นที่ตั้งรูปปั้นเดวิดของแท้มานานกว่า 3 ศตวรรษ ในปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ในแกลลอเรียอะเคเดมี ผ่านชมพิพิธภัณฑ์อุฟฟิซีที่เก็บงานศิลปะล้ำค่าในยุคกลางใกล้ชมสะพานอันเก่าแก่เวคคิโอ สะพานแห่งแรกที่ข้ามแม่น้ำอาร์โนจากนั้นรถโค้ชนำท่านชมวิวทิวทัศน์ของเมืองแบบพาโนรามา ณ จัตุรัส ไมเคิลแองเจโล
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก
Starhotels Vespucci **** หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
วันที่ 5 ฟลอเร้นซ์ - น้ำพุทิโวลี - นาโปลี
เช้า
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม Buffet
ออกเดินทางสู่เมืองแห่งน้ำพุ ที่เรียกกันว่า ทิโวลี เป็นเมืองที่อยู่บนเนินเขาไม่ไกลจาก กรุงโรมมากนัก เป็นเมืองตากอากาศของผู้มั่งคั่งชาวโรมัน มีสถานที่ที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนไว้เป็นมรดกโลกและควรค่าแก่การเยี่ยมชมคือ The Villa d'Este
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
นำท่านเข้าชม The Villa d'Este ทั้งวังและสวนออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน ตกแต่งอย่างหรูหรา สมกับวลีเด็ดที่ว่า “หากท่านไม่ให้ข้าสร้างวังในกรุงโรม ข้าก็จะสร้างกรุงโรมในวังของข้า” สวนที่งดงามที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน จนได้รับคำกล่าวถึง “น้ำพุร้อยสาย” เสียงน้ำพุที่พุ่งออกมาอย่างสม่ำเสมอ ให้เสียงคล้ายเสียงดนตรี
เดินทางสู่เมืองนาโปลี หรือ เมืองเนเปิ้ล ซึ่งเป็นเมืองใหญ่และเป็นเมืองท่าเรือที่สำคัญทางตอนใต้ อีกทั้งยังเป็นเมืองท่าของเรือสำราญท่องเที่ยวในเขตเมดิเตอร์เรเนียนที่สำคัญ
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก
Holiday Inn Nola – Naples **** หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
วันที่ 6 นาโปลี - พิพิธภัณฑ์ปอมเปอี – นั่งเรือสู่เกาะคาปรี - พักบนเกาะคาปรี
เช้า
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม Buffet
นำท่านสู่ เมืองปอมเปอี เข้าชมเขตเมืองเก่าที่ได้รับการจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองปอมเปอี (POMPEI) เมืองที่ถูกทับถมจมอยู่ใต้ดินกว่า 1,500 ปี เนื่องจากการระเบิดของภูเขาไฟวิชูเวียส ชมสภาพของเมืองที่ขุดค้นขึ้นมา ด้วยความมหัศจรรย์ของปอมเปอี ทำให้เมืองแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี 1997 นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของประเทศอิตาลี ที่มีผู้มาเยือนมากกว่า 2 ล้านคนต่อปี
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
เดินทางสู่ท่าเรือเมืองนาโปลี เพื่อลงเรือสู่ เกาะคาปรี เกาะเล็กๆที่มีธรรมชาติที่สวยงามเป็นสถานที่ตากอากาศของบุคคลสำคัญมาช้านานซึ่งรายได้หลักของเกาะนี้มาจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
นำท่านขึ้นสู่ชุมชนคาปรีอันเก่าแก่ตั้งรกรากมาแต่บรรพบุรุษจนกลายเป็นศูนย์กลางของเกาะ ที่มีชื่อเสียงในเรื่องการท่องเที่ยวและตากอากาศ ร้านรวงเปิดให้บริการนักช้อปปิ้งได้เลือกสรร
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก
Hotel Regina Cristina ****หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
วันที่ 7 เกาะคาปรี - ถ้ำบลูกร็อตโต้ - นาโปลี - กรุงโรม
เช้า
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม Buffet
นำคณะเปลี่ยนลงเรือเล็กไปชมถ้ำบลูกร็อตโต้ ที่มีความงดงามอย่างมากและมีอยู่เพียงไม่กี่แห่งในโลก ถ้ำน้ำลอดที่มีการกระทบของแสงกับน้ำทะเลสีคราม ทำให้ภายในบริเวณถ้ำประกายไปด้วยแสงสีน้ำเงินจึงเป็นที่มาของชื่อดังกล่าว (ทั้งนี้การเข้าชมภายในถ้ำขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศในแต่ละวัน)
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
ได้เวลานำคณะลงเรือ Jet นำท่านกลับสู่ฝั่งที่เมืองซอเรนโต้ (Sorrento) เมืองชายทะเลที่มีตัวเมืองเรียงรายตามแนวของผาหินสูง ทิวทัศน์สวยงามเหล่านี้ได้สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว จนเป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียง
แล้วออกเดินทางต่อสู่ กรุงโรม เมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิ์โรมันมีอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก
The Caesar Roma Hotel **** หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
วันที่ 8 พิพิธภัณฑ์วาติกัน - สนามกีฬาโคลอสเซียม - น้ำพุเทรวี - บันไดสเปน – เดินทางสู่สนามบิน
เช้า
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม Buffet
นำท่านสู่นครวาติกันซึ่งเป็นรัฐอิสระและศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเข้าชมพิพิธภัณฑ์วาติกัน ซึ่งเป็นที่รวบรวมผลงานทางศิลปะที่หาชมได้ยาก นอกจากนี้ยังมีห้องแสดงศิลปะการตกแต่งฝาผนังรูปสลักแบบคลาสสิคและงานของนักวาดภาพคนสำคัญๆ ของอิตาลีในสมัยกลางและสมัยเรอเนสซองส์ อาทิ จ็อตโต (Giotto), ฟรา แองเจลิโก (Fra Angelico), ฟิลิปโป ลิปปี (Filippo Lippi) และโบสถ์ซิสทีน (Sistine Chapel) ซึ่งเป็นผลงานของไมเคิลแองเจโลที่วาดภาพเขียนสีเฟรสโก้ที่โด่งดังที่สุดของโลกคือ The Last Judgement แล้วไปชมความอลังการของ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ได้รับการตกแต่งอย่างโอ่อ่าหรูหรา ชมรูปปั้นแกะสลัก เฟียต้า ผลงานชิ้นเอกของไมเคิลแองเจโล เสาพลับพลาที่ออกแบบโดยแบร์นินี และยอดโดมขนาดใหญ่ที่หาชมได้ยาก ซึ่งปัจจุบันล้วนแต่เป็นสิ่งที่สำคัญล้ำค่าคู่บ้านคู่เมืองของอิตาลี
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
นำท่านบันทึกภาพกับสนามกีฬาโคลอสเซียม สิ่งก่อสร้างที่ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งเป็นสนามกีฬายักษ์ที่จุคนได้กว่า 50,000 คน แล้วพาท่านไปบันทึกภาพกับประตูชัยคอนสแตนตินสัญลักษณ์แห่งชัยชนะผ่านชมอนุสาวรีย์พระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอ็ล หรือพระบิดาของชาวอิตาเลียน ชมร่องรอยของศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิโรมันที่โรมันฟอรั่ม
นำท่านไป ชมน้ำพุเทรวี่ ผลงานมาสเตอร์พีซของนิโคลาส ซัลวี ที่มาของเพลง “ทรีคอยน์ออฟเดอะฟาวด์เท่น” ที่โด่งดังในอดีต ซึ่งนักท่องเที่ยวมี ความเชื่อว่าหากโยนเหรียญอธิฐานไว้จะได้กลับมากรุงโรมอีกครั้งหนึ่ง เข้าสู่จตุรัสบันไดสเปน แหล่งพบปะของหนุ่มสาวชาวอิตาเลียนยามว่าง จนกลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังเรียงรายไปด้วยสินค้าแบรนด์เนมของอิตาลี
17.30 น.
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ออกเดินทางสู่สนามบินลีโอนาร์โด ดาวินชี เพื่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ มีเวลาให้ท่านได้ทำ TAX REFUND คืนภาษีก่อนการเช็คอิน
22.20 น.
ออกเดินทางโดยสายการบินเอมิเรสต์ แอร์ไลน์ โดยเที่ยวบินที่ EK 092 / EK 372 แวะเปลี่ยนเที่ยวบินที่นครดูไบ
วันที่ 9 เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ
19.15 น.
สายการบินเอมิเรสต์ แอร์ไลน์ นำท่านเดินทางกลับถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุ
1 โปรแกรมดังกล่าวข้างต้นเป็นการนำเสนอโปรแกรมท่องเที่ยว ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการจัดโปรแกรมของแต่ละวันเดินทางจะไม่เหมือนกัน โปรแกรมท่องเที่ยวที่สมบูรณ์ครบถ้วนจะส่งให้ท่าน 7 วันก่อนการเดินทางเท่านั้น)
2. ทางบริษัทได้เตรียมการเดินทางของคณะทัวร์ก่อน 45 วัน โดยซื้อตั๋วเครื่องบิน, เช่ารถโค้ช, จองที่พัก, ร้านอาหาร สถานที่เข้าชมต่างๆ ไว้ล่วงหน้าให้กับกรุ๊ปทัวร์ กรณีที่เกิดเหตุการณ์ อาทิ การยกเลิกเที่ยวบิน, การล่าช้าของสายการบิน, การพลาดเที่ยวบิน (ขึ้นเครื่องไม่ทัน), การนัดหยุดงาน, การจลาจล, ภัยพิบัติ, การถูกปฏิเสธการเข้าเมือง ทำให้การเดินทางล่าช้า หรือเหตุสุดวิสัยอื่นๆ ไม่สามารถเดินทางไปยังจุดหมายตามโปรแกรมได้ หัวหน้าทัวร์ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนโปรแกรม และไม่สามารถคืนเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ชำระแล้ว เพราะทางบริษัทฯ ได้ชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ล่วงหน้าแล้ว และหากมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เกิดขึ้นนอกจากในรายการทัวร์ หัวหน้าทัวร์จะแจ้งให้ท่านทราบ เพราะเป็นสิ่งที่ทางบริษัท ฯ มิอาจรับผิดชอบได้