ได้เวลานำท่านออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ โดย สายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบิน EK772 บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง (ใช้ระยะเวลาประมาณ 9.45 ชั่วโมง)
เดินทางถึง เมืองเคปทาวน์ (CAPE TOWN) เมืองตากอากาศที่ติดอันดับสวยงามที่สุดแห่งของโลก ตั้งอยู่ปลายสุดของแอฟริกาใต้ ถูกโอบล้อมด้วยมหาสมุทรอินเดีย และแอตแลนติก ด้านหน้าหันเข้าหา มหาสมุทรทั้งสอง ส่วนด้านหลังมีเทือกเขาสูงเป็นฉากหลัง หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรเรียบร้อยแล้ว
นำทุกท่านเข้าเช็คอิน ณ โรงแรมที่พักเพื่อจัดเก็บสัมภาระและล้างหน้าล้างตาเพื่อความสดชื่น
จากนั้น นำท่าน ผ่านชมย่านชุมชนชาวมลายูที่อพยพมาอยู่ที่แอฟริกาใต้ในเมืองเคปทาวน์มีชื่อว่า ชุมชน Bo-Kaap ซึ่งถือเป็นย่านที่มีสีสันที่สุดของเมือง ตั้งอยู่บริเวณทางลาดของเนินเขา Signal Hill ชุมชนนี้มีชื่อเสียงในเรื่องความสวยงามของบ้านเรือที่มีสีสันสดใส และที่ชุมชนแห่งนี้มีการจัดตั้งองค์กรไม่หวังผลกำไรชื่อว่า Monkeybiz ซึ่งเป็นองค์กรที่มีการจัดให้ผู้หญิงยากจน ในชุมชนได้มีรายได้ โดยแจกจ่ายลูกปัดให้สำหรับทำเป็นตุ๊กตา หรืองานฝีมืออื่น ๆ เพื่อที่ผลกำไรที่ได้จากการจำหน่ายจะได้กลับไปสู่ชุมชน
นำท่านเดินทางสู่ Green Market Square เป็นตลาดที่อยู่ใจกลางเมืองเคปทาวน์ ซึ่งมีสินค้าหลากหลายชนิดมากมาย อาทิเช่น ผ้าชนิดต่างๆ สร้อยคอ หน้ากาก สินค้าพื้นเมือง ของฝากต่างๆมากมาย ให้ท่านอิสระเลือกซื้อสินค้าฝากตามอัธยาศัย
นำท่านเดินทางสู่ เทเบิ้ลเม้าท์เท่น (Table Mountain) หรือภูเขาโต๊ะ
นำท่าน นั่งกระเช้าไฟฟ้า ขึ้นสู่ เทเบิ้ลเม้าท์เท่น (Table Mountain) **ทั้งนี้การให้บริการของกระเช้า ขึ้นกับสภาพอากาศในวันนั้นๆเพื่อความปลอดภัยของผู้มาเยือน เทเบิ้ลเม้าท์เท่น1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ หนึ่งในมรดกโลกซึ่งรับรองโดยองค์การยูเนสโก้เมื่อปี ค.ศ.2000 เป็นภูเขาสูงยอดตัดตรงเหมือนกับ โต๊ะ ขึ้นมาด้านบนมีเส้นทางเดินลัดเลาะไปตามแนวขอบเขาเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวรอบด้านได้อย่างชัดเจน ไกลไปจนถึงตัวเมืองเคปทาวน์
นำท่านถ่ายรูปกับ ไลอ้อนเฮด (Lion head) ภูเขาที่มองดูแล้วใคร ๆ ก็ต้องพูดว่าคล้ายหัวสิงโตในเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าภูเขาลูกนี้จะมีสีแดงสวยงามยิ่งนัก
นำท่านสู่ V&A Waterfront ที่ shopping ติดท่าจอดเรือแห่งนี้เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาของ live music และ street show ต่าง ๆ ของชาวเผ่าใน Africa ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารมากมายที่และแวะถ่ายรูปที่ Clock Tower ดูสะพานเรือที่เปิดและปิดได้
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่3)
นำท่านขับมอเตอร์ไบค์ไปตามเส้นทาง the Blue Flag beaches of Cape Town ผ่านแคมป์เบย์ (Camps Bay) ชายหาดที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่ด้านหลังของ Table Mountain และอัครสาวกทั้ง 12 องค์ (Majestic 12 Apostles)ต่อด้วย หมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ที่ ฮัทเบย์ (Hout Bay)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเฮอแมนนัส (Hermanus) เมืองชายฝั่งแสนงดงามจนได้ฉายา รีเวียร่าแห่งแดนใต้ (RIVIERA OF THE SOUTH) ถูกยกย่องจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่า เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการชมปลาวาฬ ณ อ่าววอล์กเกอร์เบย์ (Walker bay)
นำท่านล่องเรือชม ปลาวาฬ SOUTHEN RIGHT WHALE วาฬตัวใหญ่เป้งมีซี่กรองเต็มปากเป็นวาฬสายพันธุ์บาลีนกินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร ซึ่งอพยพมาจากดินแดนขัวโลกใต้เพื่อหนีอากาศหนาวจัดเป็นหนึ่งในวาฬที่มีขนาดใหญ่ที่สุดติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก (วาฬใหญ่สุดคือวาฬสีน้ำเงินตัวยาว 25 เมตร) **ทั้งนี้การปรากฎตัวของวาฬนั้น ขึ้นกับช่วงเวลาการอพยพย้ายถิ่นในฤดูนั้น ๆ ซึ่งปกติจะสามารถพบเห็นได้ในช่วงระหว่างเดือนกันยาน-ตุลาคมของทุกปี
จากนั้นนำทุกท่านขับรถต่อไป แหลมอะกะลัส (Cape Agulhas) เป็นแหลมหินที่เป็นจุดแบ่งอย่างเป็นทางการระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกกับมหาสมุทรอินเดียของทวีปแอฟริกา อยู่ห่างจากแหลมกู๊ดโฮปไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 150 กิโลเมตร และเป็นจุดใต้สุดของทวี ปแอฟริกา
จากนั้น เดินทางต่อไปยัง หมู่บ้านชาวประมง (Fisherman Village)
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่6)
นำท่านออกจากโรงแรมที่พักมุ่งหน้าเข้าสู่ แผ่นดินใหญ่ และเข้าไปในภูเขาชายฝั่งที่สวยงามไปยังพื้นที่เพาะปลูกไวน์ชั้นเลิศของจังหวัดเวสเทิร์นเคปและขี่ผ่านภูเขาที่น่าตื่นตาตื่นใจ ดมกลิ่นหอมของดอกฟินบอส
นำทุกท่าน ล่องเรือรอบเมืองประวัติศาสตร์เล็ก ๆ ของ Breede River Winelands เมื่อคลายความเหนื่อยล้าของท่านไปทั้งวันแล้วอย่าลืมลองเบียร์ท้องถิ่น Saggy Stone สักขวด (เบียร์ไม่รวมในค่าทัวร์) สำหรับท่านใดที่อยากจะขี่รถต่อหลังจากมื้อกลางวัน เราสามารถนำท่านขี่รถไปยังเมืองเล็ก ๆ ละแวกนี้ได้
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่9)
นำท่านเดินทางต่อไปยัง เคปไวน์แลนด์ (ไร่ไวน์) ผ่านเส้นทาง Du Toitskloof อันสวยงามมากสำหรับสิงห์นักบิด
หลังมื้ออาหารขี่รถชม ทัศนียภาพของ Chapman’s peak ถนนเรียบชายฝั่งทะเลที่ติดอันดับถนนที่สวยที่สุดถนนหนึ่งในโลก แวะถ่ายรูปตามจุดต่าง ๆ
เดินทางสู่ เขตสงวนกู๊ดโฮป Cape of Good Hope Nature Reserve Cape Point ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Cape Point ปลายแหลมที่สามารถมองออกไปสู่ทะเลบริเวณที่มหาสมุทรอินเดียและ มหาสมุทรแอตแลนติกมาบรรจบกัน ทั้งนี้เป็นเหตุ ให้กระแสน้ำอุ่น Agulhas และกระแสน้ำเย็นBenguela มาปะทะกัน ทำให้บริเวณนี้มักมีสภาพอากาศแปรปรวนและหมอกจัด ในสมัยโบราณเรือจึงมักมาร่มในบริเวณนี้ เกิดเป็นตำนานเรื่องลึกลับของเรือผี The Flying Dutchman เรือที่ผ่านจุดนี้ ไปได้ ต้องมี“Good Hope” เสี่ยงดวงกันไปแถมยังเป็นสัญลักษณ์ของจุดสุดท้ายในการเดินเรือไปยังทิศใต้ แล้วหันหัวเรือไปทางทิศตะวันออกสู่เอเชีย เพื่อเดินทางไปเอาเครื่องเทศ
จากนั้น นำรถกลับถึง เคปทาวน์ได้เวลานำท่านออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศแอฟริกาใต้ โดย สายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบิน EK384 บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง (ใช้ระยะเวลาประมาณ 06.40 ชั่วโมง)