เดินทางมาถึง สนามบินแอดดิส อะบาบา โบลี/กรุงแอดดิส อบาบา ผ่านพิธีการตรวจเอกสารคนเข้าเมืองและศุลกากร รวมค่าวีซ่า(แบบออนไลน์)
เมืองแอดดิส อบาบา (Addis Ababa) ที่แปลว่า ดอกไม้ดอกใหม่ (The New Flower)
เมืองแอดดีส อบาบา นครหลวงของ เอธิโอเปีย ซึ่งเป็นประเทศที่อยู่ทางทิศตะวัน ออกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา กรุงแอดดีส อบาบา เป็นเมืองที่มีเรื่องราวและสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง ล้วนแต่มีความเกี่ยวข้องกับอารยธรรมอันยาวนานกว่า 3,000 ปี ของประเทศเอธิโอเปีย
จากนั้น นำท่านขึ้นไปยัง จุดชมวิวของเมืองแอดดิส อบาบา ณ เนินเขาเอ็นโตโต้ เพื่อ ชมวิวทิวทัศน์พาโนรามาไม่มีสิ่งใดมาบดบังความสวยงามอลังการของเมืองหลวงแห่งนี้
นำท่านชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ( Ethiopia National Museum )จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ คือ เป็นที่เก็บรวบรวมสิ่งประดิษฐ์ทางโบราณคดีที่มีค่ามาก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูซี่ ( Lucy ) โครงกระดูกของบรรพบุรุษยุคแรกของมนุษย์ที่มีอายุกว่า 3.5 ล้านปี ซึ่งเก่าแก่ที่สุดในโลกที่ถูกค้นพบเมื่อปีค.ศ. 1974 ในประเทศเอธิโอเปีย โครงกระดูกและกะโหลกศีรษะที่จัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์นี้เป็นของจำลองเสมือนจริง ส่วนลูซี่ของจริงยังคงถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีเพื่อความปลอดภัยเนื่องจากโครงกระดูกเปราะบางมาก
นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยา (Ethnological Museum) อยู่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัยแอดดีส อบาบาพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยา แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ส่วนแรกจัดแสดงเรื่องราวของชนเผ่าต่างๆ ในเอธิโอเปีย มีประมาณ 85 ชนเผ่าทั่วประเทศ ซึ่งมีความเชื่อและวิถีชีวิ ตความเป็นอยู่ รวมทั้งการแต่งกายที่แตกต่างกันไปตามถิ่นภูมิภาคต่างๆ นอกจากนี้ มีห้องนิทรรศการเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีของชาวเอธิโอเปียตั้งแต่เกิดจนถึงตาย รวมทั้งเรื่องของการสู้รบ เกมส์การละเล่น การตกแต่งร่างกาย ยาและการรักษาแผนโบราณ อาหารการกิน การหาเลี้ยงชีพ การเกษตรกรรม การล่าสัตว์ การประมง
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมที่พัก (มื้อที่3)
จากนั้น นำท่านเดินทางออกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของแอดดิสอาบาบาสู่ เมืองอารบามิ้นห์ ผ่าน ฮัสซานา (Hossana)หนึ่งในดินแดนที่เขียวชอุ่มและอุดมสมบูรณ์ที่สุดของเอธิโอเปีย ระหว่างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติและวิถีชีวิตของชนเผ่า Silte ที่สร้างบ้านด้วยวิธีธรรมชาติ และหลังคามุงจากทรงกลมทำมาจากต้นกล้วย (รถที่ใช้เดินทางตลอดทริป 2014 model 4WD Toyota Land Cruiser)
นำท่านต่อไปยัง เมืองอารบามิ้นห์ (Arbaminch) ระหว่างทางท่านจะได้ชมภูมิทัศน์ที่สวยงามเป็นอย่างมากและสามารถมองเห็นทะเลสาบอบายา (Abaya) และทะเลสาบชาโม (chamo) หนึ่งในสถานที่ที่อุดมสมบูรณ์และเขียวชอุ่มตลอดปีของประเทศเอธิโอเปีย เมืองอารบามิ้นห์ (Arbaminch) ซึ่งตั้งอยู่เขตกาโม่ โกฟาทางด้านใต้ของประเทศ และอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,285 เมตร ซึ่งเป็นเขตของชนเผ่าดั้งเดิมของเอธิโอเปีย ที่น่าสนใจที่สุดในโลก (อยู่ในลำดับ 25 ชนเผ่าที่กำลังจะหายสาบสูญไป)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมที่พัก (มื้อที่6)
จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบชาโม (Chamo) ล่องเรือยามเช้าชมจระเข้และฮิปโปตามธรรมชาติ (จระเข้บางตัวมีความยาวที่สุดในแอฟริกา มีความยาวถึง 8 เมตร)
หลังจากนั้นเดินทางไปยัง เมืองจินคา (Jinka) ที่ตั้งอยู่ทางใต้ของเอธิโอเปีย ตั้งอยู่ทางตะวันตกของอาร์บามิ้นห์ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในแถบโอโมและถูกขนามนามว่าเป็น “ปารีสแห่งแดนใต้” ที่นี่มีกลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมือง 16 ชนเผ่า รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์อื่นที่อาศัยอยู่ในเอธิโอเปีย เมืองนี้ตั้งอยู่ในบริเวณเนินเขาของที่ราบสูงทาม่า ณ ระดับความสูง 1,490เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เมืองจินคาถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวในการมาเยือนประเทศเอธิโอเปีย
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมที่พัก (มื้อที่9)
จากนั้น นำท่านเข้าสู่ อุทยานแห่งชาติมาโก (Mago National Park) ชมความหลากหลายของบรรดาสรรพสัตว์ที่อาศัยอยู่ภายในอุทยานแห่งนี้ อาทิ ช้าง, ยีราฟ, ม้าลาย และที่ห้ามพลาดคือวัฒนธรรมของ ชนเผ่าเมอร์ซี่ (Mursi Tribe) หรือเรียกตัวเองว่า มุน (Mun) ที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำโอโม (Omo River) ผู้หญิงเผ่าเมอซีจะใช้แผ่นไม้หรือ แผ่นดินเผากลมๆใส่ไว้ที่บริเวณริมฝีปากล่าง โดยจะใส่เมื่ออายุได้ 15-16 ปี สำหรับหญิงสาวที่ไม่ได้แต่งงานจะขยายขนาดของแผ่นจานให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับตนเอง ชนเผ่าเมอซีเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่โดดเดี่ยวมากที่สุดและอยู่ใกล้ชายแดนประเทศซูดาน มีความเชื่อเรื่องธรรมชาติ พ่อมดมีพิธีกรรมที่ทำเพื่อการปกป้องชีวิตผู้ชาย สัตว์ป่า โรคร้าย และจากการโจมตีจากชนเผ่าอื่น ๆ รัฐบาลเอธิโอเปียจึงจัดให้กลุ่มชาติพันธุ์ Mursi และ Suri ภายใต้ชื่อกลุ่ม Surma
จากนั้นนำท่านเดินทางกลับเมืองจินกาเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน
ได้เวลานำท่านเดินทางไปยัง หมู่บ้านเทอร์มี่ (Turmi) ที่มีชนเผ่าฮามาร์อาศัยอยู่รอบๆ พื้นที่ของบริเวณแห่งนี้ ให้ท่านได้ชมวัฒนธรรมที่สำคัญของชนเผ่านี้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และประเพณีที่รู้จักกันดี คือ การกระโดดข้ามวัว (Bull Jumping) โดยเริ่มจากการที่เป็นเด็กผู้ชายและกำลังจะเติบโตกลายเป็นผู้ใหญ่ โดยในการเริ่มแรกจะมีการเต้นรำของพวกผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์กันโดยการแต่งกายใ ห้สวยงามตามประเพณี และก็จะมีการเชื้อเชิญเด็กผู้ชายให้มาร่วมงานในการกระโดดข้ามหลังวัว (กิจกรรมนี้ขึ้นอยู่กับชนเผ่านั้น ๆ ว่าจะมีในวันนั้นหรือไม่)
ระหว่างทาง แวะชม หมู่บ้านของชนเผ่าต่าง ๆ ของเอธิโอเปีย อาทิ ชนเผ่าอารี (Ari) ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการทำเครื่องปั้นดินเผา, ชนเผ่าเบนนา (Benna) ที่มีเอกลักษณ์โดยการนำดินปูนสีขาวมาทาตัวเพื่อตกแต่งร่างกาย
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมที่พัก (มื้อที่12)
จากนั้น นำท่านเดินทางไปยัง แม่น้ำโอโม เพื่อนั่งเรือแคนนูนข้ามแม่น้ำ นำท่านเดินทางไปเยือนหมู่บ้านของชนเผ่าดาเซนเนคส์ (Dassanech Tribe) เป็นชนเผ่าที่มีความเก่าแก่ที่สุดเผ่าหนึ่งของแอฟริกาและชนเผ่านี้ ยังเป็นต้นแบบของชนเผ่าในเคนย่าและซูดานอีกด้วย ที่อาศัยอยู่ตามริมหุบเขาของแม่น้ำโอโม ที่มีการปลูกบ้าน และวาดสีตามร่างกาย มีการสำรวจนับคนที่อยู่อาศัยได้ ประมาณ 48,000 คนหุบเขาของแม่น้ำโอโมนี้ ได้ถูกเรียกว่า แนวหน้าสุดท้ายของชาวแอฟริกัน (African’s Last Frontie r) แม่น้ำโอโมนี้ มีความยาวประมาณ 400 ไมล์ และไหลจากทางเหนือลงมาทางด้านใต้มายังทะเลสาบเทอร์กาน่า และมีชนเผ่าใหญ่ๆอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ถึง 9 ชนเผ่า ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 225,000 คน และได้อาศัยความเป็นอยู่ของแม่น้ำนี้ ในการดำรงชีวิตและรวมทั้งรักษาโรคภัยไข้เจ็บอีกด้วย
จากนั้นนำท่าน เดินทางกลับเมืองเทอร์มี่ เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมที่พัก (มื้อที่15)
นำท่านชม หมู่บ้านคอนโซ ที่ UNESCO ยกให้เป็นแหล่งมรดกโลกเมื่อวันที่ 30 กันยายน ค.ศ.1997 โดยสิ่งที่น่าสนใจในหมู่บ้านนี้คือบ้านเรือนที่ตั้งอยู่บนเนินเขาและไม้แกะสลักที่เรียกว่า Waka ใช้เป็นสัญลักษณ์รำลึกถึงเหล่าบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองอาร์บามิ้นห์ (Arba Minch)
นำท่านนั่งรถต่อไปเพื่อเยี่ยมชม ชนเผ่าดอเซ่ (Dorze) ที่ Chencha
ได้เวลานำท่านกลับไปสู่ อารบามิ้นห์
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมที่พัก (มื้อที่18)
นำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงแอดดิสอบาบา ระหว่างทางท่านจะได้ทัศนีย์ภาพของ หุบเขาทรุด (Great Rift Valley) คือหุบเขารอยเลื่อนขนาดใหญ่ เป็นรอยแยกยาวต่อเนื่องขนาดยาวที่สุดในโลก ขนาดความกว้างประมาณ 30-100 กิโลเมตร เป็นหน้าผาดิ่งจากที่ราบสูงรอบ ๆ ลึกกว่า 450-800 เมตร พาดผ่าน 19 ประเทศ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ เรียงกันได้ดังนี้ เริ่มต้นจากประเทศซีเรีย เลบานอน อิสราเอล จอร์แดน เวสต์แบงก์ (ปาเลสไตน์) ผ่านเข้าสู่ทะเลแดง เลียบชายฝั่งอียิปต์และซูดาน ก่อนจะเข้าสู่ เอริเทรีย เอธิโอเปีย เคนยา ยูกันดา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ซาอีร์เดิม) รวันดา บุรุนดี แทนซาเนีย แซมเบีย มาลาวี และสิ้นสุดในโมซัมบิก รวมความยาวที่พาดผ่านตั้งแต่เหนือจรดใต้ ประมาณ 6,750 กิโลเมตร คิดเป็นประมาณ 1 ใน 4 เท่าของเส้นรอบวงโลก (เส้นศูนย์สูตร) โดยที่ขอบด้านข้างของหุบเขาทรุดสูงมากกว่า 2,000 เมตร หุบเขาทรุดเกิดจากการที่แผนเปลือกโลก 2 แผ่นแยกออกจากกัน คือ แผ่นเปลือกโลกที่รองรับคาบสมุทรอาหรับและแอฟริกาตะวันออก กับแผ่นเปลือกโลกที่รอบรับทวีปแอฟริกาทั้งทวีป ซึ่งค่อย ๆ แยกตัวออกจากกันอย่างสม่ำเสมอทำให้เกิดแนวทรุดตัวเป็นแนวยาว เกิดที่ที่ราบทรุดตัวแม่น้ำ ร่องธารลึก และภายในยุคหน้าน้ำทะเลจะท่วมเข้ามาจนกระทั่งตัดทวีปแอฟริกาขาดออกจากกัน
ระหว่างทางนำท่านแวะที่ ทะเลสาบซีเวย์ (Zeway) เยี่ยมชมชนเผ่า Alaba, Wolayta, Oromo และหมู่บ้านของพวกเขา
ยื่นวีซ่า Online
เอกสารที่ใช้ยื่นเพื่อประกอบวีซ่า
1.สำเนาหน้าหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทางหากหมดอายุกรุณานำไปต่ออายุก่อนนำส่งและแผ่นติดวีซ่าคงเหลืออย่างน้อย 2-3 หน้า
2. สำเนารูปถ่ายสีหน้าตรงปัจจุบัน พื้นฉากหลังรูปต้องมีสีขาวเท่านั้นรูปจะต้องเป็นภาพที่คมชัด ห้ามสวมแว่นสายตา ห้ามมีเงา ห้ามถ่ายรูปและตกแต่งภาพจากคอมพิวเตอร์(ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) ขนาด 35 mm x 45 mm หรือ 1.5 x 2 นิ้ว 2 รูป (ทางสถานทูตไม่ พิจารณารูปที่ถ่ายเอง)
การไปเที่ยวประเทศในทวีปแอฟริกาจะต้องฉีดวัคซีนป้องกันไข้เหลืองก่อนเดินทางตามกฎการเข้าเมืองของประเทศในแถบนั้นโดยต้องนำสาเนาหนังสือเดินทางหน้าที่มีรูปถ่ายและลายเซ็นไปขอรับบริการโดยฉีดก่อนเดินทางประมาณ 10 วันสามารถไปฉีดได้ที่หน่วยบริการวัคซีน
1. โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล ถ.ราชวิถี เขต ราชเทวี โทร. 02-306-9199
2. สถานเสาวภา สภากาชาดไทย โทร. 02-252-0161-4, 02-252-0167
3. ศูนย์วัณโรค เขต 10 โทร. 053-206-484
*****ราคาวัคซีน 700-1,000 บาทต่อเข็มการฉีดวัคซีนครั้งหนึ่งจะมีระยะป้องกันโรคไข้เหลืองได้10 ปี
*****ทางหน่วยบริการจะให้เป็นหนังสือเอกสารรับรองมา (เล่มสีเหลือง) ซึ่งผู้เดินทางจะต้องพกติดตัวไปด้วย******