เทศกาลตกปลาน้ำแข็ง ที่ 1 ปีมีครั้งเดียว
สนุกสนานเพลิดเพลินบน ลานสกีขนาดใหญ่
เรียนรู้วัฒนธรรม การทำกิมจิ ของชาวเกาหลี
สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ สวนสนุกกลางแจ้งของประเทศเกาหลี
พิเศษ!! จิมทัค บุฟเฟ่ต์ BBQ ปิ้งย่างเกาหลี
จากนั้นนำท่านเดินทางไปร่วมฉลองเทศกาลสุดยิ่งใหญ่ เทศกาลตกปลาน้ำแข็ง หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น จัดขึ้นประมาณช่วงกลางเดือนมกราคมของทุกปี ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมาเยือนนับล้านคนต่อปี ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่จะมาเทศกาลนี้เพื่อตกปลาเทร้าท์ ฉายาของมันคือ “The Queen of Valley หรือ ราชินีแห่งขุนเขา” โดยปลาเทร้าท์ภูเขาจะอาศัยอยู่ในน้ำเย็นที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส นับว่าเป็นปลาที่สวยงามและหายาก ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ตกปลามาได้นั้น สามารถนำปลามาทำเป็นซูชิหรือซาชิมิแล้วรับประทานได้เลย ภายในงานจะมีกิจกรรมท้าความหนาวต่างๆ อาทิเช่น การแข่งขันจับปลาเทร้าท์ด้วยมือเปล่า การตกปลาใต้น้าแข็ง การโชว์แกะสลักน้ำแข็ง เล่นเลื่อนหิมะ และอื่นๆ
ถือได้ว่าเป็นงานใหญ่ที่หลายคนเฝ้ารอคอย เนื่องจากจัดแค่ปีละครั้งในช่วงเวลาเพียงสั้นๆ เทศกาลนี้ได้รับการเสนอให้เป็นเทศกาลตัวอย่างโดยกระทรวงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวของเกาหลี นอกจากนั้นยังมีรายการบันเทิง และเกมส์การเล่นต่างๆ มากมาย เช่น สนามการเล่นสไลเดอร์น้ำแข็ง การแข่งขันฟุตบอลบนน้ำแข็ง และกีฬาน้ำแข็งอื่นๆ มีแข่งขันชิงแชมป์สุนัขลากเลื่อนหิมะ และรถแข่งหิมะ ซึ่งเหมาะกับเด็กๆ และครอบครัว (อัตราค่าบริการนี้ ยังไม่รวมค่าอุปกรณ์ตกปลา)
หมายเหตุ : เนื่องด้วยเทศกาลตกปลานี้จะจัดขึ้นช่วงประมาณวันที่ 04 - 26 มกราคม 2563 ซึ่งวันและเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในปีนั้นๆ หากไม่สามารถไปตกปลาน้ำแข็งได้ ในกรณีที่น้ำแข็งยังไม่สามารถลงไปยืนตกปลาได้ ทั้งนี้ทางบริษัทจะนำท่านไปตกปลาที่ซาราซอม หรือหากเกิดเหตุสุดวิสัยขัดข้องอื่นๆ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามความเหมาะสม ทดแทนโปรแกรมเป็น วัดวาวูจองซา วัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่กลางภูเขา มีเศียรพระพุทธรูปขนาดใหญ่สีทองอร่ามดูโดดเด่น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของวัดนี้ เศียรพระพุทธรูปนี้มีความสูงถึง 8 เมตร วางตั้งอยู่บนกองหินขนาดใหญ่ ภายในมีรูปสลักสะสมจากพุทธศาสนิกชนทั่วโลกมากกว่า 3,000 องค์ นอกจากนี้ ยังมีรูปปั้นหินสลักนกฮูกแม่กับลูก เจดีย์ทำด้วยก้อนหินดูแปลกตา เมื่อเดินเข้าสู่อุโบสถซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาจะพบกับที่ประดิษฐานพระนอนขนาดใหญ่ แกะสลักมาจากไม้ซึ่งนำมาจากอินเดีย มีความเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก ส่วนบนสุดมีพระพุทธรูปปางสมาธิสีทององค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่)
จากนั้นให้ท่านได้สนุกสนานเพลิดเพลินบน ลานสกีขนาดใหญ่ เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวภูเขาของเกาหลีจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน โซนลานสกีจะประกอบไปด้วยเนินสกีมือใหม่ และอีกเนินสำหรับคนที่เล่นสกีจนโปรแล้ว ซึ่งปลอดภัยไม่มีอันตรายใดๆ การเตรียมตัวก่อนเล่นสกีควรเตรียม ถุงมือสกี ผ้าพันคอ แว่นกันแดด เสื้อแจ๊คเก็ตกันนํ้าหรือผ้าร่ม และกางเกงรัดรูป พร้อมกับรับฟังข้อแนะนำ และฝึกวิธีการเล่นจากไกด์ท้องถิ่นก่อนลงสนามจริง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้เล่นเองเป็นสำคัญ สำหรับคนที่ชำนาญแล้ว สามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปได้บนเขาได้เลย (อัตราค่าบริการนี้ ยังไม่รวมค่าอุปกรณ์การเล่นสกี สกีลิฟท์ สโนว์สเลด สกี ค่าเล่น และรวมชุดแล้วประมาณ 50,000 วอน)
หมายเหตุ : ปริมาณของหิมะ และการเปิดให้บริการของลานสกี ขึ้นอยู่กับความเอื้ออำนวยของสภาพอากาศในแต่ละปี หากมีหิมะไม่เพียงพอลานสกีอาจจะปิดให้บริการ ในกรณีที่ลานสกีไม่สามารถเปิดบริการ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิทดแทนโปรแกรม ONE MOUNT (SNOW PARK*) สวนสนุกอีกหนึ่งแห่งที่น่าสนใจเมื่อเดินทางไปเที่ยวเกาหลี พบกลับโลกแห่งลานน้ำแข็ง และเล่นหิมะได้ตลอด 365 วัน เมืองหิมะจำลองตั้งอยู่ที่เมืองโกยาง แหล่งท่องเที่ยวใกล้กรุงโซล ซึ่งเป็น "Snow Park" ในร่มที่ใหญ่สุดของประเทศเกาหลี เพลิดเพลินกับการขี่เครื่องเล่นสุดน่ารักบนลานน้ำแข็ง เช่น จักรยานคู่รัก จักรยานเดี่ยว รถเฟอร์รี่ กะบะสเลดแซนต้า เป็นต้น หรือจะเลือกเข้าสู่โลกของหิมะที่อุณหภูมิติลบ -2 องศาเซลเซียส กับการเล่นสโนสเลคบนลานหิมะก็ได้ (ราคาทัวร์นี้ไม่รวมค่าเข้า SNOW PARK 15,000 วอน หรือหากท่านใดไม่สนใจ สามารถเดินช้อปปิ้งตามอธัยาศัย มีหลากหลายแบรนด์ชั้นนำให้เลือกมากมาย)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นท่านเดินทางสู่ โรงเรียนสอนทำกิมจิ เพื่อให้ท่านเรียนรู้วัฒนธรรมการทำกิมจิของชาวเกาหลี กิมจิเป็นอาหารเกาหลีประเภทผักดองที่อาศัยภูมิปัญญาก้นครัวของชาวเกาหลี ด้วยการหมักพริกสีแดงและผักต่างๆ โดยทั่วไปจะเป็นผักกาดขาว ชาวเกาหลีนิยมรับประทานกิมจิเกือบทุกมื้อ และยังนำไปปรุงเป็นส่วนประกอบอาหารอีกหลายอย่าง ปัจจุบันกิมจิมีมากกว่า 187 ชนิด ส่วนใหญ่แล้วจะมีรสเผ็ด และเปรี้ยว ท่านยังสามารถลองสวมใส่ ชุดฮันบก ซึ่งเป็นชุดประจำชาติของเกาหลี พร้อมถ่ายภาพสวยๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึก
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ สวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ถูกขนานนามว่าเป็นดิสนีย์แลนด์แห่งเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ประกอบไปด้วยโซนต่างๆ ดังนี้
- โกลบอลแฟร์ (Global Fair)
เป็นโซนบริเวณทางเข้า และออกหลักของสวนสนุก ซึ่งประกอบไปด้วย ร้านค้า, ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก รวมทั้งบริการต่างๆ เช่น การเช่ารถเข็นเด็ก และตู้เก็บของ เป็นต้น
- นครสัตว์มหาสนุก (ZooTopia)
บริเวณที่คุณสามารถเพลิดเพลิน ไปกับสัตว์นานาชนิด ได้แก่ หมีขั้วโลก, สิงโตทะเล, เพนกวิน, เสือ, แกะ, แพะ และอื่นๆ อีกมากมาย รวมไปถึง การจัดแสดง และกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การขี่ม้า, การนั่งรถบัสซาฟารี (safari bus) เพื่อเยี่ยมชมสัตว์หลากหลายชนิด และรถบัสอะเมซอนเอ็กซ์เพรส (Amazon Express Bus) เป็นต้น
- การผจญภัยในยุโรป (European Adventure)
เป็นสถานที่ที่ทำให้เพลิดเพลิน ไปกับสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป ของร้านอาหารมากมาย และสวนดอกไม้ที่สวยงาม โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม คือ คฤหาสน์ลึกลับ (Mystery Mansion) ที่ซึ่งคุณจะได้สนุกไปกับการยิงผี และ รถไฟเหาะที-เอ็กซ์เพรส (T-Express) ซึ่งเป็นรถไฟเหาะไม้แห่งแรกของเกาหลี
- ดินแดนมหัศจรรย์ (Magic Land)
ซึ่งประกอบไปด้วยอาคาร, ร้านอาหาร, เครื่องเล่น และหมู่บ้านอีสป (Aesop’s Village) ที่มีตัวละคร และแนวคิดจากนิทานอีสปเป็นหลัก เป็นต้น
- ผจญภัยอเมริกัน (American Adventure)
นำเสนอธีม จากประวัติศาสตร์อเมริกันที่หลากหลาย ได้แก่ แบบสไตล์ตะวันตกที่เรียกว่า ‘โรดีโอ (Rodeo), ธีมเมืองร็อกวิลล์ (Rockville) และ ดับเบิ้ลร็อคสปิน (Double Rock Spin) ที่นำเสนอรูปแบบทางสถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตในยุค ค.ศ 1950 เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรม ของงานเทศกาลต่างๆตลอดทั้งปี ได้แก่ เทศกาลทิวลิป, เทศกาลกุหลาบ, เทศกาลฤดูร้อน, เทศกาลฮาโลวีน และเทศกาลอื่นๆอีกด้วย
จากนั้นนำท่านแวะช้อปที่ร้านเครื่องสำอางค์ยอดนิยม COSMETIC OUTLET สวรรค์ของนักช้อปชาวไทย เพื่อเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝาก มีให้เลือกมากมายหลากหลายแบนด์ ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์บำรุงผิวแบรนด์อย่าง DEWINS และแบรนด์ JSM ที่เป็นสินค้าหลักของทางร้าน ไม่ว่าจะเป็นครีมหอยทาก ครีมน้ำแตก ครีมขัดขี้ไคล สแตมเซลล์ โบท็อกซ์ เป็นต้น และยังมีสินค้าอื่นๆ อาทิเช่น ครีมว่านหางจระเข้ แป้งม้าโยก ยาย้อมผม แฮนด์ครีม ยาสระผม ฯลฯ
จากนั้นเดินทางต่อไปยัง ย่านฮงแด เป็นย่านที่อยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยฮงอิก มีผลงานศิลปะที่ส่วนใหญ่เป็นศิลปะแนวร่วมสมัยจัดวางแสดงเต็มพื้นที่ของถนนปิกัสโซ่ที่ขึ้นชื่อของย่านนี้ นอกจากนั้นที่นี่ยังมีผับ บาร์ คาเฟ่ ร้านอาหารมากมายตามตรอกซอกซอยแทบทุกแห่ง จึงทำให้ที่นี่เป็นสีสันของกรุงโซลที่นักท่องเที่ยวนิยมมาท่องเที่ยวไม่ขาดสายทั้งกลางวันและกลางคืน
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านไปยังหนึ่งในทาวเวอร์ที่มีวิวที่สวยที่สุดในเอเชีย โซลทาวเวอร์ ตั้งอยู่บนภูเขานัมซานใจกลางกรุงโซล มีความสูงจากฐานหอคอยประมาณ 236.7 เมตร และมีความสูง 479 เมตรจากพื้นดิน ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวัน ช่วงกลางคืน หรือฤดูกาลไหนๆ ก็ยังได้รับความนิยมเสมอมา ทั้งจากนักท่องเที่ยวและคู่รักชาวเกาหลี เพราะเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นวิวทั่วทั้งกรุงโซล และบริเวณรอบๆ แบบพาโนราม่า นับเป็นอีกสถานที่สุดแสนโรแมนติกแห่งหนึ่งที่คู่รักทุกคู่ไม่ควรพลาด นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์สำคัญของกรุงโซลที่นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องมาแวะเช็คอินคือ สถานที่คล้องกุญแจชื่อดัง Love Key Ceremony ที่มีความเชื่อว่า คู่รักที่มาคล้องกุญแจที่นี่จะมีความรักที่ยืนยาวไปตลอดกาล
หมายเหตุ : ราคาทัวร์นี้ไม่รวมกุญแจและค่าขึ้นลิฟท์ 10,000 วอน
จากนั้นนำท่านเรียนรู้การทำ ผลิตภัณฑ์น้ำมันสน ที่สกัดจากน้ำมันสนเข็มแดง มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย ลดไขมัน ช่วยควบคุมอาหาร และรักษาสมดุลในร่างกาย
จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยัง ศูนย์สมุนไพรโสมเกาหลี สมุนไพรที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้แก่ระบบย่อยอาหาร ปอด ช่วยทำให้จิตใจสงบ และเพิ่มพละกำลัง มีสรรพคุณทางการแพทย์ช่วยบำรุงหัวใจ ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด เสริมประสิทธิภาพทางเพศ ลดและป้องกันมะเร็ง
จากนั้นนำท่านชม พระราชวังชางด็อกกุง พระราชวังลำดับที่สองที่ถูกสร้างต่อจากพระราชวังเคียงบกกุง เคยใช้เป็นที่พำนักของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ในสมัยราชวงศ์โชซอน และยังเป็น 1 ใน 5 ของพระราชวังสำคัญที่ยังคงรักษาไว้ พระราชวังหลวงทั้ง 5 ที่ในโซลนั้น จะมีลักษณะหน้าตาคล้ายๆ กัน แตกต่างกันที่ทัศนียภาพ รวมถึงความพิเศษของแต่ละสถานที่ด้วย อย่างตัวพระราชวังชางด็อกกุงแห่งนี้ก็มีไฮไลท์ที่น่าสนใจคือ สวนฮูวอน หรือสวนแห่งความลับนั่นเอง ภายในพระราชวังประกอบไปด้วยเขตพระราชฐานชั้นนอก พระราชฐานชั้นใน และสวนด้านหลังที่ใช้สำหรับเป็นที่พักผ่อนของพระมหากษัตริย์ในสมัยโบราณ เมื่อเดินเข้ามาบริเวณด้านในพระราชวังจะเจอกับลานกว้าง เป็นพื้นที่สาธารณะที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้ พระราชวังแห่งนี้เคยถูกเผาทำลายไปในช่วงปี 1592 ก่อนจะถูกบูรณะในปี 1611 และได้กลายเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปัจจุบันยังคงเหลือความงดงามบางส่วนของพระราชวังเอาไว้ นอกจากนั้นยังมีต้นไม้ขนาดยักษ์มีอายุกว่า 300 ปี บ่อน้ำ และศาลาริมน้ำ
หมายเหตุ : กรณีที่พระราชวังชางด็อกกุงไม่เปิดทำการ ขอสงวนสิทธิ์ปรับรายการท่องเที่ยว ทดแทนเป็น พระราชวังถ็อกซูกุง 1 ใน 5 พระราชวังเก่าแก่ของราชวงศ์โชซอน มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ตั้งโดดเด่นสง่างามอยู่ท่ามกลางอาคารสไตล์ตะวันตกใจกลางกรุงโซล แต่สวยงามร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ ยิ่งช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีแล้วยิ่งสวยงามไปอีก ในแต่ละวันจะมีการเปลี่ยนเวรยามของทหาร หากมาได้ถูกจังหวะจะได้ชมพิธีเปลี่ยนเวรยามประจำวัน ซึ่งในหนึ่งวันนั้นจะมี 3 รอบ คือ รอบแรกตอน 11.00 น. รอบที่สอง 14.00 น. และรอบสุดท้ายตอน 15.30 น.
จากนั้นนำท่านชม ศูนย์สมุนไพรฮอตเกนามู ต้นไม้ชนิดนี้เจริญเติบโตในป่าลึกบนภูเขาที่ปราศจากมลภาวะ และสูงเหนือระดับน้ำทะเล 50-800 เมตร ช่วยดูแลตับให้สะอาดแข็งแรง ป้องกันโรคตับแข็ง ไม่ถูกทำลายจากการดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ บุหรี่ สารตกค้างจากอาหาร และยา
จากนั้นนำท่านเลือกซื้อสินค้าปลอดภาษี ดิวตี้ฟรี ที่ร้านค้าปลอดภาษีที่ใหญ่ที่สุดในโซล แหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำหอม เสื้อผ้า เครื่องสำอาง กระเป๋า นาฬิกา เครื่องประดับหลากหลายแบรนด์ดัง และสินค้าแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย โดยชั้นใต้ดินจะเป็นสินค้าแบรนด์หรู และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาทิเช่น PRADA, DIOR, LOUIS VUITTON, BULGARI, LONGCHAMP, COACH, GUCCI, MICHEL KORS, LOEWE, MIU MIU เป็นต้น ในส่วนของชั้นที่ 1 เป็นช็อป CHANNEL และนาฬิกาดังหลากหลายแบรนด์ อาทิเช่น ROLEX, HERMES, OMEGA, TISSOT เป็นต้น ชั้น 2 เป็นช็อป MCM ชั้นที่ 3 เป็นโซนเครื่องสำอางค์หลากหลายแบรนด์ดัง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ SULWHASOO, HERA, LANEIGE, L'Oréal, SU:M37, ESTEE LAUDER, LANCOME, CHRISTIAN DIOR, BIOTHERM, MAC เป็นต้น ชั้น 4 จะเป็นสินค้าแบรนด์เนมอื่นๆ และชั้นที่ 5 จะเป็นแบรนด์ของเกาหลี และโซนร้านอาหาร
จากนั้นนำท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง ย่านเมียงดง แหล่งละลายทรัพย์ในดวงใจของสาวๆหลายคน หรือสยามสแควร์เกาหลี ตลาดแห่งนี้จะมีเสื้อผ้า กางเกง รองเท้า น้ำหอม เครื่องสำอางค์ทั้งแบรนด์เนมชื่อดัง และโลคอลแบรนด์ รวมถึงซีดีเพลง รูปดารา และศิลปินเกาหลี หรืออะไรที่วัยรุ่นต้องการก็สามารถหาได้จากที่ตลาดนี้ อาทิเช่น ร้านเครื่องสำอางค์ค์ที่คุ้นหูคนไทยที่ไม่ว่าจะเป็น ETUDE, SKIN FOOD, THE FACE SHOP, NATURAL REPUBLIC, INNISFREE ราคาเครื่องสำอางค์ค์จะถูกกว่าประเทศไทยประมาณ 2 ถึง 3 เท่า และบางรุ่นไม่มีขายในประเทศไทย หรือจะเป็นร้านขายรองเท้าแบรนด์ดังอย่างร้าน MBC MART ก็มีรองเท้าหลากหลายแบรนด์ดังให้เลือกมากมาย อาทิเช่น ADIDAS, NIKE, NEW BALANCE, VANS, CONVERSE, FILA เป็นต้น
ในส่วนของอาหารบริเวณข้างทางที่ฮอทฮิตไม่แพ้กันอย่างโซน เมียงดงสตรีทฟู้ด มีอาหารหรือของทานเล่นให้ได้ลิ้มลองมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หอยเชลล์ย่างตัวใหญ่อบน่ากิน ขนมไข่หรือเครันปัง ขนมยอดฮิตตลอดกาลของเมียงดง กุ้งล็อบสเตอร์ตัวใหญ่ๆ ย่างชีสมีรสหวาน ชีสย่าง โดยการเอามอสซาเรลล่าชีสเสียบไม้แล้วเอาไปย่าง ต๊อกโบกี เค้กข้าวที่ขึ้นชื่อของเกาหลี ปรุงรสด้วยซอสเผ็ดสไตล์เกาหลี เมนูนี้มีอยู่เกือบทุกซอกทุกมุมที่ในตลาดเมียงดง บะหมี่ดำจาจังมยอน หนึ่งในเมนูสุดฮิตที่เห็นกันบ่อยในซีรี่ส์เกาหลี มันฝรั่งเกลียวทอดกรอบเสียบไม้ พบเห็นได้ทั่วไปในเมืองไทย แต่ของที่นี่จะมีไส้กรอกเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งชั้น ปลาหมึกยักษ์ทอดกรอบ เสียบไม้แบบอลังการโรยด้วยเกลือ เป็นต้น แต่หากคนที่ชอบของหวานก็จะมีไอติมโคนเจ้าดัง ซึ่งไอติมที่กดมาใส่โคนนั้นสูงถึง 2 ฟุต
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านชม โรงงานเจียระไนพลอยอเมทิส แดนเกาหลีเป็นแดนของพลอยสีม่วง พลอยแห่งสุขภาพและนำโชค โดยมีตั้งแต่สีม่วงอ่อนเย็นตา จนถึงสีม่วงไวน์ มีเสน่ห์เย้ายวนใจ พลอยนี้จะงามจับตาเมื่อมาทำเป็นแหวน จี้ ต่างหู และสร้อยข้อมือ
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านโบราณเกาหลี หมู่บ้านโบราณอึนพยอง หมู่บ้านโบราณที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่มีภูเขาโอบล้อม บรรยากาศธรรมชาติที่สวยงาม เงียบสงบ ภายในหมู่บ้านมีคาเฟ่ในสไตส์ฮันอก ทั้งแบบดั้งเดิมและผสมผสานสมัยใหม่อย่างลงตัว สามารถเดินได้เพลินๆ สบายๆ มีร้านอาหาร คาเฟ่ และยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอีกมากมาย
จากนั้นนำท่านเพลินเพลินกับการแวะซื้อของฝากที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต (ละลายเงินวอน ซื้อ 5 แถม 1) สาหร่าย ขนมต่างๆ ช็อกโกแล็ตหิน ซีเรียลช็อกโก้ ผลิตภัณฑ์ของใบ และรากฝอยของโสมในรูปแบบขนม ชาโสม โคลนพอกหน้าโสม ครีมล้างหน้าโสม เครื่องสำอางโสม และยังมีกิมจิ เปเปโร (ป๊อกกี้เกาหลี) ชินราเมง (มาม่าเกาหลี) นมกล้วย เป็นต้น
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบินอินชอน เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
โดยมีเงื่อนไขการคืนเงินค่าบริการดังนี้
- ยกเลิกก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าบริการร้อยละ 100 ของเงินค่าบริการ
- ยกเลิกก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 15 วัน คืนเงินค่าบริการร้อยละ 50 ของเงินค่าบริการ
- ยกเลิกก่อนวันเดินทางน้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินค่าบริการที่ชำระแล้วทั้งหมด ทั้งนี้ ทางบริษัทจะหักค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายจริงจากค่าบริการที่ชำระแล้วเนื่องในการเตรียมการจัดการนำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยว เช่น การสำรองที่นั่งตั๋วเครื่องบิน การจองที่พักฯลฯ
จากมาตรการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศเกาหลีให้กับคนไทย ผู้ที่ประสงค์จะพำนักระยะสั้นในประเทศเกาหลีไม่เกิน 90 วัน ไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือธุรกิจ จะต้องยื่นเอกสารในขั้นตอนการตรวจเข้าเมือง เพื่อยืนยันการมีคุณสมบัติการเข้าประเทศเกาหลี ดังต่อไปนี้
โปรดอ่านข้อความให้ถี่ถ้วนก่อนการจองทัวร์ทุกครั้ง เพื่อประโยชน์แก่ตัวท่านเอง ในกรณียกเลิกการเดินทางต้องยกเลิก 30 วันก่อนการเดินทางเท่านั้น ไม่เช่นนั้น ทางบริษัทจะไม่คืนมัดจำไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ ทั้งสิ้น ค่าทัวร์ที่จ่ายให้กับผู้จัดเป็นการชำระแบบจ่ายชำระขาด และผู้จัดได้ชำระให้กับทางสายการบินและสถานที่ต่างๆ แบบชำระขาดก่อนออกเดินทางเช่นกัน ฉะนั้น หากท่านไม่ได้ร่วมเดินทาง หรือใช้บริการตามรายการไม่ว่าด้วยสาเหตุใด หรือได้รับการปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกเมืองจากประเทศในรายการ (ประเทศไทย และประเทศเกาหลีใต้) ทางผู้จัดขอสงวนสิทธิการคืนเงินสดส่วนใดๆ รวมทั้งค่าตั๋วเครื่องบินให้แก่ท่าน
หมายเหตุ : ตามนโยบายของรัฐบาลเกาหลีใต้ ร่วมกับการท่องเที่ยวเกาหลีใต้เพื่อโปรโมทสินค้าในนามของร้านรัฐบาล คือ สมุนไพรโสม, สมุนไพรฮอตเกนามู, น้ำมันสน, ศูนย์เครื่องสำอางค์ (คอสเมติค), พลอยอเมทิส และร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) ซึ่งจำเป็นต้องระบุไว้ในโปรแกรมทัวร์ เพราะมีผลกับราคาทัวร์ ทางบริษัทฯ จึงอยากเรียนชี้แจงลูกค้าทุกท่านว่า ร้านรัฐบาลทุกร้านจำเป็นต้องรบกวนทุกท่านแวะชม หากประสงค์จะซื้อหรือไม่ซื้อขึ้นอยู่กับความพอใจของลูกค้าเป็นหลัก ไม่มีการบังคับใดๆ ทั้งสิ้น
การพิจารณาการเข้า-ออก ณ ประเทศจุดหมายปลายทาง ถือเป็นสิทธิ์ในทางกฎหมายของประเทศนั้นๆ โดยทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่กรมแรงงานเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด ทางผู้จัดไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ หากท่าปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือเข้าประเทศที่ระบุในรายการเดินทาง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการเปลี่ยนตั๋วขากลับ และรวมถึงค่าบริการอื่นๆ ที่เกิดขึ้นด้วย ฉะนั้น ท่านจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นที่ทางประเทศนั้นๆ เรียกเก็บ ทางผู้จัดและทางสายการบินจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทุกกรณี หากต้องกลับประเทศไทยในเที่ยวบินถัดไปที่มีที่นั่งว่าง หรือตามวันเดินทางของตั๋วเครื่องบิน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศเกาหลีใต้ และสายการบินเป็นผู้พิจารณาเท่านั้น ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น และขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการ ไม่ว่ากรณีใดๆ ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัท