คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสายขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 ประตูทางเข้า7เคาน์เตอร์เช็คอิน P สายการบินแอร์ฟราน โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอินรับบัตรโดยสาร
**หมายเหตุ** เคาน์เตอร์เช็คอินจะปิดบริการก่อนเวลาเครื่องออกอย่างน้อย 60 นาทีและผู้โดยสารพร้อมณประตูขึ้นเครื่องก่อนเวลาเครื่องออก 30 นาที
เดินทางถึง กรุงปารีส ชาร์ลส์เดอโกล เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนแม่น้ำแซนบริเวณตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสบนใจกลางแคว้น อีล–เดอ–ฟร็องส์ปัจจุบันกรุงปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลก (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 5 ช.ม.กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเป็นเวลาท้องถิ่นเพื่อสะดวกในการนัดหมาย)
พักผ่อนบริเวณสนามบินเพื่อรอต่อเครื่องไปยัง รีโอเดจาเนโร (Rio de Janeiro) ประเทศบราซิล
บินลัดฟ้าสู่ นครริโอเดจาเนโร (Rio de Janeiro) ประเทศบราซิล โดย สายการบิน Air France เที่ยวบินที่ AF442 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)ใช้เวลาเดินทาง 11 ชั่วโมง 15 นาทีโดยประมาณ
บริการอาหารเช้าณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางถึง สนามบินอังโตนีอูการ์ลูชโชบิง นครริโอเดจาเนโร ซึ่งมีความหมายว่า "แม่น้ำเดือนมกราคม" หรือมักเรียกโดยย่อว่ารีโอ (Rio) เป็นเมืองหลวงของรัฐรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 9 ช.ม. กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเป็นเวลาท้องถิ่นเพื่อสะดวกในการนัดหมาย)
รีโอเดจาเนโร เป็นเมืองที่กล่าวขานกันว่างดงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และเป็นที่รู้จักในด้านการท่องเที่ยวโดยเฉพาะชายหาดกอปากาบานา และอีปาเนมาเทศกาลรื่นเริงประจำปีของบราซิล และรูปปั้นพระเยซูขนาดใหญ่ที่รู้จักในชื่อกริชตูเรเดงโตร์บนยอดเขากอร์โกวาดู
หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว
นำท่านออกเดินทางลงใต้และแวะ ถ่ายรูปบริเวณภายนอก สนามกีฬามารากานัง (Maracana stadium) สนามกีฬาแห่งชาติของบราซิลถือเป็นหนึ่งในสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยชื่อของสนามนั้นมาจากชื่อย่านมารากานัง ที่อยู่โดยรอบเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ค.ศ.1950 เพื่อใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 1950 โดยใช้ในพิธีเปิดและปิด สามารถจุผุ้ชมได้มากถึง 100,000 กว่าคน มารากานัง ยังเป็นหนึ่งในสนามที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 และเป็นสนามในการแข่งขันฟุตบอลรอบชิงชนะเลิศในโอลิมปิกฤดูร้อน 2016 และเป็นสถานที่จัดพิธีเปิดและปิดโอลิมปิกในครั้งเดียวกันนั้น
นำท่านเดินทางต่อไปยัง จุดชมวิวยอดนิยม ภูเขาซูการ์โลฟ (Sugar Loaf Mountain) นั่งกระเช้า ขึ้นสู่ ยอดเขาที่มีความสูง 396 เมตร ซึ่งสูงตระหง่านอยู่ที่ปลายแหลมสุดของปากอ่าวกวานาบารา บนยอดเขามีบริการกระเช้าที่จะพานักท่องเที่ยวข้ามจากเขาอีกลูกหนึ่งไปยัง ยอดเขาชูก้าโรฟ เพื่อชมทิวทัศน์ที่งดงามตื่นเต้นกับทิวทัศน์ที่ปรากฎอยู่โดยรอบและยังสามารถมองเห็นชายหาดโค้งรับกับหาดทรายขาวตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าใสดุจภาพเขียนที่ตราตรึง นอกจากจุดชมวิวบนยอดเขาแล้วชูก้าโลฟยังเป็นสถานที่โปรดปรานของนักปีนเขาที่ชอบความท้าทายจากทั่วโลกอีกด้วยเพราะยอดเขาแห่งนี้มีพื้นที่ในการปีนเขาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
นำท่านชม ป้อมปราการ โคปาคาบานา เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทางทหารที่มั่นแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 โดยเป็นหนึ่งในระบบป้องกันประเทศหลักของนครริโอเดจาเนโรป้อมปราการมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงประติมากรรมหุ่นขี้ผึ้งและสิ่งของเกี่ยวกับทหารที่หายากรวมทั้งเครื่องแบบและอาวุธบนป้อมยังติดตั้งปืนใหญ่ครุปป์ขนาด 305 มม. ที่สามารถยิงเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปไกลถึง 23 กม. อีกด้วย
บริการอาหารเช้าณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ รูปปั้นพระเยซูกริชตูเรเดงโตร์ ประติมากรรมรูปปั้นพระเยซูคริสต์ผู้ไถ่บาปขนาดความสูงจากฐานราว 38 เมตร ตั้งอยู่ บนยอดเขากอร์โกวาดู
รูปปั้นพระเยซูกริชตูเรเดงโตร์ ผลงานของประติมากรชาวฝรั่งเศสเชื้อสายโปแลนด์ ชื่อปอลลันดอฟสกีเป็นผู้ออกแบบ และเอโตร์ดาซิลวากอชตาวิศวกรชาวบราซิลดำเนินการสร้าง ใช้เวลาในการสร้าง 5 ปี ประติมากรรมนี้ถือเป็นอนุสาวรีย์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทั้งยังเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่รูปปั้นนี้เป็นหนึ่งใน "7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ที่ทำขึ้นจากคอนกรีตเสริมใยเหล็กและต่อมาได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของกรุงรีโอเดจาเนโรเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวบราซิลทั้งนี้มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ราว 1,800,000 คนต่อปี
นำท่านเดินชมงานศิลปะใน ย่านลาปาบันไดศิลปะเซลารอน (Escadaria Selaron หรือLapa Steps) ศิลปินชาวชิลีชื่อฆอร์เฆ่เซลารอนเขาเริ่มจากตกแต่งบันไดหน้าบ้านเขาด้วยแผ่นกระเบื้องสีตั้งแต่ปี 1990 ตอนนี้มีมากกว่า 2,000 แผ่นและกระเบื้องก็ถูกนำมาจากหลายประเทศทั่วโลก
จากนั้นเดินทางไปยัง โบสถ์เมโทรโปลิแทน (Metropolitan Cathedral of Saint Sebastian) หรือที่คนทัวไปรู้จักกันว่า Rio de Janeiro Cathedral ซึ่งจุดที่ทําให้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีสถาปัตยกรรมแปลกตาโดยถอดแบบมาจากพีระมิดของชาวมายาที่ประเทศเม็กซิโกภายในมีกระจกแก้วสีสันสวยงามจากทั้งสีด้านตกแต่งจากพื้นขึ้นไปถึงเพดานเป็นรูปกากบาทหรือ Cross ที่เป็นสัญลักษณ์ของไม้กางเขน
บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอังโตนีอูการ์ลูชโชบิง
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติฟอสดูอีกัวซู ในรัฐ Parana ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศบลาซิลติดกับรัฐเซาเปาโลทางทิศตะวันออกติดกับรัฐซันตากาตารีนาของอาร์เจนตินาทางทิศใต้มีแม่น้ำปารานาแบ่งเขตแดนกับประเทศปารากวัยเมืองหลวงของรัฐคือเมืองกูรีตีบา
บริการอาหารเช้าณ ห้องอาหารของโรงแรม
น้ำตกอีกวาซู (Iguazu Falls แปลว่า "สายน้ำอันยิ่งใหญ่") หรือ (Guarani) ในภาษากวารานีของชาวอินเดียนแดงเผ่าดั้งเดิม
น้ำตกอีกวาซู ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อพรมแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศอาร์เจนตินาโดยทั้งสองประเทศประกาศให้บริเวณพื้นที่ป่าริมน้ำตกเป็นเขตอุทยานแห่งชาติของทั้งสองประเทศเพื่อคุ้มครองรักษาสัตว์ป่าเขตร้อนซึ่งมีสัตว์ต่างถิ่นและพืชพันธุ์แปลกตาหลากสีและพรรณไม้นานาชนิดที่เรียงรายอยู่ทั่วภูมิทัศน์อันเขียวชอุ่มน้ำตกอีกวาซูยังเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้โดยใหญ่กว่าน้ำตกไนแอการาประมาณ 30 เท่าขนาดของน้ำตกใกล้เคียงกับน้ำตกวิกตอเรียในทวีปแอฟริกาน้ำตกอีกวาซูเกิดจากแม่น้ำอีกวาซูไหลมาจากที่ราบสูงปารานาตกจากขอบที่ราบสูงขนาดใหญ่ลงสู่พื้นที่ราบต่ำกว่าจึงกลายเป็นน้ำตกขนาดใหญ่เป็นแนวยาวกว่า 4 กิโลเมตร สูงกว่า 269 ฟุตประกอบด้วยน้ำตกน้อยใหญ่อีก 275 แห่งในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนมีนาคมปริมาณน้ำมีมากแต่ในช่วงฤดูร้อนคือระหว่างเมษายนถึงเดือนตุลาคมปริมาณน้ำจะลดลงบริเวณรอบๆน้ำตกจะเกิดละอองน้ำอยู่ตลอดเวลาและมีเสียงดังไปไกลกว่า 24 กิโลเมตร ให้ท่านได้นั่งเรือเจ็ทมาคูโคแบบใกล้ชิดน้ำตกเรือจะนำเราลอดผ่านชั้นต่างๆของน้ำตกน้อยใหญ่ดื่มด่ำกับทิวทัศน์อันงดงามของน้ำตก Tre Mosqueteros Fall ผ่านเข้าไปใกล้น้ำตกThree Musketeers และSan Martin Falls จุดยอดนิยมของน้ำตก
** หมายเหตุ : กิจกรรมนี้มีความเสี่ยง การตัดสินใจร่วมกิจกรรมของท่านไม่อยู่ในการดูแลรับผิดชอบต่อชีวิตและทรัพย์สินของบริษัททัวร์ **
นำท่านชม เขื่อนอิไตปู (Itaipú) เป็นเขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่ซึ่งในอดีตจัดได้ว่าเป็นเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลกกั้นแม่น้ำปารานาบริเวณเขตแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศปารากวัย จึงทำให้เขื่อนนี้เป็นทั้งผนังกันน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสองประเทศอีกด้วย
เขื่อนอิไตปู เป็นเขื่อนคอนกรีตชนิดเขื่อนแบบกลวงมีขนาดความสูง 180 เมตรยาวกว่า 8 กิโลเมตรใช้คอนกรีตในการสร้างกว่า 28 ล้านตันซึ่งสามารถสร้างสนามฟุตบอลได้ 210 สนามและใช้เหล็กมากขนาดสร้างหอไอเฟลได้ 380 หอเลยทีเดียวเมื่อสร้างเสร็จด้านเหนือเขื่อนจึงเกิดอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มีเนื้อที่กว่า 1,550 ตารางกิโลเมตรระยะทางยาวลึกขึ้นไปทางเหนือเขื่อนอีกกว่า 160 กิโลเมตรมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 18 เครื่องมีกำลังการผลิต 12,600 เมกะวัตต์จึงสามารถจ่ายไฟให้กับประเทศปารากวัยได้ทั้งประเทศรวมทั้งเมืองใหญ่ของบราซิลทั้งกรุงเซาเปาโลและนครรีโอเดจาเนโรได้อย่างสบายแต่ภายหลังได้มีโครงการเพิ่มเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเป็น 20 เครื่องภายในปี 2550 และสามารถเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 14,000 เมกะวัตต์
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติฟอสดูอีกัวซู
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติฮอร์เกจาเวซ ประเทศเปรูเมืองหลวงชื่อ กรุงลิมา (Lima ) ถูกตั้งขึ้นโดยฟรันซิสโกปีซาร์โรผู้พิชิตชาวสเปนโดยให้สมญานามว่านครแห่งเหล่ากษัตริย์ (City of Kings)
กรุงลิมา เป็นทั้งศูนย์กลางการขนส่งการเงินอุตสาหกรรมและวัฒนธรรมของประเทศอีกด้วยเป็นเมืองและเขตนครหลวงสำคัญที่สุดในทวีปอเมริกาใต้มานานกว่าสามศตวรรษปัจจุบันจำนวนประชากรเกือบหนึ่งในสามของทั้งประเทศอาศัยในเขตนครหลวงของเมืองนี้ที่ตั้งของกรุงลิมาห้อมล้อมด้วยหุบเขาชียองแม่น้ำรีมักและแม่น้ำลูริงริมชายฝั่งแห้งแล้งซึ่งอยู่ติดกับอ่าวในมหาสมุทรแปซิฟิก
บริการอาหารเช้าณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางไปเยี่ยมชม เมืองโบราณปาชาคามา (Pachacamac Ruins) มีความหมายว่าผู้สร้างโลก
เมืองโบราณปาชาคามาเป็นเมืองโบราณที่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นระหว่างปี 800–1450 ก่อนคริสตกาลตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงลิมาในอดีตปกครองโดยอาณาจักรอินคาบริเวณโดยรอบเป็นที่ตั้งของปิระมิดหลากหลายรูปแบบที่ได้มีการขุดค้นพบขึ้นและส่วนที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์ที่สุดคือวิหารปาชาคามา
นำท่านสำรวจภายในวิหารและโบราณสถานโดยรอบที่ได้ขุดค้นพบชมความยิ่งใหญ่ของเมืองโบราณแห่งอาณาจักรอินคาอีกแห่งหนึ่งวัฒนธรรมในแถบนี้ใช้เวลาก่อตัวมากกว่าหนึ่งหมื่นปีก่อนยุคอินคาก่อนที่วัฒนธรรมจะเริ่มแผ่ขยายมีการก่อสร้างวัดและแท่นบูชาทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่สำหรับการเคารพบูชาของชนเผ่าพื้นเมือง
ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับ แหล่งโบราณคดี Huaca Hualiamarca ปิระมิดดินขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านให้นักท่องเที่ยวเก็บภาพและความน่าประทับใจ
จากนั้นไปที่ พิพิธภัณฑ์ทองคำ Gold Museum of Peru and Arms of the World ในพิพิธภัณฑ์ทองคำที่ดีที่สุดในอเมริกาใต้นอกจากทองคำอาวุธยุทโธปกรณ์แล้วยังมีซากมัมมี่อีกด้วยจากอารยะธรรมโบราณที่น่าสนใจของกลุ่มชนเผ่าโบราณต่างๆเกี่ยวกับงานโลหะพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีวัตถุต่างๆ จัดแสดงมากกว่า 7,000 ชิ้นรวมไปถึงผลงานทางศิลปะและหินล้ำค่าบางชนิดนอกจากนี้ยังมีอาวุธต่างที่สะสมไว้ราว 20,000 ชิ้นจากทั่วทุกมุมโลก
นำท่านเดินทางกลับสู่ ตัวเมืองลิมา เพื่อชม โบสถ์โรมันคาทอลิก Basilica and Convent fo San Francisco วิหารยอดหอคอยแฝดประจำเมือง วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 ตั้งตระหง่านเป็นวิวประกอบฉากกับเมืองที่สามารถมองเห็นจากทุกที่ในใจกลางเมืองอย่างสวยงาม จากนั้นให้ท่านได้เดินชมและถ่ายรูปบริเวณรอบๆ Plaza Mayor ในยามค่ำคืนชมมหาวิหารที่ประดับไปด้วยแสงไฟสีทอง
เดินทางถึง เมืองกุสโก เมืองที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาแอนดีสบนความสูงประมาณ 3,300 เมตร เมืองกุสโกเคยเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิอินคา หลังจากสเปนมายึดครองและตั้งเมืองหลวงใหม่ที่ลิมากุสโกก็ถูกลดความสำคัญลงแต่หลังจากที่มีการค้นพบมาชูปิกชูในปีพ.ศ. 2454 เมืองกุสโกก็กลับกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญจนในปีพ.ศ. 2526 องค์กรยูเนสโกได้ประกาศให้มาชูปิกชูเป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรม
บริการอาหารเช้า แบบกล่อง
นำท่านชม วิหารแห่งดวงอาทิตย์ (Qorikancha) มีความหมายว่าลานทองคำ และในอดีตสมัยอินคากำแพงวิหารก็ปกคลุมด้วยแผ่นทองคำจริงๆ แต่เมื่อเมื่อสเปนเข้ายึดเป็นอาณานิคมพวกเขาได้ทำลาย และปล้นสะดมบางส่วนของวิหารไปนักล่าอาณานิคมชาวสเปนลอกโลหะล้ำค่าเกือบทั้งหมดออกแล้วนำไปหลอมเพื่อส่งไปยังยุโรป คุณสามารถเห็นล่องรอยบนหินที่เคยเป็นตำแหน่งยึดแผ่นทองคำ
วิหารแห่งดวงอาทิตย์ ภายหลังวิหารแห่นนี้ได้ถูกบูรณะก่อสร้างสำนัก Santo Domingo ทับตัววิหารเดิมและสำนักดังกล่าวยังคงอยู่มาถึงปัจจุบันห้องขนาดเล็กของลานภายในห้องสักการะสายฟ้าและสายรุ้ง ห้องทำพิธีบูชายัญจากนั้นนำท่านชมป้อมปราการซัคเซฮัวมัน (Sacsayhuaman) เป็นป้อมปราการทางตอนเหนือของเมืองเมืองกุสโกเมืองหลวงเก่าแก่อาณาจักรอินคาโบราณ ตัวป้อมเป็นหินขนาดใหญ่แต่ละก้อนสูงกว่า 6 เมตรยาวสุด 400 เมตรเรียงตัวซ้อนกันอย่างเป็นประนีตอยู่บนเขานักโบราณคดีคาดการณ์ว่าป้อมปราการ Sacsayhuaman ถูกสร้างขึ้นเมื่อค.ศ. 900 – 1200 โดยหินทุกก้อนถูกจัดวางและถูกทำให้เป็นรูปร่างจากเครื่องมือที่ไม่สามารถระบุชนิดได้ จุดนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศทางวิศวกรรมของชาวอินคา
นำท่านชม หุบเขาศักดิ์สิทธิ์อูรูรัมบา (Urubamba Sacred Valley) ตั้งอยู่ในหุบเขาของเทือกเขาแอนดีสซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรอินคาในอดีตมีพื้นที่ครอบคลุมราว 60 กิโลเมตรขนานไปกับแม่น้ำอูรูบัมบาหรือที่รู้จักกันในชื่อแม่น้ำวิลคาโนต้าซึ่งมีความหมายว่า “แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์”เนื่องจากเส้นทางสายนี้ในอดีตเชื่อกันว่าเคยเป็นเส้นทางแสวงบุญเส้นสำคัญของชาวอินคาที่มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่มาชูปิกชู พื้นที่แห่งนี้สดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตเกษตรกรรมโบราณดั้งเดิม
บริการอาหารเช้าณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำออกเดินทางโดยรถโค้ชอุทยานไปยัง นครโบราณมาชูปิกชู ที่ตั้งของนครโบราณของชาวอินคา บนความสูงกว่า 2,430 เมตรจากระดับน้ำทะเล
มาชูปิกชู เป็นซากเมืองโบราณของอารยธรรมอินคาอดีตนั้นเมืองแห่งนี้เข้าถึงได้ยากมีความเร้นลับและมหัศจรรย์เพราะตั้งอยู่บนภูเขาสูงห่างไกลอันเป็นภูเขาส่วนหนึ่งในแนวเทือกเขาแอนดีสที่สูงใหญ่ที่สุดในโลกนครแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 15 เคยเป็นดินแดนที่มีความเจริญรุ่งเรืองในยุคที่อาณาจักรอินคาที่อยู่ในยุคเฟื่องฟูแต่เมื่ออาณาจักรอินคาต้องล่มสลายด้วยการขยายอำนาจของสเปนภายหลัง มาชูปิกชูจึงถูกทอดทิ้งกลายเป็นเมืองสาบสูญไปในช่วงศตวรรษที่ 16 และได้กลับกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในฝันของนักเดินทางจากทั่วโลกอีกครั้งหลังจากการค้นพบโดย Hiram Bingham ในปีค.ศ. 1911 ความมหัศจรรย์ของ มาชูปิกชูนั้นคือ มีทำเลตั้งอยู่บนยอดเขาสูงและไม่สามารถมองเห็นได้จากเชิงเขาจึงทำให้มันถูกซ่อนอยู่บนยอดเขาอย่างยาวนานหลังจากการล่มสลายของอาณาจักรอินคาและเมื่อมีการค้นพบก็ยิ่งทำให้มนุษย์ในยุคปัจจุบันอึ้งทึ่งกับความชาญฉลาดในการเลือกตำแหน่งที่ตั้งของเมืองรวมไปถึงการวางผังเมืองให้สอดคล้องกับธรรมชาติและเอื้อต่อการดำรงชีพของชาวอินคามีการวางระบบน้ำและการเกษตรกรรมได้อย่างดีมีศูนย์กลางทางศาสนพิธีและยังมีสิ่งก่อสร้างที่เชื่อมโยงต่อเรื่องราวของดาราศาสตร์ด้วยสิ่งปลูกสร้างต่างๆจะถูกสร้างด้วยหินให้ลดหลั่นลงมาเป็นชั้นๆตามแนวเชิงเขาโดยมีขั้นบันไดหลายพันขั้นเป็นทางเดินเชื่อมต่อกัน
นำท่านแวะ ตลาดพื้นเมือง เลือกชมสินค้าหัตถกรรมและงานฝีมือของชาวบ้านซึ่งเป็นสินค้าที่ทำขึ้นอย่างพิถีพิถันและมีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองให้เลือกมากมายหลากหลายแบบเราจะเห็นชาวบ้านแต่งตัวด้วยผ้าพื้นเมืองใส่กระโปรงลวดลายงดงามถักเปียสวยงาม สมควรแก่เวลาเดินทางกลับสู่เมืองกุสโกพักผ่อนบนรถ
บริการอาหารเช้าณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม กำแพงหิน 12 Side Stone ที่สร้างขึ้นโอบล้อมเมืองเก่าคูซโก้ กำแพงนี้สร้างจากภูมิปัญญาของชาวอินคาโบราณโดยการนำหินก้อนใหญ่มาเรียงกันสร้างเป็นกำแพงเมืองขนาดใหญ่
จากนั้นนำท่านเดินชมความสวยงามของ เมืองคูซโก้ เยี่ยมชม จตุรัสอาร์ม (Arms Square) หรือที่รู้จักในนามจัตุรัสนักรบและบริเวณใกล้ๆกันนั้น ยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์ลาคัมปาเนีย (Church of la Compania de Jesus) โบสถ์ที่อยู่คู่เมืองกุสโก ที่สร้างขึ้นในปีค.ศ.1576 และได้รับการยกย่องว่าเป็นโบสถ์ที่สร้างแบบสถาปัตยกรรมโคโลเนียลบาโร๊คที่สวยงาม
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางไปยังสนามบิน นานาชาติอเลฮานโดรเวลาสโกอาสเตเต
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติฮอร์เกซาเวซ รอเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางไปยัง อัมสเตอร์ดัม
ออกเดินทางจาก กรุงลิมา ไปยัง ท่าอากาศยานนานาชาติสคิปโฮลอัมสเตอร์ดัม โดย สายการบินเคแอลเอ็มโรยัลดัตช์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ KL744 ใช้เวลาเดินทาง 12.30 ชั่วโมง โดยประมาณ *** บินข้ามเส้นแบ่งเขตเวลาสากล ***
ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ โดย สายการบินเคแอลเอ็มโรยัลดัตช์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ KL875
ใช้เวลาเดินทาง 11.00 ชั่วโมง โดยประมาณ *** บินข้ามเส้นแบ่งเขตเวลาสากล ***
1.บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาและเงื่อนไขต่างๆโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าทั้งนี้ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทฯเท่านั้นอีกทั้งข้อสรุปและข้อตัดสินใดๆของบริษัทฯให้ถือเป็นข้อยุติสิ้นสุดสมบูรณ์
2.บริษัทฯ และตัวแทนของบริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์ตามความเหมาะสมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ข้อจำกัดด้านภูมิอากาศและเวลา ณ วันที่เดินทางจริงทั้งนี้ทางบริษัทฯจะยึดถือและคำนึงถึงความปลอดภัยรวมถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้าส่วนมากเป็นสำคัญ
3.รายการทัวร์นี้เป็นการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะ (Join Tour) จัดทำและดำเนินการโดยบริษัทคู่ค้า (Partner)
4.อัตราค่าบริการคิดคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน และราคาตั๋วเครื่องบินในปัจจุบันบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนราคาค่าบริการในกรณีที่มีการขึ้นราคาค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าประกันภัยสายการบินค่าธรรมเนียมน้ำมันหรือมีการประกาศลดค่าเงินบาทหรืออัตราแลกเปลี่ยนได้ปรับขึ้นในช่วงใกล้วันที่คณะจะเดินทาง
5.ในระหว่างการท่องเที่ยวนี้ หากท่านไม่ใช้บริการใดๆไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนถือว่าท่านสละสิทธิ์ไม่สามารถเรียกร้องขอคืนค่าบริการได้
6.หากท่านไม่เดินทางกลับพร้อมคณะทัวร์ ตั๋วเครื่องบินขากลับซึ่งยังไม่ได้ใช้ไม่สามารถนำมาขอคืนเงินได้
7.ค่าบริการที่ท่านชำระกับทางบริษัทฯ เป็นการชำระแบบเหมาขาดและทางบริษัทฯได้ชำระให้กับบริษัทฯตัวแทนแต่ละแห่งแบบเหมาขาดเช่นกัน ดังนั้นหากท่านมีเหตุอันใดที่ทำให้ท่านไม่ได้ท่องเที่ยวพร้อมคณะตามรายการที่ระบุไว้ ท่านจะขอคืนค่าบริการไม่ได้
8.กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนมีการยกเลิกล่าช้าเปลี่ยนแปลงการบริการจากสายการบินบริษัทขนส่งหรือหน่วยงานที่ให้บริการบริษัทฯจะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่นทดแทนให้แต่จะไม่คืนเงินให้สำหรับค่าบริการนั้นๆ
9.มัคคุเทศก์พนักงานและตัวแทนของบริษัทฯไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆทั้งสิ้นแทนบริษัทฯนอกจากมีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทฯกำกับเท่านั้น
10.โปรแกรมทัวร์นี้จะสามารถออกเดินทางได้ต้องมีจำนวนผู้เดินทางขั้นต่ำ 20 ท่านรวมในคณะตามที่กำหนดไว้เท่านั้นหากมีจำนวนผู้เดินทางรวมแล้วน้อยกว่าที่กำหนดไว้บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนกำหนดการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทาง 10-15ท่าน ต้องเพิ่มเงินท่านละ 2,000 บาท, กรณีที่มีผู้เดินทาง 16-19 ท่านต้องเพิ่มเงินท่านละ 1,000 บาท
11.บริษัทฯรับเฉพาะผู้มีวัตถุประสงค์เดินทางเพื่อท่องเที่ยวเท่านั้นการเดินทางของผู้เดินทางด้วยวัตถุประสงค์แอบแฝงอื่น ๆ เช่นการไปค้าแรงงานการค้าประเวณีการค้ามนุษย์การขนส่งสินค้าหนีภาษีการขนยาเสพติดการโจรกรรมการขนอาวุธสงครามการก่อการร้ายและอื่น ๆ ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายผิดศีลธรรมอันดีบริษัทฯมิได้มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องหรือมีส่วนต้องรับผิดชอบใด ๆ กับการกระทำดังกล่าวทั้งสิ้น
12.หากผู้เดินทางถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้นๆปฏิเสธการเข้า - ออกเมืองด้วยเหตุผลใดๆก็ตามถือเป็นเหตุผลซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจและความรับผิดชอบของบริษัทฯทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบคืนเงินทั้งหมด
13.ผู้เดินทางต้องใช้วิจารณญาณส่วนตัวและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจในการเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ ในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวท่านเองบริษัทฯจะไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากเกิดความไม่พึงพอใจในสินค้าที่ผู้เดินทางได้ซื้อระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวนี้
14.ผู้เดินทางต้องรับผิดชอบต่อการจัดเก็บ และดูแลทรัพย์สินส่วนตัวของมีค่าต่าง ๆ อย่างระมัดระวังบริษัทฯจะไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากเกิดการสูญหายของทรัพย์สินส่วนตัวของมีค่าต่าง ๆ ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวอันมีสาเหตุมาจากผู้เดินทาง
15.บริษัทฯจะไม่รับผิดชอบต่อการสูญหายของทรัพย์สินและสัมภาระระหว่างการเดินทางอันมีสาเหตุมาจากสนามบินสายการบินบริษัทขนส่งโรงแรมหรือการโจรกรรมแต่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการเรียกร้องค่าชดใช้ให้กับผู้เดินทาง
16.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากการยกเลิกหรือความล่าช้าของสายการบินภัยธรรมชาติการนัดหยุดงานการจลาจลการปฏิวัติรัฐประหารที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรงหรือทางอ้อมเช่นการเจ็บป่วยการถูกทำร้ายการสูญหายความล่าช้าหรือจากอุบัติเหตุต่างๆ
17.บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบใด ๆ ต่อการไม่เป็นไปตามความคาดหวังและความไม่พึงพอใจของผู้เดินทางที่เกี่ยวข้องกับสภาพธรรมชาติภูมิอากาศฤดูกาลทัศนียภาพวัฒนธรรมวิถีและพฤติกรรมของประชาชนในประเทศที่เดินทางไป
18.ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากผู้เดินทางประสบเหตุสภาวะฉุกเฉินจากโรคประจำตัวซึ่งไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุในรายการท่องเที่ยว(ซึ่งลูกค้าจะต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัททัวร์)
19.กรณีที่ท่านต้องออกตั๋วภายใน เช่น (ตั๋วเครื่องบิน,ตั๋วรถทัวร์,ตั๋วรถไฟ) กรุณาสอบถามที่เจ้าหน้าที่ทุกครั้งก่อนทำการออกตั๋วเนื่องจากสายการบินอาจมีการปรับเปลี่ยนไฟล์ทบินหรือเวลาบิน โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆในกรณีถ้าท่านออกตั๋วภายในโดยไม่แจ้งให้ทราบและหากไฟล์ทบินมีการปรับเปลี่ยนเวลาบินเพราะถือว่าท่านยอมรับในเงื่อนไขดังกล่าวแล้ว
20.กรณีใช้หนังสือเดินทางราชการ(เล่มน้ำเงิน)เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวกับคณะทัวร์หากท่านถูกปฏิเสธในการเข้า-ออกประเทศใดๆก็ตามทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าทัวร์และรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
21.หนังสือเดินทางต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือนและบริษัทฯรับเฉพาะผู้มีจุดประสงค์เดินทางเพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น (หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือนบริษัทฯไม่รับผิดชอบหากอายุเหลือไม่ถึงและไม่สามารถเดินทางได้ )