ล่องเรือโจรสลัด ทะเลสาบ อาชิ
ชมฝูงหงส์ ณ ทะเลสาบอินะวะชิโระ
ชมความน่ารักของสุนัขจิ้งจอก
สัมผัสประสบการณ์แช่ออนเซ็นเท้า หน้าสถานีรถไฟ
หมูบ้านบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ โอชิโนะฮักไก
เดินทางถึง สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร เรียบร้อยแล้ว (เวลาที่ญี่ปุ่น เร็วกว่าเมืองไทย 2 ชั่วโมง กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเพื่อความสะดวกในการนัดหมายเวลา)
หมายเหตุ : ประเทศญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้นำอาหารสด จำพวก เนื้อสัตว์ พืช ผัก ผลไม้ เข้าประเทศ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับและจับ
เดินทางสู่ เมืองยามานาชิ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.40 ชั่วโมง)
นำท่านเดินทางสู่ ฮาโกเน่ (Hakone) เมืองที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายที่ยังมีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ขึ้นชื่อในเรื่องออนเซ็น ฮาโกเน่เป็นเมืองที่ยังมีภูเขาไฟที่ยังไม่ปะทุหลงเหลืออยู่ และที่สำคัญคือแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งสามารถชมวิวภูเขาไฟฟูจิได้นั่นเอง
นำท่าน ล่องเรือโจรสลัด (Hakone Sightseeing Cruise) ณ ทะเลสาบอาชิ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที ให้ท่านได้ล่องเรือชมความงามของทัศนียภาพสองข้างทาง รวมถึงวิวภูเขาไฟฟูจิอีกด้วย
จากนั้นเดินทางสู่ หมู่บ้านโอชิโนะฮักไก (Oshino Hakkai) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เป็นในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญอีกสถานที่หนึ่ง โดยมีวิวภูเขาไฟฟูจิสีขาวตัดกับพื้นหลังสีฟ้า และใบไม้เปลี่ยนสี สีเหลือง แดง ส้ม เป็นภาพที่สวยงามมาก โอชิโนะฮักไกเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ประกอบด้วยบ่อน้ำ 8 บ่อในโอชิโนะ ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบคาวากูจิโกะ กับทะเลสาบยามานาคาโกะ บ่อน้ำทั้ง 8 นี้เป็นน้ำจากหิมะที่ละลายในช่วงฤดูร้อน ที่ไหลมาจากทางลาดใกล้ๆภูเขาไฟฟูจิผ่านหินลาวาที่มีรูพรุนอายุกว่า 80 ปี ทำให้น้ำใสสะอาดเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึก และซุ้มรอบๆบ่อ ที่ขายทั้งผัก ขนมหวาน ผักดอง งานฝีมือ และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอื่นๆ อิสระให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการถ่ายรูปและซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย
จากนั้นสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น นั่นก็คือ การเรียนพิธีชงชาญี่ปุ่น (Sado) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) โดยการชงชาตามแบบญี่ปุ่นนั้น มีขั้นตอนมากมาย เริ่มตั้งแต่การชงชา การรับชา และการดื่มชา ทุกขั้นตอนนั้นล้วนมีพิธี รายละเอียดที่บรรจงและสวยงามเป็นอย่างมาก พิธีชงชานี้ ไม่ใช่แค่รับชมอย่างเดียว ยังเปิดโอกาสให้ท่านได้มีส่วนร่วมในพิธีการชงชานี้อีกด้วย และจากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นเดินทางสู่ นิกโก้ (Nikko) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในทิวเขาในจังหวัดโทชิกิ อยู่ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางทิศเหนือประมาณ 140 กิโลเมตร เป็นเมืองท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างประเทศ มีรีสอร์ทน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียง ทิวเขาทางตะวันตกของเมืองเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาตินิกโก เป็นที่ตั้งของน้ำตกและเส้นทางชมทิวทัศน์ที่กล่าวกันว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นมีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องความสวยงามของวัดและศาลเจ้าต่างๆที่ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง)
นำท่านชม สะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge) ตั้งอยู่ ณ ประตูทางเข้าศาลเจ้าและวัดนิกโก้ เป็นของศาลเจ้าฟูตะระซัง เป็น 1 ใน 3 ของสะพานที่สวยที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับสะพานคินไตเคียว ที่อิวาคูนิกับสะพานซารุฮาชิ ที่ยามานาชิ สะพานชินเคียวเป็นสะพานโค้งสีแดง ทอดข้าม แม่น้ำไดยะ (Daiya river) ตรงเชิงปากทางขึ้นสู่แหล่งมรดกโลก มีความยาว 28 เมตร กว้าง 7 เมตร สูงจากระดับน้ำประมาร 10 เมตร สร้างจากไม้ โดยมีเสาหินรองรับน้ำหนัก สมัยก่อนสะพานนี้ใช้เฉพาะเจ้านายชั้นสูงหรือเชื้อพระวงศ์เท่านั้นในการข้ามแม่น้ำไดยะ (ไม่รวมค่าข้ามสะพาน มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมท่านละ 300 เยน)
จากนั้นนำท่านสู่ ศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu Shrine) ศาลเจ้าโทโชกุนั้นก็เป็นศาลเจ้าที่มีความสำคัญต่อนิกโก้และต่อญี่ปุ่นมาก เพราะเป็นสุสานของโชกุน โตกุกาว่า อิเอยาสุ ซึ่งเป็นโชกุนที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น รวมถึงที่นี่ยัง มีการอัญเชิญดวงวิญญาณอีกสองดวงคือโตโยโตมิ ฮิเดโยชิ ไดเมียวคนสำคัญ และมินาโมโตะ โยริโตโมะ ผู้ที่จัดตั้งรัฐบาลทหาร มาสถิตย์ ณ ที่แห่งนี้ด้วย ศาลเจ้านิกโก้โทโชกุ ได้รับการรับรองเป็น มรดกโลก จากองกรณ์ยูเนสโก้ บริเวณทางเข้ามีแผ่นหินจารึกตัวอักษรว่า โทโชกุและโทริอิ หินขนาดใหญ่มหึมาตั้งอยู่ เป็นจุดรับพลังที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 400 ปี ภายในศาลเจ้ามีประติมากรรมสวยงามจำนวนมาก ทั้ง เจดีย์ห้าชั้น สีสันสวยงาม มีความสูงถึง 36 เมตร ที่ใต้หลังคาชั้นแรกจะมีประติมากรรมสิบสองราศี หรือจะเป็น ประติมากรรมลิงสามตัว ที่แสดงความหมายว่าไม่ดู ไม่พูด ไม่ฟังสิ่งที่ไม่ดี นอกจากนี้ยังประติมากรรม แมวนอน ที่ถูกกำหนดให้เป็นสมบัติแห่งชาติของญี่ปุ่น อยู่ที่ประตูซากาชิตะมง ซึ่งแมวนอนนั้นสื่อถึง สันติภาพ นั่นเอง
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองไอสุ (Aizu) เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมซามูไร ไม่ว่าจะเป็นปราสาทหรือตัวเมืองที่ยังคงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของยุคสมัยโบราณ นอกจากนี้ไอสุยังมีมนต์เสน่ห์เรื่องของออนเซ็น (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.10 ชั่วโมง)
นำท่านสู่ ปราสาทสึรุงะ (Tsuruga Castle) หรือ ปราสาทนกกระเรียน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที) เป็นเพียงแห่งเดียวที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นไว้ ปราสาทหลังคาสีเเดงอันเป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองไอสุวาคามัทซึ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟไอสุวาคามัทซึ เดิมมีชื่อว่า ปราสาทคุโระคะวะ Kurokawa Castle สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1384 โดยตระกูลอะชินะ แต่เกิดแผ่นดินไหวในปี ค.ศ. 1611 ทำให้ปราสาทเสียหายหนักและได้มีการบูรณะและปรับจากปราสาท 7 ชั้น เหลือเพียง 5 ชั้นเท่านั้น HILIGHT!!! ปราสาทแห่งนี้ ถือเป็นอนุสรณ์สถานที่ยังทิ้งร่องรอยของเหล่านักรบซามูไรกลุ่มสุดท้ายในญี่ปุ่น ที่ได้เลือกปลิดชีพตัวเองลง ณ สถานที่นี้
นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบอินะวะชิโระ (Inawashiro Lake) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที) เป็นทะเลสาบใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศญี่ปุ่น เกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟ มีแร่ธาตุกรดเจือปนอยู่ จึงไม่มีสิ่งชิวิตใดๆ อาศัยอยู่ใต้น้ำได้ น้ำในทะเลสาบแห่งนี้จึงมีความใสจนได้รับฉายาว่า ทะเลสาบแห่งกระจกสวรรค์ หรือ เทนเคียวโค (Tenkyoko) ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน จะมีบรรดาฝูงหงส์อพยพมาอาศัยกันอยูมากมาย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองฟุคุชิมะ (Fukushima) เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่ภูมิภาคโทโฮคุ แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติอันสวยงามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภูเขา ทะเลสาบ สถานที่ชมซากุระ และใบไม้เปลี่ยนสี (ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินประมาณ 1 ชั่วโมง)
MUKAITAKI RYOKAN FUKUSHIMA หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน
จากนั้นให้ท่านได้ผ่อนคลายกับการ แช่น้ำแร่ออนเซ็นธรรมชาติ เชื่อว่าถ้าได้แช่น้ำแร่แล้ว จะทำให้ผิวพรรณสวยงามและช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดีขึ้น
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกซาโอะ (Zao Kitsune mura หรือ Zao Kitsune mura) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.10 ชม.) มีอาณาบริเวณถึง 18,000 ตารางฟุต รวบรวมเอาสุนักจิ้งจอกหลายหลายสายพันธ์ หลากสี ที่ญี่ปุ่นนั้นเชื่อว่าจิ้งจอกเป็นผู้ส่งสารของ Inari Okami เทพเจ้าชินโตด้านความอุดมสมบูรณ์ ที่นี่แบ่งออกเป็นสองโซน คือโซนสัตว์ที่อยู่ในกรง มีทั้ง แพะ แกะ กระต่าย ม้า สุนัขจิ้งจอก ซึ่งสามารถให้อาหารได้ กับโซนเปิดที่มีจิ้งจอกเดินไปมา อิสระให้ท่านชมความน่ารัก ขนฟูตัวนุ่มของสุนัขจิ้งจอกตามอัธยาศัย
ข้อควรระวัง เนื่องจากสุนัขจิ้งจอกถึงจะเป็นแบบเลี้ยง แต่บางตัวยังมีสัญชาติญาณเดิมอยู่ ดังนั้น ควรปฏิบัติตามคู่มือการท่องเที่ยวที่ทางเจ้าหน้าที่ของหมู่บ้านแจกให้อย่างเคร่งครัด และหากต้องการถ่ายรูปหรือสัมผัสตัวสุนัขจิ้งจอกจะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่หรืออยู่ในสายตาเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวนักท่องเที่ยวเอง
หมายเหตุ : หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอก ปิดทุกวันพุธ ยกเว้นเดือนกุมภาพันธ์ เปิดทำการทุกวันไม่มีวันหยุด ดังนั้น ส่งผลให้ โปรแกรมวันที่ 05-10 มกราคม, 12-17 มกราคม, 19-24 มกราคม, 08-13 มีนาคม และ 15-20 มีนาคม 2563 ไม่สามารถเข้าชมสุนัขจิ้งจอก ณ หมู่บ้านนี้ได้ ดังนั้น สงวนสิทธิ์ ปรับไปเก็บสตรอเบอรี่แทน นำท่าน เก็บสตรอเบอรี่ (Strawberry Pick up) สดๆ ลูกโตสีแดง หอมหวาน จากไร่ ณ เมืองฟุกุชิมะ อิสระให้ท่านเก็บและชิมสตรอเบอรี่ไม่อั้นตามอัธยาศัยเป็นเวลา 30 นาที จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร (เฉพาะ 5 period นี้ ไปเก็บสตรอเบอรี่แทนไปชมสุนัขจิ้งจอก)
จากนั้นนำท่านนั่ง กระเช้าลอยฟ้าซาโอะ (Zao Ropeway) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.) ที่จะพาคุณไต่จากด้านล่างของเขาซาโอะ ไปจนถึงยอดเขาจิโซะ (Jizo) ในช่วงฤดูหนาวหิมะจะปกคลุมทั่วพื้นที่เป็นสีขาวโพลน หรือภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า จูเฮียว (Juhyo) ซึ่งเป็นน้ำแข็งที่เกิดจากจะสะสมของหิมะที่ตกลงมาจนก่อตัวเป็นรูปร่างต่างๆ พออยู่
ชม ปีศาจหิมะ (Snow Monster)รวมๆ กัน ดูราวคล้ายกับปีศาจ และในเวลากลางคืนยังมีการเปิดไฟไลท์อัพเพิ่มความสวยงามอีกด้วย
อิสระให้ท่านเล่นสกี ณ ลานสกีซาโอะ รีสอร์ท (Zao Onsen Ski Resort) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที) เป็นหนึ่งในสถานที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ลานสกีขนาดใหญ่ที่มีกิจกรรมให้เล่นหลากหลายเหมาะทั้งกับผู้ที่มีทักษะ หรือผู้ที่ไม่เคยเล่นสกีมาก่อน ที่นี่โด่งดังด้วยคุณภาพของหิมะที่ละเอียดเบาราวผงแป้ง หรือที่เรียกว่า พาวเดอร์สโนว์ (Powder Snow) ราคาไม่รวมค่าเช่าชุดและอุปกรณ์สำหรับลานสกี
หมายเหตุ : ลานสกีอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากในวันที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวนต่อการชมปีศาจหิมะ อาจปรับไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นทดแทน โดยจะปรับไปเล่นสกีที่อื่นทดแทนด้วยเช่นกัน
เดินทางสู่ เมืองเซนได (Sendai) เป็นเมืองหลวงของ จังหวัดมิยางิ และยังเป็นเมืองที่มีความเจริญและมีขนาดใหญ่ที่สุดของภูมิภาคโทโฮคุ ได้รับฉายาว่า เมืองแห่งต้นไม้ เพราะมีสวนสาธารณะหลายแห่งทั่วเมืองที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น เซนไดมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญหลากหลายทั้งปราสาท วัดวาอาราม ห้างสรรพสินค้า แหล่งช้อปปิ้ง และร้านค้าร้านอาหารต่างๆ อีกมากมาย
นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือชิโกมะ (Marine Gate Shiogama) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.) เพื่อ ล่องเรือเฟอรรี่ ชม อ่าวมัตซึชิมะ (Matsushima Bay) ที่ติดอันดับ 1 ใน 3 วิวที่สวยงามที่สุดของประเทศญี่ปุ่น (Nihon Sankei) เป็นอ่าวที่เต็มไปด้วยเกาะหินเล็กๆกระจายตัวกันมากกว่า 200 เกาะและบนเกาะเล็กๆนี้ยังมีต้นสนญี่ปุ่นขึ้นอยู่ด้วยทำให้เกิดภาพที่แปลกตา ใช้เวลาล่องเรือประมาณ 30 นาที
จากนั้น วัดโกไดโดะ (Godaido Temple) เป็นพระอุโบสถขนาดเล็กบนเกาะติดกับท่าเรือมัตสึชิมะ เนื่องจาก ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่น ทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมัตสึชิมะ ถูกสร้างขึ้นในปี 807 เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูป 5 องค์ ซึ่งก่อตั้งโดยพระสงฆ์ที่ก่อตั้งวัดซูอิกันจิ โดยรูปปั้นจะถูกนำมาให้ประชาชนได้ชมกันทุกๆ 33 ปี
เดินทางสู่ วัดซูอิกันจิ (Zuiganji Temple) เป็นวัดเซนที่มีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุ ภายในอาคารมีการลงรักปิดทองและเพ้นท์สีประตูบานเลื่อนไว้อย่างสวยงาม ก่อตั้งครั้งแรกในปี 828 เดิมเป็นวัดนิกายเทนได และได้ถูกดัดแปลงให้เป็นวัดเซนในช่วงสมัยคามาคูระ วัดแห่งนี้ได้สะท้อนความสวยงามตามธรรมชาติของเมืองมัตสึชิมะได้เป็นอย่างดี โดยบริเวณทางเข้าห้องโถงใหญ่สองข้างทางจะเรียงรายด้วยไม้สนซีดาร์ และถ้ำต่างๆที่ อดีตเคยเป็นสถานที่ทำสมาธิ ปัจจุบันเต็มไปด้วยรูปปั้นต่างๆ ไม่ไกลกันนัก
นำท่านเข้าชม วัดเอนสึอิน (Entsuin Temple) วัดแห่งนี้รู้จักคุ้นเคยกันในชื่อ วัดแห่งกุหลาบ มีการวาดรูปดอกกุหลาบตะวันตกที่ว่ากันว่าเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นเอาไว้ด้านในบานประตูขวาของตู้ประดิษฐานพระพุทธรูป วัดสร้างขึ้นในปี 1646 เพื่อไว้ทุกข์และบูชาเทพ Mitsumune เทพแห่งความเมตตาที่เสียชีวิตเมื่ออายุเพียง 19 ปี ทางเข้าวัดมีสวนมอสและหินตั้งอยู่ และด้านหลังวัดเป็นป่าไม้สนซีดาร์สำหรับนั่งทำสมาธิ บริเวณพื้นที่วัดเป็นที่ตั้งของหลุมฝังศพ และรูปปั้นของขุนนางดาเตะหนุ่มขี่ม้าขาวล้อมรอบด้วยองค์รักษ์ผู้ภักดีที่ปลิดชีพตายตามไป
นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองเซนได
จากนั้นอิสระช้อปปิ้ง ถนนคลิสโรด (Clis Road) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที) ถนนสายช็อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดของเมือง มีสินค้าให้เลือกหลากหลายตั้งแต่อาหารท้องถิ่นหรือฟาสต์ฟู้ด ร้านคาเฟ่เก๋ๆ ศูนย์เกมส์ ไปจนถึงแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่ เมืองยูโนะคามิ ออนเซน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เป็นเมืองตากอากาศออนเซนเล็กๆ ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดฟูกุชิมะ ที่เดินทางได้ค่อนข้างสะดวกเพราะอยู่ติดกับ สถานีรถไฟยูโนคามิ ออนเซ็น Yunokami Onsen Station โดยเป็นสถานีรถไฟเพียงแห่งเดียวของญี่ปุ่นที่มีอาคารสถานีทำจากหลังคาแบบญี่ปุ่นโบราณ ไฮไลท์! อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับการแช่เท้าผ่อนคลายตามอัธยาศัย ณ จุดออนเซนเท้าที่สถานีแห่งนี้
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านโออุจิ จูคุ (Ouchi Juku) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที) บ้านโบราณที่อดีตเคยเป็นเมืองสำคัญในยุคเอโดะถูกสร้างเมื่อหลายร้อยปีก่อน เป็นบ้านชาวนาญี่ปุ่นโบราณที่มุงหลังคาทรงหญ้าคาหนาๆ เรียงรายกันสองฝั่งกินระยะทางประมาณ 500 เมตร โดยรวมมีบ้านโบราณประมาณ 40 - 50 หลัง ในอดีตสมัยเอโดะ การคมนาคมยังไม่สะดวกสบาย หมู่บ้านแห่งนี้เป็นเสมือนแหล่งที่พัก ตั้งขนาบข้างถนนหลักที่มีชื่อว่าถนนชิโมสึเคะ ถนนเส้นนี้เคยเป็นเส้นทางหลักในการคมนาคมและการค้า เมื่อ พ.ศ.2524 หมู่บ้านโออุจิจูคุได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์สิ่งปลูกสร้างอันทรงคุณค่าของชาติ ซึ่งในปัจจุบันหมู่บ้านโบราณหลายหลังในโออุจิ จูคุได้รับการบูรณะใหม่ จนกลายเป็นร้านขายของที่ระลึก ร้านค้าขายสินค้าพื้นเมือง ร้านอาหารและที่พักแบบญี่ปุ่นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ปัจจุบันมีนักท่องมาเยี่ยมชมหมู่บ้านนี้กว่า 1.2 ล้านคนต่อปี
หมายเหตุ : กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งกรุงเทพฯ และในต่างประเทศ ปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือ เข้าประเทศที่ระบุไว้ ในรายการเดินทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าทัวร์ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น รวมถึง เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทาง พร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจาคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น
จากมาตรการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทย ผู้ที่ประสงค์จะพำนักระยะสั้นในประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 15 วัน ไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือธุรกิจ จะต้องยื่นเอกสารในขั้นตอนการตรวจเข้าเมือง เพื่อยืนยันการมีคุณสมบัติการเข้าประเทศญี่ปุ่น ดังต่อไปนี้
คุณสมบัติการเข้าประเทศญี่ปุ่น (สำหรับกรณีการเข้าประเทศญี่ปุ่นด้วยมาตรการยกเว้นวีซ่า)
กรุณาอ่านศึกษารายละเอียดทั้งหมดก่อนทำการจอง เพื่อความถูกต้องและความเข้าใจตรงกันระหว่างท่านลูกค้าและบริษัท