เฉินตู - หย่าอัน - ไห่โหลวโกว - หลูติ้ง - ตันปา - ปาเหม่ย - ทุ่งหญ้าถ่ากง - วัดถ่ากง - ซินตูเฉียว
อุทยานมู่เก๋อฉั้ว - คังติ้ง - ศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า - โชว์เปลี่ยนหน้ากาก - ถนนโบราณควนไจ่เซียงจื่อ
ไห่โหลวโกว ... อุทยานธารน้ำแข็ง
ตันปา ... อาณาจักรพันป้อม
ซินตูเฉียว ... สรวงสวรรค์ของช่างภาพ
อุทยานธรรมชาติมู่เก๋อฉั้ว ... ดินแดนสวรรค์แห่งทะเลสาบบนดิน
คังติ้ง ... ประตูจากเสฉวนสู่ทิเบต
** พักโรงแรมระดับ 4 ดาว พร้อมมัคคุเทศก์ที่ชำนาญงานคอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง **
เมนูพิเศษ :: อาหารสมุนไพรยาจีน
พิเศษ :: มีช่างภาพ + ไม่เข้าร้านรัฐบาล + รวมทิปไกด์และคนขับ
ของแถม :: หมวกแก๊ป
คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย (TG) โดยมีเจ้าหน้าที่จากทางบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและเอกสารให้กับท่าน
เดินทางถึง ท่าอากาศยานซวงหลิง นครเฉินตู
นครเฉินตู เมืองหลวงของมณฑลเสฉวนและมีประชากรหนาแน่นที่สุดของประเทศจีน ที่มีภูมิประเทศรายรอบไปด้วยเทือกเขา และมีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยมีฤดูร้อนที่อบอุ่นฤดูหนาวที่ไม่หนาวนัก และมีปริมาณความชื้นสูง มีพื้นที่ประมาณ 218,920 ตารางไมล์ (567,000 ตารางกิโลเมตร) ประชากรส่วนหนึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยเชื้อชาติต่างๆ ได้แก่ชาวยี่, ธิเบต, เมี้ยว, หุย และเซี่ยง ชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ส่วนใหญ่มีถิ่นฐานอยู่ในเขตปกครองตนเองของมณฑลเฉิงตู และยังเป็นศูนย์กลางของการเดินทางทั้งทางอากาศและทางรถไฟรวมไปถึงการเป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ, วัฒนธรรมและการปกครอง อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีความเป็น “เมืองจีน” อย่างที่ผู้คนได้จินตนาการไว้
หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่านเดินทางสู่เมือง หย่าอัน (ใช้เวลาประมาณ 1.5-2 ชม.)
เมืองหย่าอัน ตั้งอยู่ทางภาคกลางของมณฑลเสฉวน ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ห่างจากเมืองเฉิงตูราว 120 กิโลเมตร มีภูเขาที่สวยงาม มีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่งดงาม เป็นพื้นที่ที่มีอากาศสะอาดสดชื่น ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ย 1,800 มิลลิเมตรต่อปี จนได้รับการขนานนามว่า “เมืองแห่งฝน” เพราะเป็นเขตที่มีปริมาณน้ำฝนมากที่สุดของมณฑลเสฉวน เป็นเมืองท่องเที่ยวดีเด่นของจีน และเป็น 1 ใน 10 เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ของจีน ประจำปี 2006 อีกด้วย นอกจากนี้เมืองหย่าอันยังเป็นที่นิยมสำหรับการท่องเที่ยวแบบพักผ่อนตากอากาศ ในชนบท และการขับรถเที่ยวเองของมณฑลเสฉวน และยังเป็นสถานที่ค้นพบหมีแพนด้าตัวแรกของโลก ถือเป็นต้นแบบการเพาะพันธุ์หมีแพนด้าของโลกในปี 2006 ถิ่นกำเนิดและแหล่งที่อยู่ของหมีแพนด้าในมณฑลเสฉวน ซึ่งมีเมืองหย่าอันเป็นศูนย์กลาง ต่อมาเมืองแห่งนี้ได้ถูกบันทึกอยู่ในบัญชีรายชื่อมรดกโลกทางธรรมชาติ นอกจากนี้เมืองหย่าอันยังเป็นแหล่งกำเนิดของวัฒนธรรมชาและการปลูกชาของโลก อีกทั้งยังเป็นเขตเพาะปลูกและบำรุงรักษาต้นชาโดยใช้แรงงานคนที่เก่าแก่ที่สุดของโลกด้วย ดังคำขวัญประจำเมืองที่ว่า “บ้านหมีแพนด้า แหล่งชาของโลก ศูนย์กลางเสฉวนตะวันตก หย่าอันแห่งมนต์เสน่ห์”
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ ตำบลโม๋ซี (ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง)
ตำบลโม๋ซี ตำบลเล็กๆ ที่ยังคงรักษารูปแบบวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนในท้องถิ่นนี้เอาไว้จนถึงปัจจุบัน และมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจคือ เมื่อ ค.ศ.1935 ตำบลโม๋ซีเคยเป็นที่จัดตั้งกองทัพแดงภายใต้การนำของเหมาเจ๋อตุงและจูเต๋อเพื่อต่อสู้กับกองทัพก๊กมิ่นตั๋ง และเป็นตำบลที่ตั้งของ อุทยานธารน้ำแข็งไห่โหลวโกว โดยเส้นทางจะเลาะเลียบภูเขา ลำธาร และน้ำตกที่สวยงาม ระหว่างเส้นทางจะต้องเดินทางลอดผ่านอุโมงค์ เอ้อร์หลังซาน อุโมงค์ที่ตั้งอยู่บนที่ราบสูง เป็นอุโมงค์ที่ยาวที่สุดในประเทศจีน มีความยาวถึง 4,176 เมตร อุโมงค์นี้เชื่อมระหว่างหย่าอันกับเขตชนกลุ่มน้อยเผ่าจ้างทิเบต วิวทิวทัศน์เมื่อก่อนและหลังจากผ่านอุโมงค์ไปแล้วจะต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยก่อนที่จะลอดอุโมงค์จะพบกับบรรยากาศที่มีหมอกปกคลุม และอากาศเย็น แต่พอลอดอุโมงค์ผ่านพ้นไปก็พบกับท้องฟ้าที่แจ่มใสแดดส่องทั่วถึงเสมือนเราหลุดไปอยู่อีกเมืองหนึ่ง เป็นที่น่าอัศจรรย์เสมือนแบ่งแยกภูมิประเทศออกจากกัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางเข้าสู่ เขตอุทยานธารน้ำแข็งไห่โหลวโกว นำท่านเปลี่ยนนั่งรถภายในอุทยานเพื่อไป ขึ้นกระเช้าสู่ ธารน้ำแข็งไห่โหลโกว ชมวิวของป่าสน ภูเขาสูงที่สวยงาม
อุทยานธารน้ำแข็งไห่โหลวโกว เป็นธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ที่สะสมตัวมานับพันปี เกิดจากการละลายของหิมะบนยอดภูเขากงก่า ซึ่งจัดเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในมณฑลเสฉวน สูงถึง 7,556 เมตร ได้รับสมญานามเป็นราชาแห่งภูเขาเลยทีเดียว หิมะที่ละลายจะไหลเป็นธารยาว 14.7 กิโลเมตร สูง 3 ชั้น ชั้นสูงที่สุดอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 6,750 เมตร แต่เราจะขึ้นไปที่ความสูง 2,850 เมตร โดยมียอดเขากงก่า ซึ่งมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปีเป็นฉากหลังดูตระการตายิ่งนัก ธารน้ำแข็งแห่งนี้นับเป็นธารน้ำแข็งที่มีระดับต่ำสุดของเอเชีย มีอายุเพียง 1,600 ปี และมีความยาวถึง 1,080 เมตร กว้าง 1,100 เมตร คงตัวอยู่ในละติจูดที่ต่ำมาก คือ ประมาณสองพันกว่าเมตรจากระดับน้ำทะเล ส่วนที่มาของชื่อธารน้ำแข็งนั้นมาจากเสียงหวีดหวิวของลมที่พัดผ่านช่องสูงภายในบริเวณนี้ คำว่า “ไห่โหลว” แปลว่า หอยสังข์ ส่วน “โกว” แปลว่า หุบเขา ซึ่งมีเสียงคล้ายการเป่าหอยสังข์นั่นเอง นอกจากธารน้ำแข็งแล้ว ที่นี่ยังมีผืนน้ำตกที่เป็นน้ำแข็งใหญ่โตมหึมาหลายแห่ง ชายขอบของธารน้ำแข็งบางส่วนล้ำเข้าไปจรดแนวชายป่า เกิดเป็นทัศนียภาพอันงดงาม
นำท่าน Check In เข้าที่พัก พร้อมรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรม
พัก HAILUOGOU LONG MARCH HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองตันปา
เมืองตันปา หุบเขาแห่งสาวงาม ตั้งอยู่ริมโตรกผาสูงตระหง่าน ด้านหนึ่งคือแม่น้ำต้าตูที่เชี่ยวกราก อีกด้านคือภูผาสูง เป็นเมืองที่มีพื้นที่หลากหลายรูปแบบ ตัวเมืองตันปาถือได้ว่าเป็นเมืองที่มีความเจริญมากเมืองหนึ่งเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ตันปาในอดีตเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญมากของแคว้นคามทิเบต มีสมญาว่า “อาณาจักรพันป้อม”
ตันปาเริ่มสร้างป้อมปราการตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่นเมื่อค.ศ. 1,700 ปีก่อน ซึ่งเคยมีป้อมปราการมากกว่า 3,000 แห่ง หมู่บ้านขนาดใหญ่บางหมู่บ้านก็มีป้อมมากกว่า 100 แห่ง ปัจจุบันมีป้อมปราการเหลืออยู่ 562 แห่ง
ท่านจะได้เห็นหอสังเกตุการณ์แบบทิเบตตั้งกระจายอยู่ทั่วไป นอกจากตันปามีหุบเขาที่สวยงามแล้ว ยังมีหญิงสาวสวย จนเป็นที่รับรู้กันทั้งแผ่นดินจีนว่า ชมหมู่บ้านทิเบตที่สวยที่สุดต้องมาที่ตันปา ชมหญิงทิเบตสวยที่สุดก็ต้องมาที่ตันปาเช่นกัน
ระหว่างทางแวะชม สะพานหลูติ้ง
สะพานหลูติ้ง เป็นสะพานแขวนเก่าแก่ สมัยจักรพรรดิคังซี ราชวงศ์ชิง สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1705 โดยมีความยาว 103 เมตร และกว้าง 2.8 เมตร ใช้โซ่เหล็ก 13 เส้น ขึงระหว่างสองฝั่ง พื้นสะพานปูด้วยไม้กระดาน สะพานแห่งนี้มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ยุคใกล้ของจีน เมื่อกองทัพแดงสู้รบกับกองทัพของรัฐบาลเจียงไคเช็คในปี 1935 และได้สร้างวีรกรรมพลีชีพในการแย่งยึดสะพานนี้มาจากกองทัพก๊กมิ่นตั๋ง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านโบราณเจียจู ลักษณะบ้านสวยโดดเด่นกว่าหมู่บ้านอื่นในตันปา ตรงที่ใช้สีสัน สีขาว สีแดง สีดำ คาดบนตัวบ้านที่ก่อด้วยหินแผ่นเล็กๆ เรียงซ้อนกัน มุมของหลังคามียอดแหลมไว้สำหรับวางหินสีขาว ซึ่งถือเป็นหินศักดิ์สิทธิ์
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางมุ่งหน้าสู่ ซินตูเฉียว ระหว่างทางผ่าน ตำบลปาเหม่ย เมืองเล็กๆ ระหว่างทาง ที่มีความสวยงามแปลกตา
จากนั้นท่านจะ ผ่าน ทุ่งหญ้าถ่ากง
นำท่านแวะ วัดถ่ากง วัดพุทธนิกายมหายานแบบทิเบต ภายในวัดมีองค์พระศรีศากยมุนี เช่นเดียวกับที่วัดตาเจา ในเมืองลาซา และมีเจดีย์ทอง ที่สร้างจากทองคำหนักกว่า 100 กิโลกรัม มองออกไปเบื้องหลังของเจดีย์ทองคือยอดเขายาลา
ถ่ากง มีความหมายตามภาษาทิเบตว่า “ดินแดนอันเป็นที่สิงสถิตย์แห่งองค์พระโพธิสัตว์” ซึ่งทุ่งหญ้าแห่งนี้อยู่ที่ความสูง 3,500 เมตร จากระดับน้ำทะเล
เดินทางถึง เมืองซินตูเฉียว รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เมืองซินตูเฉียว ซึ่งได้รับการขนานนามว่า สรวงสวรรค์ของช่างภาพ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ห่างจากเมืองคังติ้งไปทางทิศตะวันตก ระยะทางประมาณ 83 กิโลเมตร ปัจจุบันซินตูเฉียวได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศจีน อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ช่างภาพทั้งมืออาชีพ และมือสมัครเล่น ใฝ่ฝันที่จะไปเยือนสักครั้งหนึ่ง
ให้ท่านอิสระเดินเล่น ถ่ายภาพกับบรรยากาศของเมืองที่ขึ้นชื่อ เรื่องความงดงามด้านวิวทิวทัศน์ให้เต็มอิ่มรับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางมุ่งหน้าสู่ เมืองคังติ้ง
คังติ้ง เป็นชื่อที่ชาวฮั่นตั้งขึ้น แปลว่า “สถานที่แห่งความมั่นคง” เป็นเสมือนประตูจากเสฉวนสู่ทิเบต ซึ่งใครที่มาถึงเมืองนี้ถือว่า ได้มาสุดโลกของจีนและกำลังจะก้าวสู่โลกทิเบต โดยในยุคสมัยราชวงศ์ชิงเคยเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชาวฮั่นกับชนชาติส่วนน้อยอื่นๆ ปัจจุบันมีชนชาติต่างๆ อาศัยอยู่มากที่สุด ได้แก่ ชนชาติทิเบต รองลงมาคือชาวฮั่น ชนชาติหุย หลี มองโกล แม้ว จ้วง คังติ้งตั้งอยู่ในหุบเขา มีสภาพภูมิประเทศสลับซับซ้อน ทั้งภูเขาหิมะ เทือกเขา ทะเลสาบ ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่และเห็นเป็นระลอกคลื่น เมืองคังติ้งได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งธรรมชาติที่มีโอโซนบริสุทธิ์ บรรยากาศโรแมนติกจนเกิดเพลงพื้นเมืองเก่าแก่ที่คนจีนร้องเป็นกันทุกคน ชื่อเพลง "คังติ้งฉิงเกอ" (Kang Ding Love Song) บรรยายถึง เมฆหมอกบนท้องฟ้า เหล่าอาชาบนทุ่งหญ้า และมนต์เสน่ห์แห่งธรรมชาติที่ก่อเกิดความรักของคนหนุ่มสาว
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ อุทยานมู่เก๋อฉั่ว ขึ้นรถอุทยานเพื่อชมตามจุดต่างๆ เริ่มต้นไต่ระดับจากความสูง 2,800 เมตร วิ่งตามเส้นทางขึ้นไปจนถึงจุดที่ความสูง 3,780 เมตร มีน้ำตกน้อยใหญ่สลับกับโขดหินรูปร่างแปลกตา ระยะทาง 18 กิโลเมตร
ชม ทะเลสาบมู่เก๋อฉั่ว เป็นทะเลสาบที่ตั้งสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 3,780 เมตร กินเนื้อที่ประมาณ 40 ตารางกิโลเมตร
จากนั้นนำท่านนั่งรถอุทยานไต่ระดับลงมาสู่บริเวณ ทะเลสาบ 7 สี ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของอุทยานมู่เก๋อฉั่ว ชมความมหัศจรรย์ของทะเลสาบ 7 สี ซึ่งจิ่วจ้ายโกวมีทะเลสาบแค่ 5 สี แต่ที่นี่มีถึง 7 สีในสายน้ำเดียว เป็นทะเลสาบที่น่าอัศจรรย์ใจมาก ความงามเหนือคำบรรยายล้อมรอบด้วยป่าสนอัลไพน์ ทุ่งดอกอะซาเลีย สีสันแปรเปลี่ยนไปตามเวลา ให้ท่านถ่ายรูปและชื่นชมทิวทัศน์รอบทะเลสาบเก็บเป็นความประทับใจ
แล้วนำท่านไปสัมผัสความอลังการของ บ่อน้ำแร่สมุนไพร หรือที่รู้จักกันในนามชื่อ ทะเลเดือดสมุนไพร ซึ่งอุดมไปด้วยแร่กำมะถัน ให้ท่านได้ แช่เท้า 30 นาที (นั่งแช่แค่หัวเข้า) ช่วยให้ผ่อนคลายและรักษาโรคได้ โดยเชื่อกันว่าบ่อน้ำแร่นี้เกิดจากเทพเจ้าสร้างขึ้นมาประทานเพื่อเป็นของขวัญแก่มวลมนุษย์
อุทยานมู่เก๋อฉั่ว อยู่ห่างจากเมืองคังติ้งประมาณ 21 กิโลเมตร ถือเป็นอุทยานที่มีทิวทัศน์สวยงามโรแมนติก เสมือนกับได้เดินเข้าไปในวิมานแห่งเซียนความสวยงามที่ไม่แพ้อุทยานจิ่วจ้ายโกว เนื่องจากเป็นเขตที่มีรอยต่อระหว่างเขตอุณหภูมิร้อน-อบอุ่น จึงทำให้มู่เก๋อฌั่วรายล้อมด้วยเทือกเขา ป่าไม้ดึกดำบรรพ์ ทุ่งหญ้า ทะเสาบนับสิบแห่ง บนพื้นที่กว่า 350 ตารางกิโลเมตร และสถานที่แห่งนี้ยังมีกุหลาบ 1,000 ปีที่มีมากถึง 100,000 ต้น มีทั้งหมด 68 สายพันธุ์ที่อยู่ในบริเวณอุทยานแห่งนี้ โดยในช่วงเดือนเมษายน-เดือนกันยายน จะเริ่มออกดอกสะพรั่งรายล้อมหุบเขา ไล่จากระดับความสูง 2,800 เมตรขึ้นไป ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบันนี้ มู่เก๋อฉั่ว เป็นภาษาทิเบต แปลว่า ทะเลสาบคนป่า ซึ่งได้รับสมญานามว่า ดินแดนสวรรค์แห่งทะเลสาบบนพื้นพิภพ เคยมีคำกล่าวไว้ว่า ถ้าจะไปดินแดนที่เรียกว่า สวรรค์บนดิน ก็ต้องไป “อุทยานธรรมชาติมู่เก๋อฌั่ว”
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองคังติ้ง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร นำท่านมุ่งหน้าสู่ นครเฉิงตู (ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.)
นำท่านชม ศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า (นั่งรถกอล์ฟ) ที่หาชมได้ยาก และเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของประเทศจีน ชมความน่ารักพร้อมสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของเหล่าหมีแพนด้า
ศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า อยู่บนเนื้อที่ 600,000 ตารางเมตร ซึ่งใช้เป็นศูนย์เพาะพันธุ์และอนุรักษ์ รวมถึงใช้เป็นสถานที่ศึกษาหมีแพนด้าซึ่งเป็นสัตว์อนุรักษ์ของประเทศจีน
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม โชว์เปลี่ยนหน้ากาก ที่ใช้ศิลปะพร้อมความสามารถในการเปลี่ยนหน้ากากแต่ละฉากภายในเสี้ยววินาที โดยที่ไม่สามารถจับตาได้ทัน เป็นการแสดงที่สงวนและสืบทอดกันมาภายในตระกูล หลายชั่วอายุคน ไม่ถ่ายทอดให้บุคคลภายนอกทั่วไป
พัก SAILUN JIDI HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านชม ถนนโบราณควนไจ่เซียงจื่อ อิสระช้อปปิ้งกันตามอัธยาศัย
ถนนโบราณควนไจ่เซียงจื่อ มีอายุกว่าพันปีเป็นเมืองที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม และมีประชากรอาศัยอยู่ เมืองนี้กำลังพัฒนาที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ได้รับขนานนามว่าเมืองโบราณคู่รักโรแมนติค เป็นแหล่งนัดพบของหนุ่มสาว สถานที่แห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นแหล่งเติมเต็มความรักยามค่ำคืนของหนุ่มสาว
ค่าธรรมเนียมการยื่นวีซ่าหนังสือเดินทางคนต่างชาติในกรณีที่ทางบริษัทสามารถขอวีซ่าให้ได้
หมายเหตุ : ทางบริษัทฯ สามารถขอวีซ่าให้ได้ เฉพาะชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย และมีใบอนุญาติการทำงานในประเทศไทยเท่านั้น หากไม่ได้ทำงานในประเทศไทย ผู้เดินทางต้องไปดำเนินการขอวีซ่าเข้าประเทศจีนด้วยตนเอง
สถานทูตจีน ไม่รับเล่มของท่านเพื่อยื่นขอวีซ่าในกรณีดังนี้