เดินทางถึง กรุงอิสตันบูล หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง และรับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว
นำท่านเดินทางสู่ เมืองบูร์ซาร์ Bursa (ระยะทาง 167 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของตุรกี มีพื้นที่ประมาณ 11,000 ตารางกิโลเมตร มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 1.5 ล้านคน มีความสำคัญและใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศ และเมืองนี้ยังมีชื่อเสียงทางด้านเส้นไหมเพื่อส่งออกไปยังตลาดต่าง ๆ ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ เพื่อนำไปทอเป็นพรม ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรออตโตมัน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1326-1362 และจากนั้นได้ย้ายเมืองหลวงไปตั้งที่เอดิเนร์ ที่อยู่ทางด้านเหนือของกรุงคอนสแตนติโนเปิล
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านข้ามเดินทางสู่ เมืองชานัคคาเล่ Canakkale (ระยะทาง 270 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) ตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาร่า
จากนั้น ชม ม้าไม้แห่งกรุงทรอย Wooden Horse of Troy อันโด่งดัง ซึ่งเป็นหนึ่งในอาวุธยุทโธปกรณ์อันชาญฉลาดในสมัยนั้น เป็นม้าตัวเดียวกันกับที่ใช้แสดงภาพยนตร์อันโด่งเรื่อง Troy
นำมาเป็นสัญลักษณ์ของกรุงทรอย เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพ อิสระให้ท่านได้ถ่ายเป็นที่ระลึกได้ตามอัธยาศัย
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอิซเมียร์ Izmir (ระยะทาง 313 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง) ระหว่างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์และภูมิประเทศอันสวยงาม ผ่านหมู่บ้านเล็กที่มีอาชีพเกษตรกรรม และทำปศุสัตว์เสียเป็นส่วนใหญ่
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านชม เมืองโบราณเอฟฟิซุส City of Ephesus อาคารที่เป็นสัญลักษณ์ของ นครเอฟฟิซุส คือ ห้องสมุดของเซลซุส Library of Celsus และอาคารสำคัญอีกแห่งคือ วิหารแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน Temple of Hadrian สร้างขึ้นถวายแด่จักรพรรดิเฮเดรียน ความโดเด่นของวิหารแห่งนี้คืออยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก
จากนั้นปิดท้ายกันที่สิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครเอฟฟิซุส คือ โรงละคร Great Theatre ซึ่งสร้างโดยสกัดเข้าไปในไหล่เขาให้เป็นที่นั่ง สามารถจุคนได้ถึง 25,000 คน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 10 ของประชากรในยุคนั้น สร้างสมัยกรีกโบราณ ได้เวลาพอสมควร
นำท่านช้อปปิ้ง ณ ศูนย์ผลิตเสื้อหนังคุณภาพสูง ซึ่งตุรกีเป็นประเทศที่ผลิตหนังที่มีคุณภาพที่สุด อีกทั้งยังผลิตเสื้อหนังส่งให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี เช่น Versace , Prada , Michael Kors อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ Pamukkale (ระยะทางประมาณ 192 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ Pamukkale (ระยะทางประมาณ 192 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) นำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย (ปามุคคาล่) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน
นำท่านชม หน้าผาที่ขาวกว้างใหญ่ด้านข้างของอ่างน้ำ เป็นรูปร่างคล้ายหอยแครงและน้ำตกแช่แข็ง ถ้ามองดูจะดูเหมือนสร้างจากหิมะ เมฆ หรือปุยฝ้าย น้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ห้อยย้อยเป็นรูปร่างต่าง ๆ อย่างมหัศจรรย์ น้ำแร่นี้มีอุณหภูมิประมาณ 33-35 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่มเพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้ คำว่า “ปามุคคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” Pamuk หมายถึง ปุยฝ้าย และ Kale หมายถึง ปราสาท เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน (แคลเซี่ยมออกไซด์) ผสมอยู่ในปริมาณที่สูง ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศเกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ อันสวยงามแปลกตาและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือน จนทำให้ ปามุคคาเล่ ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1988
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่ เมืองคอนย่า Konya (ระยะทาง 402 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง) เป็นเมืองที่ นิยมใช้เป็นจุดพักของการเดินทางในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุกเติร์ก ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งแรกของชาวเติร์กในตุรกี หรือที่ยุคนั้นเรียก อนาโตเลีย เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ ระหว่างทางให้ท่านได้แวะถ่ายภาพกับ Caravansarine เป็นสถานที่พักแรมของพวกพ่อค้าในสมัยอดีตกาลที่ใช้เป็นที่พักแรม
นำท่านออกเดินทางต่อสู่ เมืองคัปปาโดเกีย Cappadocia นั้นนำท่านชม นครใต้ดินไคมัคลี Underground City เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ
Goreme Kaya หรือเทียบเท่า โรงแรมตกแต่งสไตล์ถ้ำ
!! หมายเหตุ ในกรณีที่โรงแรมถ้ำเต็ม จะเปลี่ยนเป็นนอนโรงแรมระดับ 5 ดาว แทน !!
สำหรับท่านที่สนใจ ทัวร์ขึ้นบอลลูน ชมพระอาทิตย์ยามเช้า พร้อมกัน ณ บริเวณล๊อบบี้ของโรงแรม
(ทัวร์นั่งบอลลนนี้ไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ ค่าขึ้นบอลลูนประมาณท่านละ 230USD ในกรณีที่ชำระเป็นเงินสด และ 240USD ในกรณีที่ชำระด้วยบัตรเครดิต)
เจ้าหน้าที่บริษัทบอลลูน รอรับท่าน เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาด
(สำหรับท่านที่ไม่ได้ซื้อ ทัวร์ขึ้นบอลลูน อิสระพักผ่อนที่โรงแรมได้ตามอัธยาศัย)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ Goreme Open Air Museum ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์
ชม โบสถ์เซนต์บาร์บารา St. Barbar Church โบสถ์มังกร Snake Church และ โบสถ์แอปเปิ้ล Apple Church
แวะชม โรงงานทอพรม อิสระกับการเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกได้ตามอัธยาศัย
นำท่านชมความสวยงามของ เมืองคัปปาโดเกีย Cappadocia ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์แปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขา กรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ ที่งดงาม คัปปาโดเกีย Cappadocia เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า “ดินแดนม้าพันธุ์ดี” ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกี เป็นพื้นที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยสและภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว เถ้าลาวาที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายทั่วบริเวณ จนทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมาจากนั้นกระแส น้ำ ลม ฝน แดด และหิมะกัดเซาะกร่อนกินแผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อยๆนับแสนนับล้านปีจนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูปแท่ง กรวย ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรงดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายจนผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า “ปล่องไฟนางฟ้า” ในปีค.ศ.1985 ยูเนสโกได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี
แวะชม โรงงานเพชร และ โรงงานเซรามิค อิสระกับการเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกได้ตามอัธยาศัย
นำท่านเดินทางสู่ กรุงอังคาร่า Ankara (ระยะทาง 271 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชั่วโมง) ระหว่างทางแวะเที่ยวชมความสวยงามของ ทะเลสาบเกลือ Lake Tuz ให้ท่านได้ถ่ายภาพทะเลเกลือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศตุรกี ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล Istanbul (ระยะทาง 450 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5.30 ชั่วโมง)
นำท่านเข้าชม พระราชวังทอปกาปึ Topkapi Palace สร้างขึ้นในสมัยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ. 1924 พิพิธภัณฑ์พระราชวังทอปกาปึ ห้องที่โด่งดังและเป็นที่สนใจคือห้องท้องพระคลังอันเป็นที่เก็บสมบัติ และวัตถุล้ำค่ามากมาย โดยมีกริชแห่งทอปกาปึด้ามประดับด้วยมรกตใหญ่ 3 เม็ด กับเพชร 86 กะรัต เป็นไฮไลท์ที่สำคัญ ได้เวลาพอสมควร
นำท่านสู่ย่าน ทักซิม สแควร์ Taksim Square เป็นย่านคึกคักที่สุดในมหานครอิสตันบูล และเป็นจุดศูนย์รวมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ตั้งอยู่ในเขตยุโรปของนครอิสตันบูล คำว่า Taksim หมายถึง การแบ่งแยก หรือ การกระจราย ซึ่งมีที่มาจากในรัชสมัยของ Sultan Mahmud I สถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของอ่างเก็บน้ำในยุคของออตโตมันและเป็นจุดที่สายน้ำจากทางตอนเหนือถูกรวบรวมและกระจายออกไปยังส่วนอื่น ๆ ของเมืองนอกจากนี้คำว่า Taksim ยังหมายถึงรูปแบบดนตรีพิเศษในเพลงคลาสสิคของตุรกีอีกด้วย ระหว่างที่เราเดินเพลินบางช่วงเวลาจะมีรถรางสีแดงที่วิ่งมาตามรางมีกิจกรรมพิเศษบนรถรางได้นักท่องเที่ยวได้เห็นการแสดงต่างบนรางได้ตลอดเวลานอกจากนี้ Taksim Square ยังรายล้อมไปด้วยร้านอาหารตุรกี, ร้านค้า, ผับ, คาเฟ่และร้านอาหารจานด่วนนานาชาติมากมายได้แก่ Pizza Hut, Mc Donald’s, Subway และ Burger King และสินค้าแบรนด์เนม ชื่อดัง อื่น ๆ อีกมากมายให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินได้ตลอดเวลา
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่าน ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส Cruise Along the Bosphorus ซึ่งเป็นช่องแคบขนาดใหญ่และสองฝั่งมีความสวยงามมาก ช่องแคบนี้ทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างยุโรป และเอเชีย เชื่อมระหว่าง ทะเลดำ The Black Sea เข้ากับ ทะเลมาร์มาร่า Sea of Marmara มีความยาว 32 กิโลเมตร ให้ท่านได้ชมทิวทัศน์ทั้งสองข้างที่สวยงามตระการตาของ ช่องแคบบอสฟอรัสที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย เพราะมีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบเหล่านี้
นำท่านชม ฮิปโปโดรม Hippodrome หรือ สนามแข่งม้าโบราณ มีเสาโอเบลิสค์ซึ่งเหลือแค่ส่วนปลายที่ยาว 20 เมตร แต่กระนั้นก็ยังสวยงามน่าดูมาก เพราะทั้งเสามีงานแกะสลักอันมีความหมายและมีค่ายิ่ง
จากนั้นนำท่านชม สุเหร่าสีน้ำเงิน Blue Mosque ที่มาของชื่อสุเหร่าสีน้ำเงินเป็นเพราะเขาใช้กระเบื้องสีน้ำเงินในการตกแต่งภายใน ซึ่งทำเป็นลายดอกไม้ต่าง ๆ เช่น ดอกกุหลาบ คาร์เนชั่น ทิวลิป เอกลักษณ์เด่นอีกอย่างแต่อยู่ภายนอกคือ หอประกาศเชิญชวนเมื่อถึงเวลาที่จะต้องทำพิธีละหมาด Minaret 6 หอ เท่ากับสุเหร่าที่นครเมกกะ
จากนั้นนำท่านเดินต่อไปชมสถานที่ซึ่งเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง สุเหร่าเซนต์โซเฟีย Mosque of Hagia Sophia ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม ในอดีตโบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ ภายในมีเสางามค้ำยัน ให้ท่านได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกได้ตามอัธยาศัย
นำท่านสู่ ย่านช้อปปิ้ง ตลาดสไปซ์ มาร์เก็ต Spice Market หรือตลาดเครื่องเทศ ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชาหรือกาแฟ รวมถึงผลไม้อบแห้งอันเลื่องชื่อของตุรกี อย่าง แอปปลิคอท หรือจะเป็นถั่วพิทาชิโอ ฯลฯ ได้ตามอัธยาศัย
***เมื่อท่านชำระมัดจำแล้ว ไม่สามารถคืนเงินมัดจำได้ทุกกรณี