วันที่ 1 กรุงเทพฯ – นครอิสตันบูล
20.00 น.
พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น4 ประตูหมายเลข 9 เคาน์เตอร์ U สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ (TK) พบเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและสัมภาระ
23.15 น.
ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล โดย สายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 69 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง)
วันที่ 2 นครอิสตันบูล – เมืองเคย์เซอรี่ (บินภายใน) - คัปปาโดเกีย – เมืองเกอเรเม-พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม – นครใต้ดิน - โรงงานพรม – โรงงานเพชร – โรงงานเครื่องปั้นดินเผา - หมู่บ้านโบราณอุชิซาร์
06.10 น.
เดินทางถึงสนามบิน นครอิสตันบูล I (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง) หลังจากนั้นนำท่านแวะเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางต่อสู่ เมืองเคย์เซอรี่
07.40 น.
ออกเดินทางสู่ เมืองเคย์เซอรี่ โดย สายการบิน เตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 2010
09.00 น.
เดินทางถึงสนามบินเมืองเคย์เซอรี่ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง แล้วทับถมเป็นเวลาหลายล้านปี เมื่อวันเวลาผ่านไป พายุ ลม ฝน และหิมะได้เป็นกัดเซาะแผ่นดิน มาเรื่อยๆ ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขาร่องลึก เนินเขา กรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ เกิดเป็นภูมิประเทศที่งดงาม แปลกตาและน่าอัศจรรย์ ดั่งสวรรค์บนดิน จนได้ชื่อว่า “ดินแดนแห่งปล่องนางฟ้า” และได้รับการแต่งตั้งจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม (Goreme) ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของผู้คนมาตั้งแต่สมัยโรมัน และเป็นที่ที่ชาวคริสเตียนยุคแรกใช้ในการเป็นที่หลบหนีภัยจากการไล่ทำร้ายและสังหารก่อนที่คริสต์ศาสนาจะเป็นศาสนาที่ได้รับการประกาศว่าเป็นศาสนาของจักรวรรดิ ที่จะเห็นได้จากคริสต์ศาสนสถานจำนวนมากมายที่ตั้งอยู่ในบริเวณนี้
นำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม (Goreme Open Air Museum) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์
นำท่านชม นครใต้ดิน Underground City เป็นสิ่งน่าอัศจรรย์อย่างหนึ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไปหลายๆชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรูในช่วงสงคราม นครใต้ดินมีพร้อมทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ บ่อน้ำ คอกสัตว์
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (1)
บ่าย
นำท่านเข้าชมโรงงานพรม (Carpet Factory) พรมส่วนใหญ่ที่ผลิตในตุรกีนั่นมีชื่อเสียงเลื่องลือระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นพรมที่ทอจากขนสัตว์ หรือพรมที่ทอจากฝ้าย ไหม
จากนั้นนำท่านชมโรงงานเพชร ที่มีชื่อเสียงของประเทศตุรกี อาทิเช่น เทอควอย อาร์เทมิส เพชร และพลอย ที่ถูกออกแบบมาอย่างปราณีตและยังมีความโดดเด่นให้ท่านได้เลือกชมและช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
นำท่านเดินทางสู่ โรงงานเครื่องปั้นดินเผา สินค้าขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งของประเทศตุรกี ด้วยประวัติอันยาวนานและกรรมวิธีการผลิตที่ประณีตสวยงาม ทำให้เครื่องปั้นดินเผาของเมืองคัปปาโดเกียกลายเป็นของฝากที่นิยมซื้อให้กันอันดับต้นๆ ของประเทศตุรกีเลยก็ว่าได้
นำท่านแวะถ่ายรูปหมู่บ้านโบราณอุชิซาร์ (Uchisar Town) เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีภูเขาหินขนาดมหึมาอยู่บนเขากลางเมือง ถูกขุดสกัดเป็นปราสาทขนาดใหญ่ มีช่องหน้าต่างมากมายจนดูคล้ายรวงผึ้ง วิวจากด้านบนสามารถมองลงไปเห็นหุบเขาเบื้องล่างได้รอบทิศ ที่นี่สามารถสัมผัสถึงวิถีชีวิตของผู้คนจริงที่อยู่อาศัยในบ้านที่ขุดเข้าไปในภูเขาที่ดูเหมือนจอมปลวก จนเรียกได้ว่าเป็นบ้านจอมปลวก ในสภาพแวดล้อมเดิมมายาวนานหลายร้อยปี
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (2)
ที่พัก
CAVE HOTEL IN CAPPADOCIA 5*(โรงแรมถ้ำ) หรือเทียบเท่ามาตรฐานของประเทศตุรเคีย (คืนที่ 1)
หมายเหตุ ในกรณีโรงแรมถ้ำเต็ม ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวแทน
วันที่ 3 คัปปาโดเกีย – คาราวานซาราย – เมืองคอนย่า– เมืองปามุคคาเล
04.00 น.
**สำหรับท่านใดที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเกีย จะต้องออกจากโรงแรม 04.30 น.ชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง โดยต้องมีอายุมากกว่า 6 ปีขึ้นไป (ค่าขึ้นบอลลูนไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ ราคา USD 280ต่อ 1 ท่าน)** หากท่านสนใจ สามารถสอบถามราคาได้จากหัวหน้าทัวร์ ก่อนชำระเงิน ***
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (3)
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (Konya) (ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง) ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูคในช่วงปี ค.ศ. 1071-1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย ระหว่างทางให้ท่านได้ชมทัศนียภาพสองข้างทางสบายๆที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทางของประเทศตุรกี ***ระหว่างทางแวะถ่ายรูปด้านนอก*** ”คาราวานซาราย” ที่พักกองคาราวานในอดีตของสุลต่านฮานี (Sultan Han Caravanserai) ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสุลต่านฮานี สร้างโดยสุลต่านอาเลดดิน เคย์โคบาท ราวศตวรรษที่ 13 ประตูทำด้วยหินอ่อนสกัดลวดลายโบราณ ตรงกลางเป็นสุเหร่า ส่วนบริเวณอื่นจัดเป็นครัว ห้องน้ำ และห้องนอน
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (4)
บ่าย
นำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) (ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง) เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน (แคลเซียมออกไซด์) ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อท้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศ เกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ อันสวยงามแปลกตาที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือน จนทำให้ปามุกคาเล่แห่งเมืองเฮียราโพลิส ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1988 สำคัญอื่นๆ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ปามุคคาเล่ โรงอาบน้ำโรมัน โบสถ์สมัยไบแซนไทน์
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (5)
ที่พัก
HOTEL IN KUSADASI 5* หรือเทียบเท่า มาตรฐานของประเทศตุรเคีย (คืนที่ 3)
วันที่ 4 เมืองปามุคคาเล – ปราสาทปุยฝ้าย - เมืองคูซาดาสึ – โรงงานเครื่องหนัง
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (6)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) หรือปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) ในภาษาตุรกี เกิดจากน้ำแร่ร้อนที่มีแร่ธาตุแคลเซี่ยม คาร์บอเนต มาตกตะกอน เกิดเป็นลักษณะหน้าผา ซ้อนกันเป็นชั้นน้ำตก มีสีขาวคล้ายกับสร้างมาจากปุยฝ้าย ซึ่งน้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ย้อยเป็นรูปร่างต่างๆอย่างสวยงามและน่าอัศจรรย์ น้ำแร่นี้มีอุณหภูมิตั้งแต่ประมาณ 35 – 100 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้ จึงได้สร้างเมืองเฮียราโพลิสล้อมรอบซึ่งใช้เป็นสถานที่บำบัดโรค ก่อตั้งโดยกษัตริย์ยูเมเนสที่ 1 แห่งแพร์กามุม ในปี 190 ก่อนคริสต์กาล สถานที่แห่งนี้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลายครั้งหลังปี ค.ศ 1334 จึงไม่มีคนอาศัยอยู่อีก
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (7)
บ่าย
นำท่านเดินทางสู่ เมืองคูซาดาสี (Kusadasi) (ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง) เมืองริมทะเล ที่พักต่างอากาศที่ขึ้นชื่อของประเทศตุรกี ในช่วงฤดูร้อนชาวตุรกีมักจะมาล่องเรือชมทะเลสีฟ้าสวย และนอนอาบแดดริมชายหาดที่นี่
จากนั้นนำท่านสู่ โรงงานเครื่องหนัง คุณภาพเยี่ยมของประเทศตุรกี ที่สินค้าแบรนด์เนมดังๆ จากทั่วโลก มักจะส่งมาให้โรงงานในตุรกีผลิต อาทิเช่น Versace, Micheal Kors และแบรนด์ดังอื่นๆ อีกมากมาย
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (8)
ที่พัก
MUSTAFA CAPPADOCIA หรือเทียบเท่า
วันที่ 5 เมืองคูซาดาสึ – เมืองโบราณเอฟิซุส – กรุงทรอย – เมืองชานัคคาเล
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (9)
นำท่านเดินทางสู่เมืองโบราณเอเฟซุส (City of Ephesus) ที่ยิ่งใหญ่และงดงามจนกระทั่งจารึกว่า “มหานครแห่งแรกและยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเซีย” เมืองโบราณที่สมบูรณ์และมั่งคั่งที่สุด ถนนทุกสายปูด้วยหินอ่อน ชมห้องสมุดเซลซุส (The Library of Celsus) ห้องสมุดแห่งนี้มีทางเข้า 3 ทาง โดยบริเวณประตูทางเข้ามีรูปแกะสลักเทพี 4 องค์ประดับอยู่ ได้แก่ เทพีแห่งปัญญา เทพีแห่งคุณธรรม เทพีแห่งความเฉลียวฉลาด และเทพีแห่งความรู้ รูปแกะสลักเทพีทั้ง 4 องค์นี้เป็นของจำลอง ส่วนของจริงนักโบราณคดีชาวออสเตรียได้นำกลับไปออสเตรียและตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กรุงเวียนนา
แวะชมโรงละครเอเฟซุส ซึ่งจุคนได้ประมาณ 30,000 คน เป็นโรงละครกลางแจ้งที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโรงละครโบราณในตุรกี มีลานแสดงตรงกลางแวดล้อมด้วยที่นั่งชมไล่ระดับขึ้นไป ปัจจุบันยังสามารถใช้งานได้ดีอยู่และมีการจัดการแสดงแสงสีเสียงบ้างเป็นครั้งคราว ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ ชมโบสถ์นักบุญเซนต์ จอห์น (Basilic of St. John) สาวกของพระเยซูคริสต์ที่ออกเดินทางเผยแพร่ศาสนาไปทั่วดินแดนอนาโตเลียหรือประเทศตุรกีในปัจจุบัน
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (10)
บ่าย
นำท่านเดินทางสู่เมืองทรอย (Troy) (ใช้เวลาเดินทาง 5 ชม.) ปัจจุบันกรุงทรอยตั้งอยู่ในเมืองชานัคคาเล่ (Canakkale) ประเทศสาธารณรัฐตุรกี ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง บริเวณกรุงทรอย มีการจัดแสดงแบบจำลองกรุงทรอย และเรื่องราวการค้นพบโดยนักโบราณคดี พร้อมทั้งภาพแผนผังเมืองทรอยที่ถูกสร้างซ้อนทับกันถึง 9 ชั้น มีซากเมืองเก่า กำแพง ประตู และม้าไม้จำลองแห่งทรอย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณโดยเป็นสาเหตุทำให้กรุงทรอยแตก ชม ม้าไม้จำลองแห่งทรอย (Trojan Horse)
จากนั้นนำนำท่านเดินทางไปยัง เมืองชานัคคาเล ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าตลอดจนชุมทางการเดินรถ และขนถ่ายสินค้าจากเอเชียสู่ยุโรป นับตั้งแต่สุลต่านอาห์เม็ดที่ 2 ได้สร้างป้อมปราการขึ้นที่นี่เมื่อปี 1452 เมืองชานัคคาเล่ในอดีตเป็นที่ตั้งของสมรภูมิรบกัลลิโปลี สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรต้องการรุกคืบหน้า เข้าไปยังช่องแคบคาร์ดาแนลส์ เพื่อบีบให้ตุรกีถอนตัวออกจากสงครามโลก
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (11)
ที่พัก
HOTEL IN CANAKKALE 5* หรือเทียบเท่า มาตรฐานของประเทศตุรเคีย (คืนที่ 4)
วันที่ 6 เมืองชานัคคาเล – เมืองอิสตันบูล – ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส-พระราชวังโดลมาบาเช่ - สไปซ์ มาร์เก็ต
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (12)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล (Istanbul) (ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง) เมืองสำคัญอันดับ 1 ของประเทศ เมืองมนต์เสน่ห์แห่งอายรธรรมอันเก่าแก่ซึ่งเหมือนนี้เปรียบเสมือน พรมแดนของทวีปยุโรปอันสวยงาม และอดีตยังเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโรมันตะวันออกที่เคยรุ่งเรืองกว่า 1,000 ปี ซึ่งเรารู้จักในนาม “กรุงคอนสแตนติโนเปิล” เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรเคียตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus) ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลีย)
นำท่านล่องเรือชมความงดงามสุดเกินจะบรรยายของ ช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Cruise Tour) ที่เชื่อมทะเลดำและทะเลมาร์มาราเข้าด้วยกัน และที่สำคัญช่องแคบแห่งนี้ เป็นช่องแคบพรมแดนกั้นระหว่าง ทวีปเอเชีย และ ทวีปยุโรป ซึ่งทั้ง 2 ฝั่งท่านจะได้ชมทัศนียภาพอันงดงาม สองฝั่งทวีป คือ ยุโรป และ เอเชีย มีพระราชวังสำคัญๆ อยู่ริมแม่น้ำมากมาย รวมถึงสถาปัตยกรรมในยุคโรมัน ที่รายล้อมริมสองฝั่งแคบ ซึ่งทุกท่านถือเป็นประวัติศาสตร์ของชีวิตที่ได้มีโอกาสมาล่องเรือในช่องแคบที่แบ่งเส้นพรมแดนทวีปในครั้งนี้
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (13)
บ่าย
นำท่านเดินทางสู่“พระราชวังโดลมาบาเช่” (DOLMABACHE) พระราชวังที่สวยงามตามสไตล์ตะวันตก มีการกล่าวว่า ในช่วงสุดท้ายของอาณาจักร ออตโตมัน มีการปรับตัวให้ทันสมัยมากขึ้น จึงมีการก่อสร้างพระราชวัง สไตล์ตะวันตก คล้ายๆพระราชวังแวร์ซายย์ในฝรั่งเศส และมีการประดับประดาอย่างชนิดหรูหรามากมาย โดยเฉพาะมีแชนเดอเลีย ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แขวนอยู่ในพระราชวังแห่งนี้ และ ประกอบกับพระราชวังแห่งนี้ อยู่ริมช่องแคบ บอสฟอรัส จึงมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น และ มีการเพิ่มเติมในการจัดสวนแบบสไตล์ตะวันตก จึงถือว่าเป็นพระราชวังอีกแห่งในทวีปยุโรป ซึ่งพระราชวังแห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้างถึง 12 ปีผสมผสานศิลปะแบบพระราชวังยุโรปกับแบบอาหรับสวยงามอย่างสวยงาม ชมโคมไฟระย้าขนาดใหญ่น้ำหนักถึง 4.5 ตัน เครื่องแก้วเจียระไน และพรมทอมือผืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สไปซ์ มาร์เก็ต ตลาดเครื่องเทศ เป็นตลาดพื้นเมืองของชาวเมืองอิสตันบูล ที่มีเครื่องเทศอันลือชื่อและ นอกจากนั้น ยังมีอาหารขึ้นชื่อ และ ของฝากมากมาย เช่น ถั่วสารพัดชนิด, น้ำผึ้ง,ไข่ปลาเวียร์ , ขนม อร่อยๆ แบบ เตอร์กิชดีไลท์ เป็นต้น นอกจากช็อปปิ้งสนุก ขนมอร่อยแล้ว การได้มาถ่ายรูปที่ตลาดแห่งนี้ถือว่าได้บรรยากาศที่สนุกสนานมาก เพื่อหาเลือกซื้อสินค้าคุณภาพราคาถูกมากมายโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปต่างๆ มากมายทีนักท่องเที่ยวนิยมไปเยือน มีเวลาให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง อาทิ เตอร์กิส ดีไลท์ เป็นต้น
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (14)
ที่พัก
HOTEL IN ISTANBUL 5* หรือเทียบเท่า มาตรฐานของประเทศตุรเคีย (คืนที่5)
วันที่ 7 เมืองอิสตันบูล – ฮิปโปโดม – มัสยิดสีน้ำเงิน – พระราชวังทอปกาปี - สนามบินนครอิสตันบูล by TK 58 : 15.40 – 04.45
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (15)
นำท่านเดินทางเที่ยวชม “ฮิปโปโดม” (HIPPODOME) สร้างในสมัยจักรพรรดิเซ็ปติมุส เซเวรุส เป็นสนามอาเรน่าที่ใช้สำหรับการแข่งม้าศึกในยุคโรมันที่วางรูปแบบไว้อย่างสวยงาม และกิจกรรมต่างๆสามารถจุผู้คนได้กว่า 100,000 คน ในฮิปโปโดรมมีอนุสาวรีย์เด่นๆสามแห่งคือ 1.เสาโอบีลิสก์ฟาโรห์ธุตโมส (Obelisk of Pharaoh Thutmose) ซึ่งคอนคอนสแตนตินมหาราชนำมาจากเมืองคาร์นัคประเทศอียิปในสมัยที่มีการขนย้ายอนุสาวรีย์ต่างๆมาจากอาณาจักรยุคโบราณ 2.เสางู (Serpentine column) สลักเป็นรูปสามเหลี่ยมตัวกระหวัดรัดพันกันเดิทตั้งอยู่ที่วิหารเทพอพอลโล่แห่งเมืองเดลฟี 3.เสาคอลัมน์คอนสแตนตินที่ 7 (Column of Constantine VII)
นำท่านเที่ยวชม “มัสยิดสีน้ำเงิน” (BLUE MOSQUE) เพื่อความยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรออตโตมันหรือ มัสยิดสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Mosque)อันเก่าแก่และยิ่งใหญ่ในกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรเคีย ซึ่งสร้างตั้งแต่สมัยกาหลิบ Ahmed I ยุค จักรวรรดิ์อ๊อตโตมาน เป็นมัสยิดที่โอ่อ่า สง่างาม เกินคำบรรยาย ด้วยการสร้างหออะซานจำนวน 6 หอ จนเป็นส่วนหนึ่งของสัญลักษณ์สำคัญของตุรกีซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนไม่พลาดที่จะต้องไปเยือน
นำท่านเดินทางสู่ “พระราชวังทอปกาปี” (TOPKAPI PALACE) ซึ่งถือว่าเป็น พระราชวังสำคัญในสมัย ออตโตมัน เป็นที่ประทับของสุลต่านองค์สำคัญๆ ซึ่งบรรยากาศของพระราชวังกว้างใหญ่ไพศาลอยู่ในดงต้นมะกอก และตั้งอยู่ริมช่องแคบ บอสฟอรัส ท่านจะได้ชมห้องต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นการให้เห็นภาพย้อนยุคในสมัยออตโตมัน และ พระราชวังแห่งนี้ยังเป็นที่เก็บรวบรวมสมบัติโบราณของประเทศตุรเคีย รวมทั้งเครื่องกระเบื้องเคลือบอันสวยหรู มงกุฏเพชรประจำราชวงศ์ และ อัญมณีทรงค่ารวมทั้งเพชร 88 กะรัต ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของโลกก่อนนำท่านสู่ จุดถ่ายภาพที่สวยที่สุดจุดหนึ่งของวิวริมช่องแคบบอสฟอรัส
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (16)
เมื่อได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบินกรุงอิสตันบูลเพื่อเช็กอินและโหลดกระเป๋า
15.40 น
ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK058
วันที่ 8 สนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ)
04.45 น.
เดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิกรุงเทพฯ... โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ