สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบินกาตาร์แอร์เวย์ (เคาน์เตอร์Q) พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติซาเกรบ ประเทศ โครเอเชีย หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองพูล่า” (PULA)(ระยะทาง 276 กม.) เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งที่มีความโดดเด่นในฐานะศูนย์กลางของคาบสมุทรอิตาเลียน มีอายุมานานกว่า 3,000 ปี เมืองพูล่าเคยเป็นเมืองเป็นศูนย์กลางของแหลมอิสเตรีย และเคยเป็นดินแดนของประเทศอิตาลี ทำให้มีผู้คนใช้ภาษาอิตาเลี่ยนกันอย่างแพร่หลาย เมืองพูล่ามีสิ่งดึงดูดใจต่างๆมากมายโดยเฉพาะสำหรับผู้หลงใหลในวัฒนธรรม
นำท่านชม สิ่งก่อสร้างในสมัยโรมันที่ใหญ่เป็นโบราณสถานที่สภาพดีที่สุดที่เก็บรักษาไว้ในโครเอเชีย สนามต่อสู้โบราณ หรือ AMPHITHEATER (ด้านนอก) สนามกีฬากลางแจ้ง สร้างขึ้นตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมโรมันเช่นเดียวกับโคลอสเซียมของกรุงโรม นับเป็นสนามต่อสู้ที่ใหญ่เป็นอันดับหกที่สร้างขึ้นในยุคโรมันเรืองอำนาจ โครงสร้างของ AMPHITHEATRE ด้านพื้นดินเป็นวงรี มีช่วงกว้างที่สุด 130 เมตร และช่วงสั้นที่สุด 100 เมตร สร้างโดยการใช้หินปูน เชื่อกันว่าสามารถจุผู้เข้าชมได้ถึง 20,000 คน มีทางเข้าออก 20 ช่องทาง
นำท่านเดินทางสู่ “โอพาเทีย” (OPATIJA)อยู่ในแคว้นอิสเตรีย เป็นเมืองท่องเที่ยวตั้งอยู่ทางฝังตะวันตกริมทะเลอาเดรียติก มีบ้านพักตากอากาศสไตส์ออสเตรียที่เรียงรายอยู่ตามชายฝั่งนําท่านเที่ยวชมเมืองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ของบ้านพักริมชายฝั่ง
แวะถ่ายรูปกับ รูปปั้นหญิงสาวกับนกนางนวล (MAIDENWITH THE SEAGULL) เป็นรูปปั้นหญิงสาวที่งดงามที่มีนกนางนวลเกาะอยู่ที่มือมีเวลาให้ท่านได้เดินเล่นถ่ายรูปกับความสวยงามของเมืองและให้ซื้อของที่ระลึกประจำท้องถิ่น
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ “อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่” (NATIONAL PARK PLITVICE JEZERA) (ระยะทาง 164 กม.)ที่ตั้งอยู่ใจกลางของประเทศอุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ เป็นอุทยานแห่งชาติ
นำท่านเข้าชม “อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ” เป็นอุทยานแห่งชาติหนึ่งในแปดของโครเอเชียที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO เมื่อปี 1979 อุทยานแห่งนี้ มีเนื้อที่กว่า 29,482 เฮคเตอร์ มีทะเลสาบใหญ่ 16 แห่ง เชื่อมต่อด้วยสะพานไม้ 16 น้อยใหญ่ ลัดเลาะระหว่างทะเลสาบและเนินเขา ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับความสวยงามของทะเลสาบสีเขียวมรกตและน้ำตกที่ไหลรินลงสู่ทะเลสาบ
ชมน้ำตก THE PLITVICE WATER FALL ที่ใหญ่ที่สุดในอุทยาน
จากนั้น นำท่านเดินลัดเลาะสู่ DONJA JEZIRA เพื่อล่องเรือทะเลสาบ JEZERO KOZJAK
นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองซาดาร์” (ZADAR)(ระยะทาง 119 กม.)
จากนั้นนำท่านชมบรรยากาศที่สวยงามของซาดาร์แวะเก็บบันทึกภาพ ประตูเมืองโบราณ (KOPNENA VRATA)
ผ่านชม โบสถ์เซนต์โดนาทัส (CHURCH OF ST.DONATUS) สิ่งก่อสร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 9 เชิญท่านชม “SEA ORGAN” สถาปัตยกรรมการก่อสร้างเครื่องดนตรีโดยอาศัย เกลียวคลื่นที่ซัดเข้ากระทบกับบันไดหินอ่อนและท่อใต้ขั้นบันไดก่อให้เกิดเป็นท่วงทำนองเสียงดนตรีเป็นผลงานการออกแบบของสถาปนิก นิโคล่า เบสิก
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองสปลิท” (ระยะทาง 162 กม.)
นำชม เมืองสปลิท ชมศาลาว่าการเมืองสไตล์เรอเนซองส์ที่สร้างในศตวรรษที่ 15 อาคารบ้านเรือนเก่าแก่ นำท่านชมย่าน PEOPLE’S SQUARE ศูนย์กลางทางธุรกิจ และการบริหาร เมื่อสมัยศตวรรษที่ 15
แวะชม สิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียง เช่น รูปภาพแกะสลัก สมัย VENETIAN-GOTHIC CAMBI PALACE และ RENAISSANCE TOWN HALL ที่สร้างขึ้นในช่วงแรกของศตวรรษที่ 15
นำท่านชม พระราชวังดิโอคลีเธี่ยน (DIOCLETIAN PALACE) ที่สร้างขึ้นจากพระประสงค์ของจักรพรรดิ์ดิโอคลีเธี่ยนที่ต้องการสร้างพระราชวังสำหรับบั้นปลายชีวิตของพระองค์ในปี 295 ซึ่งใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 10 ปีพระราชวังแห่งนี้ UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
นำท่านชม ห้องโถงกลาง ซึ่งมีทางเดินที่เชื่อมต่อสู่ห้องอื่นๆ ชมลานกว้าง (PERISTYLE) ซึ่งล้อมไว้ด้วยเสาหินแกรนิต 3 ด้านและเชื่อมต่อด้วยโค้งเสาที่ตกแต่งด้วยช่อดอกไม้สลักอย่างวิจิตรสวยงาม
ชม ยอดระฆังแห่งวิหาร THE CATHEDRAL BELFRY แท่นบูชาของเซนต์โดมินัส และเซนต์สตาซิอุส ซึ่งอยู่ภายในวิหาร
ชม จัตุรัสประชาชน (PEOPLE’S SQUARE) ชม รูปปั้นของ GREGORY OF NIN ผู้นำศาสนาคนสำคัญของโครเอเชีย
นำท่านเดินทางสู่ เมืองมาลี สตอน (MALI STON) (ระยะทาง 185กม.)
นำท่านเยี่ยมชม ฟาร์มเลี้ยงหอย ชมขั้นตอนต่างๆ ของการเลี้ยงแล้วให้ท่านได้ชิมหอยนางรมสดๆจากทะเลอเดรียติค พร้อมด้วยไวน์สด
จนได้เวลาสมควรนำท่านโดยสารรถโค้ชลัดเลาะเลียบไปตามชายฝั่ง ทะเลอาเดรียติค เดินทางผ่าน เมืองนีอุม (NEUM) เมืองในเขตประเทศบอสเนีย และเฮอร์เซโกวีน่า เป็นเมืองชายทะเลเพียงเมืองเดียวของบอสเนีย และเฮอร์เซโกวีน่า โดยมีความยาวของชายฝั่งประมาณ 24.5 กิโลเมตรเป็นทางออกสู่ ทะเลอาเดรียติกทางเดียวของประเทศและเป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงเมืองหนึ่ง
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองดูบรอฟนิค” (DUBROVNIK)เมืองมรดกโลกที่แขวนตัวอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ ที่พรหมแดนติดต่อกับประเทศบอสเนีย เฮอร์เซโกวีน่า
นำท่านลัดเลาะเลียบไปตามชายฝั่งทะเลอาเดรียติคซึ่งท่านจะตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศริมชายฝั่งทะเล ที่มีบ้าน เรือนหลังคากระเบื้องสีแสด สลับตามแนวชายฝั่งเป็นระยะๆ
จากนั้น นั่งกระเช้า สู่ SRD HILL จุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองดูบรอฟนิค ท่านจะได้ถ่ายรูปเมืองเก่าดูบรอฟนิคจากมุมสูงภูมิทัศน์ที่รายล้อมด้วยน้ำทะเลสีฟ้าใสดุจราวแสงสะท้อนของคริสตอลโอบล้อมเมืองเก่าไว้ด้วยความสวยงามของบ้านเรือนสีขาว มุงด้วยหลังคาสีส้ม อันเป็นภาพที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองดูบรอฟนิคที่พลาดไม่ได้
จากนั้นนำท่านเดินชม เสน่ห์ของเขตเมืองเก่า (OLD TOWN) ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1979 ชมทัศนียภาพของตัวเมืองเก่ามีป้อมปราการโบราณความยาว 190 เมตรล้อมรอบถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่ความโด่งดังเทียบได้กับแกรนด์แคนย่อนหรือแกรนด์คาแนลแห่งเวนิส
นำท่านเดินลอด ประตู PILE GATE ที่มีรูปปั้นของนักบุญ เซนต์เบลส นักบุญประจำเมือง เพื่อเข้าสู่ใจกลางเมืองเก่า
ชม น้ำพุ ONOFRIO ซึ่งเป็นตั้งเป็นเกียรติแก่ของสถาปนิกผู้สร้างน้ำพุแห่งนี้
ถ่ายรูปกับ THE CATHEDRAL TREASURY หนึ่งในโบสถ์เก่าแก่ที่สะสมโบราณวัตถุของพ่อค้าวาณิชที่ได้ทำการค้าขายกับชาวเวนิชในอดีต
นำท่านถ่ายรูปกับ หอนาฬิกาโบราณ (BELL TOWER CLOCK)
จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ พระราชวังเรคเตอร์ (RECTOR’S PALACE) พระราชวังที่สร้างขึ้นโดยผสมผสานศิลปะทั้งแบบโกธิค, เรเนซองส์และบาโร๊ค
ได้เวลานำท่านแวะชมและถ่ายรูปกับ สปอนซา พาเลส (SPONZA PALACE)สร้างขึ้นโดยศิลปะแบบโกธิค เรเนซองส์ในสมัยศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันได้ใช้เป็นที่จัดเก็บเอกสารและสำนักงานส่วนราชการ
นำท่านเดินผ่านถนนสตราดันถนนสายหลักยาวกว่า 398 เมตร
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองโทรเกียร์” (TROGIR)(ระยะทาง 254) เมืองขนาดเล็กบนเกาะที่ตั้งอยู่ใกล้กับแผ่นดินใหญ่ เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยเมื่อ 380 ปี ก่อนคริสตกาล บ้านเรือนได้รับอิทธิพลจากศิลปะสไตล์เรเนซองค์และบาโรคซึ่งองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เมืองโทรเกียร์เป็นมรดกโลกในปี 1997
นำท่านชม เขตเมืองเก่า สัมผัสอาคาร บ้านเรือนที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมกรีกและโรมันโบราณ เช่น ประตูเมือง KOPNENA VRATAซึ่งได้บูรณะขึ้นใหม่ในสมัยศตวรรษที่ 16
นำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารเซนต์ลอเรนซ์ (ST.LAWRENCE CATHEDRAL) จุดเด่นของมหาวิหารคือประตูทางเข้าที่แกะสลักเป็นเรื่องราวต่างๆ อย่างวิจิตรตระการตา
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองซิเบนิค” (SIBENIK)(ระยะทาง 61 กม.) เมืองเก่ามรดกโลก ปากแม่น้ำทะเลอาเดรียติค
นำท่านชม จัตุรัสเมืองเก่าซีเบนิค ที่ล้อมรอบไปด้วยอาคารเก่าแก่ที่ถูกตัดแปลงเป็นร้านขายยาร้านแว่นตา ร้านเสื้อผ้าบูติก และอีกมากมายเมืองซีเบนิกแตกต่างจากเมืองริมฝั่งทะเลอาเดรียติกทั่วไปเพราะสร้างโดยชาวกรีก ก่อนที่โรมันจะเข้ามามีอิทธิพลต่อมาภายหลังตกเป็นเมืองขึ้นของเวเนเชียน หรือเวนิซวันนี้จึงยังเห็นสถาปัตยกรรมหลายแห่งทั่วเมืองจะกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายสไตล์เวเนเชียนอย่างชัดเจน
ถ่ายรูปกับ มหาวิหารเซนต์เจมส์ (ST.JAMES CATHEDRAL)หรือ มหาวิหารเซนต์จาคอบ คืออีกหนึ่งมรดกโลกของประเทศโครเอเชียตั้งอยู่ที่เมืองซีเบนิคบนชายฝั่งดัลเมเชียนซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมการส่อสร้างในแบบผสมระหว่างศิลปะทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ดัลเมเชีย และทัสคานีเนื่องจากใช้สถาปนิกในการออกแบบถึง 3 คน และมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน โดยสร้างเสร็จในปี 1535 ด้วยโครงสร้างที่มาจากหินปูนสีขาวล้วนๆ ไม่มีวัสดุอื่นปลอมปนภายในเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นนักบุญเจมส์หรือจาคอบตามภาษาโครแอต ซึ่งเป็น 1 ใน 12 สาวกของพระเยซู
นำท่านเดินทางสู่ เมืองมาลี สตอน Maliston โดยก่อนเดินทางถึงเมืองมาลี สตอน แวะซื้อสินค้าของฝากต่างๆที่เมืองนีอุม ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ในเขตประเทศบอสเนียแอนด์เฮอเซโกวีน่า เมื่อซื้อสินค้าและ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกในเขตประเทศบอสเนียฯ เรียบร้อย
นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองมาลีสตอน ให้ท่านได้ลองลิ้มชิมรส หอยนางรมสดๆ จากทะเลอเดรีย ติค
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองดูบรอฟนิค ไข่มุกแห่งทะเลอาเดรียติก เมืองทางตอนใต้ของสาธารณรัฐโครเอเชีย เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโครเอเชีย และเป็นเมืองที่สวยงามติดอันดับต้นๆของโลก ซึ่งในอดีตเมื่อปี 1991 เมืองดูบรอฟนิค ได้เป็นเป้าหมายถูกโจมตีจากกองทหารยูโกสลาฟ บ้านเรือนกว่าครึ่ง อนุสาวรีย์ต่างๆ เสียหาย และทรุดโทรม และหลังจากนั้นในปี 1995 ได้มีการได้มีการลงนามในสนธิสัญญา ERDUT สงบศึก และเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ UNESCO และสหภาพยุโรป ได้ร่วมกันบูรณะ ซ่อมแซม เมืองส่วนที่เสียหายขึ้นใหม่ในระยะเวลาอันสั้น ปัจจุบันเมืองดูบรอฟนิค ก็กลับมาสวยงามอีกครั้ง และมีการส่งเสริมให้เป็นมรดกโลกอีกเมืองหนึ่งชมทัศนียภาพของเมืองซึ่ง ดูบรอฟนิค ที่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งทะเลอเดรียติค ตัวเมืองจะเป็นป้อมปราการโบราณที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ชมแนวกำแพงป้อมปราการที่มีขนาดกว้างขวางใหญ่โต ที่ท่านสามารถขึ้นไป ชมความงดงามของตัวเมืองได้อย่างดี
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านสู่เขต UPPER TOWN
ชม วิหารเซนต์มาร์ก (ST.MARK’S CHURCH) ที่มีหลังคากระเบื้องปูเป็นลวดลายรูปตราของกองทหารแห่งยุคกลาง ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของซาเกรบ ชมโบสถ์ประจำเมืองเก่าเซนต์แคทเธอรีน บริเวณแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของทำเนียบประธานาธิบดี (PRESIDENT PALACE) นำท่านชมจุดชมวิวที่ท่านสามารถเห็นกรุง ZAGREB ที่หลังคาอาคารเป็นสีแดงอิฐทั้งเมือง
นำท่านชม “กำแพงหินโบราณ” (STONE GATE)ยุคคริสต์ศตวรรษที่ 13 ที่ สร้างรายล้อมเมืองเก่าที่คงความอัศจรรย์ ของภาพพระแม่มารีที่ไม่ถูกเผาทำลายเมื่อไฟไหม้ครั้งใหญ่ ในปีค.ศ.1731ซึ่งเชื่อว่าภาพเขียนมีพลังปาฏิหาริย์ จึงทำให้ผู้คนเข้ามาบูชากราบไหว้รวมถึง จากนั้น นำท่านนั่งรถราง (USPINJACA) ลงสู่ LOWER TOWN
นำท่านชม “ตลาดกลางเมือง” (DOLAC MARKET) ตลาดกลางแจ้งที่เก่าแก่มีสีสันสดใสขายไม้ดอกไม้ประดับและผลไม้ ราคาถูก
นำท่านผ่านชม มหาวิหารเซนต์ สตีเฟ่น (CATHEDRAL OF ST.STEPHEN) สถาปัตยกรรมที่มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปีและปัจจุบันได้บูรณะในสไตล์นีโอ-โกธิคงดงามด้วยหอคอยแฝดปลายแหลมสีทองอร่ามภายในประดิษฐานรูปนักบุญองค์ สำคัญต่างๆ เช่น นักบุญเซนต์ ปีเตอร์ ,เซนต์ ปอลล์แวะชมจัตุรัส BAN JELACIC SQUARE จัตุรัสกลางเมืองที่ล้อมรอบด้วยห้างร้านที่ทันสมัย ชมอนุสารีย์โจซิพ เจลาซิค(BAN JOSIP JELACIC) ผู้ยิ่งใหญ่และเป็นผู้ซึ่งต่อสู้ เพื่อความอิสระจากชาวฮังการีเมื่อปีค.ศ. 1848