คณะพร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติดอนเมือง อาคาร 1 ชั้น 3 ประตู 4 เคาน์เตอร์ 4 สายการบิน AIR ASIA X เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกในการขึ้นเครื่อง (หัวหน้าทัวร์แนะนำการเดินทาง) สายการบิน AIR ASIA X ใช้เครื่อง AIRBUS A330-300 จำนวน 377 ที่นั่ง จัดที่นั่งแบบ 3-3-3 น้ำหนักกระเป๋า 20 กก./ท่าน (หากต้องการซื้อน้ำหนักเพิ่ม ต้องเสียค่าใช้จ่าย)
**หมายเหตุ** เคาน์เตอร์เช็คอินจะปิดบริการก่อนเวลาเครื่องออกอย่างน้อย 60 นาที และผู้โดยสารพร้อม ณ ประตูขึ้นเครื่องก่อนเวลาเครื่องออก 40 นาที (**ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกที่นั่งบนเครื่อง เนื่องจากต้องเป็นไปตามระบบของสายการบิน**)
เดินทางถึง สนามบินนานาชาติอินชอน (เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าไทย 2 ช.ม. กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเป็นเวลาท้องถิ่นเพื่อสะดวกในการนัดหมาย) หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว ขอต้อนรับทุกท่านสู่สาธารณะรัฐเกาหลีใต้ รถโค้ชนำทุกท่านข้ามทะเลตะวันตกด้วยสะพานแขวนยองจอง หรือ สะพานเพื่อความหวังในการรวมชาติที่ยาวกว่า 4.42 กม. และมียอดโดมสูง 107 เมตร
บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร (1) เมนู อูด้ง
จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง เกาะนามิ แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเกาหลีใต้ บนเกาะจะมีบรรยากาศร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นสน ต้นเกาลัด ต้นแปะก๊วย ต้นซากุระ ต้นเมเปิ้ล และต้นไม้ดอกไม้อื่นๆ ที่พลัดกันออกดอกเปลี่ยนสีให้ชมกันทุกฤดูกาล
จุดไฮไลท์บนเกาะจุดแรกคือ
รูปปั้นคู่พระนางจากเรื่องเพลงรักในสายลมหนาว ใกล้กันนั้นจะมีโซนอาหารทั้งร้านอาหารแบบนั่งทาน ร้านของปิ้งย่าง และซาลาเปานึงเตาถ่านแบบโบราณ ถัดจากโซนอาหารก็จะถึงจุดไฮไลท์ของเกาะนามิอีกแห่งนั่น
ถนนสายแปะก๊วย เมื่อผ่านพ้นช่วงกลางเดือนตุลาคมไป อุโมงค์ต้นแปะก๊วยจะถูกย้อมไปด้วยสีเหลืองอร่ามเรียงแถวทอดตัวยาวกว่า 80 เมตร เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปมากที่สุด และจุดหนึ่งที่พลาดไม่ได้ ถนนสายต้นสน ทิวสนโบราณที่เรียงตัวเป็นแนวยาวสง่างามสวยทุกฤดูที่ถือเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของเกาะนามิ ส่วนในฤดูใบไม้ผลินั้น เกาะนามิจะเต็มไปด้วยดอกซากุระสีชมพูบานสะพรั่ง โดยเฉพาะบริเวณสวนสาธารณะริมอ่าวไวท์เบิร์ชจะมีดอกซากุระสีชมพูขาวบานสะพรั่งเป็นแนวยาว ต้นซากุระนั้นจะออกดอกแค่ช่วงปลายมีนาคมถึงกลางเมษายนเท่านั้น ซึ่งแต่ละปีช่วงเวลาที่ดอกไม้บานจะแตกต่างกันไปr
เกาะนามิโด่งดังจากซีรี่ย์เรื่อง Winter Sonata โดยใช้เกาะนามิเป็นสถานที่ถ่ายทคู่รักมายมากมักไม่พลาดที่จะมาถ่ายรูปกับจุดไฮไลท์บนเกาะสุดโรแมนติก“Winter Sonata’s First Kiss” รูปปั้นคู่พระ-นางจากซีรี่ย์เรื่องดังใกล้กันนั้นจะมีโซนอาหารทั้งร้านอาหารแบบนั่งทานร้านของปิ้งย่างและซาลาเปานึงเตาถ่านแบบโบราณ
บริการอาหารกลางวัน (2)
เมนู ทัคคาบิ หรือไก่บาร์บีคิวผัดซอสเกาหลี อาหารเลื่องชื่อแห่งเมืองซุนซอน นำไก่บาร์บีคิว ข้าวเหนียว มันหวาน ผักต่างๆลงผัดรวมกับซอสแบบเกาหลี นำผักกาดเขียวมาห่อรับประทาน โดยนำข้าวสวย และสาหร่ายแห้งมาผัดรวมกับทัคคาลบี
จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน หรือสวิสเซอร์แลนด์ของเกาหลีใต้ เป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ที่จัดได้ว่าเป็นแนวเขาที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลี ในช่วงใบไม้ร่วง หุบเขาแห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นสีแดงสลับส้มไปทั่วทั้งหุบเขา ส่วนในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็จะสวยงามไม่แพ้กัน วิวสองข้างทางจะเต็มไปด้วยอุโมงค์ดอกซากุระบานสะพรั่งเรียงรายไปตลอดทาง
อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน ถือเป็นอุทยานแห่งชาติที่สวยที่สุดของเกาหลีใต้ ภายในอุทยานท่านจะพบกับ รูปปั้นหมี ไฮไลท์อีกหนึ่งจุดที่คนนิยมไปถ่ายรูป เดินเท้าต่อเข้าไปอีกไม่ไกลจะเป็นที่ตั้งของ วัดชินฮึงซา วัดเก่าแก่ที่สร้างในสมัยอาณาจักรชิลล่า อายุกว่า 1,000 ปี ตัววัดตั้งอยู่ในเขตอุทยานจึงทำให้มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มีลำธารไหลผ่านตัววัด พร้อมกับสะพานหินขนาดใหญ่ ซึ่งในฤดูน้ำหลากจะสวยงามเป็นอย่างมาก ระหว่างทางเดินทางชมวิวจะได้เห็นกองหินที่ถูกซ้อนขึ้นเป็นชั้นๆ สูงๆ เรียกว่า กลุ่มหินอธิฐาน เนื่องจากคนเกาหลีจะนำหินมาซ้อนกันแล้วอธิฐานขอพร **อัตราค่าบริการนี้ ไม่รวมค่า CABLE CAR ขึ้นอุทยาน (ประมาณ 10,000 วอน)**
จุดเด่นของวัดอยู่ที่ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางสมาธิขนาดใหญ่ ที่ประดิษฐานเป็นสัญลักษณ์ของอุทยานให้ทุกท่านได้มาไหว้สักการะขอพรกัน ซึ่งว่ากันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก หลังจากไหว้ขอพรเสร็จแล้วก็สามารถมาล้างมือล้างหน้าด้วยน้ำมนต์ได้ โดยการทำบุญของชาวเกาหลีนั้นจะนิยมถวายข้าวสาร และเทียนเล่มใหญ่ๆ กันซะเป็นส่วนใหญ่ หรือเลือกที่จะบริจาคกระเบื้องหลังคาวัดก็ได้ ซึ่งสำหรับผู้ที่มีจิตศรัทธาสามารถร่วมทำบุญถวายได้
บริการอาหารเย็น (3)
เมนู แฮมุนทัง ซุปรวมมิตรทะเล เป็นการนำอาหารทะเลสด ๆ เช่น ปลาหมึก เนื้อปลา หอย และปู และผักชนิดต่าง ๆ เช่น ผักกาด กะหลำปลี หัวไช้เท้า เห็ดเข็มทอง มาต้มรวมกันในกะทะ ทานกับน้ำจิ้มแบบเกาหลี และเครื่องเคียง เช่น กิมจิ และสาหร่าย
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (4)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ สวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ถูกขนานนามว่าเป็นดิสนีย์แลนด์แห่งเกาหลีใต้ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ประกอบไปด้วยโซนต่างๆดังนี้Global Fair, Magic Land, European Adventure, American Adventure, Zootopia เมื่อท่านก้าวผ่านประตูเข้าไปในสวนสนุกเอเวอร์แลนด์พบกับอาคารทรงสวยที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบวิกตอเรียตะวันออก และอินเดีย ซึ่งผสมผสานจนเข้ากันลงตัวแวะถ่ายรูปสวยๆ ที่Magic Tree ต้นไม้แฟนตาซีขนาดใหญ่ที่จะเปลี่ยนธีมไปตามเทศกาลต่างๆ ถือเป็นอีกจุดแลนด์มาร์คสำหรับนักท่องเที่ยว
ใครชอบเครื่องเล่นหวาดเสียวต้องห้ามพลาดเด็ดขาด!! สนุกกับเครื่องเล่นนานาชนิดไม่ว่าจะเป็น รถไฟเหาะตีลังกา (Rolling X-Train)ที่เร็วสุดๆ และตีลังกาถึง 2 รอบ เฮอร์ริเคน (Hurricane) เครื่องเล่นที่จะหมุนๆเหวี่ยงๆให้หัวใจเต้นรัวกับความสูงเกือบ 20 เมตรจากพื้นดิน! ดับเบิ้ลร็อกสปิน (Double Rock Spin)ที่จะหมุนๆ ตีลังกา 3 ตลบบนอากาศด้วยความสูงที่แทบกลั้นหายใจ เรือเหาะไวกิ้ง (Columbus Adventure) เตรียมตัวเตรียมใจไปกับเจ้าเรือเหาะยักษ์ที่จะเหวี่ยทุกคนขึ้นไปสูงถึง 30 เมตร ในมุม 75 องศา
และไฮไลค์ที่พลาดไม่ได้ของสวนสนุกแห่งนี้ รถไฟเหาะรางไม้ (T-EXPRESS)รถไฟเหาะรางไม้ที่สูงชันเป็นอันดับ4 ของโลกซึ่งมีความชันถึง77 องศาและวิ่งด้วยความเร็ว104 กิโลเมตร/ชั่วโมง
พักเหนื่อยจากเครื่องเล่น หลุดเข้ามาในโลกของเหล่าสัตว์มากมาย!!ในโลกของ Zootopia หนึ่งในสวนสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีมีสัตว์มากกว่า2,000 ตัวจาก200 กว่าสายพันธุ์พาทุกท่านท่องไปกับโลกของสัตว์ป่าซาฟารีขึ้นไปบนรถบัสซาฟารีเพื่อใกล้ชิดกับเหล่าสัตว์ป่ายิ่งขึ้นอย่างโซนSafari Worldพบกับสัตว์ที่น่าเกรงขามอย่างสิงโตเจ้าป่าเสืออันดุร้ายและหมีตัวใหญ่ที่อาจจะโผล่มาทักทายคุณได้ทุกเมื่อ
จะมีอะไรตื่นเต้นไปกว่าการนั่งรถสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก!! ตะลุยเข้าไปในโซนLost Valleyพร้อมเพลิดเพลินกับการชมสัตว์ต่างๆที่เดินเล่นอย่างอิสระถ้าโชคดีอาจจะได้พบกับสัตว์เหล่านี้มาขอขนมกินถึงหน้าต่างรถเลยทีเดียว
ชม สวนดอกไม้สี่ฤดู (Four Season Garden)ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงพันธุ์ดอกไม้ไปตามฤดูกาลในรูปแบบที่หลากหลายตลอดทั้งปี (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ด้วยสีสันที่สดของดอกไม้แต่ละชนิดจึงได้รับความนิยมอย่างมาก นักท่องเที่ยวที่มาสวนสนุกจึงไม่พลาดที่จะมาถ่ายรูปเก็บบรรยากาศความสดชื่นกลับไปเป็นที่ระลึก รวมทั้งยังมีการจัดเทศกาลในแต่ละเดือน อาทิเช่น
เดือนเมษายน-มิถุนายน เป็นสวนดอกทิวลิป
เดือนมิถุนายน เป็นดอกกุหลาบ
เดือนสิงหาคม เป็นสวนดอกลิลลี่หลากสีสันยั
ตุลาคม - พฤศจิกายน เป็นสวนดอกเบญจมาศพร้อมกับมีจัดตกแต่งสวนสนุกให้เข้ากับเทศกาลฮัลโลวีน (Happy Halloween) มีการจัดขบวนรถแฟนซีแห่รอบสวนสนุกและมีเจ้าหน้าที่แต่งตัวเป็นผีมาเดินแกล้งนักท่องเที่ยวด้วย
พฤศจิกายน - ธันวาคม มีการจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส และต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ทุกเทศกาลจะตกแต่งด้วย แสง สี เสียง สุดอลังการ พร้อมทั้งมีขบวนพาเหรดมาสร้างความบันเทิงให้กับเด็กๆ เช่น White Christmas Parade, Moonlight Parade
การแสดขบวนพาเหรดอันน่าตื่นตาตื่นใจ! ชมขบวนพาเหรดสุดยิ่งใหญ่อย่าง คานิวัลแฟนตาซีพาเหรด (Carnival Fantasy Parade) พบกับโชว์ต่างๆจากทั่วทุกมุมโลกมีทั้งธีมสไตล์บราซิลอย่างแซมบาเฟสติวัล (Samba festival) ไปจนถึงธีมเวนิสคานิวัล (Venice Carnival) จากอิตาลีก็ตบเท้าเข้าร่วมขบวนด้วยสนุกสนานกับการเต้นรำไปพร้อมๆกันช่วงหัวค่ำเป็นอีกหนึ่งการแสดงที่พลาดไม่ได้เช่นกันอย่าเพิ่งรีบกลับ! หากท่านยังไม่ได้ชมการแสดงพลุสุดอลังการหลังจากพระอาทิตย์ตกดินและยังมีขบวนพาเหรดที่จัดเต็มทั้งแสงสีเสียงอย่างมูนไลท์พาเหรด (Moonlight parade) ให้ท่านได้ชมอีกด้วย ขบวนพาเหรดจะมีรอบ14.30 18.30 และ19.30 น.
จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยัง ศูนย์สมุนไพรโสมเกาหลี สมุนไพรที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้แก่ระบบย่อยอาหาร ปอด ช่วยทำให้จิตใจสงบ และเพิ่มพละกำลัง มีสรรพคุณทางการแพทย์ช่วยบำรุงหัวใจ ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด เสริมประสิทธิภาพทางเพศ ลดและป้องกันมะเร็ง
จากนั้นนำท่านแวะช้อปที่ร้านเครื่องสำอางค์ยอดนิยม COSMETIC OUTLET สวรรค์ของนักช้อปชาวไทย เพื่อเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝาก มีให้เลือกมากมายหลากหลายแบนด์ ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์บำรุงผิวแบรนด์อย่าง DEWINS และแบรนด์ JSM ที่เป็นสินค้าหลักของทางร้าน ไม่ว่าจะเป็นครีมหอยทาก ครีมน้ำแตก ครีมขัดขี้ไคล สแตมเซลล์ โบท็อกซ์ เป็นต้น และยังมีสินค้าอื่นๆ อาทิเช่น ครีมว่านหางจระเข้ แป้งม้าโยก ยาย้อมผม แฮนด์ครีม ยาสระผมฯลฯ
จากนั้นนำท่านไปยังหนึ่งในทาวเวอร์ที่มีวิวที่สวยที่สุดในเอเชีย โซลทาวเวอร์ ตั้งอยู่บนภูเขานัมซานใจกลางกรุงโซล มีความสูงจากฐานหอคอยประมาณ 236.7 เมตร และมีความสูง 479 เมตรจากพื้นดิน ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวัน ช่วงกลางคืน หรือฤดูกาลไหนๆ ก็ยังได้รับความนิยมเสมอมา ทั้งจากนักท่องเที่ยวและคู่รักชาวเกาหลี เพราะเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นวิวทั่วทั้งกรุงโซล และบริเวณรอบๆ แบบพาโนราม่า นับเป็นอีกสถานที่สุดแสนโรแมนติกแห่งหนึ่งที่คู่รักทุกคู่ไม่ควรพลาด นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์สำคัญของกรุงโซลที่นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องมาแวะเช็คอินคือ สถานที่คล้องกุญแจชื่อดัง Love Key Ceremony ที่มีความเชื่อว่า คู่รักที่มาคล้องกุญแจที่นี่จะมีความรักที่ยืนยาวไปตลอดกาล **ราคาทัวร์นี้ไม่รวมกุญแจและค่าขึ้นลิฟท์10,000 วอน**
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (7)
จากนั้นนำท่านไปยังจุดถ่ายรูป ทุ่งหญ้าสุดชิค ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี HANEUL PARK มีพื้นที่ 190,000 ตารางเมตรเป็นสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่บนเนินเขาที่สูงที่สุดในบรรดาสวนทั้ง 5 แห่งสวนแห่งนี้จึงได้ชื่อว่าฮานึลที่แปลว่า‘ท้องฟ้า’ ที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในโซลและสามารถเที่ยวได้ทุกฤดูกาลสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่งดงามของเมืองโซลไม่ว่าจะเป็นภูเขานัมซานภูเขาบุคฮันซานและภูเขากวานัคซานในช่วงหน้าร้อนจะมีดอกทานตะวันบานให้ได้ชมส่วนในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็จะมีเทศกาลดอกหญ้าบาน (Seoul Eulalia Festival) รวมถึงมีต้นRedwood ปลูกยาวเรียงรายไปถึง 900 เมตรสลับกับสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีที่อยู่บนยอดเขา ที่นี่จึงกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตและเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเกาหลี
ฮานึลปาร์ค ไม่เพียงแต่จะมีดอกหญ้าที่จะบานสะพรั่งปลิวไสวไปตามสายลมหนาวบนเนินเขาริมแม่น้ำฮันสุดโรแมนติกให้ชมแล้ว เมื่อเดินมาถึงทางเข้าเพียงนิดเดียวก็จะพบกับทุ่งดอกคอสมอสให้ได้แวะถ่ายรูปกันก่อนและด้วยพื้นที่บนเนินเขาอันกว้างใหญ่ก็ยังมีดอกไม้นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นทุ่งดอกโคเชียพืชตระกูลหญ้าทรงกลมสุดน่ารัก ที่จะเปลี่ยนสีจากเขียวกลายเป็นสีแดงเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น
*** หมายเหตุ : ราคานี้ไม่รวมค่ารถ SHUTTLE BUS รับ-ส่งสำหรับท่านที่ไม่สะดวกเดินขึ้นบันไดไปด้านบนสวนฮานึลทั้งนี้การบานของดอกหญ้าขึ้นอยู่กับสภาพอากาศหากดอกหญ้าไม่บานหรือทางสถานที่ยกเลิกเทศกาลทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ปรับเปลี่ยนโปรแกรมทดแทนเป็นถนนกาโรซูกิล (GAROSU-GIL) แหล่งรวมร้านค้าแฟชั่นและคาเฟ่สุดฮิปของชาวเกาหลีถนนที่เต็มไปด้วยต้นไม้สองข้างทางซึ่งก็คือเจ้าต้นกิงโกะ (Ginkgo) หรือต้นแปะก๊วยนั่นเองโดยมีความยาวของถนนประมาณ 700 เมตรถนนเส้นนี้อาจจะยังไม่ค่อยคุ้นหูมือใหม่หัดเที่ยวเกาหลีซักเท่าไหร่แต่ขอบอกว่าหนุ่มสาวแดนโสมเขารู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะเป็นถนนที่มีครบทุกรสทั้งร้านเสื้อผ้ารองเท้าเครื่องประดับในแบบที่เรียกว่ายูนิคสุดๆซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นร้านของเหล่านักออกแบบที่มีชื่อเสียงและนักออกแบบอิสระรุ่นใหม่ของเกาหลีไปจนถึงสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังมากมาย ***
จากนั้นนำท่านเรียนรู้การทำผลิตภัณฑ์น้ำมันสนที่สกัดจาก น้ำมันสนเข็มแดง มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย ลดไขมัน ช่วยควบคุมอาหาร และรักษาสมดุลในร่างกาย
จากนั้นนำท่านชม พระราชวังชางด็อกกุง พระราชวังลำดับที่สองที่ถูกสร้างต่อจากพระราชวังเคียงบกกุง เคยใช้เป็นที่พำนักของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ในสมัยราชวงศ์โชซอน และยังเป็น 1 ใน 5 ของพระราชวังสำคัญที่ยังคงรักษาไว้ พระราชวังหลวงทั้ง 5 ที่ในโซลนั้น จะมีลักษณะหน้าตาคล้ายๆ กัน แตกต่างกันที่ทัศนียภาพ รวมถึงความพิเศษของแต่ละสถานที่ด้วย อย่างตัวพระราชวังชางด็อกกุงแห่งนี้ก็มีไฮไลท์ที่น่าสนใจคือ สวนฮูวอน หรือสวนแห่งความลับนั่นเอง ภายในพระราชวังประกอบไปด้วยเขตพระราชฐานชั้นนอก พระราชฐานชั้นใน และสวนด้านหลังที่ใช้สำหรับเป็นที่พักผ่อนของพระมหากษัตริย์ในสมัยโบราณ เมื่อเดินเข้ามาบริเวณด้านในพระราชวังจะเจอกับลานกว้าง เป็นพื้นที่สาธารณะที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้ พระราชวังแห่งนี้เคยถูกเผาทำลายไปในช่วงปี 1592 ก่อนจะถูกบูรณะในปี 1611 และได้กลายเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปัจจุบันยังคงเหลือความงดงามบางส่วนของพระราชวังเอาไว้ นอกจากนั้นยังมีต้นไม้ขนาดยักษ์มีอายุกว่า 300 ปี บ่อน้ำ และศาลาริมน้ำ
จากนั้นนำท่านเลือกซื้อ สินค้าปลอดภาษี ดิวตี้ฟรีที่ร้านค้าปลอดภาษีที่ใหญ่ที่สุดในโซลแหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำหอม เสื้อผ้า เครื่องสำอาง กระเป๋า นาฬิกา เครื่องประดับหลากหลายแบรนด์ดัง และสินค้าแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย
จากนั้นนำท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง ย่านเมียงดง แหล่งละลายทรัพย์ในดวงใจของสาวๆหลายคน หรือสยามสแควร์เกาหลี ตลาดแห่งนี้จะมีเสื้อผ้า กางเกง รองเท้า น้ำหอม เครื่องสำอางค์ทั้งแบรนด์เนมชื่อดัง และโลคอลแบรนด์ รวมถึงซีดีเพลง รูปดารา และศิลปินเกาหลี หรืออะไรที่วัยรุ่นต้องการก็สามารถหาได้จากที่ตลาดนี้ อาทิเช่น ร้านเครื่องสำอางค์ค์ที่คุ้นหูคนไทยที่ไม่ว่าจะเป็น ETUDE, SKIN FOOD, THE FACE SHOP, NATURAL REPUBLIC, INNISFREE ราคาเครื่องสำอางค์ค์จะถูกกว่าประเทศไทยประมาณ 2 ถึง 3 เท่า และบางรุ่นไม่มีขายในประเทศไทย หรือจะเป็นร้านขายรองเท้าแบรนด์ดังอย่างร้าน MBC MART ก็มีรองเท้าหลากหลายแบรนด์ดังให้เลือกมากมาย อาทิเช่น ADIDAS, NIKE, NEW BALANCE, VANS, CONVERSE, FILA เป็นต้น
ในส่วนของอาหารบริเวณข้างทางที่ฮอทฮิตไม่แพ้กันอย่างโซน เมียงดงสตรีทฟู้ด มีอาหารหรือของทานเล่นให้ได้ลิ้มลองมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หอยเชลล์ย่างตัวใหญ่อบน่ากิน ขนมไข่หรือเครันปัง ขนมยอดฮิตตลอดกาลของเมียงดง กุ้งล็อบสเตอร์ตัวใหญ่ๆ ย่างชีสมีรสหวาน ชีสย่าง โดยการเอามอสซาเรลล่าชีสเสียบไม้แล้วเอาไปย่าง ต๊อกโบกี เค้กข้าวที่ขึ้นชื่อของเกาหลี ปรุงรสด้วยซอสเผ็ดสไตล์เกาหลี เมนูนี้มีอยู่เกือบทุกซอกทุกมุมที่ในตลาดเมียงดง บะหมี่ดำจาจังมยอน หนึ่งในเมนูสุดฮิตที่เห็นกันบ่อยในซีรี่ส์เกาหลี มันฝรั่งเกลียวทอดกรอบเสียบไม้ พบเห็นได้ทั่วไปในเมืองไทย แต่ของที่นี่จะมีไส้กรอกเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งชั้น ปลาหมึกยักษ์ทอดกรอบ เสียบไม้แบบอลังการโรยด้วยเกลือ เป็นต้น แต่หากคนที่ชอบของหวานก็จะมีไอติมโคนเจ้าดัง ซึ่งไอติมที่กดมาใส่โคนนั้นสูงถึง 2 ฟุต
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (9)
นำท่านชม ศูนย์สมุนไพรฮอตเกนามู ต้นไม้ชนิดนี้เจริญเติบโตในป่าลึกบนภูเขาที่ปราศจากมลภาวะ และสูงเหนือระดับน้ำทะเล 50-800 เมตร ช่วยดูแลตับให้สะอาดแข็งแรง ป้องกันโรคตับแข็ง ไม่ถูกทำลายจากการดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ บุหรี่ สารตกค้างจากอาหาร และยา
จากนั้นนำท่านชม โรงงานเจียระไนพลอยอเมทิส แดนเกาหลีเป็นแดนของพลอยสีม่วง พลอยแห่งสุขภาพและนำโชค โดยมีตั้งแต่สีม่วงอ่อนเย็นตา จนถึงสีม่วงไวน์ มีเสน่ห์เย้ายวนใจ พลอยนี้จะงามจับตาเมื่อมาทำเป็นแหวน จี้ ต่างหู และสร้อยข้อมือ
จากนั้นนำท่านชม มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา เป็นมหาวิทยาลัยสตรีที่มีชื่อเสียงและมีความโดดเด่นของอาคารเรียนเป็นอย่างมากและที่น่าสนใจนั่นก็คือเป็นสถานที่ที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบริเวณโดยรอบนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ไม่เพียงแต่ให้ร่มเงาแต่ยังให้ความสวยงามทั้งในยามดอกไม้บานอย่างซากุระหรือช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่มีการเปลี่ยนสีของใบไม้ที่สวยงาม
บริการอาหารกลางวัน (10) เมนูจิมทัคไก่อบซีอิ๊ววุ้นเส้น เป็นเมนูอาหารเกาหลีพื้นเมืองดั้งเดิมเป็นไก่ผัดรวมกับวุ้นเส้นมันฝรั่งแครอทพริกและซอสดำเนื้อไก่ที่นิ่มรสชาติคล้ายกับไก่พะโล้สูตรเกาหลี
จากนั้นเดินทางต่อไปยัง ย่านฮงแด เป็นย่านที่อยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยฮงอิก มีผลงานศิลปะที่ส่วนใหญ่เป็นศิลปะแนวร่วมสมัยจัดวางแสดงเต็มพื้นที่ของถนนปิกัสโซ่ที่ขึ้นชื่อของย่านนี้ นอกจากนั้นที่นี่ยังมีผับ บาร์ คาเฟ่ ร้านอาหารมากมายตามตรอกซอกซอยแทบทุกแห่ง จึงทำให้ที่นี่เป็นสีสันของกรุงโซลที่นักท่องเที่ยวนิยมมาท่องเที่ยวไม่ขาดสายทั้งกลางวันและกลางคืน
จากนั้นนำท่านไปยัง ฮุนไดพรีเมี่ยม เอ้าท์เลท แหล่งช๊อบปิ้งขนาดใหญ่มีทั้งหมด 3 ชั้นเต็มไปด้วยร้านแบรนด์แฟชั่นกว่า230 ร้านมีร้านสินค้าแบรนด์ต่างประเทศให้เลือกมากมายอาทิเช่นGUCCI, COACH, GIORDANO, DKNY, CALVIN KLEIN เป็นต้นรวมถึงสินค้าแบรนด์ดังจากเกาหลีที่มีให้ท่านได้เลือกสรรกันอย่างละลานตา
จากนั้นนำท่านเพลินเพลินกับการแวะซื้อของฝากที่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต (ละลายเงินวอน ซื้อ 5 แถม 1) สาหร่าย ขนมต่างๆ ช็อกโกแล็ตหิน ซีเรียลช็อกโก้ ผลิตภัณฑ์ของใบ และรากฝอยของโสมในรูปแบบขนม ชาโสม โคลนพอกหน้าโสม ครีมล้างหน้าโสม เครื่องสำอางโสม และยังมีกิมจิ เปเปโร (ป๊อกกี้เกาหลี) ชินราเมง (มาม่าเกาหลี) นมกล้วย เป็นต้น