เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติงูระฮ์ไร เมืองเดนปาซาร์ (บาหลี) (เวลาที่บาหลีเร็วกว่าเมืองไทย 1 ชม.)
สนามบินงูระห์ไร “Ngurah Rai International Airport” เมืองเดนพาร์ซ่าร์ หรือ เกาะบาหลี สนามบินแห่งนี้ตั้งชื่อไว้เพื่อเป็นเกียรติแก่ พันโทอี กุสตี งูระห์ไร ผู้บัญชาการกองกำลังชาวอินโดนีเซีย วีรบุรุษในการสู้รบกับกองกำลังของชาวดัตช์ ระหว่างการปฏิวัติอินโดนีเซียเพื่ออิสรภาพ สนามบินแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากทางใต้ของเมืองเดนปาซาร์
นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว
เกาะบาหลี (ประเทศอินโดนีเซีย) เกาะบาหลี ได้รับการขนานนามว่า “ อัญมณีแห่งมหาสมุทรอินเดีย ” อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะชวา บาหลีเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่มีความยาวจากหัวเกาะถึงท้ายเกาะประมาณ 150 กิโลเมตร อยู่ติดกับเกาะชวามีประชากรประมาณ 3 ล้านคน เนื่องจากบาหลีถือเป็นตัวอย่างของแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการดูแลรักษาไว้ให้คงอยู่ในสภาพเดิมมากที่สุด ธรรมชาติที่บริสุทธิ์เป็นเสน่ห์ของบาหลี ที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่ว
โลกหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
วิหารทานาห์ลอต หรือ วัดปุรา ตานะห์ ลอต สร้างโดยนักบวชฮินดู ชื่อว่า ดัง ฮยัง นิราร์ธา ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 11สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่เทพเจ้าและปีศาจแห่งท้องทะเล เป็นวิหารที่ตั้งอยู่บนผาหินนอกชายฝั่ง ที่เกิดจากการกัดเซาะของเกลียวคลื่น โดยในช่วงน้ำขึ้นวัดจะถูกโอบล้อมไปด้วยน้ำเหมือนเกาะเล็กๆ ริมชายฝั่ง พอน้ำลดจะพบกับเนินหินและลานหินยื่นออกไปในทะเล สามารถเดินเท้าไปยังวัดได้อย่างสบายๆ เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งอีกด้วย
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 2)
หลังอาหารนำท่านเดินทางขึ้นสู่ นำท่านเดินทางสู่ วัดฮินดู ที่สำคัญและใหญ่ที่สุดบนเกาะบาหลี ปูราเบซากีห์ (Pura Besakih) หรือ วัดเบซากีห์ ถือเป็นวัดแม่ Mother Temple ของทุกวัดบนเกาะบาหลี เป็นวัดที่มีความงดงามและมี เอกลักษณ์โดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรม มีวัดอื่นรายรอบ 23 วัดตั้งลดหลันกันไปตามไหล่เขา โดยมี วัดเปนาทารัน (PuraPenataranAgung) ตั้งเป็นประธานอยู่ตรงกลาง ทุกๆวัน จะมีศาสนิกชนมาประกอบพิธีกรรมและทุกๆคนจะต้องแต่งกายตามธรรมเนียมปฏิบัติของชาวบาหลี โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟกุนุงอากุง ซึ่งมีความสูงมากที่สุดบนเกาะคือ มีความสูงถึง 3,142 เมตรจากระดับน้ำทะเล ถือ เป็นด่านแรกสำหรับการเริ่มต้นพิชิตภูเขาไฟกูนุงอากุงด้วย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านคินตามานี ตั้งอยู่บนระดับความสูง 1,500 เมตร และเป็นหนึ่งในอาณาจักรยุคต้น ๆ บนเกาะบาหลี ชมความงามของ ภูเขาไฟบาตูร์ ภูเขาไฟแทนเพศหญิง ทะเลสาบบาตูร์ เป็นทะเลสาบซึ่งเกิดจากการยุบตัวของภูเขาไฟบาตูร์ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในบาหลีและตั้งอยู่ด้านข้างภูเขาไฟที่ยัง คุกรุ่นอยู่ มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,717 เมตร นำท่านเดินทางตามเส้นทางลดระดับความสูงของแนวภูเขาท่ามกลางธรรมชาติป่าสนในบรรยากาศเย็นสบาย ผ่านหุบเขาทุ่งนาขั้นบันได อันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะบาหลี
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โรงงานกาแฟ ชมขั้นตอนการผลิตกาแฟ ชมชะมดตัวเป็นๆและทดลองชิมกาแฟขี้ชะมดรวมถึงเลือกซื้อสินค้าจากโรงงานกาแฟได้โดยตรงอีกด้วย
หลังอาหารหลังนำท่านเดินทางสู่ วิหารศักดิ์สิทธิ์ ธีร์ตะอัมปุล (เทมภัคศิริงค์) สร้างในศตวรรษที่ 13 ใช้ประกอบพิธีทางศาสนาในราชวงศ์กษัตริย์เท่านั้น ชมบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีต้นน้ำมาจากภูเขาไฟ ซึ่งชาวบาหลี ปัจจุบันก็ยังมีความเชื่อว่า เมื่อใครได้อาบน้ำศักดิ์สิทธิ์นี้จะสามารถรักษาโรคภัยและจะทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เพลิดเพลินไปกับความสวยงามกับการตกแต่งวัดในแบบสไตล์บาหลีเซียนแท้ๆ ที่งดงามและมีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร ท่านสามารถผ่านชมบ้านพักของอดีตประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ที่ตั้งอยู่บนเขาใกล้ๆ ตัววิหาร
จากนั้นเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งที่ ตลาดปราบเซียน ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองราคาถูก อาทิเช่น ผ้าพันคอ ผ้าโสร่งพื้นเมือง ไม้แกะสลัก พวงกุญแจ (ท่านสามารถต่อราคาสินค้ากับแม่ค้าได้ถึง 50 -70 %)
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 5)
จากนั้นเดินทางขึ้นสู่ เทือกเขาเบดูกัล เทือกเขาที่งดงาม อากาศเย็นตลอดทั้งปี ชมสวนผลไม้, ผัก, ต้นไม้ต่างๆทัศนียภาพของบาหลี ระหว่างขึ้นบนเทือกเขาเบดูกัล หมู่บ้านดัชท์และ ปุระอันงดงามสองข้างทางขึ้นภูเขา
นำท่านชมต้นน้ำทิพย์แห่งพระศิวะที่ วัดเบราตาน ให้ท่านได้พักผ่อนและถ่ายรูปตามอัธยาศัย ชมแท่นบูชาพระศิวะและ สวนสวรรค์อุรุดานู ซึ่งงดงามด้วยพันธุ์ไม้และดอกไม้ ท่ามกลางอากาศเย็นตลอดปี
จากนั้นนำท่านเดินทางชม วัดที่สวยงามที่สุด 1 ใน 6 วัดของบาหลี วัดทามาอายุน (เม็งวี) อดีตเป็นวัดหลวงของกษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งวีใช้ประกอบพิธีกรรมของกษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งวีเท่านั้นถูกสร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 17 โดยสระน้ำล้อมรอบบริเวณวัดผสมผสานกับสวนสวยล้อมรอบวัดอันเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย
ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานเดนปาซาร์ (บาหลี)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองยอร์กยาการ์ต้า โดยสายการบิน การูด้าอินโดนีเซีย เที่ยวบินที่ GA 255
** บริการอาหาร SNACK BOX **
เดินทางถึง เมืองยอร์คยาการ์ต้า (เวลาที่ยอร์คยาการ์ต้าช้ากว่าบาหลี1ชั่วโมง/เท่ากับเวลาประเทศไทย)
เมืองยอกยาการ์ตา (Yogyakarta) เป็นอดีตเมืองหลวงของอินโดนีเซียมาแต่โบราณ และมีสุลต่านปกครองสืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้ ในช่วงที่นายพลซูการ์โนพยายามต่อสู้เพื่อเอกราชของอินโดนีเซีย สุลต่านแห่งยอกยาการ์ตาก็สนับสนุนการประกาศเอกราชอย่างเต็มที่ (ซึ่งช่วยซูการ์โนอย่างมากในแง่สัญลักษณ์) หลังจากอินโดนีเซียประกาศเอกราชได้แล้ว ซูการ์โนจึงตอบแทนโดยยกยอกยาการ์ตาเป็นเขตปกครองพิเศษ และยังมีระบบกษัตริย์ (สุลต่าน) ปกครองอยู่เพียงแห่งเดียวของอินโดนีเซีย
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 8)
พระราชวังสุลต่าน สร้างขึ้นโดยสุลต่านฮาเมงกูบูโวโน ที่ 1 ราวปี ค.ศ.1756-1790 บนพื้นที่ 14 ตารางกิโลเมตรตามคติความเชื่อของชาวฮินดูว่าพระราชวังเป็นศูนย์กลางของโลกและจักรวาล พระราชวังแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมแบบชวาผสมดัชต์ เคยเป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งยอร์คยาการ์ต้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน(ในปัจจุบันไมได้ประทับอยู่แล้ว) ภายในเต็มโดยจัดเป็นห้องนิทรรศการต่างๆเกี่ยวกับราชวงศ์ และจัดแสดงสิ่งของล้ำค่าและเครื่องใช้ต่างๆอีกมากมาย
พระราชวังวอเตอร์พาเลซ มีความสวยสดงดงามแลกตาจากพระราชวังทั่วไป เนื่องจากโดยบริเวณรอบของวังจะมีน้ำล้อมรอบวังเดิมเคยใช้เป็นที่สรงน้ำของกษัตริย์กับบรรดาสนมในสมัยนั้น
จากนั้นเดินทางสู่ “โบโรบูโดร์” หรือ มหาเจดีย์บุโรพุทโธ ที่คนไทยคุ้นเคย ตั้งอยู่ห่างจากเมืองยอร์คยาการ์ต้า เพียง 40 กิโลเมตร ถือเป็นหนึ่งในความมหัศจรรย์ของโลก เป็นสิ่งก่อสร้างที่แสดงถึงความศรัทธาอันยิ่งใหญ่ที่ชาวอาณาจักรศรีวิชัยมีในพระพุทธศาสนา ที่นี่เป็นหลักฐานยืนยันว่าครั้งหนึ่งที่เกาะชวา เป็นเทศอินโดนีเซียเคยเป็นศูนย์กลางอันสำคัญของพระพุทธศาสนา และด้วยความยิ่งใหญ่นี้ทำให้ในแถบประเทศอาเซียนนำไปเป็นแบบอย่างในการสร้างสถาปัตยกรรมต่างๆอีกด้วย
พุทธสถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของชาวพุทธสร้างขึ้นจากความศรัทธาอย่างแรงกล้าต่อพระพุทธศาสนาของชาวศรีวิชัย สมัน พุทธศักราช 1293-1393 โดยนำหินจากลาวามาเป็นวัสดุในการก่อสร้างเป็นมหาสถูปทรงพีรามิด คล้ายดอกบัวโดยรับอิทธิพลมาจากอารยธรรมอินเดีย บุโรพุทโธถูกสร้างขึ้นบนเนินดินธรรมชาติมีความสูงกว่าระดับพื้นดินประมาณ 15 เมตร กินพื้นที่ราว 55,000 ตารางเมตรบนเกาะชวา ได้รับกสรขึ้นเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ภายใต้ชื่อ กลุ่มวัดบรมพุทโธ เมื่อปีพุทธศักราช 2534 นักท่องเที่ยวนิยมมาปักหลักรอต้อนรับแสงแรกและแสงสุดท้ายของวันซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของการมาเยือนเมืองนี้
ถนนมาลิโอโบโร่ ซึ่งจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมต่างๆ ของใช้ของฝากทั่วไป เช่น กระเป๋า เสื้อผ้า เครื่องจักรสาน ภาพวาด
ผ้าบาติก กล่าวได้ว่าเป็นแหล่งรวมงานศิลปะที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากในราคาย่อมเยาได้ที่นี่อีกด้วย
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 11)
วัดพรามนันต์ จันดี ปรัมบานัน (CANDI PRAMBANAN) หรือ จันดีราราจงกรัง (CANDI RARA JONGGRANG) ในภาษาอินโดนีเซียคือเทวสถานในศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ในเขตชวากลาง ห่างจากเมืองยอกยาการ์ตาไปทางตะวันออกประมาณ 18 กิโลเมตร ตัววัดนั้นสร้างขื้นเมื่อราวปี พ.ศ. 1390 แต่หลังจากสร้างเสร็จได้ไม่นาน ตัววัดก็ถูกทอดทิ้งและถูกปล่อยให้ทรุดโทรมตามกาลเวลา จนเมื่อถึงปี พ.ศ. 2461 (ค.ศ. 1918) จึงได้มีการเริ่มบูรณะวัดขึ้นมา การบูรณะของสิ่งก่อสร้างหลักสิ้นสุดลงเมื่อปี พ.ศ. 2496 (ค.ศ. 1953)ในปัจจุบัน ปรัมบานัน ถูกยกย่องให้เป็น มรดกโลก และนับได้ว่าเป็นหนึ่งในศาสนสถานในศาสนา ฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ ตัววัดโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมและความใหญ่โตของปรางค์ซึ่งมีความสูงถึง 47 เมตร
วัดพรามนันต์ ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดก โลกสมัยสามัญครั้งที่ 15 ภายใต้ชื่อ “กลุ่มวัดปรัมบานัน” เมื่อปี พ.ศ. 2534 ที่เมืองคาร์เทจ ประเทศตูนิเซีย ด้วยข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคือวัดพรามนันต์ ถือเป็นศาสนสถานฮินดูที่มีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดของอินโดนีเซีย ยิ่งใหญ่และงดงามไปด้วยลวดลายแกะสลักหินอันวิจิตรตระการตานั่นเอง
คณะพร้อมกันที่จุดนัดหมาย นำท่านเดินทางสู่ สนามบินเมืองยอร์กยาการ์ต้า
นำท่านเดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร โดยเที่ยวบินที่ GA 864
** บริการอาหารร้อนพร้อมเครื่องดื่มมีจอส่วนตัวทุกที่นั่ง **