วันที่ 1 กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) - พาโร - จุดชมวิววัดตัมโช - อนุสรณ์สถานแห่งชาติ - ป้อมซิมโตคาซอง - ตาชิโชซอง
04.00 น.
คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตู 10 เคาน์เตอร์ W สายการบิน ดรุ๊กแอร์ (KB) โดยมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกจัดเตรียมเอกสารการเดินทางและสัมภาระให้กับท่าน
07.00 น.
ออกเดินทางสู่ เมืองพาโร ประเทศภูฏาน โดยสายการบิน ดรุ๊กแอร์ เที่ยวบินที่ KB-153
ประเทศภูฏาน (Bhutan) หรือ ชื่ออย่างเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรภูฏาน (Kingdom of Bhutan) ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัย(Himalayas) มีพรหมแดนติดกับทิเบต (Tibet) และ อินเดีย (India) ที่นี่มีเทือกเขาจำนวนมากจึงเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย” เป็นประเทศดินแดนรวมแหล่งอารยธรรมต่าง ๆ ภูฏานนั้นมี 4 ฤดู คือ
ฤดูใบไม้ผลิ ระหว่างเดือน มีนาคม - พฤษภาคม เป็นช่วงดอกไม้กำลังเบ่งบานทั้งหุบเขา
ฤดูร้อนและฝน ระหว่างเดือน มิถนายน - สิงหาคม พืนป่าเขียวขจี ท้องฟ้าสีสันสดใส น้ำตกสวยงาม
ฤดูใบไม้ร่วง ระหว่างเดือน กันยายน - พฤศจิกายน เป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเหลืองทองอร่าม อากาศปลอดโปร่ง
ฤดูหนาว ระหว่างเดือน ธันวาคม - กุมภาพันธ์ อากาศหนาวเย็น ถึง อาจมีหิมะตกบ้าง ท้องฟ้าสีคราม
โดยอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 10 องศา โดยแต่ละฤดูกาลจะมีเทศกาลสำคัญต่าง ๆ ทำให้เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนได้ตลอดทั้งปี
** การท่องเที่ยวในประเทศภูฏาน โปรดแต่งกายสุภาพ เพราะสถานที่ส่วนใหญ่เป็นเขตพระราชฐานและสถานที่สำคัญ ๆ10.50 น.
เดินทางถึง สนามบินพาโร ประเทศภูฏาน (Bhutan) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
จากนั้นเดินทางเข้าสู่ เมืองพาโร (Paro) ประเทศภูฏาน เมืองพาโรซึ่งเป็นเมืองที่ถูกโอบอยู่ในวงล้อมของขุนเขา บนระดับความสูง 2,280 เมตร มีแม่น้ำปาชูไหลผ่าน อาคารบ้านเรือนจะเป็นสไตล์ภูฏานแท้ กรอบหน้าต่างไม้ลวดลายสีสันสดใส
นำท่านเดินทางไปยัง จุดชมวิววัดตัมโช ตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายท่ามกลางทิวทัศน์ที่มีแม่น้ำสองสายมาบรรจบกัน ท่านลามะทังทนเกลโปเป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้นพร้อมสะพานเหล็กอีกสายหนึ่งขึ้นที่นี่ แต่สะพานถูกน้ำพัดทำลายลงในปี ค.ศ. 1969 สะพานที่เห็นในปัจจุบันเป็นของที่ใช้โซ่เหล็กสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 2005 โดยเลียนแบบสะพานสายเดิม
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
นำท่านชม อนุสรณ์สถานแห่งชาติ (National Memorial Chorten) อนุสรณ์แห่งนี้เป็นอนุสรณ์สถานแด่กษัตริย์รัชกาลที่ 3 แห่งประเทศภูฏานสร้างในปี ค.ศ.1974 มีผู้คนมากมายเดินทางมาแสวงบุญและสวดมนต์ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่าง ๆ
จากนั้นนำท่านชม ป้อมซิมโตคาซอง (Semtokha Dzong) สร้างในปี ค.ศ. 1629 ป้อมแห่งนี้มีชัยภูมิที่ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญแห่งเมืองทิมพู ถือเป็นป้อมปราการแห่งแรกที่ท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล สร้างขึ้น เมืองพูนาคาอยู่ระดับความสูง 1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเล
จากนั้นนำท่านเดินทางเขาชม ตาชิโชซอง (Tashichho Dzong) มหาปราการแห่งศาสนาและวิหารหลวงแห่งเมืองทิมพู ตาชิโชซอง หมายถึง ป้อมแห่งศาสนาอันเป็นมงคล สร้างในสมัยศตวรรษที่ 12 ปัจจุบันเป็นสถานที่ทำงานของพระมหากษัตริย์ สถานที่ทำการของกระทรวงต่าง ๆ และวัด รวมทั้งเป็นพระราชวังฤดูร้อนของพระสังฆราช และบริเวณอันใกล้ท่านจะได้เห็นวังที่ประทับส่วนพระองค์ของกษัตริย์จิกมี่ด้วย
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
ที่พัก
Pedling Hotel & Spa / Namseling Boutique Hotel / Hotel Amodhara หรือเทียบเท่า
วันที่ 2 ทิมพู - สักการะองค์หลวงพ่อสัจจธรรม - โดชูลาพาส - วัดชิมิลาคัง - เมืองพูนาคา - พูนาคาซอง
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่าน สักการะองค์หลวงพ่อสัจจธรรม (Buddha Dordenma Statue) ที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก โดยได้รับความแรงศรัทธาจากมหาเศรษฐีชาวสิงค์โปร์ ที่บริจาคเงินซื้อที่ดินและสร้างพระพุทธรูปให้แก่รัฐบาลประเทศภูฏาน มีเวลาให้ท่านไหว้ขอพรเพื่อเป็นศิริมงคล
จากนั้นออกเดินทางสู่เมืองพูนาคา แวะชม โดชูลาพาส (Dochula Pass) ท่านจะได้ชมความงามของเจดีย์ บนระดับความสูง 3,150 เมตร จากระดับน้ำทะเล พร้อมวิวทิวทัศน์ของภูเขาหิมาลัยอันตระการตา และยอดเขาต่าง ๆ เรียงรายกัน
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
นำท่านเดินทางต่อไปยัง วัดชิมิลาคัง (Chimi Lhakhang) โดยวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขา สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1499 โดยลามะที่มีชื่อเสียง นามว่าท่าน Lama Drukpa Kunley วัดแห่งนี้ชาวภูฏาน กล่าวขานกันว่าใครที่มีบุตรยาก หากมาอธิษฐานขอบุตรที่วัดแห่งนี้ก็จะได้สมใจ
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองพูนาคา (Punakha) เป็นเมืองหลวงเก่าของภูฏานจนถึงปี ค.ศ. 1955 ก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงไปที่เมืองทิมพู
จากนั้นนำท่านชม พูนาคาซอง (Punakha Dzong) ป้อมปราการขนาดใหญ่ประจำเมืองพูนาคา สร้างขึ้นในปี 1637 โดยซับดรุง งาวัง นัมเกล ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น พระราชวังแห่งความสุขอันยิ่งใหญ่ “Palace of Great Happiness” และเป็นหนึ่งในป้อมปราการที่สวยงามที่สุดในภูฏาน เป็นป้อมที่สร้างเป็นอันดับสองของภูฏาน ประกอบไปด้วยหลายส่วน ทั้งพระตำหนัก ศาลาว่าการเมือง โบสถ์ และ วิหาร ปัจจุบันเป็นที่พักในฤดูหนาวของพระชั้นผู้ใหญ่ ป้อมนี้ตั้งอยู่ ณ บริเวณที่แม่น้ำ Pho chu และ แม่น้ำ Mo chu ไหลมาบรรจบกัน ท่านจะได้เห็น ลามะ (พระสงฆ์) จำนวนมากถึง 6,000 รูป ที่กำลังศึกษาพระธรรมและสวดมนต์
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
ที่พัก
Hotel Pema Karpo / Hotel Vara / Punakha Residency หรือเทียบเท่า
วันที่ 3 พูนาคา - สวนสัตว์แห่งชาติของประเทศภูฏาน - สำนักแม่ชีทังทอง ดีวาเชน - พาโรซอง
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านชม สวนสัตว์แห่งชาติของประเทศภูฏาน (National Zoo) ชม สัตว์ประจำชาติทาคิน (Takin) ที่มีรูปร่างลักษณะพิเศษผสมระหว่างแพะกับวัว มีแห่งเดียวในประเทศภูฏานเท่านั้น ทาคินเป็นสัตว์ในตำนานประวัติศาสตร์ของศาสนาพุทธ
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าชม สำนักแม่ชีทังทอง ดีวาเชน (Thangthong Dewachen Nunnery) เป็นวัดพุทธในประเทศภูฏาน ขนาดเล็กบนเทือกเขาหิมาลัย
จากนั้นนำท่านชม พาโรซอง (Paro Dzong) หรือ รินปุงซอง (Rinpung Dzong) ป้อมปราการและวิหารหลวงแห่งเมืองพาโร พาโรซองนับเป็นตัวอย่างสถาปัตยกรรมแบบภูฏานที่สมบูรณ์แบบที่สุด ทุกท่านจะเห็นถึงกำแพงสีขาวที่ก่อตัวขึ้นเป็นป้อมปราการสามารถเห็นได้ชัดเจนเป็น Landmark ของเมืองพาโร ตัวซองสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1644 โดย ท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล พระอริยสงฆ์ ซึ่งเป็นผู้นำทางจิตวิญญานและเป็นผู้รวบรวมประเทศภูฏานให้เป็นปึกแผ่น รวมถึงเป็นผู้วางระบบการบริหารงานและระบอบปกครองประเทศ ปัจจุบันเป็นสถานที่ทำงานของรัฐบาล รวมทั้งเป็นที่ตั้งขององค์กรบริหารสงฆ์ประจำเขตปกครองนั้น ๆ
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
ที่พัก
Mandala Resort / Dewachen Resort / Hotel Drukchen หรือเทียบเท่า
วันที่ 4 พิชิตวัดทักซัง (วัดถ้ำเสือ) - วัดคิชู ลาคัง
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านออกเดินทางสู่ วัดทักซัง (Taktshang Monastery) หรือ วัดถ้ำเสือ (Tiger's Nest in Bhutan) มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ สร้างอยู่บนหน้าผาสูงกว่า 900 เมตร ตั้งแต่ศตวรรษที่ ชาวภูฏานมีความเชื่อว่าครั้งหนึ่งในชีวิต จะต้องได้ขึ้นมาแสวงบุญ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเจริญก้าวหน้าของชีวิต ส่วนชื่อเรียก "ถ้ำเสือ" ของวัดนี้ได้มาจากตำนานที่เล่าขานต่อ ๆ กันมาว่า พระรินโปเชผู้เผยแผ่นิกายมหายานในภูฏานได้ขี่หลังเสือเหาะมายังหน้าผาแห่งนี้ และเข้าไปนั่งวิปัสสนากรรมฐานอยู่ในถ้ำเป็นเวลา 3 เดือน หลังจากนั้นใน พ.ศ. 2227 มีการสร้างวัดขึ้นที่นี่ และด้วยความสูงของผา ทำให้วัดนั้นอยู่ท่ามกลางเมฆหมอกสีขาวที่ล้อมรอบวัด การเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ รถจะสามารถขึ้นได้แค่เนินเขาด้านล่างเท่านั้น
จากนั้นทุกท่านสามารถเลือกเดินทางได้ 2 แบบ คือ เดินเท้า หรือ ขี่ม้า,ขี่ลา,ขี่ล่อ เท่านั้น การเดินขึ้นไปยังวัด จะแบ่งเป็นช่วงแรกใช้เวลาเดินราว 2 ชม. จะถึงจุดแวะพักแรก ให้ท่านได้พักดื่มน้ำชา กาแฟ จากนั้นเดินเท้าต่ออีกราว 1 ชม. ก็จะถึงจุดชมวิวที่สอง จากนั้นเส้นทางจะเปลี่ยนเป็นบันไดขึ้นลง เข้าสู่วัดทักซัง นำทุกท่านสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้านใน และชมความงามของธรรมชาติบริเวณรอบวัดอย่างวิจิตรลงตัว (การเดินทางขึ้นชมวัดทักซัง ทางบริษัทแนะนำให้ท่านเดินเท้าขึ้นจะสะดวกและปลอดภัยมากกว่า แต่ถ้าหากท่านใดต้องการขี่ม้า รบกวนแจ้งกับทางหัวหน้าทัวร์ล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวันล่วงหน้า เพื่อทำการจองม้าให้ท่าน ค่าใช้จ่ายในการขี่ม้า 25 USD ไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ จะขี่ม้าช่วงขาขึ้นเขาได้จนถึงจุดแวะพักแรกเท่านั้น)
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
นำทุกท่านเดินเท้าลงจากเขา (ไม่อนุญาตให้นั่งม้าลงมาด้านล่างได้)
นำท่านชม วัดคิชู ลาคัง (Kyichu Lhakhang) หนึ่งในวัดที่เก่าแก่ในประเทศภูฏาน สมัยศตวรรษที่ 7 วัดนี้เป็นวัดที่มีความเชื่อว่าสร้างไว้เพื่อตรึงเท้าซ้ายของนางยักษ์ตนหนึ่งที่นอนทอดร่างปิดทับประเทศทิเบตและเทือกเขาหิมาลัยไว้ โดยวัดคิชู ลาคัง เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในภูฏาน
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
ที่พัก
Mandala Resort / Dewachen Resort / Hotel Drukchen หรือเทียบเท่า
วันที่ 5 พาโร - กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ สนามบินพาโร เพื่อนำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ
10.30 น.
ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน ดรุ๊กแอร์ เที่ยวบินที่ KB-130
16.45 น.
ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ