เดินทางถึง สนามบินโดโมเดโว สหพันธรัฐรัสเซีย ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว
เดินทาง สู่ จุดชมวิวเมืองที่สวยงามที่สุดในมอสโก สแปร์โรว์ ฮิลล์ (Sparrow Hills) หรืออีกชื่อคือ เลนินฮิลส์ เนื่องจากเป็นทำเลที่มองเห็นทัศนียภาพของเมืองได้ชัดเจนและเป็นมุมที่เลนินชื่นชอบมาก จึงเลือกจุดนี้เป็นที่ตั้งของบ้านพักส่วนตัว ปัจจุบันนอกจากจะเปิดรับนักท่องเที่ยวขึ้นมาชมวิวจุดเดียวกับเลนินใน อดีตแล้ว ยังเป็นที่นิยมในการใช้เป็นมุมถ่ายภาพแต่งงานยอดนิยมของชาวรัสเซียอีกด้วย
ออกเดินทางสู่ จัตุรัสแดง (Red Square) จัตุรัสที่สวยงามที่สุดในโลกเพราะสร้างด้วยการนำหินแกรนิตและหินอ่อนจำนวนนับล้านชิ้นตอกฝังลงบนพื้นทั่วจัตุรัสที่มีความกว้าง 695 เมตรและยาว 130 เมตร ทำให้กลายเป็นจัตุรัสโมเสกที่ยิ่งใหญ่อลังการมาก เป็นที่ตั้งของกิโลเมตรที่ศูนย์ของรัสเซีย โดยรอบจัตุรัสแดงจะล้อมรอบไปด้วยสถานที่สำคัญหลายแห่ง มี หอนาฬิกาซาวิเออร์ (Savior Tower) ที่ตั้งอยู่บนป้อมสปาสสกายา ถ้าแหงนหน้าขึ้นไปชมบนยอดหอเราจะเห็นได้ว่าออกแบบด้วยศิลปะแบบโกธิก ประดับด้วยดาวแดง 5 แฉกซึ่งเป็นทับทิมน้ำหนักถึง 20 ตัน มี วิหารเซนต์บาซิล (St. Basil's Cathedral) ก็ถือว่ายังไปไม่ถึง นี่คือสิ่งก่อสร้างที่ได้รับการยอมรับว่ายิ่งใหญ่ที่สุดของรัสเซียในยุคศตวรรษที่ 16 วิหารเซนต์บาซิลสร้างขึ้นอย่างสวยงามและมีสีสันแปลกตาแหวกแนวเมื่อปี 1555 มีโดมถึง 9 ยอดที่สูงลดหลั่นกันไป อิสระช้อปปิ้งที่ ห้างสรรพสินค้ากุม ที่อยู่ไม่ใกลจากจัตุรัสแดง เป็นห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดของรัสเซียซึ่งเปิดให้บริการเมื่อปี 1895 ตัวอาคารนั้นสูง 3 ชั้น ภายในสวยงามโอ่อ่าอลังการ และร้านค้าจำนวนกว่า 200 ร้าน อัดแน่นไปด้วยสินค้ามากมายโดยเฉพาะแบรนด์เนมชื่อดังระดับโลก
อิสระเดินเล่นบริเวณสวน Zaryadye Park สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางกรุงมอสโก และอยู่ติดกับจัตุรัสแดง สวนสาธารณะแห่งนี้แม้จะเป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายน 2017 ที่ผ่านมานี้เอง แต่ความน่าสนใจก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าไฮไลท์อื่นๆ เลย ด้วยพื้นที่กว้างถึง 78,000 ตารางเมตรที่ออกแบบและจัดตกแต่งอย่างดีด้วยการจัดธีมเป็นสภาพภูมิอากาศแบบต่างๆ นอกจากสวนสวยๆ แล้วยังมีโรงละครทรงครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ คอนเสิร์ตฮอลล์ และที่พลาดไม่ได้ก็คือ “สะพานลอยฟ้า” (Floating Bridge) สะพานขนาดใหญ่รูปตัว V ที่สร้างยื่นขึ้นไปเหนือแม่น้ำ สร้างขึ้นจากคอนกรีตและไม้แต่สามารถรองรับน้ำหนักได้มากถึง 3,000-4,000 คน ได้เป็นจุดชมวิวสวยๆ ริมแม่น้ำอีกแห่งหนึ่งเลย
จุดหมายแรกของวันนี้คือ สถานีรถไฟใต้ดินแห่งมอสโก (Moscow Metro) แม้จะเหมือนไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว แต่เมื่อมาก็ต้องมาชมความงามของสถานีรถไฟสวยๆ และลองนั่งดูซักครั้ง แต่ก่อนเคยเป็นสถานที่หลบภัยจากกองกำลังทหารนาซีในช่วงสงครามครั้งที่ 2 หากนับรวมความยาวของเส้นทางเดินรถไฟใต้ดินทั่วมอสโกจะมีความยาวถึง 260 กิโลเมตร และที่ สถานีคอมโซโมลสกายา (Komsomolskaya) ก็โดดเด่นด้วยการตกแต่งในสไตล์บารอก และก็มีภาพโมเสกสวยๆ ประดับประดาไว้ทั่วทั้งสถานี พร้อมขอบเพดานอาคารโค้งสวยงามที่อลังการยิ่งใหญ่ด้วยชานเดอเลียร์เรียงตลอดความยาวของทางเดินภายในสถานี มีเสาหินอ่อน งานจิตรกรรมเลอค่าแฝงไว้ในทุกซอกทุกมุม
แล้วไปเดินเที่ยวชม ตลาดอิสมายลอฟสกี้ (Izmailovsky Market) ซึ่งเป็นตลาดหนึ่งในมอสโกที่พ่อค้าแม่ค้าพูดภาษาไทยได้ สินค้าส่วนใหญ่ในตลาดอิสมายลอฟสกี้จะเป็นแนวพื้นเมืองท้องถิ่น มีเสื้อผ้า เครื่องกันหนาว กระเป๋า หมวก และสินค้าที่ระลึกสุดฮิตอย่าง ตุ๊กตาแม่ลูกดก หรือ มาทอสก้า เอกลักษณ์ของรัสเซีย
เข้าชมภายใน พระราชวังเครมลิน (Kremlin Palace) สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้ชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์และเป็นหน้าเป็นตาของรัสเซียมายาวนาน ที่สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าอีวานที่ 3 ยิ่งใหญ่และสวยงามอย่างที่สุด
พระราชวังเครมลิน เป็นแหล่งสถาปัตยกรรมที่สวยงามและยืนอายุมายาวนานกว่า 850 ปี มีบทบาทในหลายยุคของรัสเซีย ภายในพระราชวังนอกเหนือจากจำนวนห้องใช้ เจ้าอีวานที่ 3 ยิ่งใหญ่และสวยงามอย่างที่สุด พระราชวังเครมลินเป็นแหล่งสถาปัตยกรรมที่สวยงามและยืนอายุมายาวนานกว่า 850 ปี มีบทบาทในหลายยุคของรัสเซีย ภายในพระราชวังนอกเหนือจากจำนวนห้องใช้สอยถึง 700 ห้อง หอคอย 18 จุดและป้อมปราการที่มีความยาวประมาณ 2,235 เมตร สำหรับสังเกตการณ์ภายหลังปรับเปลี่ยนให้เป็นที่ทำการของรัฐบาล และส่วนหนึ่งเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้คนทั่วไปเข้าชมได้ ที่บริเวณด้านนอกจะมี ปืนใหญ่พระเจ้าซาร์ ปืนใหญ่ที่ได้รับการบันทึกลงกินเนสบุ๊คว่ามีปากกระบอกใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1586 เพื่อข่มขวัญศัตรูและเพื่อให้เป็นปืนใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลกสมชื่อ ด้านนอกมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 120 เซนติเมตร ตัวปืนยาว 5.34 เมตร มีน้ำหนักรวมถึง 40 ตัน
ชม ระฆังที่ใหญ่ที่สุดในโลกชื่อว่า ระฆังพระเจ้าซาร์ อยู่บนหอคอยพระเจ้าอีวานที่สูง 81 เมตร ระฆังใบนี้จึงถูกสร้างให้มีขนาดใหญ่มาก น้ำหนักรวมมากถึง 200 ตัน แต่ที่เห็นมุมหนึ่งมีชิ้นส่วนของระฆังแตกออกมา ซึ่งก็มีน้ำหนักมากถึง 11.5 ตัน
ชม โบสถ์อัสสัมชัญ (Assumption Cathedral) ภายในบริเวณพระราชวังเครมลิน โบสถ์เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ ด้วยการเป็นสถานที่จัดพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์ของรัสเซียทุกพระองค์ ตัวอาคารโบสถ์มี 5 ชั้น ตกแต่งสวยงามทั้งด้านนอกและด้านใน ยิ่งด้านในนั้นมีภาพเฟรสโกและภาพไอคอนอยู่ด้วย สวยงามมากจริงๆ
เข้าชม พิพิธภัณฑ์อาร์เมอร์รี่ หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดของมอสโคว์ ที่เก็บรวบรวมสมบัติล้ำค่าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอัญมณี เครื่องประดับ อาวุธ และงานศิลปะชั้นนำมากมาย
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เข้าชม มหาวิหารเซนต์ซาเวียร์ (Cathedral of Christ the Saviour) ที่สร้างขึ้นโดย “พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 1” ในปี 1839 และก็ดำเนินการสร้างกันนานถึง 45 ปีสวยงามอลังการตั้งแต่แรกเห็น ตัวอาคารสีขาวสะอาด ตัดกันด้วยยอดโดมสีทอง เป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะและถวายแด่พระผู้เป็นเจ้าหลังจากที่รัสเซียรอดพ้นจากสงครามนโปเลียนแห่งฝรั่งเศสมาได้
จากนั้นเดินเที่ยวชม ถนนอารบัท ย่านถนนคนเดินที่จะมากมายไปด้วยร้านค้าร้านอาหาร ในย่านนี้เราจะได้เห็นศิลปินพร้อมงานศิลปะสวยๆ มากมายให้ชมและเลือกซื้อ และของที่ระลึกหลากหลายแบบก็มีให้เช่นกัน