เดินทางถึงสนามบินเมืองมอสโคว์ ท่าอากาศยานนานาชาติวนูโคโว หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระ
จากนั้นเข้าชม พระราชวังเครมลิน (Kremlin) สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1147 โดยมกุฎราชกุมารแห่งนครเคียฟ เจ้าชายยูริ โดลโกรูกี มีรับสั่งให้สร้างเพื่อใช้ป้องกันศัตรู ในอดีตเป็นเพียงป้อมปราการไม้ธรรมดา ที่เป็นเหมือนหัวใจของกรุงมอสโคว ตามความเชื่อของชาวรัสเซียเครมลินคือที่สถิตย์ของพระเจ้า ปัจจุบันพระราชวังเครมลินเป็นพิพิธภัณฑ์ และที่ตั้งสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น สภาคองเกรส วิหารต่างๆ หอระฆังของอีวานมหาราชและสิ่งก่อสร้างอื่นๆอีกมากมาย
เดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์อาร์เมอร์รี่แชมเบอร์ ที่อยู่ในบริเวณพระราชวังเครมลิน พิพิธภัณฑ์นี้เป็นสถานที่เก็บสมบัติล้ำค่ากว่า 4,000 ชิ้น เช่น ศาสตราวุธต่างๆ เครื่องป้องกันตัว หมวก เสื้อเกราะที่ใช้รบในสมรภูมิ เครื่อง เงิน ทอง เพชรพลอยเครื่องทรงของกษัติย์พระเจ้าซาร์และซารีน่าซึ่งหาดูได้ยากยิ่ง
จากนั้นชม โบสถ์อัสสัมชัญ (ASSUMPTION) วิหารหลวงที่เก่าแก่สำคัญและใหญ่ที่สุดในเครมลินโดยสร้างทับลงบนโบสถ์ไม้เก่าที่มีมาก่อนแล้ว ใช้ในการประกอบพิธีราชาภิเษก ชมป้อมปืนใหญ่, หอระฆังพระเจ้าอีวานและ ชมระฆังยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
หมายเหตุ : จำกัดรอบเวลาในการเข้าชมเพียงวันละ 4 รอบเท่านั้นคือ 10.00, 12.00, 14.30, 16.30 น. ดังนั้นกรุณาตรงต่อเวลานัดหมายอย่างเคร่งครัด
นำทานเดินทางสู่ ฟาร์มสุนัขฮัสกี้ (Husky Park) ร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับกิจกรรมสุนัขลากเลื่อน ที่ให้ความรู้สึกเหมือนไปเที่ยวยุโรป ให้ท่านได้สนุกสนาน กับน้องหมาที่จะพาท่านตะลุยหิมะ ซึ่งเป็นกจิกรรมที่สุนัขจะต้องใช้กำลังอย่างมากในการตะกุยหิมะและกระโจนไปด้านหน้า เพื่อให้รถลากเลื่อนเคลื่อนที่ไปข้างหน้า โดยมีผู้ควบคุมและบังคับให้สุนัขที่ได้รับการฝึกฝนอย่างดี พวกนี้เชื่อฟังคำสั่งและพาไปยังจุดที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ ในช่วงสภาวะที่หิมะตกไม่สามารถเดิน ทางโดยรถยนต์หรือ แม้กระทั่งทางเรือได้ นอกจากนั้นท่านสามารถถ่ายรูปน่ารักๆคู่กับน้องหมาฮัสกี้เพื่อเก็บที่ระลึกได้อีกด้วย
นำท่านขึ้นสู่ยอดเขาสแปร์โรว์ฮิล หรือ เนินเขานกกระจอก เป็นบริเวณที่มองเห็นทัศนียภาพ ของนครมอสโควที่อยู่เบื้องล่างได้โดยทั้งหมด จึงทำให้เลนินผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ในอดีตเลือกเนินเขานกกระจอกแห่งนี้เป็นที่ตั้งบ้านพักของตน ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมอสโคว์
ชมความสวยงามของอาคารหลักของกรุงมอสโก มหาวิทยาลัยรัฐ ในฮิลส์แปร์โรว์ เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดในรัสเซีย ได้รับการก่อตั้งขึ้นในปี 1755 โดยมิคาอิลซอฟ นักวิชาการรัสเซียในช่วงเวลานั้น มหาวิทยาลัยที่ได้รับการตั้งชื่อตามเขาในปี 1940 และเป็นจุดชมวิวที่สวย ที่สุดในมอสโคว ที่คู่รักนิยมมาถ่ายภาพแต่งงาน รวมถึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นพิเศษในการชมบรรยากาศของมอสโคว์
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม เซอร์คัส Russian Circus การแสดงของสัตวแสนรู้มายากล กายกรรมไต่ลวด และการแสดงผาดโผนจากนักแสดงมืออาชีพ การแสดงจะมี 2 ช่วง ช่วงละ 45 นาที และพักอีก 15 นาที ระหว่างพักจะมีบริการ ถ่ายรูปกับสัตว์ต่างๆ
หมายเหตุ : ในกรณี CIRCUS งดการแสดง ทางบริษัทฯ จะนำท่านชมบัลเล่ต์ หรือ ชมการแสดงที่ YAR RESTAURANT
จากนั้นนำท่านกลับสู่ที่พัก
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสแดง (RED SQUARE) ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญตั้งอยู่กลางใจเมืองของมอสโควเป็นจัตุรัสที่สวยงามที่สุดในโลก เป็นสถานที่เก็บศพเลนินศาสดาของประเทศสังคมนิยม สร้างด้วยหินแกรนิต และหินอ่อน นับล้านชิ้นตอกลงบนพื้นจนกลายเป็นลานหินโมเสกเป็นพื้นที่ลานกว้าง ทางด้านหน้าจัตุรัสแดงนั้น เป็นที่ตั้งของกิโลเมตรที่ศูนย์ของรัสเซีย สังเกตุได้จากที่พื้นถนนจะมีสัญลักษณ์เป็นวงกลม และภายในวงกลมนี้เองก็จะมีนักท่องเที่ยวเข้าไปยืนกลางวงกลมนั้นและโยนเศษเหรียญข้ามไหล่ตัวเองไปด้านหลังเพื่ออธิษฐานให้ได้กลับมาที่มอสโควอีกครั้ง ลานกว้างของจัตุรัสแดงนี้มีพื้นที่กว้าง 695 เมตร ยาว 130 เมตร ทำหน้าที่เป็นสถานที่จัดงานสำคัญๆต่างๆของรัสเซียมาหลายยุคหลายสมัย บริเวณจัตุรัสแดงยังประกอบไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ รายรอบอีกมากมายเช่น พระราชวังเครมลิน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์รัสเซีย
นำท่านถ่ายรูปด้านหน้าคู่กับ มหาวิหารเซนต์บาซิล (ST. BASIL’S CATHEDRAL) หนึ่งสถาปัตยกรรมที่กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงมอสโคว ด้วยรูปทรงที่มีลักษณะเป็นโดมรูปหัวหอม สีสันสดใส ตั้ง ตระหง่านสง่างาม ขนาบข้างด้วยกำแพงเครมลิน สร้างขึ้นโดยพระเจ้าอีวานที่ 4 (Ivan the Terrible) เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานในการรบชนะเหนือกองทัพของมองโกลที่เมืองคาซาน ในปี พ.ศ. 2095 หลังจากถูกปกครองกดขี่มานานหลายร้อยปี ออกแบบโดยสถาปนิก ปอสนิก ยาคอฟเลฟ (Postnik Yakovlev) และด้วยความงดงามของสถาปัตยกรรมจึงทำให้มีเรื่องเล่าสืบต่อกันว่า พระเจ้าอีวานที่ 4 ทรงพอพระทัยในความงดงามของมหาวิหารแห่งนี้มากจึงมีคำสั่งให้ปูนบำเหน็จแก่สถาปนิกผู้ออกแบบด้วยการควักดวงตาทั้งสอง เพื่อไม่ให้สถาปนิกผู้นั้นสามารถสร้างสิ่งที่สวยงามกว่านี้ได้อีก การกระทำในครั้งนั้นของพระเจ้าอีวานที่ 4 จึงเป็นที่มาของสมญานามอีวานมหาโหด
จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ณ ห้างสรรพสินค้า GUM (ห้างกุม) ห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงมอสโก แต่มีชื่อเสียงในเรื่องของสินค้าอันมีให้เลือกซื้อกัน อย่างหลากหลายชนิด ห้างสรรพสินค้ากุม หรืออีกสถนที่หนึ่งที่มีสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ของเมืองนี้ ห้างสรรพสินค้ากุม ก่อสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1895 มีความสวยงามและโดดเด่นมากลักษณะชองตัวอาคารเป็นอาคารสูง 3 ชั้น มีร้านค้าเปิดให้ บริการมากมายสำหรับให้ผู้ที่เดินทางหรือผู้ที่ชอบการช้อปปิ้งถึง 200 ร้านค้าด้วยกัน แต่สินค้าที่นี่อาจจะมีทั้งรูปลักษณ์ ภายในและภายนอกที่ดูหรูหราโอ่อ่า และที่สำคัญตั้งอยู่บริเวณลานกว้างในย่านจตุรัสแดงห้างสรรพสินค้ากุม มีการจำหน่ายสินค้าประเภทอุปโภคและบริโภคเช่น เสื้อผ้า ของใช้ในครัวเรือน สินค้าที่มีชื่อมียี่ห้อ เครื่องสำอางค์ น้ำหอม และสินค้าที่เป็นประเภทของที่ระลึก ซึ่งมีให้เลือกกันอย่างหลากหลายทีเดียว
นำท่านชมสถานีรถไฟใต้ดินกรุงมอสโคว (METRO) (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการรับชมสถานี METRO ของการเดินทางวันนั้นๆ) สถานีรถไฟใต้ดิน สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1931 โดยได้รับการยกย่องจากทั่วโลกว่าเป็นสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่สวยที่สุดในโลก ซึ่งในแต่ละสถานีจะมีการตกแต่งที่แตกต่างกัน ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สถานีรถไฟใต้ดินได้กลายเป็นหลุมหลบภัยที่ดีที่สุดเพราะมีโครงสร้างที่แข็งแรงรวมทั้งการก่อสร้างที่ขุดลงลึกไปถึงใต้ดินหลาย 10 เมตร และบางสถานียังเป็นที่บัญชาการระหว่างสงครามอีกด้วย ในปัจจุบันรถไฟใต้ดินที่กรุงมอสโควมีถึง 11สาย 156 สถานีด้วยความยาวทั้งหมด 260 ก.ม.
นำท่านชม วิหารเซ็นต์ เดอซาร์เวียร์ (THE CATHEDRAL OF CHRIST OUR SAVIOUR) สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1839 ในสมัยพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 1 เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะและแสดงกตัญญุตาแด่พระเป็นเจ้าที่ทรงช่วยปกป้องรัสเซียให้รอดพ้นจากสงครามนโปเลียน โดยใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 45 ปี แต่ต่อมาในปี ค.ศ.1990 สตาลินผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ในขณะนั้นได้สั่งให้ทุบโบสถ์ทิ้งเพื่อดัดแปลงเป็นสระว่ายน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกจนเมื่อปีค.ศ.1994 ประธานาธิบดี บอริส เยลซิน ได้อนุมัติให้มีการก่อสร้างวิหารขึ้นมาใหม่ด้วยเงินบริจาคของคนทั้งประเทศ ซึ่งจำลองของเดิมได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์
จากนั้นให้เวลาอิสระทุกท่านเดินช็อปปิ้ง ถนนอารบัต ถนนคนเดินที่มีชื่อเสียง ชื่อถนนนี้ปรากฏมาตั้งแต่ศตวรรษ ที่ 15 ในอดีตเป็นที่อยู่ของชนชั้น ขุนนางและศิลปินที่มีผู้อุปถัมภ์ต่อมาในสมัยสหภาพโซเวียตถนนอารบัตเป็นย่านที่พักของสมาชิกระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์ปัจจุบันถนนอารบัตกลายเป็นถนนคนเดินที่มีชื่อเสียงที่สุดของรัสเซีย เป็นแหล่งของศิลปินจิตรกร ร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟ ฯลฯ
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่สถานีรถไฟ ออกเดินทางโดย รถไฟด่วน SAPSAN EXPRESS TRAIN จาก มอสโคว์ สู่ เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก (ตารางเดินรถอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบกับหัวหน้าทัวร์อีกครั้ง)
นำท่านเดินทางสู่ พระราชวังฤดูหนาว HERMITAGE MUSEUM ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของทั้งประเทศรัสเซียและไทย เนื่องจากในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระองค์ได้เสด็จมาประทับที่นี่ขณะเป็นพระราชอาคันตุกะของพระเจ้าซาร์ในคราวเสด็จประพาสยุโรปใน ค.ศ. 1897 หรือ พ.ศ.2440 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลก มีห้องมากถึง 1,050 ห้อง มากถึง 3 ล้านชิ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นภาพเขียน
หมายเหตุ : ภายในพระราชวัง ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป ต้องฝากไว้ที่เจ้าหน้าที่ รวมถึงสัมภาระขนาดใหญ่ด้วย
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางเข้าชม พระราชวังฤดูร้อนปีเตอร์ฮอฟ PETERHOF มีอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า เปโตรควาเรสต์ (PETRODVORETS) ตั้งอยู่แทบชานเมืองของ เป็นพระราชวังที่สวยงามไม่เหมือนใคร เกิดขึ้นจากราชาปีเตอร์มหาราช ปีเตอร์ฮอฟเป็นพระราชวังที่ถูกนิรมิตโดยศิลปินเอกในสมัยนั้น ที่ชื่อว่าฟรานเชสโก ราสเทรลลี่ และเลอ บรอง ทั้งสองทำคนละส่วนในพระราชวังนี้โดยตัวภายในพระราชวังนั้นเป็นหน้าที่หลักของราสเทรลลี่ที่ออกแบบความงามในสไตล์ผสมเรอเนสซองส์ "บารอค"และคลาสสิก พระเจ้าปีเตอร์ หมายมั่นปั้นมือกับพระราชวังนี้มาก วางโครงสร้างงานไปยาวถึง 10 ปี ราสเทรลลี่บรรจงสร้างพระราชวังอย่างปราณีตเน้นการตกแต่งภายใน เลือกใช้โคมไฟระย้า งานไม้แกะสลักและภาพวาดสีน้ำมันเป็นหลัก และภายนอกพระราชวังก็ยังมีสวนน้ำพุอันตระการตาและสวนพฤกษานานาพันธุ์ อิสระตามอัธยาศัยให้ท่านได้เก็บภาพเป็นที่ระลึก
หมายเหตุ : ในกรณี พระราช Peterhof ปิด ทางทัวร์จะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นทดแทน กรุณาตรวจสอบกับหัวหน้าทัวร์อีกครั้ง
นำท่านชม ป้อมปีเตอร์ แอนด์ ปอลด์ (Peter And Paul) เป็นสิ่งก่อสร้างแรกสุดของเมืองSt Petersburg สร้างในปี ค.ศ 1703 เป็นอนุสรณ์ชัยชนะสงครามเหนือสวีเดน ด้วยศิลปะแบบบารอกเพื่อใช้เป็นป้อมปราการในการป้องกันข้าศึกรุกราน ตั้งอยู่บน เกาะวาซิลเยฟสกี้ (Vasilievsky Island) ลักษณะเป็น
รูปทรงหกเหลี่ยม กำแพงเป็นหินก่ออิฐ ส่วนวิหารปีเตอร์ แอนด์ ปอลด์ (Peter-and-Paul-Fortress) เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ 1712 ด้วยการ ออกแบบของ Domennica Trezzini สร้างเสร็จในวันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ 1733 ตั้งชื่อวิหารแห่งนี้เพื่อเป็นเกียรติ์แด่นักบุญปีเตอร์ และนักบุญปอลด์เพื่อเป็นการเผยแพร่ศาสนา ความสูงของยอดแหลมคือ 122.5 เมตร ในอดีตเป็นสิ่ง ก่อสร้างที่สูงที่สุดของเมืองและห้ามสร้างสิ่งก่อสร้างใดสูงกว่า ภายในทำการตกแต่งด้วยศิลปะบารอกซึ่งนับว่าแตกต่าง กับโบสถ์คริสต์ออร์โทดอกซ์ทั่วไปและวิหารแห่งนี้ยังเป็นที่เก็บพระศพของราชวงศ์โรมานอฟ เริ่มต้นจากพระเจ้าปีเตอร์มหาราชเป็นองค์แรก จนกระทั่งถึงกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์
นำท่านถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์แห่งแรกของนครเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก (Bronze horseman statue peter great) ติดกับแม่น้ำเนวา ด้านหน้าของโบสถ์เซ็นไอแซค ซึ่งก่อสร้างเป็นอนุสาวรีย์ของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ผู้เป็นกษัตริย์พระองค์แรกที่ได้ ขนานนามว่า “มหาราช” ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส Entienne Maurice Falconet ตามพระบัญชาของพระนางแคทเธอรีนมหาราช
นำท่านสู่ท่าเรือพาณิชย์โบราณ และถ่ายรูปกับ เรือรบหลวงออโรร่า (THE BATTLESHIP AURORA) หรือเรือรัสเซียนาวี ได้ชื่อว่าเป็นเรือรบที่เก่าแก่ที่สุดในรัสเซีย โดยเป็นเรือลาดตระเวนที่รับใช้ชาวรัสเซียมายาวนาน ตั้งแต่ครั้งสงครามรัสเซียกับญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1904 - 1905 เคยร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 รวมถึงใช้ยิงปืนเป็นสัญญาณการเข้ายึดพระราชวังฤดูหนาวที่เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก ในการปฏิวัติสังคมนิยมที่นำโดยเลนิน เมื่อปี ค.ศ.1917 และยังเป็นเรือที่โดยสารซาร์นิโคลัสที่ 2 พร้อมราชนิกุลคนอื่นๆ มายังพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 6 ในปี ค.ศ.1911 ปัจจุบันเรือออโรร่าได้ปลดประจำการ กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ลอยน้ำ
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมภายใน มหาวิหารเซนต์ไอแซค (SAINT ISAAC’S CATHEDRAL) สร้างในปี ค.ศ. 1712 โดยมีโดมทองเป็นเอกลักษณ์ ในอดีตวิหารเซนต์ไอแซคเป็นเพียงโบสถ์ไม้ธรรมดา ซึ่งต่อมาได้รับการปรับปรุงเป็นโบสถ์หิน และถูกสร้างใหม่อย่างงดงามในสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1 ที่ปรารถนาจะให้วิหารแห่งนี้เป็นวิหารที่มีความยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก พระองค์จึงทุ่มเททั้งกำลังคน และกำลังทรัพย์อย่างมหาศาล โดยเฉพาะยอดโดมใช้ทองคำแผ่นปิดหนัก รวม 100 กิโลกรัม ภายในวิหารประดับประดาด้วยหินอ่อน, และมาลาไคท์หลากสี ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 40 ปี ปัจจุบันวิหารเซนต์ไอแซคได้รับการยกย่องว่าเป็นวิหารทรงโดมที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ที่งดงามที่สุดในโลก
นำท่านชม The Cathedral of the Resurrection เรียกเล่นๆว่า โบสถ์หยดเลือด (SAVIOR ON BLOOD CATHEDRAL) ในปี 1881หลังเหตุโศกนาฎกรรมที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่สอง ถูกวางระเบิดปลิดชีพโดยผู้ก่อการร้าย บุตรชายในฐานะกษัตริย์พระองค์ต่อไปจึงสร้างโบสถ์นี้ขึ้นเป็นอนุสรณ์ เป็นโบสถ์อันงดงามที่อยู่ข้างคลอง Griboyedov โดยสร้างขึ้นตามบัญชาของ “พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 3” เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระบิดาคือ “พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2” ซึ่งถูกลอบปลงพระชนม์ในบริเวณที่สร้างโบสถ์นี้ขึ้นยอดของโบสถ์มีความสูง 81 ม. ตามปี ค.ศ.1881 ที่สิ้นพระชนม์ ภายในสามารถจุคนได้ถึง 1,600 คน และใช้เวลาสร้างยาวนานกว่า 24 ปี ภายในการตกแต่งด้วยงาน “โมเสก” ที่มีความละเอียด ประณีต งดงาม โดยใช้หินอ่อนหลากสี ประดับประดาด้านใน คงลักษณะศิลปะรัสเซียในยุคศตวรรษที่17 แบบโบสถ์ทรงหัวหอม
ได้เวลาอันสมควร เดินทางสู่สนามบิน