ชมความสวยงามและหมู่บ้านเก่าแก่ ณ จุดชมวิวทะเลเจดีย์
สักการะ เจดีย์ชเวสิกอง 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธ์ของพม่า
ร่วมพิธีกรรม ล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี
ชมสถาปัตยกรรมพุกามที่หาชมได้ยาก ณ เจดีย์ติโลมินโล
พิเศษ!! เมนูกุ้งแม่น้ำเผา พร้อมชมโชว์หุ่นเชิดโบราณ
** ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น,คนขับรถ,ผู้ช่วยคนขับรถ 1,500 บาท/ท่าน/ทริป **
เดินทางถึงสนามบินมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองรับกระเป๋าสัมภาระ ผ่านขั้นตอนศุลกากรแล้ว
เมืองมัณฑะเลย์ อดีตราชธานีอันรุ่งเรืองของพม่า เป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่เมืองที่ยังคงใช้ชื่อเดิมเรื่อยมาไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตั้งอยู่บนที่ราบอันแห้งแล้งและเขตทำนาปลูกข้าวตามแนวลำน้ำเอยาวดีตอนบน
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองพุกาม โดยรถโค้ชปรับอากาศ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) ท่านจะได้ชมวิวตลอดสองข้างทางที่สวยงามด้วยธรรมชาติ
นำท่านสู่ จุดชมวิวทะเลเจดีย์ ที่สวยงาม และหมู่บ้านเก่าแก่ของเมืองพุกาม ให้ท่านได้เก็บภาพความประทับใจ พร้อมชมพระอาทิตย์ลอยลับขอบฟ้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เมืองพุกาม พุกามได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งทะเลเจดีย์ หรือ ดินแดนแห่งเจดีย์สี่พันองค์ เพราะในสมัยรุ่งเรืองเคยมีเจดีย์มากมายถึง 4,446 องค์ ปัจจุบันเหลือแค่เพียง 2,217 องค์ เจดีย์แห่งแรกของพุกามคือ เจดีย์ชเวซีโกน สร้างโดยพระเจ้าอโนรธามังช่อ ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรพุกาม โดยธรรมเนียมการสร้างเจดีย์ เจดีย์องค์ใหญ่สุดจะเป็นเจดีย์ที่กษัตริย์ทรงสร้าง และองค์ที่มีขนาดเล็กถัดมาเป็นการสร้างโดยเหล่าขุนนาง อำมาตย์ ลดหลั่นลงมาตามบรรดาศักดิ์
นำท่านสักการะ เจดีย์ชเวสิกอง (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธ์ของพม่า) สร้างเป็นทรงรูปสถูป แบบดั้งเดิมของพม่าโดยแท้ มีลักษณ์เป็นสีทองขนาดใหญ่ สร้างขึ้นหลังพระเจ้าอโนรธาขึ้นครองราชย์ เพื่อใช้บรรจุพระบรมสารีริกาธาตุ จากพระสรีระหลายส่วน มีลักษณะเป็นสีทองขนาดใหญ่ ทั้งที่เป็นธาตุจากไหปลาร้า พระนลาฎ ตลอดจนพระเขี้ยวแก้วของพระเจ้าอโนรธา ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาณาจักรพุกาม
นำท่านชม วัดอานันดา เป็นมหาวิหารขนาดใหญ่ที่ขึ้นชื่อได้รับการยกย่องว่าเป็น “เพชรน้ำเอกของพุทธศิลป์สกุลช่างพุกาม” เป็นที่รู้จักเหนือวิหารทั้งหลาย สร้างโดยพระเจ้าจานสิตา เมื่อก่อนยอดพระเจดีย์ยังเป็นสีขาวเหมือนกับพระเจดีย์องค์อื่นๆของพุกาม แต่รัฐบาลพม่าได้มาทาสีทองทับเมื่อปี พ.ศ. 2533 เพื่อสมโภชการสร้างอานันทวิหารครบรอบ 900 ปี ตะวันตก
จากนั้นนำท่านชม วัดมนุหะ ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ของหมู่บ้านยินกะบา สร้างโดยพระเจ้ามานุหะ เพื่อสั่งสมบุญไว้ชาติหน้าจึงได้สร้างวัดนี้ไว้ ด้วยโครงสร้างพระวิหารค่อนข้างแคบทำให้พระพุทธรูปถูกสร้างอย่างเบียดเสียดอยู่ภายใน
จากนั้นนำท่านชม วัดกุบยางกี สร้างโดยพระโอรสของพรเข้าจันสิทธะ สิ่งที่โดดเด่นคือภาพจิตรกรรมบนฝาผนังอย่างสวยงาม เรียกได้ว่าสวยที่สุดในพุกามก็ว่าได้
นำท่านชม เจดีย์ติโลมินโล เป็นวัดที่สร้างแบบก่ออิฐถือปูนบนฐานกว้างด้านละ 43 เมตร องค์เจดีย์สูง 46 เมตร ภายในวิหารมีช่องบันไดเดินขึ้นสู่ระเบียงชั้นบนได้ และวิหารแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นวิหารองค์สุดท้ายที่มีการสร้างในแบบสถาปัตยกรรมพุกาม ภายในวิหารมีพระพุทธรูป 4 องค์ที่ชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สองของวิหาร ภายในมีช่องแสงที่เมื่อส่องกระทบพระพุทธรูปแล้วงดงามมาก องค์พระพุทธรูปที่ประดิษฐานภายในนั้นมีความแตกต่างจากที่เห็นกันโดยทั่วไป อย่างไรก็ตามนักปราชญ์ชาวพม่าบางรายได้ตีความว่า “ติโลมินโล” อาจเพี้ยนเสียงมาจาก “ไตรโลกมงคล “หรือ “ผู้ได้รับพรอันเป็นมลคลจากสามโลก” นั่นเอง
นำท่านชม วิหารธรรมมายันจี วิหารที่วัดนี้ได้ชื่อว่าใช้ความหนาแน่น ความละเอียดพิถีพิถันในการสร้างมากที่สุดในพม่าก็ว่าได้
หลังจากนั้นนำท่านกลับสู่ เมืองมัณฑะเลย์
นำท่าน ร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ในพิธีกรรมล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของพม่า) ถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่อง เครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689 สูง 12 ฟุต 7 นิ้ว หุ้มด้วยทองคำเปลวหนา 2 นิ้ว ทรงเครื่องประดับทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9 ฟุต ในปี พ.ศ.2327 พระเจ้าปดุงได้สร้างวัดมหามุนี หรือวัดยะไข่ (วัดอาระกัน หรือวัดพยาจี) เพื่อประดิษฐานพระมหามัยมุนี และในปี พ.ศ. 2422 สมัยพระเจ้า สีปอ ก่อนจะเสียเมืองพม่าให้อังกฤษได้เกิดไฟไหม้วัดทองคำ จึงทำให้ทองคำเปลวที่ปิดพระละลาย เก็บเนื้อทองได้น้ำหนักถึง 700 บาท ต่อมาในปี พ.ศ. 2426 ชาวพม่าได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมโดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลีจึงนับได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่า โดยรอบๆระเบียงเจดีย์ยังมีโบราณวัตถุที่นำไปจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 1
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ที่พัก
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองสกายน์
นำท่านผ่านชม ภูเขาสกายน์ ศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนาที่สำคัญ ท่านจะได้ชมทัศนียภาพของเมืองสกายน์ ลุ่มแม่น้ำอิระวดี เจดีย์จำนวนมากมายที่ตั้งเรียงรายอยู่บนภูเขา
จากนั้นนำท่านชม เจดีย์กวงมูดอร์ หรือวัดเจดีย์นมนางสร้างโดยพระเจ้าต้าหลู่ เมื่อปี ค.ศ.1636 เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว หรือพระทันตธาตุที่ได้มาจากลังกา องค์เจดีย์มีความสูง 46 เมตร เส้นรอบวงวัดได้ 274 เมตร และใช้อิฐในการก่อสร้างมากถึง 10,126,552 ก้อน
นำท่านชม วัดชเวนันดอร์ ชมอาคารไม้สักทองสลักเสลาด้วยลวดลายที่งามวิจิตร อาคารนี้เคยเป็นพระตำหนักที่ประทับของพระเจ้า มินดง เมื่อสิ้นพระชนม์ลงแล้ว พระเจ้าทีบอ (กษัตริย์องค์สุดท้ายของพม่า) ได้รื้อมาถวายวัดภายในอาคารยังตกแต่งด้วยไม้แกะสลักเล่าเรื่องมหาชาดก 10 ชาติที่ยังคงความสมบูรณ์มากที่สุด
นำท่านชม พระราชวังมัณฑะเลย์ สร้างโดยพระเจ้ามินดง เป็นอาคารไม้ตกแต่งด้วยปูนปั้นมีระเบียงรอบถึง 5 ชั้น แตกต่างจากวัดอื่นๆต่อมาถูกไฟไหม้หมด ขณะนี้ทางการพม่าได้ก่อสร้างขึ้นมาใหม่ในรูปแบบเดิม ชมพระราชวังมัณฑะเลย์ สร้างขึ้นเมื่อย้ายราชธานีมาจากอมรปุระ เป็นพระราชวังขนาดใหญ่มีประตูเข้าถึง 12 ประตู ตัวพระราชวังเป็นหมู่อาคารไม้และตึก ประกอบด้วยท้องพระโรงพระที่นั่ง และตำหนักต่างๆ ทั้งหมดถูกไฟไหม้เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ปัจจุบันทางการพม่าได้จำลองขึ้นใหม่อีกครั้งบนฐานเดิม นำท่านชมทัศนียภาพของเมืองหลวงเก่าของพม่า
นำท่านชม วัดกุโสดอ ซึ่งครั้งหนึงเคยเป็นที่ทำการสังคานราพระไตรปิฎกครั้งที่ 5 มีแผ่นศิลาจารึกพระไตรปิฎกทั้งหมด 84,000 พระธรรมขันธ์ และได้ลงกินเนสบุ๊คว่า “เป็นหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ได้เวลอันสมคสรนำท่านเดินทางกลับสู่สนามบินมัณฑะเลย์