เดินทางถึง ท่าอากาศยานมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองรับกระเป๋าสัมภาระ ผ่านขั้นตอนศุลกากรแล้ว
เมืองมัณฑะเลย์ อดีตราชธานีอันรุ่งเรืองของพม่า เป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่เมืองที่ยังคงใช้ชื่อเดิมเรื่อยมาไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตั้งอยู่บนที่ราบอันแห้งแล้งและเขตทำนาปลูกข้าวตามแนวลำน้ำเอยาวดีตอนบน
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองพุกาม โดยรถโค้ฃปรับอากาศ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) ท่านจะได้ชมวิวตลอดสองข้างทางที่สวยงามด้วยธรรมชาติ
นำท่านสักการะ เจดีย์บูพญา ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ อิรวดี องค์เจดีย์มีสีเหลืองทองอร่าม ดูแปลกตา และยังเป็นอีกจุดชมวิวที่สวยงาม
นำท่านสู่ จุดชมวิวทะเลเจดีย์ ที่สวยงาม และหมู่บ้านเก่าแก่ของเมืองพุกาม ให้ท่านได้เก็บภาพความประทับใจ พร้อมชมพระอาทิตย์ลอยลับขอบฟ้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เมืองพุกาม พุกามได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งทะเลเจดีย์ หรือ ดินแดนแห่งเจดีย์สี่พันองค์ เพราะในสมัยรุ่งเรืองเคยมีเจดีย์มากมายถึง 4,446 องค์ ปัจจุบันเหลือแค่เพียง 2,217 องค์ เจดีย์แห่งแรกของพุกามคือ เจดีย์ชเวซีโกน สร้างโดยพระเจ้าอโนรธามังช่อ ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรพุกาม โดยธรรมเนียมการสร้างเจดีย์ เจดีย์องค์ใหญ่สุดจะเป็นเจดีย์ที่กษัตริย์ทรงสร้าง และองค์ที่มีขนาดเล็กถัดมาเป็นการสร้างโดยเหล่าขุนนาง อำมาตย์ ลดหลั่นลงมาตามบรรดาศักดิ์
นำท่านสักการะ เจดีย์ชเวสิกอง (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธ์ของพม่า) สร้างเป็นทรงรูปสถูป แบบดั้งเดิมของพม่าโดยแท้ มีลักษณ์เป็นสีทองขนาดใหญ่ สร้างขึ้นหลังพระเจ้าอโนรธาขึ้นครองราชย์ เพื่อใช้บรรจุพระบรมสารีริกาธาตุ จากพระสรีระหลายส่วน มีลักษณะเป็นสีทองขนาดใหญ่ ทั้งที่เป็นธาตุจากไหปลาร้า พระนลาฎ ตลอดจนพระเขี้ยวแก้วของพระเจ้าอโนรธา ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาณาจักรพุกาม
นำท่านชม วัดอานันดา เป็นมหาวิหารขนาดใหญ่ที่ขึ้นชื่อได้รับการยกย่องว่าเป็น “เพชรน้ำเอกของพุทธศิลป์สกุลช่างพุกาม” เป็นที่รู้จักเหนือวิหารทั้งหลาย สร้างโดยพระเจ้าจานสิตา เมื่อก่อนยอดพระเจดีย์ยังเป็นสีขาวเหมือนกับพระเจดีย์องค์อื่นๆของพุกาม แต่รัฐบาลพม่าได้มาทาสีทองทับเมื่อปี พ.ศ. 2533 เพื่อสมโภชการสร้างอานันทวิหารครบรอบ 900 ปี ตะวันตก
จากนั้นนำท่านชม วัดมนุหะ ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ของหมู่บ้านยินกะบา สร้างโดยพระเจ้ามานุหะ เพื่อสั่งสมบุญไว้ชาติหน้าจึงได้สร้างวัดนี้ไว้ ด้วยโครงสร้างพระวิหารค่อนข้างแคบทำให้พระพุทธรูปถูกสร้างอย่างเบียดเสียดอยู่ภายใน
จากนั้นนำท่านชม วัดกุบยางกี สร้างโดยพระโอรสของพรเข้าจันสิทธะ สิ่งที่โดดเด่นคือภาพจิตรกรรมบนฝาผนังอย่างสวยงาม เรียกได้ว่าสวยที่สุดในพุกามก็ว่าได้
นำท่านชม เจดีย์ติโลมินโล เป็นวัดที่สร้างแบบก่ออิฐถือปูนบนฐานกว้างด้านละ 43 เมตร องค์เจดีย์สูง 46 เมตร ภายในวิหารมีช่องบันไดเดินขึ้นสู่ระเบียงชั้นบนได้ และวิหารแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นวิหารองค์สุดท้ายที่มีการสร้างในแบบสถาปัตยกรรมพุกาม ภายในวิหารมีพระพุทธรูป 4 องค์ที่ชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สองของวิหาร ภายในมีช่องแสงที่เมื่อส่องกระทบพระพุทธรูปแล้วงดงามมาก องค์พระพุทธรูปที่ประดิษฐานภายในนั้นมีความแตกต่างจากที่เห็นกันโดยทั่วไป อย่างไรก็ตามนักปราชญ์ชาวพม่าบางรายได้ตีความว่า “ติโลมินโล” อาจเพี้ยนเสียงมาจาก “ไตรโลกมงคล “หรือ “ผู้ได้รับพรอันเป็นมลคลจากสามโลก” นั่นเอง
และนำท่านสักการะ เจดีย์สัพพัญญู ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงที่ สุดในเมืองพุกาม
นำท่านชม วิหารธรรมมายันจี วิหารที่วัดนี้ได้ชื่อว่าใช้ความหนาแน่น ความละเอียดพิถีพิถันในการสร้างมากที่สุดในพม่าก็ว่าได้ จากนั้นนำท่านกลับสู่เมือง มัณฑะเลย์ ผ่านเส้นทางเดิม
นำท่านชม สะพานไม้สักอูเบ็ง สะพานที่สร้างด้วยไม้สักและยาวที่สุดในโลก ตัวสะพานนี้ทอดยาวถึง 2 กิโลเมตร ข้ามทะเลสาบตองตะมาน ของเมืองอมรปุระ
นำท่านร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ใน พิธีกรรมล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของพม่า)
พระมหามัยมุนี ถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่อง เครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689 สูง 12 ฟุต 7 นิ้ว หุ้มด้วยทองคำเปลวหนา 2 นิ้ว ทรงเครื่องประดับทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9 ฟุต ในปี พ.ศ.2327 พระเจ้าปดุงได้สร้างวัดมหามุนี หรือวัดยะไข่ (วัดอาระกัน หรือวัดพยาจี) เพื่อประดิษฐานพระมหามัยมุนี และในปี พ.ศ. 2422 สมัยพระเจ้า สีปอ ก่อนจะเสียเมืองพม่าให้อังกฤษได้เกิดไฟไหม้วัดทองคำ จึงทำให้ทองคำเปลวที่ปิดพระละลาย เก็บเนื้อทองได้น้ำหนักถึง 700 บาท ต่อมาในปี พ.ศ. 2426 ชาวพม่าได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมโดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลีจึงนับได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่า โดยรอบๆระเบียงเจดีย์ยังมีโบราณวัตถุที่นำไปจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 1
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ ที่พัก
บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม พระราชวังมัณฑะเลย์ สร้างโดยพระเจ้ามินดง เป็นอาคารไม้ตกแต่งด้วยปูนปั้นมีระเบียงรอบถึง 5 ชั้น แตกต่างจากวัดอื่นๆต่อมาถูกไฟไหม้หมด ขณะนี้ทางการพม่าได้ก่อสร้างขึ้นมาใหม่ในรูปแบบเดิม ชมพระราชวังมัณฑะเลย์ สร้างขึ้นเมื่อย้ายราชธานีมาจากอมรปุระ เป็นพระราชวังขนาดใหญ่มีประตูเข้าถึง 12 ประตู ตัวพระราชวังเป็นหมู่อาคารไม้และตึก ประกอบด้วยท้องพระโรงพระที่นั่ง และตำหนักต่างๆ ทั้งหมดถูกไฟไหม้เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ปัจจุบันทางการพม่าได้จำลองขึ้นใหม่อีกครั้งบนฐานเดิม นำท่านชมทัศนียภาพของเมืองหลวงเก่าของพม่า
นำท่านชม วัดชเวนันดอร์ ชมอาคารไม้สักทองสลักเสลาด้วยลวดลายที่งามวิจิตร อาคารนี้เคยเป็นพระตำหนักที่ประทับของพระเจ้า มินดง เมื่อสิ้นพระชนม์ลงแล้ว พระเจ้าทีบอ (กษัตริย์องค์สุดท้ายของพม่า) ได้รื้อมาถวายวัดภายในอาคารยังตกแต่งด้วยไม้แกะสลักเล่าเรื่องมหาชาดก 10 ชาติที่ยังคงความสมบูรณ์มากที่สุด
นำท่านชม วัดกุโสดอ ซึ่งครั้งหนึงเคยเป้นที่ทำการสังคานราพระไตรปิฎกครั้งที่ 5 มีแผ่นศิลาจารึกพระไตรปิฎกทั้งหมด 84,000 พระธรรมขันธ์ และได้ลงกินเนสบุ๊คว่า “เป็นหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก”
ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินสู่ ท่าอากาศยานมัณฑะเลย์ เพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทย