8 วัน 5 คืน ซิดนีย์ เมลเบิร์น
ซิดนีย์ | อุทยานสัตว์ป่าเฟเธอร์เดล | ไชน่าทาวน์ ซิดนีย์ | หาดบอนได | เดอะร็อคส์ | ตึกควีนวิคตอเรีย ล่องเรือสำราญในอ่าวซิดนีย์ | โรงละครโอเปร่าเฮ้าส์ | สะพานฮาร์เบอร์ | เมลเบิร์น | สวนฟิตซรอย กระท่อมกัปตันคุ้ก | เกาะฟิลลิป | ชิมไวน์ | ชมขบวนพาเหรดของนกเพนกวิน | เกรทโอเชี่ยนโร้ด | พอร์ตแคมเบลล์ สะพานลอนดอน | รถไฟจักรไอน้ำโบราณ | ไบรท์ตัน บาธติ้ง บ็อกซ์ | ช้อปปิ้ง ห้างเดวิด โจน์
คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่ เคาน์เตอร์เช็คอิน สายการบินไทย ประตูทางเข้าที่ 8-9 อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
ออกเดินทางสู่นครซิดนีย์ (SYD) ประเทศออสเตรเลีย โดย สายการบินไทย เที่ยวบิน TG471 (ใช้เวลาบินประมาณ 9 ชม.) สายการบิน มีบริการอาหารค่ำและอาหารเช้า บนเครื่องบิน
10.20 น.
นำท่านเดินทางล่องเรือสำราญในอ่าวซิดนีย์ เพื่อชม โรงละครโอเปร่าเฮ้าส์ (Sydney Opera House) สิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นด้วยหลังคารูปเรือซ้อนกันอันเป็นเอกลักษณ์ในแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่สร้างชื่อเสียงให้กับออสเตรเลีย ออกแบบโดย ยอร์น อูซอง สถาปนิกชาวเดนมาร์ก ด้วยงบประมาณในการก่อสร้างกว่าร้อยล้านเหรียญ ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 14 ปี และองค์การยูเนสโกได้ลงทะเบียนขึ้นเป็นมรกดโลกในปี พ.ศ. 2550 ภายในประกอบไปด้วยห้องแสดงคอนเสิร์ต ห้องแสดงละคร และห้องภาพยนตร์ และร้านอาหารจำนวนมาก ระหว่างล่องเรือท่านยังสามารถถ่ายรูปกับสะพานฮาร์เบอร์ ที่เชื่อมต่อระหว่างซิดนีย์ทางด้านเหนือกับตัวเมืองซิดนีย์เข้าหากัน ทอดยาวกลางอ่าวซิดนีย์ได้อย่างสวยงามและทำให้การเดินเข้าสู่ตัวเมืองซิดนีย์ได้สะดวกยิ่งขึ้น และชมเรือใบที่ชาวออสซี่นำออกมาล่องอ่าวอวดความงามในอ่าวแห่งนี้
เดินทางถึง สนามบินเมลเบิร์น ทัลลามารีน (MEL) ประเทศออสเตรเลีย นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
นำท่านเดินทางชมเมืองเมลเบิร์น (Melbourne) เป็นเมืองที่มีความตื่นตาตื่นใจด้วยการผสมผสานทั้งความเก่าและความใหม่เข้าด้วยกัน เป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำ Yarra มีสวนสาธารณะริมน้ำ มีสถาปัตยกรรมของยุคตื่นทองในสมัยกลางศตวรรษที่ 18 คละเคล้ากับตึกสูงระฟ้าในสมัยปัจจุบันทำให้มีภูมิทัศน์ของเมืองที่ไม่เหมือนใคร มีแม่น้ำตั้งอยู่ใจกลางเมืองอันเป็นเสน่ห์ของเมลเบิร์น
นำท่านผ่านชมอาคารรัฐสภาแห่งเมลเบิร์น (Parliament House Melbourne) ก่อสร้างขึ้น ณ เดือนธันวาคม ค.ศ.1855 จนถึง ค.ศ.1929 ออกแบบโดย “ชาลี แพสลีย์และปีเตอร์ เคอร” อำนวยการก่อสร้างโดย” “จอน คิงส์” ซึ่งใช้พื้นฐานศิลปะนีโอคลาสสิค ตั้งอยู่บริเวณถนนสปริงทิศตะวันออกของเมลเบิร์นในรัฐวิคตอเรีย สถานที่แห่งนี้เคยถูกใช้เป็นทั้งรัฐสภาแห่งรัฐวิคตอเรีย 2 ครั้งในปี 1855-1901และ 1927-ปัจุจบัน ทั้งยังเคยถูกใช้เป็นอาคารรัฐสภากลางของประเทศออสเตรเลียระหว่างปี 1901-1927 อีกต่างหาก สถานที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกสำคัญของรัฐวิคตอเรียและได้เฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปี ในปี2006 ที่ผ่านมา
นำท่านเดินทางชม วิหารเซนต์แพทริค (St.Patrick’s Cathedral, Melbourne) เป็นวิหารในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิคที่ใหญ่ที่สุดในรัฐวิคตอเรีย โดย James Goold ผู้เป็นบิช็อปท่านแรกแห่งเมืองMelbourne ต่อมาได้เป็นบิช็อปแห่งออสเตรเลียคนที่ 4 มีดำริให้ William Wardell ผู้เป็นทั้งนักบวชและสถาปนิกที่สำคัญแห่งเมืองนี้เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างทั้งหมดอาศัยศิลปะโกธิคระหว่างศตวรรษที่ 14 โดยมีพื้นฐานมาจากมหาวิหารยุคกลางในประเทศอังกฤษ โดยเริ่มวางแผนและก่อสร้างเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 1858-1939 ต่อมาได้บูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี 1994 เพื่อที่จะเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี ในอีกสามปีถัดมา
นำท่านเดินทางชมสวนฟิตซรอย (Fitzroy Gardens) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ และนำท่านชมกระท่อมกัปตันคุ้ก (Cook's Cottage) บ้านพักของนักสำรวจชาวอังกฤษคนสำคัญของโลก ผู้ค้นพบทวีปออสเตรเลียและซีกขั้วโลกใต้ กระท่อมนี้ได้ถูกย้ายมาเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองนครเมลเบิร์นในวาระครบรอบ 100 ปี
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางชมจัตุรัสเฟเดอเรชัน (Federation Square) เป็นย่านที่ครึกครื้นของเมืองเมลเบิร์นตรงปลายแม่น้ำ Yarra River ข้ามฝั่งถนนจากสถานี Flinders Street Station ที่นี่เป็นศูนย์รวมของแกลอรี่ โรงภาพยนตร์ ร้านอาหารภัตตาคารที่ได้รับรางวัล มีคาเฟ่และบาร์ มีลานเปิดกว้างสำหรับจัดกิจกรรมงานแสดงและนิทรรศการที่ล้อมรอบไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีร้านอาหารมากมายหลายสไตล์
นำท่านเดินทางชมอนุสรณ์สถานสงคราม (Shrine of Remembrance) เป็นอนุสรณ์สถานสงครามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรเลีย ตั้งอยู่บริเวณคิงโดเมนส์บนถนนเซนต์คิวด้า สถานที่แห่งนี้รัฐบาลออสเตรเลียได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ชายและหญิงในรัฐวิกตอเรียที่ร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 และ มีนาคม ค.ศ.1922 ในขณะเดียวกันยังใช้รำลึกถึงผู้เสียสละในสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางจากเมลเบิร์นตามเส้นทางสาย เกรทโอเชี่ยนโร้ด (Great Ocean Road) (ระยะทาง 111 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.) เป็นเส้นทางที่สวยงามและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวที่จะพลาดไม่ได้เลยหากมาถึงรัฐวิกตอเรีย ผ่านทางเมืองจีลองที่เป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรมของรัฐวิกตอเรีย จนเข้าสู่เขตเกรทโอเชี่ยนโร้ด ให้ท่านได้ชมทัศนียภาพที่สวยงามของชายฝั่งมหาสมุทรและหาดทรายต่าง ๆ ตามเส้นทางที่งดงามแห่งหนึ่งของออสเตรเลีย โดยผ่าน เมือง Anglesea และเมือง Lorne ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติพร้อมทะเลสวยงามและสงบ ก่อนเข้าสู่ Apollo Bay ที่เป็นอีกเมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่สวยงามอีกเมืองและมีน้ำทะเลสีน้ำเงินตัดกับป่าอันเขียวขจีทำให้เมืองนี้มีเสน่ห์สวยงาม นอกจากนี้ระหว่างทางผ่านชม โคอาล่าที่อยู่ตามต้นยูคาลิปตัสตามธรรมชาติ
นำท่านเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติพอร์ตแคมเบลล์ (Port Campbell National Park) (ระยะทาง 149 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.55 ชม.) สัมผัสกับทัศนียภาพที่สวยงามที่สุดในโลก ท่านจะได้ชื่นชมทิวทัศน์อันงดงามของมหาสมุทรแปซิฟิคและเดินเล่นไปตามชายหาด ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศที่ไม่เหมือนที่ใด ๆ ในโลก
นำท่านเดินทางชม ปรากฏการณ์ธรรมชาติของ หิน Twelve Apostles ซึ่งตั้งชื่อตาม 12 นักบุญ หรือสิบสองสาวกศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาคริสต์ สถานที่ท่องเที่ยวสวยงามสุดยอดของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งถือว่าเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ไม่ควรพลาด The Twelve Apostles จัดว่าเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของที่นี่ที่ใครมาถึงแล้วต้องหาโอกาสไปชม เสาหินนี้ตั้งเรียงรายกันเป็นกลุ่มอยู่ในทะเล สันนิษฐานว่าเกิดจากการกัดกร่อนของลมและน้ำนับร้อยนับพันปีจนเสาหินปูนชายฝั่งกลายเป็นโพรง เกิดเป็นถ้ำ แล้วถ้ำก็ยุบตัวลงเหลือแต่โครงเสาหินในเวลาต่อมา เดิมทีบริเวณนี้มีเสาหินอยู่ 12 ต้น จนกระทั่งถูกน้ำกัดเซาะกัดกร่อนจนพังเหลือแค่ 8 ต้นเท่านั้น
Melbourne Novotel Hotel/ Novotel South Wharf Hotel ***** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 3)
เช้า
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่สถานีรถไฟจักรไอน้ำโบราณ (Puffing Billy Steam Train) (ระยะทาง 47 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที) ซึ่งแต่เดิมเคยใช้เป็นเส้นทางในการเดินทางระหว่างเมืองและขนส่งสินค้าเปิดให้บริการในปี ค.ศ.1900 เป็นรถไฟสายเก่าที่วิ่งระยะสั้นๆ ปัจจุบันได้ถูกดัดแปลงนำมาใช้ในการท่องเที่ยวชมป่า นำท่านนั่งรถไฟจักรไอน้ำโบราณ เพื่อชมทัศนียภาพอันสวยงามตามแนวเขาตลอดเส้นทางวิ่งของรถไฟ และท่านยังสามารถนั่งห้อยขาผ่อนคลายอารมณ์พร้อมชมทัศนียภาพตลอดทางที่เต็มไปด้วยหุบเขาและป่าสูงที่ยังคงความสมบูรณ์
นำท่านเดินทางสู่ หุบเขายาร์ร่า (Yarra Valley) แหล่งผลิตไวน์ของรัฐวิคตอเรีย
นำท่านเดินทางเยี่ยมชมไร่ไวน์ ROCHFORD WINERY (ระยะทาง 41 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที) เป็นไร่ไวน์ที่มีชื่อเสียงของรัฐวิคตอเรียในย่านหุบเขายาร์ร่า ให้ทุกท่านได้ทดลองชิมไวน์ ทั้งไวน์ขาวและไวน์แดง ไม่ว่าไวน์แดงจากองุ่นปิโนต์นัวร์และสปาร์กลิงไวน์ที่ดีที่สุดของออสเตรเลีย รวมไปถึงป่าสูงที่ปกคลุมด้วยไอหมอกสีขาวนวล
กรุงเทพมหานคร
| รายการ | ราคา |
|---|---|
| ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ | 119,900 บาท |
| พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ | 18,000 บาท |
| ราคาไม่รวมตั๋ว (ผู้ใหญ่) หักคืนท่านละ | 27,000 บาท |
| กรณีมีวีซ่าแล้ว หักคืนท่านละ | 5,000 บาท |
| เด็กอายุ 02-11 ขวบ 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่เสริมเตียง) ท่านละ | 115,900 บาท |
| รายการ | ราคา |
|---|---|
| ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ | 129,900 บาท |
| พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ | 22,000 บาท |
| ราคาไม่รวมตั๋ว (ผู้ใหญ่) หักคืนท่านละ | 27,000 บาท |
| กรณีมีวีซ่าแล้ว หักคืนท่านละ | 5,000 บาท |
| เด็กอายุ 02-11 ขวบ 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่เสริมเตียง) ท่านละ | 125,900 บาท |
| รายการ | ราคา |
|---|---|
| ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ | 129,900 บาท |
| พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ | 22,000 บาท |
| ราคาไม่รวมตั๋ว (ผู้ใหญ่) หักคืนท่านละ | 27,000 บาท |
| กรณีมีวีซ่าแล้ว หักคืนท่านละ | 5,000 บาท |
| เด็กอายุ 02-11 ขวบ 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่เสริมเตียง) ท่านละ | 125,900 บาท |
***หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิก วีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม***
ใช้เวลาประมาณ 30 วันทำการ พาสปอร์ตแสดงวันยื่นและนำกลับได้ ต้องโชว์ตัวเนื่องจากต้องสแกนลายนิ้วมือ
เอกสารที่ต้องเตรียม ก่อนยื่นวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลีย มีดังนี้
1. หนังสือเดินทาง (Passport) ซึ่งมีอายุมากกว่า 6 เดือน และ มีหน้าว่างสำหรับติดวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าคู่
2. สำเนาหนังสือเดินทาง พร้อมหน้าที่แสดงรายละเอียดของผู้สมัครและหน้าที่แสดงประวัติการเดินทางทั้งหมด
3. รูปถ่ายสี 2 รูป เขียนชื่อผู้ขอยื่นวีซ่าเป็นภาษาอังกฤษไว้ด้านหลังรูป
4. สำเนาทะเบียนบ้าน
5. สำเนาบัตรประชาชน
6. สำเนาทะเบียนสมรส
7. สำเนาสูติบัตร หากอายุน้อยกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ** ถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเดินทางโดยลำพัง หรือไม่ได้เดินทางพร้อมกับบิดาและมารดา จะต้องมีหนังสือแสดงความยินยอมจากบิดาและมารดาอนุญาตให้บุตรเดินทางได้**
8. หลักฐานการทำงาน (จดหมายรับรองการทำงาน) ทำเป็นภาษาอังกฤษ
จดหมายรับรองการทำงานให้ระบุ TO WHOM IT MAY CONCERN (ไม่ต้องระบุสถานทูตและประเทศ)
หนังสือรับรองการทำงาน ต้องระบุวันที่จะเดินทางด้วย จดหมายการทำงานต้องมีอายุไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันยื่นวีซ่า
- กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของกิจการ : ใช้หนังสือจดทะเบียนบริษัทฯ ที่มีรายชื่อผู้ประกอบกิจการ (อายุไม่เกิน 3 เดือน)
- กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของร้านค้า : ใช้ทะเบียนพาณิชย์ที่มีชื่อผู้เป็นเจ้าของร้านค้า
- กรณีพนักงานบริษัท : ใช้จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้าง ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการว่าจ้าง เงินเดือน
- กรณีที่เป็นข้าราชการ : ใช้หนังสือรับรองจากหน่วยงาน
- กรณีเป็นนักเรียนนักศึกษา ต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันศึกษา นั้นว่ากำลังศึกษาอยู่ ระบุชั้นปีที่ศึกษา
9. หลักฐานการเงิน : (กรุณาเตรียมให้ถูกต้อง ใช้เป็น Statement เท่านั้น)
- Bank Statement (รายการเดินบัญชี) ย้อนหลัง 6 เดือน เป็นบัญชีออมทรัพย์ (Saving account) เท่านั้น ที่ออกโดยทางธนาคาร
***** ระบุชื่อเจ้าของบัญชี*เป็นภาษาอังกฤษ เท่านั้น******ให้ถูกต้องครบถ้วน มีอายุไม่เกิน 20 วันนับจากวันที่จะยื่นวีซ่า
โดยมียอดเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อการรับรอง 1 ท่าน
หมายเหตุ หากต้องการรับรองการเงินให้คนภายในครอบครัว ต้องเตรียมเอกสารดังนี้
- หนังสือรับรองทางการเงิน (Bank Guarantee) ต้องระบุชื่อเจ้าของบัญชี รับรองค่าใช้จ่ายให้ใคร (ต้องระบุชื่อผู้ถูกรับรองในจดหมายด้วย)
- กรุณาแนบสูติบัตร, ทะเบียนบ้าน, ทะเบียนสมรส หรือหลักฐาน เพื่อแสดงสถานะ และความสัมพันธ์ว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
(สถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวันในทุกกรณี นะคะ)