ถึง สนามบินโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ (South Africa) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ City of Jacaranda อันสะพรั่งไปทั่วเมืองทุกปีในช่วงเดือนตุลาคม เป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองอันโดดเด่น คือดอกไม้สีม่วงสด คือดอกแจ๊กการันดา (Jacaranda) ***ดอก แจ๊กการันดา จะบานทุกปลายเดือนกันยายนจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี*** โดยชื่อของเมืองคือ เมืองพริทอเรีย (Pretoria) นามนี้คือวีรบุรุษผู้กล้าเมื่อครั้งอดีตกาลนามว่า แอนดีส์ พรีทอรีอัส (Andries Pretorius) ปัจจุบันมีความสำคัญเมืองหลวงด้านการบริหารของแอฟริกาใต้ จึงมีสถานที่สำคัญมากมาย
ชมภายนอก พิพิธภัณฑ์วูร์เทรคเกอร์ (Voortrekker Monument & Museum) อนุสรณ์สถานฉลองครบรอบ 100 ปีสงครามกับพื้นเมือง อีกทั้งวิถีแห่งชาวบัวร์ชนพื้นเมืองผิวขาวกับการอพยพ
จากนั้นนำท่านถ่ายรูปด้านนอกกับบริเวณ Union Building ซึ่งบริเวณนี้เป็นสถานที่ตั้งของทำเนียบประธานาธิปดีของแอฟริกาใต้ ซึ่งมีเหตุการณ์สำคัญต่างๆของประวัติศาสตร์เกิดขึ้นที่นี่ ให้ท่านได้อิสระถ่ายรูปคู่กับรูปปั้นอดีตประธานาธิปดีเนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandala) ที่ยืนตระหง่านอยู่เหนือสวน แมนเดลาเข้ารับตำแหน่งที่นี่เมื่อปี 1994 เป็นประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกตามระบอบประชาธิปไตยคนแรกของแอฟริกาใต้
จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เขตวนอุทยานสัตว์ป่าขุนเขาพีลันเนสเบิร์ก (Pilanesburg)
จากนั้นนำท่านสู่ที่พักสุดหรูและพร้อมด้วยกิจกรรมหลากหลาย เมืองซันซิตี้ (Sun City) เมืองที่ถูกสร้างตามจินตนาการของ ชอล เคิร์ชเนอร์ มหาเศรษฐีนักลงทุนผู้มั่งคั่ง ใช้งบประมาณมหาศาล ทั้งระยะเวลายาวนานในการสร้างอย่างปราณีตและสร้างสรรค์กว่า 18 ปี จากดินแดนอันไร้ค่าในอดีตแห่งแคว้น Bophuthatswana บริเวณตอนกลางของแอฟริกาใต้ เป็นอาณาจักรอันกว้างใหญ่และพร้อมสรรพไปด้วยสถานที่พักผ่อนตากอากาศอันสวยหรูและยิ่งใหญ่อลังการรวมตัวกัน รวมทั้ง เดอะพาเลซ (The Palace) ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1992 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียนผสมแอฟริกัน เข้าสู่ที่พักสุดหรูเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ด้วยบริการระดับมาตรฐานโลก ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่ท่านไม่สามารถสัมผัสได้จากที่ใดในโลก
ท่านจะมีโอกาสได้ถ่ายรูปและสัมผัสสัตว์ป่าแบบใกล้ชิด กับ กิจกรรมส่องสัตว์ซาฟารียามพลบค่ำ ที่พากันออกหากินในยามค่ำ อันเป็นวัฏจักรชีวิตอันน่าพิศวง ทั้งสัตว์ป่าน้อยใหญ่นานาชนิดจะพากันออกหากินในช่วงเวลานั้น ***เพื่อความปลอดภัยของผู้เดินทางเป็นสำคัญ ทางซาฟารี ขอสงวนสิทธิ์การเข้าร่วมกิจกรรมส่องสัตว์ สำหรับผู้เดินทางที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี และสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าใช้จ่ายในทุกกรณี***
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ สวนเสือ (The Lion Park) เปลี่ยนเป็นบรรยากาศการท่องเที่ยวเป็นแบบซาฟารี อันโดดเด่นของแอฟริกา ชมสัตว์ป่า เช่น เสือขาว ม้าลาย และสัตว์แปลกๆอื่นอีกมากมายรอให้ท่านได้ไปสัมผัสกันอย่างใกล้ชิดและเก็บภาพประทับใจกันได้เต็มที่ ซึ่งสัตว์เหล่านั้นอยู่อาศัยกันในป่าตามแบบระบบนิเวศน์อันแตกต่างกัน ของแต่ละชนิดสัตว์นั้นๆ ในแต่ละโซนพื้นที่อันต่างกันออกไปเป็นการชมสัตว์ตามสภาพวิถีชีวิตจริงอันน่ามหัศจรรย์แห่งธรรมชาติล้วนๆ อันหาชมได้ยากยิ่งทีเดียว
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางโดยสายการบินภายในประเทศสู่ เมืองเคปทาวน์ (Cape Town)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางไปยัง หาด Muizenberg เป็นชายหาดที่ตั้งอยู่รอบนอกเมืองเคปทาวน์ที่อยู่บนแหลมเพนนินซูลาตลอดชายฝั่งของ False Bay โดยมีความยาวมากกว่า 20 กิโลเมตร เป็นหาดที่อยุ่ติดทางฝั่งมหาสมุทรอินเดีย สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวคือกิจกรรมโต้คลื่น นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ yacht club และ canoe club และยังมีมุมสวยๆถ่ายรูปมากมาย โดยเฉพาะภาพกระท่อมสีสันสดใสบนหาดก็เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนอกท่องเที่ยวด้วย จากนั้นนำท่านสู่ไร่องุ่นแหล่งผลิตไวน์ขึ้นชื่อและเก่าแก่ที่สุดในแอฟริกาใต้
กรูทคอนสแตนเทีย (Groot Constantia) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1692 โดยผู้ว่าการเมืองชาวดัตซ์ จนกระทั่งปัจจุบันยังคงดำเนินการทำไวน์ หรือเหล้าองุ่นอันขึ้นชื่ออยู่ และเปิดบริการให้คนทั่วไปเข้าชมภายในเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ไวน์ซึ่งจัด แสดงประวัติความเป็นมาของไวน์ย้อนหลังไปถึง 500ปี ในช่วงคริสตวรรษที่ 18-19 จากความมั่งคั่งในอุตสาหกรรมการผลิตและจำหน่ายไวน์ได้ก็ทำให้มีการสร้างบ้าน และโรงบ่มในสไตล์สถาปัตยกรรมอันโดดเด่นและสวยงาม ที่เรียกว่า เคป ดัตซ์ (Cape Dutch) มีลักษณะเป็นแบบตัวอาคารสีขาวมุง หลังคาด้วยหญ้า ประดับตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นบริเวณหน้าจั่วอันเป็นเอกลักษณ์ที่ยังอยู่มาจนทุกวันนี้ ซึ่งท่านสามารถชมบรรยากาศอันงดงามและเลือกซื้อไวน์ขึ้นชื่อได้ตามอัธยาศัย
จากนั้นเดินทางเข้าสู่ตัว เมืองเคปทาวน์ (Cape Town) เมืองสวยติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก อีกแห่งที่ท่านไม่ควรพลาดในการไปเยือนครั้งหนึ่งในชีวิต ทั้งในยุคใหม่ที่เมืองนี้เคยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 2010 ที่ผ่านมา แล้วยังเป็นเมืองเก่าแก่กว่า 300 ปี อีกทั้งสภาพอากาศที่ค่อนข้างบริสุทธิ์เกือบตลอดทั้งปี ด้วยเป็นเมืองที่มีลักษณะคล้ายอ่าง มีลมพัดแรงจนพัดเอามลพิษต่างๆออกไปหมด เนื่องด้วยลักษณะภูมิประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศ มีแหลมกู๊ดโฮปที่ยื่นออกไประหว่าง มหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแอตแลนติค ปัจจุบันนี้มีความใหญ่เป็นอันดับสามและเป็นเมืองหลวงฝ่ายนิติบัญญัติของแอฟริกา นอกจากเมืองพริทอเรีย และบลูมฟอนเทน ซึ่งเป็นเมืองหลวงด้านการบริหารประเทศ และศูนย์กลางทางฝ่ายตุลาการ
จากนั้นนำท่านถ่ายรูปและพักผ่อนบริเวณริมอ่าว ย่านวิคตอเรีย แอนด์ อัลเฟรด วอเตอร์ฟร้อนท์ (Victoria & Alfred Waterfront) สถานที่พักผ่อนตากอากาศ ในบรรยากาศก่อนค่ำ อันงดงามรอให้ท่านได้สัมผัส ทั้งร้านอาหาร ร้านค้า โรงภาพยนต์ บริเวณท่าเรือนั้น อีกมุมมองที่ต่างและน่าสนใจของเมืองโรแมนติกนี้
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือฮูทเบย์ (Hout Bay) เพื่อล่องเรือไปชมแมวน้ำจำนวนมาก ที่พากันมานอนอาบแดดรับความอบอุ่นจากแสงอาทิตย์อย่างมีความสุขกันตามธรรมชาติอยู่บริเวณเกาะซีล (Seal Island) ซึ่งเป็นวิถีชีวิตน่ารักๆ อิริยาบทอันน่ามหัศจรรย์ของสัตว์โลกน่ารักอีกชนิดที่หาดูไม่ได้ในบ้านเรา
จากนั้นนำท่านชมอีกสัตว์โลกน่ารักเฉพาะถิ่นที่น่ารักน่าเอ็นดูไม่แพ้กันนั่นคือ เหล่านกเพนกวิน ที่มีถิ่นอาศัยตามธรรมชาติอยู่บริเวณเมือง ไซม่อนทาวน์ (Simon Town) โดยผ่านถนน Chapman’s Peak ถนนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นถนนสายที่สวยที่สุดในโลกสายหนึ่ง ติดริมฝั่งมหาสมุทร เมืองไซม่อนทาวน์นี้เป็นเมืองที่มีบ้านเรือนของเหล่ามหาเศรษฐีที่ตั้งลดหลั่นกันอยู่บนเชิงเขา หันหน้าออกสู่ท้องทะเลสีคราม เหล่าบรรดานกเพนกวินสัญชาติแอฟริกันตัวน้อยพากันเดินต้วมเตี้ยมอย่างมีความสุขกันอยู่บนหาดโบลเดอร์อันสงบเงียบนี้ ให้ท่านได้ถ่ายรูปและชมอิริยาบทน่ารักนี้อย่างสนุกสนาน