ร่วมฉลองเทศกาลสุดยิ่งใหญ่ เทศกาลตกปลาน้ำแข็ง
สัมผัสประสบการณ์หน้าหนาว ณ สกีรีสอร์ท (พักสกีรีสอร์ท 1 คืน)
สัมผัสโลกแห่งแสงสีและดวงดาวที่ อูจูการ์เด้น
สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ สวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง ย่านเมียงดง
พิเศษ!! ชิมสตรอเบอร์รี่สดๆ หวานฉ่ำจากไร่
** ค่าทิปคนขับรถ หัวหน้าทัวร์ และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น 50,000 วอน/ทริป/ท่าน **
คณะพร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติดอนเมือง อาคาร 1 ชั้น 3 ประตู 4 เคาน์เตอร์ 4 สายการบิน AIR ASIA X เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการขึ้นเครื่อง (หัวหน้าทัวร์แนะนำการเดินทาง) สายการบิน AIR ASIA X ใช้เครื่องAIRBUS A330-300 จำนวน 377 ที่นั่งจัดที่นั่งแบบ 3-3-3 น้ำหนักกระเป๋า 20 กก./ท่าน (หากต้องการซื้อน้ำหนักเพิ่มต้องเสียค่าใช้จ่าย)
**หมายเหตุ** เคาน์เตอร์เช็คอินจะปิดบริการก่อนเวลาเครื่องออกอย่างน้อย 60 นาทีและผู้โดยสารพร้อมณประตูขึ้นเครื่องก่อนเวลาเครื่องออก 40 นาที (**ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกที่นั่งบนเครื่องเนื่องจากต้องเป็นไปตามระบบของสายการบิน**)
เดินทางถึง สนามบินนานาชาติอินชอน (เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าไทย 2 ช.ม. กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเป็นเวลาท้องถิ่นเพื่อสะดวกในการนัดหมาย) หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว ขอต้อนรับทุกท่านสู่สาธารณะรัฐเกาหลีใต้ รถโค้ชนำทุกท่านข้ามทะเลตะวันตกด้วยสะพานแขวนยองจอง หรือ สะพานเพื่อความหวังในการรวมชาติที่ยาวกว่า 4.42 กม. และมียอดโดมสูง 107 เมตร
บริการอาหารกลางวัน (1)
เมนู บูลโกกิ หมูหมักสไตล์เกาหลี มีรสชาติออกหวานเผ็ดเล็กน้อย โดยนำหมูลงในกระทะพร้อมน้ำซุปปรุงรสเมื่อสุกรับประทานพร้อมเครื่องเคียงและข้าวสวย
จากนั้นนำท่านเดินทางไปร่วมฉลองเทศกาลสุดยิ่งใหญ่ เทศกาลตกปลาน้ำแข็ง หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว!! จัดขึ้นประมาณช่วงกลางเดือนมกราคมของทุกปี ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมาเยือนนับล้านคนต่อปี ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่จะมาเทศกาลนี้เพื่อตกปลาเทร้าท์ ฉายาของมันคือ “The Queen of Valley หรือ ราชินีแห่งขุนเขา” โดยปลาเทร้าท์ภูเขาจะอาศัยอยู่ในน้ำเย็นที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส นับว่าเป็นปลาที่สวยงามและหายาก ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ตกปลามาได้นั้น สามารถนำปลามาทำเป็นซูชิหรือซาชิมิแล้วรับประทานได้เลย
ภายในงานจะมีกิจกรรมท้าความหนาวต่างๆ อาทิเช่น การแข่งขันจับปลาเทร้าท์ด้วยมือเปล่า การตกปลาใต้น้าแข็ง การโชว์แกะสลักน้ำแข็ง เล่นเลื่อนหิมะ และอื่นๆ ถือได้ว่าเป็นงานใหญ่ที่หลายคนเฝ้ารอคอย เนื่องจากจัดแค่ปีละครั้งในช่วงเวลาเพียงสั้นๆ
เทศกาลนี้ได้รับการเสนอให้เป็นเทศกาลตัวอย่างโดยกระทรวงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวของเกาหลี นอกจากนั้นยังมีรายการบันเทิง และเกมส์การเล่นต่างๆ มากมาย เช่น สนามการเล่นสไลเดอร์น้ำแข็ง การแข่งขันฟุตบอลบนน้ำแข็ง และกีฬาน้ำแข็งอื่นๆ มีแข่งขันชิงแชมป์สุนัขลากเลื่อนหิมะ และรถแข่งหิมะ ซึ่งเหมาะกับเด็กๆ และครอบครัว (พิเศษ!! หรรษาฟรีๆ พร้อมอุปกรณ์ตกปลา)
หมายเหตุ : เนื่องด้วยเทศกาลตกปลานี้จะจัดขึ้นที่เมืองฮวาชอน ช่วงประมาณกลางเดือน ม.ค. ถึงต้นเดือน ก.พ. ซึ่งยังไม่ระบุวันที่ในการจัดเทศกาล วันเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในปีนั้นๆ หากไม่สามารถไปตกปลาน้ำแข็งได้ ในกรณีที่น้ำแข็งยังไม่สามารถลงไปยืนตกปลาได้ ทั้งนี้ทางบริษัทจะนำท่านไปตกปลาที่ซาราซอม หรือหากเกิดเหตุสุดวิสัยขัดข้องอื่นๆ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามความเหมาะสม
ทดแทนโปรแกรมเป็น >> เกาะนามิ แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเกาหลีใต้ที่สามารถท่องเที่ยวได้ทั้งปี มีขนาดเพียง 460,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่กลางทะเลสาปชองเพียง บนเกาะจะมีบรรยากาศร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นสน ต้นเกาลัด ต้นแปะก๊วย ต้นซากุระ ต้นเมเปิ้ล และต้นไม้ดอกไม้อื่นๆ ที่พลัดกันออกดอกเปลี่ยนสีให้ชมกันทุกฤดูกาล ความน่าสนใจของเกาะนามิอยู่ตรงที่ธรรมชาติสวยงามของต้นไม้น้อยใหญ่ที่มีอยู่มากมาย โดยเฉพาะทิวต้นสนสูงใหญ่ที่ขึ้นเรียงรายเป็นแนวยาว และมาปลุกความรักซีรีส์เกาหลีด้วยการเดินชิลๆ ไปบนถนนที่มีต้นไม้ขนาบข้าง ซึ่งเป็นถนนที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่าง “Ginkgo Tree Lane” เมื่อผ่านพ้นช่วงกลางเดือนตุลาคมไป อุโมงค์ต้นแปะก๊วยจะถูกย้อมไปด้วยสีเหลืองอร่าม เรียงแถวทอดตัวยาวกว่า 80 เมตร เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปมากที่สุด นับเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่นักท่องเที่ยวจะต้องไปถ่ายรูปเก็บความประทับใจไว้
ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ต้นไม้บนเกาะก็จะเริ่มมีสีสันสวยงามสร้างบรรยากาศที่โรแมนติกมาก ช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การมาเที่ยวเกาะนามิจะอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม-เดือนสิงหาคม และเดือนตุลาคม หากใครชอบบรรยากาศหนาวๆ มีหิมะปกคลุมก็จะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม
ออกเดินทางสู่ สกีรีสอร์ท นำท่านไปสัมผัสประสบการณ์หน้าหนาว พร้อมเสิร์ฟความฟินขั้นสุดให้ทุกท่านด้วยการพาไปเล่นสกี และนอนพักที่สกีรีสอร์ท
จากนั้นให้ท่านได้สนุกสนานเพลิดเพลินบน ลานสกีขนาดใหญ่ เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวภูเขาของเกาหลีจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน โซนลานสกีจะประกอบไปด้วยเนินสกีมือใหม่ และอีกเนินสำหรับคนที่เล่นสกีจนโปรแล้ว ซึ่งปลอดภัยไม่มีอันตรายใดๆ การเตรียมตัวก่อนเล่นสกีควรเตรียม ถุงมือสกี ผ้าพันคอ แว่นกันแดด เสื้อแจ๊คเก็ตกันนํ้าหรือผ้าร่ม และกางเกงรัดรูป พร้อมกับรับฟังข้อแนะนำ และฝึกวิธีการเล่นจากไกด์ท้องถิ่นก่อนลงสนามจริง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้เล่นเองเป็นสำคัญ สำหรับคนที่ชำนาญแล้ว สามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปได้บนเขาได้เลย (** ราคาทัวร์ยังไม่รวมค่าอุปกรณ์การเล่นสกี สกีลิฟท์ สโนว์สเลด สกี ค่าเล่นรวมชุดแล้วประมาณ 50,000 วอน **)
หมายเหตุ : ปริมาณของหิมะ และการเปิดให้บริการของลานสกี ขึ้นอยู่กับความเอื้ออำนวยของสภาพอากาศในแต่ละปี หากมีหิมะไม่เพียงพอลานสกีอาจจะปิดให้บริการ ในกรณีที่ลานสกีไม่สามารถเปิดบริการ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิทดแทนโปรแกรม ONE MOUNT (SNOW PARK*) สวนสนุกอีกหนึ่งแห่งที่น่าสนใจเมื่อเดินทางไปเที่ยวเกาหลี พบกลับโลกแห่งลานน้ำแข็ง และเล่นหิมะได้ตลอด 365 วัน
เมืองหิมะจำลองตั้งอยู่ที่เมืองโกยาง แหล่งท่องเที่ยวใกล้กรุงโซล ซึ่งเป็น "Snow Park" ในร่มที่ใหญ่สุดของประเทศเกาหลี เพลิดเพลินกับการขี่เครื่องเล่นสุดน่ารักบนลานน้ำแข็ง เช่น จักรยานคู่รัก จักรยานเดี่ยว รถเฟอร์รี่ กะบะสเลดแซนต้า เป็นต้น หรือจะเลือกเข้าสู่โลกของหิมะที่อุณหภูมิติลบ -2 องศาเซลเซียส กับการเล่นสโนสเลคบนลานหิมะก็ได้ (ราคาทัวร์นี้ไม่รวมค่าเข้า SNOW PARK 15,000 วอน หรือหากท่านใดไม่สนใจ สามารถเดินช้อปปิ้งตามอธัยาศัย มีหลากหลายแบรนด์ชั้นนำให้เลือกมากมาย)
จากนั้นพาท่านไปสัมผัสโลกแห่งแสงสีและดวงดาวที่ อูจูการ์เด้น สวนที่ถูกประดับตกแต่งไปด้วยดวงไฟมากมาย พื้นที่ของสวนขนาดใหญ่จะเต็มไปด้วยดวงไฟหลากหลายดวงแข่งกันส่องแสงยามค่ำคืน ซึ่งจะแบ่งออกเป็นหลายๆ โซนด้วยกัน อาทิ โซน Flower Garden ที่ไม่ใช่แค่สวนดอกไม้ธรรมดาๆ แต่เป็นสวนที่ทำจากไฟดวงเล็กๆ นำมาประกอบกันเป็นดอกไม้ช่อใหญ่สวยงามมากๆ ส่วนโซน ทะเลแห่งดวงดาว ทั่วทั้งบริเวณจะเต็มไปด้วยแสงไฟวิบวับราวกับหมู่ดาวยามค่ำคืน หลุดเข้าไปอยู่ในอุโมงค์ดวงดาวไปถ่ายรูปเก๋ๆ ที่ Tunnel Galaxy อุโมงค์ไฟระยิบระยับที่ถูกโอบล้อมไปด้วยดวงไฟมากมาย
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (3)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ สวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ถูกขนานนามว่าเป็น ดิสนีย์แลนด์แห่งเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ประกอบไปด้วยโซนต่างๆ ดังนี้ Global Fair, Magic Land, European Adventure, American Adventure, Zootopia
เมื่อท่านก้าวผ่านประตูเข้าไปในสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ พบกับอาคารทรงสวยที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบวิกตอเรียตะวันออก และอินเดีย ซึ่งผสมผสานจนเข้ากันลงตัว แวะถ่ายรูปสวยๆ ที่ Magic Tree ต้นไม้แฟนตาซีขนาดใหญ่ที่จะเปลี่ยนธีมไปตามเทศกาลต่างๆ ถือเป็นอีกจุดแลนด์มาร์คสำหรับนักท่องเที่ยว ใครชอบเครื่องเล่นหวาดเสียวต้องห้ามพลาดเด็ดขาด
สนุกกับเครื่องเล่นนานาชนิดไม่ว่าจะเป็น รถไฟเหาะตีลังกา (Rolling X-Train) ที่เร็วสุดๆ และตีลังกาถึง 2 รอบ เฮอร์ริเคน (Hurricane) เครื่องเล่นที่จะหมุนๆ เหวี่ยงๆ ให้หัวใจเต้นรัวกับความสูงเกือบ 20 เมตรจากพื้นดิน! ดับเบิ้ลร็อกสปิน (Double Rock Spin) ที่จะหมุนๆ ตีลังกา 3 ตลบบนอากาศด้วยความสูงที่แทบกลั้นหายใจ เรือเหาะไวกิ้ง (Columbus Adventure) เตรียมตัวเตรียมใจไปกับเจ้าเรือเหาะยักษ์ที่จะเหวี่ยทุกคนขึ้นไปสูงถึง 30 เมตร ในมุม 75 องศา และไฮไลค์ที่พลาดไม่ได้ของสวนสนุกแห่งนี้ รถไฟเหาะรางไม้ (T-EXPRESS) รถไฟเหาะรางไม้ที่สูงชันเป็นอันดับ 4 ของโลก ซึ่งมีความชันถึง 77 องศา และวิ่งด้วยความเร็ว 104 กิโลเมตร/ชั่วโมง
พักเหนื่อยจากเครื่องเล่น หลุดเข้ามาในโลกของเหล่าสัตว์มากมาย ใน โซน Zootopia หนึ่งในสวนสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี มีสัตว์มากกว่า 2,000 ตัว จาก 200 กว่าสายพันธุ์
พาทุกท่าน ท่องไปกับโลกของสัตว์ป่าซาฟารี ขึ้นไปบนรถบัสซาฟารีเพื่อใกล้ชิดกับเหล่าสัตว์ป่ายิ่งขึ้นอย่างโซน Safari World พบกับสัตว์ที่น่าเกรงขามอย่างสิงโตเจ้าป่า เสืออันดุร้าย และหมีตัวใหญ่ที่อาจจะโผล่มาทักทายคุณได้ทุกเมื่อ ตื่นเต้นไปกับการนั่งรถสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ตะลุยเข้าไปในโซน Lost Valley พร้อมเพลิดเพลินกับการชมสัตว์ต่างๆ ที่เดินเล่นอย่างอิสระ ถ้าโชคดีอาจจะได้พบกับสัตว์เหล่านี้มาขอขนมกินถึงหน้าต่างรถเลยทีเดียว
เปลี่ยนบรรยากาศจากเหล่าสัตว์โลกมาเจอความสวยงามของหมู่พฤกษา เดินชมสวนดอกไม้ที่กำลังออกดอกบานสะพรั่งอวดสีสัน ณ สวนดอกไม้สี่ฤดู ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงพันธุ์ดอกไม้ไปตามฤดูกาลในรูปแบบที่หลากหลายตลอดทั้งปี (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ด้วยสีสันที่สดของดอกไม้แต่ละชนิดจึงได้รับความนิยมอย่างมาก นักท่องเที่ยวที่มาสวนสนุกจึงไม่พลาดที่จะมาถ่ายรูปเก็บบรรยากาศความสดชื่นกลับไปเป็นที่ระลึก รวมทั้งยังมีการจัดเทศกาลในแต่ละเดือน ในช่วงฤดูหนาวประมาณเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม มีการจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส และต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ทุกเทศกาลจะตกแต่งด้วย แสง สี เสียง สุดอลังการ พร้อมทั้งมีขบวนพาเหรดมาสร้างความบันเทิงให้กับเด็กๆ เช่น White Christmas Parade, Moonlight Parade
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ไร่สตรอเบอร์รี่ ให้ท่านได้ชิมสตรอเบอร์รี่สดๆ หวานฉ่ำจากไร่ หากติดใจรสชาติที่แสนหวานก็สามารถเลือกซื้อกลับมาฝากคนที่เมืองไทยได้ด้วย โดยจะมีการแพ็คใส่กล่องสวยงาม และนำส่งถึงสนามบินในวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์สาหร่าย เรียนรู้การทำสาหร่ายของชาวเกาหลี การบอกเล่าเรื่องราวขั้นตอนความเป็นมาของสาหร่าย ตั้งแต่เป็นหัวเชื้อจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ในประเทศเกาหลีใต้สาหร่ายนั้นเป็นที่นิยมมาก อาหารเกาหลีหลากหลายเมนูล้วนมีส่วนผสมของสาหร่าย ยกตัวอย่างเช่น ข้าวยำเกาหลี (บิบิมบับ)
จากนั้นเดินทางไปยัง คลองชองกเยชอน คลองใจกลางกรุงที่มีภูมิทัศน์ที่สวยงามที่สุดในเกาหลี แหล่งเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางเมืองหลวงที่วุ่นวาย ในช่วงนี้ที่เกาหลีก็จะเป็นฤดูหนาว จะมีการจัดเทศกาลเฉลิมฉลองวันคริสต์มาส และเฉลิมฉลองวันปีใหม่ ในบรรยากาศหนาวๆ ผู้คนมากมายก็จะเริ่มมา ชมความสวยงามของการประดับไฟตามถนน สถานที่ท่องเที่ยวใหญ่ๆ ต่างๆ ซึ่งจุดนี้เป็นอีกหนึ่งจุดที่มีการจัดแสดงงานโคมหรือประดับไฟอยู่ตลอดทั้งปี ในช่วงคริสต์มาสยาวไปจนถึงสิ้นปีนั้น บริเวณคลองก็มีการจัดไฟภายใต้ชื่องาน Seoul Christmas Festival ดึงดูดใจให้ใครหลายคนให้อยากมาเดินเล่นถ่ายรูปสวยๆ กัน ** เทศกาลประดับไฟจะจัดขึ้นช่วงประมาณวันที่ 8 ธ.ค. – วันที่ 1 ม.ค. ทั้งนี้วันและเวลาในการจัดงานแต่ละปี ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและความสะดวกของทางสถานที่ **
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (6)
จากนั้นนำท่านเรียนรู้การทำ ผลิตภัณฑ์น้ำมันสน ที่สกัดจากน้ำมันสนเข็มแดง มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย ลดไขมัน ช่วยควบคุมอาหาร และรักษาสมดุลในร่างกาย
จากนั้นนำท่านชม พระราชวังชางด็อกกุง พระราชวังลำดับที่สองที่ถูกสร้างต่อจากพระราชวังเคียงบกกุง เคยใช้เป็นที่พำนักของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ในสมัยราชวงศ์โชซอน และยังเป็น 1 ใน 5 ของพระราชวังสำคัญที่ยังคงรักษาไว้
พระราชวังหลวงทั้ง 5 ที่ในโซลนั้น จะมีลักษณะหน้าตาคล้ายๆ กัน แตกต่างกันที่ทัศนียภาพ รวมถึงความพิเศษของแต่ละสถานที่ด้วย อย่างตัวพระราชวังชางด็อกกุงแห่งนี้ก็มีไฮไลท์ที่น่าสนใจคือ สวนฮูวอน หรือสวนแห่งความลับนั่นเอง
ภายในพระราชวังประกอบไปด้วยเขตพระราชฐานชั้นนอก พระราชฐานชั้นใน และสวนด้านหลังที่ใช้สำหรับเป็นที่พักผ่อนของพระมหากษัตริย์ในสมัยโบราณ เมื่อเดินเข้ามาบริเวณด้านในพระราชวังจะเจอกับลานกว้าง เป็นพื้นที่สาธารณะที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้ พระราชวังแห่งนี้เคยถูกเผาทำลายไปในช่วงปี 1592 ก่อนจะถูกบูรณะในปี 1611 และได้กลายเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปัจจุบันยังคงเหลือความงดงามบางส่วนของพระราชวังเอาไว้ นอกจากนั้นยังมีต้นไม้ขนาดยักษ์มีอายุกว่า 300 ปี บ่อน้ำ และศาลาริมน้ำ
หมายเหตุ : กรณีที่พระราชวังชางด็อกกุงไม่เปิดทำการ ขอสงวนสิทธิ์ปรับรายการท่องเที่ยว ทดแทนเป็น พระราชวังถ็อกซูกุง 1 ใน 5 พระราชวังเก่าแก่ของราชวงศ์โชซอน มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ตั้งโดดเด่นสง่างามอยู่ท่ามกลางอาคารสไตล์ตะวันตกใจกลางกรุงโซล แต่สวยงามร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ ยิ่งช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีแล้วยิ่งสวยงามไปอีก ในแต่ละวันจะมีการเปลี่ยนเวรยามของทหาร หากมาได้ถูกจังหวะจะได้ชมพิธีเปลี่ยนเวรยามประจำวัน ซึ่งในหนึ่งวันนั้นจะมี 3 รอบ คือ รอบแรกตอน 11.00 น. รอบที่สอง 14.00 น. และรอบสุดท้ายตอน 15.30 น.
จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยัง ศูนย์สมุนไพรโสมเกาหลี สมุนไพรที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้แก่ระบบย่อยอาหาร ปอด ช่วยทำให้จิตใจสงบ และเพิ่มพละกำลัง มีสรรพคุณทางการแพทย์ช่วยบำรุงหัวใจ ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด เสริมประสิทธิภาพทางเพศ ลดและป้องกันมะเร็ง
จากนั้นนำท่านแวะช้อปที่ร้านเครื่องสำอางค์ยอดนิยม COSMETIC OUTLET สวรรค์ของนักช้อปชาวไทย เพื่อเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝาก มีให้เลือกมากมายหลากหลายแบนด์ ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์บำรุงผิวแบรนด์อย่าง DEWINS และแบรนด์ JSM ที่เป็นสินค้าหลักของทางร้าน ไม่ว่าจะเป็นครีมหอยทาก ครีมน้ำแตก ครีมขัดขี้ไคล สแตมเซลล์ โบท็อกซ์ เป็นต้น และยังมีสินค้าอื่นๆ อาทิเช่น ครีมว่านหางจระเข้ แป้งม้าโยก ยาย้อมผม แฮนด์ครีม ยาสระผม ฯลฯ
จากนั้นนำท่านเลือก ซื้อสินค้าปลอดภาษี ดิวตี้ฟรี ที่ร้านค้าปลอดภาษีที่ใหญ่ที่สุดในโซล แหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำหอม เสื้อผ้า เครื่องสำอาง กระเป๋า นาฬิกา เครื่องประดับหลากหลายแบรนด์ดัง และสินค้าแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย โดยชั้นใต้ดินจะเป็นสินค้าแบรนด์หรู และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาทิเช่น PRADA, DIOR, LOUIS VUITTON, BULGARI, LONGCHAMP, COACH, GUCCI, MICHEL KORS, LOEWE, MIU MIU เป็นต้น ในส่วนของชั้นที่ 1 เป็นช็อป CHANNEL และนาฬิกาดังหลากหลายแบรนด์ อาทิเช่น ROLEX, HERMES, OMEGA, TISSOT เป็นต้น ชั้น 2 เป็นช็อป MCM ชั้นที่ 3 เป็นโซนเครื่องสำอางค์หลากหลายแบรนด์ดัง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ SULWHASOO, HERA, LANEIGE, L'Oréal, SU:M37, ESTEE LAUDER, LANCOME, CHRISTIAN DIOR, BIOTHERM, MAC เป็นต้น ชั้น 4 จะเป็นสินค้าแบรนด์เนมอื่นๆ และชั้นที่ 5 จะเป็นแบรนด์ของเกาหลี และโซนร้านอาหาร
จากนั้นนำท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง ย่านเมียงดง แหล่งละลายทรัพย์ในดวงใจของสาวๆหลายคน หรือสยามสแควร์เกาหลี ตลาดแห่งนี้จะมีเสื้อผ้า กางเกง รองเท้า น้ำหอม เครื่องสำอางค์ทั้งแบรนด์เนมชื่อดัง และโลคอลแบรนด์ รวมถึงซีดีเพลง รูปดารา และศิลปินเกาหลี หรืออะไรที่วัยรุ่นต้องการก็สามารถหาได้จากที่ตลาดนี้ อาทิเช่น ร้านเครื่องสำอางค์ค์ที่คุ้นหูคนไทยที่ไม่ว่าจะเป็น ETUDE, SKIN FOOD, THE FACE SHOP, NATURAL REPUBLIC, INNISFREE ราคาเครื่องสำอางค์ค์จะถูกกว่าประเทศไทยประมาณ 2 ถึง 3 เท่า และบางรุ่นไม่มีขายในประเทศไทย หรือจะเป็นร้านขายรองเท้าแบรนด์ดังอย่างร้าน MBC MART ก็มีรองเท้าหลากหลายแบรนด์ดังให้เลือกมากมาย อาทิเช่น ADIDAS, NIKE, NEW BALANCE, VANS, CONVERSE, FILA เป็นต้น
ในส่วนของอาหารบริเวณข้างทางที่ฮอทฮิตไม่แพ้กันอย่างโซน เมียงดงสตรีทฟู้ด มีอาหารหรือของทานเล่นให้ได้ลิ้มลองมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หอยเชลล์ย่างตัวใหญ่อบน่ากิน ขนมไข่หรือเครันปัง ขนมยอดฮิตตลอดกาลของเมียงดง กุ้งล็อบสเตอร์ตัวใหญ่ๆ ย่างชีสมีรสหวาน ชีสย่าง โดยการเอามอสซาเรลล่าชีสเสียบไม้แล้วเอาไปย่าง ต๊อกโบกี เค้กข้าวที่ขึ้นชื่อของเกาหลี ปรุงรสด้วยซอสเผ็ดสไตล์เกาหลี เมนูนี้มีอยู่เกือบทุกซอกทุกมุมที่ในตลาดเมียงดง บะหมี่ดำจาจังมยอน หนึ่งในเมนูสุดฮิตที่เห็นกันบ่อยในซีรี่ส์เกาหลี มันฝรั่งเกลียวทอดกรอบเสียบไม้ พบเห็นได้ทั่วไปในเมืองไทย แต่ของที่นี่จะมีไส้กรอกเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งชั้น ปลาหมึกยักษ์ทอดกรอบ เสียบไม้แบบอลังการโรยด้วยเกลือ เป็นต้น แต่หากคนที่ชอบของหวานก็จะมีไอติมโคนเจ้าดัง ซึ่งไอติมที่กดมาใส่โคนนั้นสูงถึง 2 ฟุต
รับประทานอาหารเช้า (8)
จากนั้นนำท่านชม ศูนย์สมุนไพรฮอตเกนามู ต้นไม้ชนิดนี้เจริญเติบโตในป่าลึกบนภูเขาที่ปราศจากมลภาวะ และสูงเหนือระดับน้ำทะเล 50-800 เมตร ช่วยดูแลตับให้สะอาดแข็งแรง ป้องกันโรคตับแข็ง ไม่ถูกทำลายจากการดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ บุหรี่ สารตกค้างจากอาหาร และยา
จากนั้นนำท่านชม โรงงานเจียระไนพลอยอเมทิส แดนเกาหลีเป็นแดนของพลอยสีม่วง พลอยแห่งสุขภาพและนำโชค โดยมีตั้งแต่สีม่วงอ่อนเย็นตา จนถึงสีม่วงไวน์ มีเสน่ห์เย้ายวนใจ พลอยนี้จะงามจับตาเมื่อมาทำเป็นแหวน จี้ ต่างหู และสร้อยข้อมือ
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านโบราณเกาหลี EUNPYEONG HANOK VILLAGE หมู่บ้านโบราณที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่มีภูเขาโอบล้อม บรรยากาศธรรมชาติที่สวยงาม เงียบสงบ ภายในหมู่บ้านมีคาเฟ่ในสไตส์ฮันอก ทั้งแบบดั้งเดิมและผสมผสานสมัยใหม่อย่างลงตัว สามารถเดินได้เพลินๆ สบายๆ มีร้านอาหาร คาเฟ่ และยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอีกมากมาย
จากนั้นนำท่านเพลินเพลินกับการแวะซื้อของฝากที่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต (ละลายเงินวอน ซื้อ 5 แถม 1) สาหร่าย ขนมต่างๆ ช็อกโกแล็ตหิน ซีเรียลช็อกโก้ ผลิตภัณฑ์ของใบ และรากฝอยของโสมในรูปแบบขนม ชาโสม โคลนพอกหน้าโสม ครีมล้างหน้าโสม เครื่องสำอางโสม
และยังมีกิมจิ เปเปโร (ป๊อกกี้เกาหลี) ชินราเมง (มาม่าเกาหลี) นมกล้วย เป็นต้น
จากมาตรการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศเกาหลีให้กับคนไทย ผู้ที่ประสงค์จะพำนักระยะสั้นในประเทศเกาหลีไม่เกิน 90 วัน ไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือธุรกิจ จะต้องยื่นเอกสารในขั้นตอนการตรวจเข้าเมือง เพื่อยืนยันการมีคุณสมบัติการเข้าประเทศเกาหลี* ดังต่อไปนี้