คณะเดินทางพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคาร ผู้โดยสารขาออก ประตูที่ 8 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน ETIHAD AIRWAYS (EY) โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารและสัมภาระ
เดินทางถึง สนามบินนานาชาติอาบูดาบี เมื่อเสร็จพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยนำทุกท่านเดินทางเข้าสู่เมืองดูไบซึ่งห่างจากเมืองดูไบ 180 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.
นำทุกท่าน ถ่ายรูปคู่กับตึก DUBAI FRAME” ซึ่งมีขนาดสูง 150 เมตร เชื่อมด้วยสะพานยาว 93 เมตร เริ่มการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2013 ภายในหอชมวิวจะเป็นพิพิธภัณฑ์เล่าเรื่องความเป็นมาในอดีตของดูไบจนถึงปัจจุบัน โดยนำเสนอผ่านเทคโนโลยีแสงสีเสียงสามมิติและ VERTUAL REALITY โดยหอชมวิวดังกล่าวเปิดเพิ่งเริ่มเปิดเมื่อวันที่ 01 มกราคม 2561 ท่านจะเห็นวิวโดยรอบๆ ในตัวเมืองดูไบได้อย่างชัดเจน
นำทุกท่านนั่ง เรือข้ามฝาก ABRA ซึ่งเป็นพาหนะที่ชาวดูไบใช้กันมาแต่โบราณและยังคงอนุรักษ์ไว้ ข้ามฝั่งพาทุกท่านไปช้อปปิ้งที่ตลาดทอง
นำท่านเดินช้อปปิ้ง ตลาดทอง (GOLD SOUK) เป็นที่1ของตลาดทองที่ใหญ่ที่สุดในโลกขายทุกอย่างที่เป็น JEWELRY เช่น มุก อัญมณี ต่างๆร้านเล็กๆมากมายกว่าร้อยร้านค้าให้ท่านได้เลือกซื้อของที่ ตลาดเครื่องเทศ (SPICE SOUK) คือ ตลาดเครื่องเทศทั้งตลาดตลบอบอวนไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศหลากหลายชนิดจากทั่วทุกมุมโลกจำพวกไม้หอม อบเชย ถั่ว กระวาน กานหลู และถั่วร้อยแปดชนิดจากทุกที่ในตะวันออกกลาง
นำท่านขึ้นชม ตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ BURJ KHALIFA (THE TALLEST TOWER IN THE WORLD) หรือเดิมชื่อ บุรจญ์ดูไบหนึ่งในสัญลักษณ์อันสำคัญของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อีกทั้งยังเป็นฉากเสี่ยงตายสำคัญของพระเอก “ ทอมครูซ” จากภาพยนตร์เรื่อง Mission Impossible 4 ซึ่งตึก มีความสูงถึง 828 เมตร ปัจจุบันมีทั้งหมด160 ชั้นเป็นตึกที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในโลกตัวตึกได้ทำสถิติกลายมาเป็นตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในโลกมีความสูงถึง546 เมตรแซงตึกไทเป101 เรียบร้อย(สูงกว่าตึกไทเป101 ประมาณ 97 เมตร และสูงกว่าอาคารใบหยก2 ประมาณ 218 เมตร) ซึ่งได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2553 และ เปลี่ยนชื่ออาคารจาก "บุรจญ์ดูไบ" เป็น "บุรจญ์เคาะลีฟะฮ์" เพื่อ เป็นเกียรติแก่ ท่านชีคค์อดีตประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ออกแบบโดยเอสโอเอ็ม ผู้ออกแบบเดียวกันกับเซียร์ทาวเวอร์ อาคารที่สูงที่สุดในสหรัฐอเมริกาในปัจจุบันการตกแต่งภายในจะตกแต่งโดยจอร์โจอาร์มานี Giorgio Armaniโดยเป็นโรงแรมอาร์มานีสำหรับ37 ชั้นล่างโดยชั้น45 ถึง 108 จะเป็นอพาร์ตเมนต์โดยที่เหลือจะเป็นสำนักงานและชั้นที่ 123 และ 124 จะเป็นจุดชมวิวของตึกที่สำคัญ ส่วนบนของตึกจะเป็นเสาอากาศสื่อสารนอกจากนี้ชั้น 78 จะมีสระว่ายน้ำ กลางแจ้งขนาดใหญ่โดยตึกนี้จะติดตั้งลิฟต์ที่เร็วที่สุดในโลกที่ความเร็ว18 ม./วินาที (65 ก.ม./ชม.,40 ไมล์/ชม.)โดยลิฟต์ที่มีความเร็วสูงสุดอันดับที่ 2 ปัจจุบันอยู่ที่ตึกไทเป101ที่มีความความเร็ว 16.83 ม./วินาที
นำท่าน ช้อปปิ้งห้างดูไบมอลล์ (Dubai Mall)เป็นศูนย์การค้าแห่งใหม่ล่าสุดของเมืองดูไบ โดยจำลองอาทิเช่น ห้าง Gallaria Lafayette ห้างชื่อดังของฝรั่งเศส ห้าง Bloomingdales อันยิ่งใหญ่จากอเมริกาเป็นศูนย์รวมแบรนด์เนมชั้นนำแนวหน้าจากทั่วทุกมุมโลก ท่านสามารถเลือกชมเทคโนโลยีล้ำสมัยของน้ำพุเต้นระบำที่ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีการจัดแสดงที่บริเวณหน้าห้างดูไบมอลล์ เริ่มตั้งแต่ 17.30-24.00น.โดยการแสดงจะเริ่มทุกๆ 30 นาทีจากจุดนี้ ถ่ายสามารถถ่ายรูปคู่กับตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ (Burj Khalifa)แบบเต็มตัวตึกอีกด้วย
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นําท่านชม ชายหาด JUMEIRAH BEACH ซึ่งเป็นชายหาดตากอากาศที่สวยงามยอดนิยมของดูไบ
จากนั้นนําท่านถ่ายรูปกับโรงแรม ตึกบุรจญ์อัลอาหรับ BURJ AL ARAB โรงแรมสุดหรู ระดับ 7ดาว ที่สวยและหรูหราที่สุด แห่งหนึ่งของโลก และมีชชื่อเสียงของตะวันออกกลาง ที่ทุกคนใฝ่ฝันที่จะมีโอกาสเข้าไปสัมผัส ตั้งอยู่ริมอ่าวอาหรับ เป็นที่พักอาศัยของเศรษฐีชาวอาหรับ บุรจญ์อัล อาหรับ (Burj Al Arab) หนึ่งในสัญลักษณ์อันสำคัญของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ตึกบุรจญ์อัล อาหรับ ปัจจุบันเป็นโรงแรมรูปทรงเรือใบที่สวยและหรูหราที่สุดระดับโลกและมีชื่อเสียงของตะวันออกกลางมีความสูง321 เมตรหรือ 1,050 ฟุตตั้งอยู่บนเกาะเทียมที่ถูกถมขึ้นห่างจากแถบชายหาดจูเมร่าห์ 280 เมตรริมอ่าวเปอร์เซียที่ทุกคนใฝ่ฝันที่จะมีโอกาสเข้าไปสัมผัสซึ่งเป็นที่พักอาศัยของเศรษฐีชาวอาหรับการก่อสร้างของตึกเริ่มต้นก่อสร้างใน พ.ศ. 2537 แล้วเสร็จและเริ่มเปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2542 รูปทรงของตึกถูกสร้างให้เหมือนกับใบเรือของเรือใบแบบชาวอาหรับ ซึ่งตัวตึกมีเสา 2 เสาแยกออกมาเป็นรูปตัว V ในขณะที่ช่องว่างระหว่างตัว V ส่วนหนึ่งก็ปิดให้เป็นห้องใหญ่ๆ และแบ่งออกเป็นชั้นๆ สถาปนิกได้กล่าวว่า "สิ่งก่อสร้างนี้จะเป็นสัญลักษณ์ของเมืองดูไบซึ่งก็เหมือนกับ โอเปร่าเฮาส์ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองซิดนีย์ หรือหอไอเฟลที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองปารีสและตึกบุรจญ์อัล อาหรับก็ต้องการกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองดูไบประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เช่นกัน"
จากนั้นนำท่านสู่ เมดิแนท จูไมร่า ซุค (Madinat Jumeirah Souk) ศูนย์การค้ารูปทรงอาหรับโบราณตั้งอยู่ติดริมทะเล หรือเรียกว่า เวนิสแห่งดูไบ เป็นตลาดติดแอร์ ตั้งอยู่ในส่วนเดียวกับโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว Mina Al Salam ของตระกูล Al Maktoum ออกแบบและตกแต่งเป็นศิลปะพื้นเมืองแบบอาหรับคลาสสิก ภายในมีสินค้าระดับ Premium มากมาย อาทิ ของที่ระลึก พวงกุญแจ ขวดทราย พรมอิหร่าน หัวน้ำหอม โคมไฟ ของประดับตกแต่งบ้าน ขนมหวาน และถั่วรสช็อกโกแลต เป็นต้น
นำท่าน นั่งรถ Monorail >เดินทางสู่ โครงการเดอะปาล์ม THE PALM ซึ่งเป็นโครงการที่อลังการ สุดยอดโปรเจคส์โดยการถมทะเล ให้เป็นเกาะเทียมสร้างเป็นรูปต้นปาล์ม 3 เกาะ บนเกาะมีที่พักโรงแรม รีสอร์ท อพาร์ตเม้น ร้านค้า ภัตตาคาร รวมทั้งสำนักงาน ต่างๆนับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก
นำท่านชื่นชมความสวยงามของภูมิประเทศ และบรรยากาศรอบๆ โรงแรมนี้ Palm Island เป็นโครงการมหัศจรรย์ที่คิดค้นสำหรับรองรับการอยู่อาศัยในอนาคต สร้างโดยการนำทรายมาถมทะเลเป็นเกาะเล็กๆ รวม 301 เกาะ รูปร่างหากมองจากด้านบนรูปต้นอินทผลัม (The Palm) และ โครงการ The World จะเห็นเป็นรูปแผนที่โลก
พร้อมกันที่ล๊อบบี๊ จะมีเจ้าหน้าที่มาคอยรับท่าน ไปแคมป์ /ตะลุยทะเลทราย โดยบริการนี้จะอำนวยความสะดวกโดยการรับ-ส่งถึงโรงแรม “ ทัวร์ทะเลทราย”ท่านจะสนุกกับการนั่งรถตะลุยไปเนินทราย ตื่นเต้น พร้อมชมพระอาทิตย์ตก
หลังจากนั้นนำท่านเข้าสู่ แค้มปิ้งกลางทะเลทราย โดยภายในมีกิจกรรมต่างๆให้ทุกท่านร่วมสนุก อาทิเช่น
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำคณะเข้าเยี่ยม ชมพิพิธภัณฑ์ ดูไบ (DUBAI MUSEUM) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัยที่สุดในตะวันออกกลาง สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 19 บูรณะครั้งล่าสุดปี ค.ศ.1970 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวสำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น การค้นพบ งานศิลป์ ในหลุมฝังศพที่ AL QUSAIS ที่มีอายุถึง 4,000 ปีและเรื่องราวการค้าขายมุก ในประวัติศาสตร์ก่อนการค้นพบน้ำมัน และท่านจะประทับใจกับการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาถ่ายทอดเพื่อบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอาหรับโบราณ
จากนั้นนำทุกท่านนั่ง เรือข้ามฝาก ABRA ซึ่งเป็นพาหนะที่ชาวดูไบใช้กันมาแต่โบราณและยังคงอนุรักษ์ไว้ ข้ามฝั่งพาทุกท่านไปช้อปปิ้งที่ตลาดทอง
นำท่านเดินช้อปปิ้ง ตลาดทอง (GOLD SOUK) เป็นที่1ของตลาดทองที่ใหญ่ที่สุดในโลกขายทุกอย่างที่เป็น JEWELRY เช่น มุก อัญมณี ต่างๆร้านเล็กๆมากมายกว่าร้อยร้านค้าให้ท่านได้เลือกซื้อของที่ ตลาดเครื่องเทศ (SPICE SOUK) คือ ตลาดเครื่องเทศทั้งตลาดตลบอบอวนไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศหลากหลายชนิดจากทั่วทุกมุมโลกจำพวกไม้หอม อบเชย ถั่ว กระวาน กานหลู และถั่วร้อยแปดชนิดจากทุกที่ในตะวันออกกลาง
นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองดูไบเพื่อขึ้น ชม ตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ BURJ KHALIFA (THE TALLEST TOWER IN THE WORLD)
บุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ หรือเดิมชื่อ บุรจญ์ดูไบหนึ่งในสัญลักษณ์อันสำคัญของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อีกทั้งยังเป็นฉากเสี่ยงตายสำคัญของพระเอก “ ทอมครูซ” จากภาพยนตร์เรื่อง Mission Impossible 4 ซึ่งตึก มีความสูงถึง 828 เมตร ปัจจุบันมีทั้งหมด160 ชั้นเป็นตึกที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในโลกตัวตึกได้ทำสถิติกลายมาเป็นตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในโลกมีความสูงถึง546 เมตรแซงตึกไทเป101 เรียบร้อย(สูงกว่าตึกไทเป101 ประมาณ 97 เมตร และสูงกว่าอาคารใบหยก2 ประมาณ 218 เมตร) ซึ่งได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่4 มกราคม พ.ศ.2553 และ เปลี่ยนชื่ออาคารจาก "บุรจญ์ดูไบ" เป็น "บุรจญ์เคาะลีฟะฮ์" เพื่อ เป็นเกียรติแก่ ท่านชีคค์อดีตประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ออกแบบโดยเอสโอเอ็ม ผู้ออกแบบเดียวกันกับเซียร์ทาวเวอร์ อาคารที่สูงที่สุดในสหรัฐอเมริกาในปัจจุบันการตกแต่งภายในจะตกแต่งโดยจอร์โจอาร์มานี Giorgio Armaniโดยเป็นโรงแรมอาร์มานีสำหรับ37 ชั้นล่างโดยชั้น45 ถึง108 จะเป็นอพาร์ตเมนต์โดยที่เหลือจะเป็นสำนักงานและชั้นที่123 และ 124 จะเป็นจุดชมวิวของตึกที่สำคัญ ส่วนบนของตึกจะเป็นเสาอากาศสื่อสารนอกจากนี้ชั้น 78 จะมีสระว่ายน้ำ กลางแจ้งขนาดใหญ่โดยตึกนี้จะติดตั้งลิฟต์ที่เร็วที่สุดในโลกที่ความเร็ว18 ม./วินาที (65 ก.ม./ชม.,40 ไมล์/ชม.)โดยลิฟต์ที่มีความเร็วสูงสุดอันดับที่ 2 ปัจจุบันอยู่ที่ตึกไทเป101ที่มีความความเร็ว 16.83 ม./วินาที
นำท่านช้อปปิ้ง ห้างดูไบมอลล์ (Dubai Mall) เป็นศูนย์การค้าแห่งใหม่ล่าสุดของเมืองดูไบ โดยจำลองอาทิเช่น ห้าง Gallaria Lafayette ห้างชื่อดังของฝรั่งเศส ห้าง Bloomingdales อันยิ่งใหญ่จากอเมริกาเป็นศูนย์รวมแบรนด์เนมชั้นนำแนวหน้าจากทั่วทุกมุมโลก ท่านสามารถเลือกชมเทคโนโลยีล้ำสมัยของน้ำพุเต้นระบำที่ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีการจัดแสดงที่บริเวณหน้าห้างดูไบมอลล์ เริ่มตั้งแต่ 17.30-24.00น.โดยการแสดงจะเริ่มทุกๆ30นาทีจากจุดนี้ ถ่ายสามารถถ่ายรูปคู่กับตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ (BurjKhalifa) แบบเต็มตัวตึกอีกด้วย