11 วัน มอนโดวา โรมาเนีย บัลแกเรีย (เทศกาลดอกกุหลาบ)
(รวมค่าวีซ่าเชงเก้น และรวมทิปทุกอย่างแล้ว)
มอลโดวา - คีชีเนา - ออร์เฮ – เบนเดอร์ – ทีรัสปอล – โรมาเนีย – ฮูซี – บาเคา – โบสถ์พรีไซส์
บราซอฟ – โบสถ์ดำ – บราน – ปราสาทแดร๊กคูล่า – ปราสาทเปเลส – ซินายา – ตีร์โกวิชเต บูคาเรสต์ บัลแกเรีย - รูเซ่ - เวลีโค ทาร์โนโว – ชิพก้า พลอฟดิส – โซเฟีย – รีล่า
นำท่านเดินทางสู่เมืองเบนเดอร์ (Bender) (ระยะทาง 65 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.20 ชม.) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำดิเนสเตอร์ (Dniester) ในแหล่งประวัติศาสตร์ของมอลโดวา นำท่านเดินทางเข้าชมป้อมปราการเบนเดอร์ (Bender Fortress) เป็นป้อมปราการสร้างแบบออตโตมัน ประมาณศตวรรษที่ 16 เพื่อป้องกันการรุกรานจากกองทัพรัสเซียและตุรกี นำท่านชมความยิ่งใหญ่ของป้อมปราการโบราณแห่งนี้
ได้เวลานำท่านเดินทางเข้าชม อาราม นูออล นีมท์ (Noul Neamt Monastery) เป็นอารามมอลโดวาออร์ทอดอกซ์ที่ตั้งอยู่ในเมืองชิตคาเนีย ใกล้กับเมืองเบนเดอร์ และทีรัสปอล และยังตั้งอยู่ในพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ของบาสซาราเบีย อารามแห่งนี้ถูกค้นพบในปี 1861 และได้ถูกปิดและเปลี่ยนเป็นสถานพยาบาลในปี 1962 ในครั้งที่มอลโดวายังเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต และได้ทำการเปิดอีกครั้งในปี 1962 นำท่านชมความสวยงามของอารามนี้
นำท่านเดินทางสู่ฮูซี (Husi) (ระยะทาง 120 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.) เป็นเมืองในเทศมณฑลวาสลุย ประเทศโรมาเนีย ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของเทศมณฑลฟัลซิวที่ถูกยุบในประวัติศาสตร์ ภูมิภาคมอลดาเวียตะวันตก และยังเป็นที่ตั้งของไร่องุ่นที่ดีที่สุดบางแห่งของโรมาเนีย เมืองนี้ตั้งอยู่บนสาขาของทางรถไฟยาช-กาลาตี ห่างจากแม่น้ำปรุตไปทางตะวันตก 14 กม. และอยู่ติดกับสาธารณรัฐมอลโดวา ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 15 โดยอาณานิคมของ Hussites ซึ่งเป็นที่มาของชื่อนี้ สิ่งนี้ได้รับการโต้แย้งโดยนักวิชาการเช่น Nicolae Iorga และบาทหลวง Melchisedec ştefănescu ซึ่งแย้งว่าชื่อของเมืองนั้นเก่ากว่าโดยมีต้นกำเนิดมาจาก โบยาร์ฮุส (ซึ่งชื่อนี้แปลว่า Husul หรือ Husea ด้วย) ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินในพื้นที่
นำท่านเดินทางชม อารามมานัสตีเรอา ชิมบาเรอา ลา ฟาตา (Manastirea Schimbarea la Fata) ตั้งอยู่บนถนนที่ขึ้นไปจาก Crasna และ Bârlad ภาพเงาของโบสถ์ไม้เป็นภาพแรกที่นักเดินทางพบก่อนเข้าเมืองแห่ง "โบสถ์และโรงเรียน" สร้างขึ้นในปี 1996 อารามแห่งนี้สร้างขึ้นเหนือ Husi ริมป่า Dobrina ผู้คนหลายร้อยคนมาเฉลิมฉลองครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งสถานที่นี้มีความเงียบสงบเป็นอย่างมาก
นำท่านเดินทางสู่ เมืองบราซอฟ (Brasov) (ระยะทาง 180 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.) ระหว่างทางท่านจะได้ชมและสัมผัสกับวิถีการดำเนินชีวิตของชาวพื้นเมืองโรมาเนีย และความเขียวขจีของภูเขาที่อุดมสมบูรณ์แห่งประเทศโรมาเนีย ภูมิทัศน์และวิวทิวเขาสลับสวยงามยิ่ง
นำท่านเดินทางสู่ เมืองบราน (Bran) นำท่านเดินทางเข้าชมปราสาทบราน (Bran Castle) แห่งโรมาเนีย หรือที่รู้จักกันในนาม ปราสาทแดร๊กคูล่า ความจริงแล้วปราสาทบรานที่ผู้คนขนานนามว่า ปราสาทแดรกคูล่า ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผีดิบดูดเลือดเลย แต่วรรณกรรมอมตะเมื่อศตวรรษก่อนก็ได้เชื่อมจินตนาการจากตัวอักษรมาสู่ปราสาทแห่งนี้ จนสามารถสร้างแรงดึงดูดมหาศาล และอาจกล่าวได้ว่า ปราสาทบรานเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศโรมาเนียไปแล้ว ปราสาทสร้างเมื่อ ปี ค.ศ.1377 ในยุคจักรวรรดิฮังกาเรียน เพื่อเป็นป้อมดูแลเรื่องการค้าและภาษีระหว่างแคว้น Transylvania กับ Wallachia ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นปราการสำคัญป้องกันการรุกรานของอาณาจักรออตโตมาน ในยุคที่แคว้นทรานซิลวาเนียยังสู้รบกับจักรวรรดิออตโตมาน เจ้าชาย ‘วลาด’ ผู้ครองปราสาท เป็นนักรบผู้แกร่งกล้า โหดเหี้ยมไร้ความปราณีต่อศัตรู กลายเป็นที่เลื่องลือ บ้างเล่าต่อๆกันไปว่า เจ้าชายดื่มเลือดจากศัตรูด้วย ปราสาทนี้ ตั้งอยู่บนเชิงเขาเพื่อป้องกันการรุกรานจากศัตรูระหว่างชายแดนแคว้นวอลลัคเทียและทรานซิลเวเนีย ภายในปราสาทมีห้องต่างๆมากมาย ซึ่งจัดแสดงวิถีความเป็นอยู่ ห้องแสดงอาวุธโบราณ ตู้โบราณอายุหลายร้อยปีที่แกะสลักลวดลายงดงาม นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้อีกมากมาย อิสระให้ท่านได้ชมและถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเลือกซื้อของที่ระลึกที่มีวางจำหน่ายบริเวณปราสาทแห่งนี้
นำท่านเดินทางสู่ เมืองตีร์โกวิชเต (Tirgoviste) (ระยะทาง 68 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.) นำท่านเที่ยวชมเมืองเมืองตีร์โกวิชเต (Tirgoviste) เป็นเทศบาลนครและศูนย์กลางของเทศมณฑลดึมบอวิตซา ประเทศโรมาเนีย ตั้งอยู่ห่างจากบูคาเรสต์ไปทางเหนือประมาณ 80 กม. เมืองตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยาลอมิตซา เป็นเมืองท่องเที่ยวในโรมาเนีย และเป็นที่ประทับของราชวงศ์และเมืองหลวงระหว่างปี 1396 ถึง 1714 ทาร์โกวิชเต ถือเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเมือง การทหาร และศิลปะวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของประเทศโรมาเนียมานานกว่าสามศตวรรษ
นำท่านเดินทางสู่ กรุงบูคาเรสต์ (Bucharest) (ระยะทาง 83 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.40 ชม.) เป็นเมืองเก่าแก่ ปารีสดินแดนตะวันออก โรมาเนีย เมืองหลวง เมืองอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศโรมาเนีย เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของโรมาเนีย ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบวอลลาเซีย ติดเทือกเขาคาร์เปเชียน และแม่น้ำดานูป บูคาเรสต์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีธรรมชาติอันสวยงามล้อมรอบด้วยเทือกเขา และทะเลสาบจนได้สมญานามเป็นที่รู้จักกันทั่วยุโรปว่า “ปารีสน้อย” จากนั้นนำท่านเที่ยวชมเมืองและแวะถ่ายรูป (**หากรถสามารถจอดได้) ชมจัตุรัสแห่งการปฎิวัติ (Revolution Square) โอเปร่าเฮ้าส์ (Opera House) คลับทหารแห่งชาติ (National Military Academy) ผ่านชม "ประตูชัย" ซึ่งตั้งอยู่บนถนน KISSELEFF ซึ่งสร้างเลียนแบบประตูชัย ในกรุงปารีส ในสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนีย (Romanian Athenaeum)
นำท่านเดินทางเข้าชม ป้อมปราสาท (Tsarevets Fortress) อดีตที่ประทับของกษัตริย์แห่งบัลแกเรีย ซึ่งภายในมีอาคารและป้อมปราการรายอยู่รายล้อมซึ่งปัจจุบันคงเหลือเพียงกลิ่นอายของความรุ่งเรืองในอดีต ซากปราสาทปรักหักพังอันโดดเด่นของ ซึ่งเป็นป้อมปราการในยุคกลางที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำยานตา ซึ่งในอดีตเป็นที่อยู่อาศัยของกษัตริย์และมีโบสถ์ที่เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่ในปัจจุบันได้มีการตกแต่งด้วยศิลปะร่วมสมัยที่สวยงามและแปลกตา ปัจจุบันได้มีการทำนุบำรุงรักษาอยู่ตลอดเวลาจึงทำให้ป้อมปราการแหล่งนี้อยู่ในลักษณะที่ค่อนข้างสมบูรณ์
นำท่านเดินทางสู่เมืองชิพก้า (Shipka) (ระยะทาง 80 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.40 ชม.) นำท่านแวะถ่ายรูปกับโบสถ์ประจำเมืองแห่งเมืองชิพก้า (Shipka Memorial Church) โบสถ์คริสต์นิกายบัลแกเรี่ยนออโธดอกซ์ สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1885-1902 เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานอุทิศให้แก่ทหารรัสเซีย ยูเครน และบัลแกเรีย ที่เสียชีวิตในสงครามรุสโซ่-เตอร์กิช หรือสงครามระหว่างอาณาจักรอ็อตโตมันและอาณาจักรรัสเซียเมือปี ค.ศ.1877
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมือง คาซานลัก (Kazanluk) (ระยะทาง 28 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35 นาที) เพื่อชม เทศกาลดอกกุหลาบ (Rose Festival) เมืองคาซานลักเป็นแหล่งปลูกกุหลาบที่มีภูมิอากาศเหมาะแก่การเติบโตของดอกกุหลาบ ดอกกุหลาบที่มาจากเมืองคาซานลักเป็นดอกกุหลาบที่มีคุณภาพที่ดี จึงทำให้บัลแกเรียกลายเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันดอกกุหลาบมากที่สุดของโลก
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองพลอฟดิฟ (Plovdiv) เมืองทันสมัยที่มีต้นตอมาแต่โบราณ (ระยะทาง 137 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.) เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศบัลแกเรียรองจากเมืองโซเฟีย ตั้งอยู่บนฝั่้งแม่น้ำมาริทซา ล้อมรอบด้วยภูเขาเจ็ดลูก จึงถูกขนานนามว่า “เมืองแห่งขุนเขาทั้งเจ็ด” นอกจากนี้หลักฐานทางโบราณคดียังพบว่าเมืองนี้ถูกตั้งรกรากมากว่า 6,000 ปี ทำให้ถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย
นำท่านเดินทางสู่เมืองพลอฟดิฟ (Plovdiv) เมืองทันสมัยที่มีต้นตอมาแต่โบราณ (ระยะทาง 102 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.40 ชม.) เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศบัลแกเรียรองจากเมืองโซเฟีย ตั้งอยู่บนฝั่้งแม่น้ำมาริทซา ล้อมรอบด้วยภูเขาเจ็ดลูก จึงถูกขนานนามว่า “เมืองแห่งขุนเขาทั้งเจ็ด” นอกจากนี้หลักฐานทางโบราณคดียังพบว่าเมืองนี้ถูกตั้งรกรากมากว่า 6,000 ปี ทำให้ถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย
***ผู้เดินทางที่ไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากการยื่นเอกสารปลอม หักค่าใช้จ่าย 100%
***หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิก วีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม***
(การเตรียมเอกสาร กรุณาอ่านให้เข้าใจ และเตรียมให้ครบ)
1. หนังสือเดินทาง อายุใช้งานได้ เกิน 6 เดือนขึ้นไป และ มีหน้าว่างอย่างน้อย 2 แผ่น
2. รูปถ่ายสีหน้าตรง ขนาด 3.5 x 4.5 ซม. 2 รูป พื้นฉากหลังรูปต้องเป็นพื้นสีขาว (อย่าถ่ายเอง เพราะพื้นเป็นสีเทา ใช้ไม่ได้) ห้ามสวมแว่นสายตา (รูปถ่ายต้องถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน...สถานฑูตมีการเทียบรูปกับหน้าวีซ่าที่เคยได้)
3. สำเนาบัตรประชาชน
4. สำเนาทะเบียนบ้าน (กรุณาถ่ายหน้าแรกที่มีรายละเอียดบ้านเลขที่มาด้วย)
5. สำเนาทะเบียนสมรส (กรณีผู้หญิง.....หากมีการเปลี่ยนคำนำหน้าเป็น ...นาง... ต้องแนบมา)
6. สำเนาทะเบียนหย่า (กรณีผู้หญิง.....ถ้าหย่าและหากมีการใช้คำนำหน้าเป็น ....นาง...ต้องแนบมา)
7. สูติบัตร (กรณีเด็กต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ต้องแนบสูติบัตรมา)
8. กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์: (หากเด็กไม่ได้เดินทางพร้อม พ่อและแม่) ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
- เด็ก เดินทางกับบุคคลอื่น บิดาและมารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอม ซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้น และให้ระบุว่า ยินยอมให้เด็กเดินทางกับใคร (ระบุชื่อ) มีความสัมพันธ์อย่างไรกับครอบครัว
- เด็ก เดินทางกับบิดา มารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า มารดายินยอมให้เด็กเดินทางกับบิดา (ระบุชื่อบิดา)
- เด็ก เดินทางกับมารดา บิดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า บิดายินยอมให้เด็กเดินทางกับมารดา (ระบุชื่อมารดา)
9. หลักฐานการทำงาน (จดหมายรับรองการทำงาน) ทำเป็นภาษาอังกฤษ
จดหมายรับรองการทำงานให้ระบุ TO WHOM IT MAY CONCERN (ไม่ต้องระบุสถานฑูตและประเทศ)
- กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของกิจการ : ใช้หนังสือจดทะเบียนบริษัทฯ ที่มีรายชื่อผู้ประกอบกิจการ (อายุไม่เกิน 3 เดือน)
- กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของร้านค้า : ใช้ทะเบียนพาณิชย์ที่มีชื่อผู้เป็นเจ้าของร้านค้า
- กรณีพนักงานบริษัท : ใช้จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้าง ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการว่าจ้าง เงินเดือน
- กรณีที่เป็นข้าราชการ : ใช้หนังสือรับรองจากหน่วยงาน
- กรณีเกษียณอายุราชการ: ถ่ายสำเนาบัตรข้าราชการบำนาญ
- กรณีเป็นนักเรียนนักศึกษา ต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันศึกษา นั้นว่ากำลังศึกษาอยู่ ระบุชั้นปีที่ศึกษา
10. หลักฐานการเงิน : (กรุณาเตรียมให้ถูกต้อง ใช้ทั้ง Bank guarantee และ Bank Statement เล่มเดียวกัน)
- หนังสือรับรองสถานะทางการเงิน (Bank guarantee) ของบัญชีออมทรัพย์ (Saving account) ออกโดยธนาคาร ระบุชื่อเจ้าของบัญชีให้ครบถ้วน มีอายุไม่เกิน 20 วันนับจากวันที่จะยื่นวีซ่า
- Bank statement ย้อนหลัง 6 เดือน นับขึ้นไปจากเดือนที่จะยื่นวีซ่า มียอดเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อการรับรอง 1 ท่าน และยอดแสดงในบัญชีต้องไม่ก้าวข้ามเดือน (เอกสารอายุห้ามเกิน 30 วันก่อนยื่นวีซ่า)
************* ข้อ 1 และ ข้อ 2 ต้องเป็นสมุดบัญชีออมทรัพย์เล่มเดียวกันเท่านั้น **************
- Statement บัญชีฝากประจำ (Fixed) สามารถแนบประกอบได้ แต่ท่านต้องแนบ Statement บัญชีออมทรัพย์ (Saving) มาด้วย
หมายเหตุ หากต้องการรับรองการเงินให้คนภายในครอบครัว ต้องเตรียมเอกสารดังนี้
- หนังสือรับรองทางการเงิน (Bank Guarantee) ต้องระบุชื่อเจ้าของบัญชี รับรองค่าใช้จ่ายให้ใคร (ต้องระบุชื่อผู้ถูกรับรองในจดหมายด้วย)
- กรุณาแนบสูติบัตร, ทะเบียนบ้าน, ทะเบียนสมรส หรือหลักฐาน เพื่อแสดงสถานะ และความสัมพันธ์ว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
กรณีนายจ้างรับรองค่าใช้จ่ายให้ลูกจ้าง
- จดหมายรับรองจากนายจ้างระบุว่าเป็นผู้รับรองค่าใช้จ่าย พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
- หนังสือรับรองเงินฝาก ดังข้อ 11.1 และ 11.2
(สถานฑูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวันในทุกกรณี ไม่ต้องแนบมา)