เดินทางถึง ถึง สนามบินซีอานเซียงหยาง เมืองหลวงของมณฑลส่านซี ตั้งอยู่ในหุบเขาที่มีแม่น้ำเว่ยไหลผ่าน มีประวัติศาสตร์ยาว นานกว่า 3,000 ปี ได้ถูกสถาปนาเป็นราชธานีในนาม “นครฉางอาน” เคยเป็นนครหลวงในสมัยต่างๆ รวมทั้งสิ้น 13 ราชวงศ์ ซีอานได้เป็นศูนย์กลางการติดต่อทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมระหว่างจีนกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหมอันเลื่องชื่อ มีโบราณสถานโบราณวัตถุเก่าแก่อันล้ำค่าและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจีน
นำท่านชม เจดีย์ห่านป่าใหญ่ (ไม่รวมค่าขึ้นชมเจดีย์) แห่งวัดฉือเอิน สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 652 โดย ถังเกาจง (หลี่จื้อ) ฮ่องเต้องค์ที่สาม แห่งราชวงศ์ถัง และ ได้นิมนต์พระภิกษุสวนจั้ง หรือรู้จักในนามพระถังซัมจั๋ง พระเถระที่มีชื่อเสียงที่สุดในสมัยถัง ซึ่งใช้เวลากว่า 15 ปี จาริกไปถึงอินเดียและได้นำพระธรรมคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา กลับมาเผยแผ่ ในแผ่นดินจีนให้มาอยู่ที่วัดฉือเอินแห่งนี้ พระถังซัมจั๋งได้ใช้เวลาออกแบบและร่วมสร้างเจดีย์ห่านป่าใหญ่ในวัดฉือเอินเพื่อใช้ในการเก็บรักษาพระไตรปิฎก ที่ท่านได้นำมาจากอินเดียและแปลเป็นภาษาจีนนับจำนวนกว่าพันเล่ม
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านสู่ สถาณีรถไฟความเร็วสูง
เพื่อเดินทางสู่ เมืองลั่วหยาง อดีตราชธานีที่ยิ่งใหญ่สืบต่อกันมาถึง 10 ราชวงศ์ยืนยาวนับเป็นที่สองรองจากซีอาน จักรพรรดินี “บูเซ็คเทียน” โปรดปรานเมืองลั่วหยางมาก ตั้งให้เป็นราชธานีในสมัยที่พระองค์ประกาศตนเป็นฮ่องเต้หญิง พระราชทานนามเมืองว่า “นครเสินตู” มีความหมายว่า “เทพนคร”
หมายเหตุ : เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว กระเป๋าเดินทางและสัมภาระของลูกค้าต้องลากขึ้น-ลงรถไฟเอง
นำท่านชม วัดเส้าหลิน (รวมรถอุทยาน) ตั้งอยู่อำเภอเติ้งฟง เมืองเจิ้งโจว ราชธานีโบราณในสมัยราชวงศ์เซี่ย ซึ่งก่อตั้งโดยภิกษุชาวอินเดียนามว่า “พระโพธิธรรม” ซึ่งเป็นผู้นำพุทธศาสนานิกายเซน เข้ามาเผยแพร่พระศาสนาเมื่อราวปี พ.ศ. 1070 โดยเน้นการฝึกญาณสมาธิเพื่อให้เข้าถึงสัจธรรม ต่อมาอารามแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางของการฝึกฝนศิลปะการป้องกันตัวที่รู้จักกันดีในนาม “กังฟู”
นำชมสิ่ง สำคัญในวัดเส้าหลิน อันได้แก่ วิหารสหัสพุทธ สถานที่ประดิษฐานประติมากรรมรูปพระพุทธเจ้าในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต รวม 1,000 องค์
นำท่านชม ป่าเจดีย์ หรือ ถ่าหลิน ที่มีหมู่เจดีย์กว่า 200 องค์ ซึ่งเป็นสถานที่บรรจุอัฐิของอดีตเจ้าอาวาสของวัดเส้าหลิน
จากนั้น ชม การแสดงกังฟู ที่มีการสืบทอดเป็นบทเรียนและมีการจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชม ที่โรงเรียนฝึกกังฟูในบริเวณใกล้เคียงวัดเส้าหลิน
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านผ่านชม ประตูเมืองลี่จิง ประตูเมืองโบราณสมัยราชวงศ์สุย หนึ่งใน 8 แลนด์มาร์คสำคัญของเมือง ตัวอาคารมีทั้งหมด 4 ชั้น ในยามค่ำคืนจะมีการประดับประดาโคมไฟอย่างสวยงาม
และนำท่านเดินชม ถนนโบราณหมิงชิง ถนนสายประวัติศาสตร์ของชาวลั่วหยาง ทั้งสองข้างทางจะลายรอบไปด้วยบ้านเก่าอีกทั้งร้านขายสินค้าของฝาก ที่ระลึก และอาหารท้องถิ่นให้ท่านได้เลือกชิมอย่างจุใจ
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านชม ผาหินแกะสลักหลงเหมิน (หลงเหมินสือคู) หรือ ถ้ำประตูมังกร หมู่ถ้ำพันพระที่ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำอี๋เจียง เป็นพุทธสถานเก่าแก่ที่สำคัญและน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดแห่งหนึ่งของจีน สร้างราวปี พ.ศ. 1038 ในสมัยเว่ยเหนือ และสร้างเพิ่มเติมเรื่อยมาจนถึงสมัยราชวงศ์ถัง โดยการเจาะหน้าผาหินให้เป็นถ้ำหรืออุโมงค์เข้าไป แล้วสลักเสลาเป็นรูปพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ เทวดา นางฟ้า ทวารบาล รวมถึงการเขียนภาพจิตรกรรมลงบนผนังถ้ำ สร้างโดยการอุปถัมภ์ของชนชั้นสูงในสมัยนั้นๆ บูเซ็คเทียนสมัยเป็นฮองเฮาเคยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นจำนวนมากเพื่อบูรณะถ้ำหินหลงเหมินแห่งนี้ การสร้างถ้ำพระพุทธแห่งนี้ที่ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียและเอเชียกลาง ปัจจุบันยูเนสโก้ประกาศให้หลงเหมินเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 2000
นำชม วัดถ้ำเฟิ่งเซียนซื่อ ชม พระประธานสูง 17 เมตร สลักอยู่กลางแจ้ง แวดล้อมด้วยพระโพธิสัตว์และทวยเทพ กล่าวกันว่าใช้พระพักตร์ของพระนางบูเซ็คเทียนเป็นแบบในการแกะสลัก
จากนั้นนำท่านชม ศาลเจ้ากวนอู ตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองลั่วหยางออกไป 7 กิโลเมตร ภายในบริเวณมีรูปปั้นกวนอูแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ในสมัยสามก๊ก(ค.ศ.220-265) ผู้ซึ่งได้รับสมญานามให้เป็นถึงมหาเทพแห่งความจงรักภักดี คุณธรรมและความกล้าหาญของชาวจีนอีกทั้งยังเป็นที่ฝังศีรษะของกวนอูซึ่งโจโฉเป็นผู้ที่จัดพิธีฝังให้อย่างสมเกียรติ
นำท่านเดินทางสู่ วัดม้าขาว สร้างขึ้นเมื่อสมัยราชวงศ์ฮั่น วัดม้าขาวถือว่าเป็นปฐมสังฆาราม หรือ วัดพุทธแห่งแรกในประเทศจีน ปัจจุบันมีอาคารศาลาต่างๆ เพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปฝ่ายมหายานมากมาย สร้างสมัยแตกต่างกัน ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น ราชวงศ์หยวน มีห้องโถงต่างๆ เช่น ห้องเทพเจ้าแห่งสวรรค์ ห้องประดิษฐานพระพุทธเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ ห้องพระไวโรจนะ ห้องแนะทางสวรรค์ ในแต่ละห้องมีพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพระโพธิสัตว์ทั้งห้าพระองค์ มีหอพระไตรปิฎก ภายนอกวัดมีพระเจดีย์อิฐ เรียกว่า จวิ๋นหยุน เป็นพระเจดีย์ที่เก่าแก่ที่สุดในจีน ยังมีศิลาจารึกตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง รวมแล้วกว่า 40 หลัก ด้านหน้าวัดทั้งสองข้าง มีรูปม้าแกะสลัก 2 ตัวขนาดเท่าตัวจริง แกะสลักจากหินทรายสมัยราชวงศ์ซ่ง วัดม้าขาวยังคงเป็นสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ที่พุทธศาสนิกชนประเทศต่าง ๆ จำนวนมากไปนมัสการ
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองหลิงเป่า (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านออกเดินทางกลับสู่ เมืองซีอาน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองหลวงของมณฑลส่านซี ตั้งอยู่ในหุบเขาที่มีแม่น้ำเว่ยไหลผ่าน มีประวัติศาสตร์ยาว นานกว่า 3,000 ปี ได้ถูกสถาปนาเป็นราชธานีในนาม “นครฉางอาน” เคยเป็นนครหลวงในสมัยต่างๆ รวมทั้งสิ้น 13 ราชวงศ์ ซีอานได้เป็นศูนย์กลางการติดต่อทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมระหว่างจีนกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหมอันเลื่องชื่อ
นำท่านชม พิพิธภัณฑ์กองทัพทหารม้าจิ๋นซีฮ่องเต้ สถานที่สำคัญที่สุดของเมืองซีอาน ที่ได้รับการประกาศรับรองจากองค์กรยูเนสโก้ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก ในปี ค.ศ. 1987 คือ (รวมรถอุทยาน) นำท่านชมหุ่นปั้นนักรบกองทหารอารักขาสุสาน ซึ่งถูกฝังไว้ใต้ดินพร้อมกับจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ สุสานทหารหุ่นแห่งนี้ชาวนาจีนได้ขุดค้นพบในปี ค.ศ. 1974 เป็นจำนวนกว่า 7,000 ตัว หุ่นทหารทุกตัวมีขนาดเท่าตัวคนจริง และมีใบหน้าแตกต่างกันทุกตัว มีบันทึกว่าสุสานแห่งนี้ใช้แรงงานทาสเป็นจำนวนถึง 726,000 คนใช้เวลาก่อสร้าง 36 ปี นำชมประวัติฯ บนจอยักษ์ 360 องศา
ผ่านชมบริเวณที่คาดว่าเป็น สุสานของจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ ปฐมจักรพรรดิของประเทศจีนที่ได้ทรงรวบรวมแผ่นดินจีนให้เป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จ ปัจจุบันมีการค้นพบที่ตั้งของสุสานแล้วแต่ยังไม่มีการเปิดสุสาน คงอยู่ในระหว่างการศึกษาถึงวิธีการป้องกันการเสื่อม สภาพของวัตถุโบราณที่อาจเสียหายเมื่อถูกอากาศภายนอก
จากนั้นนำท่านผ่านชม จัตุรัสหอกลองและหอระฆัง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซีอาน บนถนนซีต้าเจีย เป็นสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์หมิง ต่อมาในสมัยราชวงศ์ชิงได้ทำการบูรณะขึ้นมาใหม่สองครั้ง โดยรักษารูปแบบเดิมไว้ มีความสูง 33 เมตร หน้ากว้าง 9 เมตร และลึก 3 เมตร โครงสร้างหลังคาเป็นไม้ 3 ชั้น ฐานอิฐสูง 77 เมตร กว้าง 52.6 เมตร ยาว 38 เมตร ประตูด้านเหนือและใต้สูงและกว้าง 6 เมตร ชั้นล่างก่อเป็นผนังอิฐและประตูทางเข้าชั้นที่สองและชั้นที่สามเป็นเครื่องใม้หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบ สร้างขึ้นในปีที่ 17 แห่งการครองราชย์ของ พระจักรพรรดิหงหวู่ (จูหยวนจาง) ซึ่งเป็นพระจักรพรรดิองค์แรกของราชวงศ์หมิง ทางเดินผ่านประตูปูด้วยหินแกรนิต มีความคงทนแข็งแรงทนทาน พร้อมให้ท่านถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ฝั่งตรงข้ามเป็น จัตุรัสหอระฆัง เป็นสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์หมิง เดิมแขวนระฆัง 1 ใบ เพื่อตีระฆังบอกเวลาตอนกลางวัน สูง 38 เมตร ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส สง 8.6 เมตร กว้างและยาว 35.5 เมตร ก่อด้วยอิฐดำ มีประตูทั้ง 4 ทิศ สูงและกว้าง 6 เมตร หลังคาสี่เหลี่ยมสองชั้นปลายแหลม
อิสระ ช็อปปิ้งถนนมุสลิม เนื่องด้วยในอดีตซีอาน หรือ นครฉางอันนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของกองคาราวานที่จะเดินทางไปยังเส้นทางสายไหม ในตัวเมืองจึงมาชาวต่างประเทศมากมายหลายสัญชาติ โดยเฉพาะชาวเอเชียกลางและอาหรับก็มีอยู่จำนวนมากมายเช่นกัน ซึ่งต่างก็ได้ฝากผลงานไว้ในเมนูอาหารอีกทั้งยังทำการเผยแพร่ศาสนาอิสลามเข้ามาในจีนด้วย ทำให้ปัจจุบัน นครซีอานจะมีกลุ่มชาวมุสลิมอยู่มาก ซึ่งชาวมุสลิมนั้นก็ได้มาตั้งชุมชนอยู่ที่ถนนมุสลิมที่นี่เอง ถนนมุสลิมนั้นเนื่องจากหลักการศาสนาที่ไม่ทานหมู ดังนั้นอาหารที่นี่ส่วนมากจะเป็นเมนูเนื่อ ทั้งวัวและแพะเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับท่านที่ไม่ทานเนื้อวัว ก็สามารถเลือกซื้ออาหารประเภทอื่นได้ที่นี่เช่นกัน
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านชม กำแพงเมืองซีอาน ที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง มีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี (ค.ศ.1374-1378) และได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี กำแพงจากทิศเหนือถึงทิศใต้ยาว 2.8 กิโลเมตร ทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกยาว 4.2 กิโลเมตร ความยาวโดยรอบ 14 กิโลเมตร สูง 12 เมตร มีประตูเข้าออกทั้งสี่ด้านรวม 13 ประตู
เอกสารในการยื่นวีซ่าจีนสำหรับผู้ที่ถือพาสสปอร์ตไทย
**ยื่นวีซ่าเดี่ยวค่าบริการดังนี้ **
- ยื่นธรรมดา 4 วันทำการ 1,650 บาท
- ยื่นด่วน 2 วันทำการ 2,775 บาท
1. หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และมีสภาพสมบูรณ์ไม่ชำรุด
2. หนังสือเดินทางต้องมีหน้าว่าง สำหรับประทับตราวีซ่าและตราเข้า-ออก อย่างน้อย 2 หน้าเต็ม
รูปถ่ายหน้าตรง รูปสี 1.5 X 2 นิ้ว ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน 2 ใบ **พื้นหลังขาวเท่านั้น**
และต้องไม่ใช่สติ๊กเกอร์ หรือรูปพริ้นจากคอมพิวเตอร์
- ห้ามสวมเสื้อสีขาวเด็ดขาด เช่น เสื้อยืดสีขาว ชุดนักศึกษา หรือชุดข้าราชการ
- ต้องมีอายุของรูปถ่ายไม่เกิน 6 เดือน
- รูปต้องหน้าตรง ไม่ยิ้มเห็นฟัน มองเห็นทั้งใบหน้ารวมถึงใบหูทั้ง 2 ข้าง
- ไม่ส่วมเครื่องประดับ สร้อย ต่างหู เเว่นตาเเฟชั่น เเว่นสายตา
3. สำหรับผู้ที่ถือหนังสือเดินทางต่างด้าว จะต้องทำเรื่องแจ้ง เข้า-ออก หรือ Re-Entry ด้วยตนเองเท่านั้นก่อนการส่งเอกสารยื่นวีซ่า
4. สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชน ของผู้เดินทาง
5. เอกสารที่ให้กรอกท้ายโปรแกรมทัวร์ กรุณากรอกให้ครบเพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง
6. กรณีเด็ก, นักเรียน, นักศึกษา
- กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ต้องแนบสูติบัตรตัวจริง, สำเนาสูติบัตรและสูติบัตรของเด็กฉบับแปล(โดยสามารถดาวโหลดแบบฟอร์มได้ที่ http://www.consular.go.th/)
- กรณีที่เด็กไม่ได้เดินทางพร้อมกับบิดา มารดา ต้องแนบหนังสืออนุญาตให้เดินทาง
ข้อมูลจริงเกี่ยวกับสถานที่ศึกษา สถานที่ทำงาน ตำแหน่งงาน ที่อยู่ปัจจุบัน ที่อยู่ที่ทำงาน ญาติที่ติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิง หมายเลขโทรศัพท์บ้าน ที่ทำงาน และของญาติ โปรดรับทราบว่า หากสถานทูตตรวจสอบได้ว่าให้ข้อมูลเท็จ อาจมีการระงับการออกวีซ่า เล่มที่มีปัญหา (สถานทูตมีการโทรศัพท์สุ่มตรวจทุกวัน)
7. เอกสารทุกอย่างต้องจัดเตรียมพร้อมล่วงหน้าก่อนยื่นวีซ่า ดังนั้นกรุณาเตรียมเอกสารพร้อมส่งให้บริษัททัวร์ อย่างน้อย 5-7 วันทำการ (ก่อนออกเดินทาง)
8. โปรดทำความเข้าใจว่าสถานทูตจีนอยู่ในระหว่างจัดระเบียบการยื่นวีซ่าใหม่ การเรียกขอเอกสารเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนระเบียบการยื่นเอกสาร เป็นเอกสิทธิ์ของสถานทูต และบางครั้งบริษัททัวร์ไม่ทราบล่วงหน้า
ผู้ที่ประสงค์จะใช้หนังสือเดินทางราชการ หรือ ใช้บัตร APEC ในการเดินทางและยกเว้นการทำวีซ่าท่านจะต้องรับผิดชอบ
9. ในการอนุญาตให้เข้า-ออกเมืองด้วยตนเอง เนื่องจากบริษัททัวร์ฯ ไม่ทราบกฎกติกา การยกเว้นวีซ่าในรายละเอียด / ผู้ใช้บัตร APEC กรุณาดูแลบัตรของท่านเป็นอย่างดี หากท่านทำบัตรหายในระหว่างเดินทาง ท่านอาจต้องตกค้างอยู่ประเทศจีนอย่างน้อย 2 อาทิตย์
10. กรณีหนังสือเดินทางชาวต่างชาติ
- ทางบริษัทฯ สามารถขอวีซ่าให้ได้ เฉพาะชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย และมีใบอนุญาตการทำงานในประเทศไทยเท่านั้น
- หากไม่ได้ทำงานในประเทศไทย ผู้เดินทางต้องไปดำเนินการขอวีซ่าเข้าประเทศจีนด้วยตนเอง
- กรณีหนังสือเดินทางต่างด้าว(เล่มเหลือง) ผู้เดินทางต้องไปดำเนินการขอวีซ่าเข้าประเทศจีนด้วยตนเอง เนื่องจากผู้เดินทางจะต้องไปแสดงตนที่สถานทูตจีน
ค่าธรรมเนียมการยื่นวีซ่าหนังสือเดินทางคนต่างชาติในกรณีที่ทางบริษัทสามารถขอวีซ่าให้ได้
1. หนังสือเดินทางของคนอเมริกัน จ่ายเพิ่ม 5,210 บาท
2. หนังสือเดินทางของคนต่างชาติอื่นๆ จ่ายเพิ่ม 1,750 บาท
ยกเว้น แคนาดา บราซิล และอาร์เจนติน่า(กรุณาเชคราคาอีกครั้ง)
- เอกสารที่ต้องเตรียม
1.พาสปอร์ต ที่มีอายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ต้องมีหน้าว่าง สำหรับประทับตราวีซ่า และตราเข้า-ออกอย่างน้อย 2 หน้าเต็ม
2.รูปถ่ายสีขนาด 1.5 X 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ รูปใหม่ถ่ายมาไม่เกิน 6 เดือน [พื้นหลังขาวเท่านั้น]
และต้องไม่ใช่สติ๊กเกอร์ หรือรูปพริ้นจากคอมพิวเตอร์
- ห้ามสวมเสื้อสีขาวเด็ดขาด เช่น เสื้อยืดสีขาว ชุดนักศึกษา หรือชุดข้าราชการ
- ต้องมีอายุของรูปถ่ายไม่เกิน 6 เดือน
- รูปต้องหน้าตรง ไม่ยิ้มเห็นฟัน มองเห็นทั้งใบหน้ารวมถึงใบหูทั้ง 2ข้าง
- ไม่ส่วมเครื่องประดับ สร้อย ต่างหู เเว่นตาเเฟชั่น เเว่นสายตา
3. ใบอนุญาตการทำงาน
4. หนังสือว่าจ้างในการทำงาน
5. สมุดบัญชีธนาคารประเภทออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน
6. กรณีสมรสกับคนไทย ต้องแนบสำเนาทะเบียนสมรสและทะเบียนสมรสฉบับแปลรับรองตราประทับร้านที่แปล