สุดเพอร์เฟคกับสองประเทศ..สองอารยธรรม..บาหลี & บรูไน
พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมพื้นเมือง และธรรมชาติที่บริสุทธิ์ และอลังการ
พักดี 4 ดาว..ย่านใจกลางเมือง ทั้งบาหลี และ บรูไน
ถึง สนามบิน กูรารัย“NgurahRai International Airport” เมืองเดนพาซาร์ ซึ่งเป็นสนามบินที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงวีรบุรุษที่ต่อสู้กับชาวดัชต์เพื่ออิสระภาพของชาวบาหลีใน พ.ศ. 2492 ตั้งอยู่ห่างจากทางใต้ของเมืองเดนปาซาร์ไปประมาณ 13 กิโลเมตร (เวลาที่เกาะบาหลีเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) เมื่อผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรเรียบร้อยแล้ว
นำท่านชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของบาหลี ระบำบารองด๊านซ์ เป็นการแสดงร่ายรำระบำสิงโตเทพเจ้า ซึ่งแสดงให้เห็นการต่อสู้อันไม่มีที่สิ้นสุดระหว่าง “บารอง”สิงห์โตที่คอยช่วยเหลือมนุษย์โลก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความดีและ “รังดา” ตัวมารซึ่งมากด้วยเวทย์มนต์มหาศาล เป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้าย
จากนั้นนำท่านสู่ Batik Studio เพื่อช้อปปิ้งผ้าบาติก แบบต่างๆ ที่แปลกตา
จากนั้นนำท่านเดินทางขึ้นสู่ เทือกเขาคินตามณี Kintamani ที่งดงามราวสรวงสวรรค์ และอากาศเย็นตลอดทั้งปี
ชม วิวทิวทัศน์ของภูเขาไฟกุนุงบาตูร์ (GunungBatur) มีอายุกว่า 50,000 ปี เป็นภูเขาไฟที่ชาวบาหลีให้การสักการะบูชานับว่าเป็นภูเขาไฟที่มหัศจรรย์ของโลก มีความสูง 1,717 เมตรเคยปะทุพ่นลาวาและเถ้าภูเขาไฟมาแล้วหลายครั้ง บริเวณนี้จะมีอากาศเย็นตลอดทั้งปีใกล้กับภูเขาไฟ คือทะเลสาบกูนุงบาร์ตูร์ เป็นทะเลสาบซึ่งเกิดจากการยุบตัวของภูเขาไฟ
จากนั้นเดินทางสู่ ปุราเตียร์ตาอัมปึล (Pura Tirta Empul) หรือวัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์หรือวิหารศักดิ์สิทธิ์ทัมภัคสิริงค์ มีบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ใสสะอาดที่ผุดขึ้นจากใต้ดินเป็นที่เคารพสักการะของชาวบาหลี เชื่อว่าพระอินทร์เป็นผู้ดลบันดาลให้เกิดน้ำพุชาวบาหลีเชื่อว่าถ้าได้มาอาบน้ำ จะเป็นสิริมงคลและขับไล่สิ่งเลวร้ายทั้งยังรักษาโรคต่างๆทุกปีผู้คนนิยมเดินทางมาเพื่อชำระร่างกายให้บริสุทธิ์ก่อนการอาบน้ำ จะมีการทำพิธีบูชาเทพเจ้าแห่งน้ำพุที่แท่นบูชาจะมาอาบน้ำพุศักดิ์สิทธิ์กันที่ ที่อาบน้ำโบราณ สร้างมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 10
ให้เวลาท่านช้อปปิ้งกันสุดๆ ณ ตลาดปราบเซียน กับสินค้าราคาถูกอย่างเหลือเชื่อ ณ ร้านค้าบริเวณรอบๆ วัดทัมปัคสิริงค์
จากนั้นนำท่านชมสินค้าพื้นเมือง ที่ Ubud Village ซึ่งเป็นงานฝีมือที่ปราณีต และท่านสามารถเลือกซื้อเป็นของฝากได้
เดินทางสู่ ปุราทามันอายุน (Pura Taman Ayun) หรือ วัดเมงวี ซึ่งเป็นวัดที่เคยเป็นพระราชวังเก่าสร้างตอนศตวรรษที่ 17 เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมของกษัตริย์ราชวงศ์เม็งวี กำแพงประตูวัด ก่อด้วยหินสูง แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง หลังคาปูด้วยหญ้าสิ่งก่อสร้างด้านใน ตกแต่งลวดลายงดงามตามแบบบาหลี มีสระน้ำล้อมรอบ
จากนั้นนำท่านชมทุ่งข้าวขั้นบันไดที่ค่อย ๆ ลาดต่ำลงที่ เบดูกัลป์ (Bedugu)
นำท่านเดินทางสู่ ปุราอูลันดานูบราตัน (Pura Ulun Danu Bratan)
ชม วิวทิวทัศน์ของทะเลสาบบราตัน (Lake Bratan) เป็นทะเลสาบที่มีมนต์ขลัง
ชมความสวยงามของ ปุราอูลันดานูบราตัน (PuraUlun Danu Bratan) หรือวัดอูลันดานู วัดที่สำคัญและสวยงาม 1 ใน 5 ของเกาะบาหลีตั้งอยู่บริเวณกลางน้ำริมทะเลสาบบราตัน มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟสูงทะมึน วัดนี้สร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 เพื่อใช้ทำพิธีทางศาสนาพุทธและฮินดูรวมทั้งอุทิศแด่เทวีดานู เทพแห่งสายน้ำ มีความสวยงามเป็นอันสองของเกาะบาหลี มักปรากฏอยู่ในภาพถ่ายโมษณาการท่องเที่ยวของบาหลีเสมอ และสัมผัสกับอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่จุดชมวิวที่งดงามที่สุดของเกาะบาหลี ที่ ปุราทานาห์ลอต (Pura Tanah Lot) หรือ วิหารทานาห์ลอต ชม วัดบนโขดหิน ริมมหาสมุทรอินเดีย และหน้าผามหัศจรรย์จุดชมวิวที่งดงามเป็นวิหารที่สร้างในศตวรรษที่ 16 โดยนักบุญนิธาราที่บำเพ็ญศีลภาวนาและศักดิ์สิทธิ์มากเป็นที่นับถือของชาวบาหลี และเชื่อกันว่ามีงูเทพเจ้าคอยปกปักรักษาอยู่ภายใต้วิหารแห่งนี้ ลักษณะการสร้างวัดอยู่บนโขดหินคล้ายเกาะเล็กๆเวลาน้ำขึ้นจะดูเหมือนอยู่กลางทะเล เป็นวัดริมทะเล 1 ใน 5 แห่งของเกาะบาหลีที่มีภูมิทัศน์สวยงามกว่าแห่งอื่นๆเป็นสถานที่ถ่ายทำละครดัง เช่น ดอกแก้วการะบุหนิงและภาพยนตร์เรื่องต่างๆ
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางชม มัสยิดทองคำ Jame Ar’Hassanil Bolkiah Mosque ที่อยู่ในเมืองหลวงกรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน
มัสยิดทองคำ มัสยิดแห่งนี้ถือว่าเป็นมัสยิดที่สวยสุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สถาปัตยกรรมที่ใช้ ได้ระบุว่าเป็นแบบอิสลามมิกซ์อาร์ต สไตล์อิตาลี โดยสถาปนิกชาวอิตาลี วัสดุทุกชิ้นเป็นวัสดุที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นหินอ่อนสีขาวพราวกระจ่างจากอิตาลี หินแกรนิตเนื้อแข็งชั้นเยี่ยมจากเซี่ยงไฮ้ โคมระย้าคริสตัลจากอังกฤษ พรมเส้นใยพิเศษจากซาอุดิอารเบีย และที่สำคัญยอดโดมใช้แผ่นทองคำแท้ถึง 3.3 ล้านแผ่น ความสูงของมัสยิด 52 เมตร เรียกว่าสูงพอที่จะให้คนในเมืองเห็นโดมทองคำนี้อย่างทั่วถึงไม่ว่าคุณจะอยู่แห่งหนไหนในเมืองก็ตาม การตกแต่งรอบมัสยิดก็เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ไม้ดอกนานาพรรณ รวมถึงทะเลสาบขนาดย่อมๆ และในทะเลสาบก็มีเรือหลวง Mahligai ลอยลำอยู่ด้านหน้า ว่ากันว่าเรือลำนี้ยังใช้เป็นเวทีประกวดการอ่านคัมภีร์อัลกุรอ่าน อีกด้วย มัสยิดนี้เป็นที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า "มัสยิดทองคำ" เนื่องจากจุดเด่นบนโดมที่ใช้ทองคำถึง 3 ล้าน 3 แสนแผ่นนั่นเอง
แวะถ่ายรูป พระราชวัง Istana NurulIman หรือ พระราชวังหลังคาทองคำ พระราชวังที่ประทับขององค์สุลต่านประมุขของประเทศบรูไน รวมทั้งเป็นสถานที่ทำเนียบรัฐบาลอีกด้วย พระราชวัง Istana ออกแบบโดยผสมผสานศิลปะแบบมาเลย์และบรูไนเข้าด้วยกัน มีโดมทองคำสูงโปร่งเป็นลักษณะเด่น ประกอบด้วยห้องหับต่างๆถึง 1,788 ห้อง มีโรงรถขนาดใหญ่มีช่องจอดรถกว่า 350 คัน
จากนั้นนำทุกท่านชม บรูไนมิวเซียม ภายในจัดแสดงไว้หลายส่วน โดยส่วนที่สำคัญที่สุดคือ Islamic Art Gallery Royal Regalla ที่รวบรวมของสะสมโบราณล้ำค่าขององค์สุลต่านจากประเทศมุสลิมทั่วโลกมาแสดงไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นจานเซรามิคจากอิหร่านและเอเชียกลาง ศิลปะแก้วเป่าจากอียิปต์ รวมไปถึงคัมภีร์อัลกุรอ่านที่เล็กที่สุดขนาดเท่ากล่องไม้ขีดไฟ นอกจากนี้ยังจัดแสดงประวัติการค้นพบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวนมากมายมหาศาลที่พลิกโฉมประเทศบูรไนให้เป็นประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก
นำทุกท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยี เพื่อเข้าชมชีวิตความเป็นอยู่ของชนชาวพื้นเมืองเดิมตั้งแต่สมัยโบราณ ทุกท่านจะได้ชมทั้งการต่อเรือ การตกปลาหาเลี้ยงชีพ การทำเหมืองแร่ ภายในจะแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ห้องที่ 1 ห้องหมู่บ้านน้ำ Water Village + Gallery จัดแสดงถึงวิถีชีวิตและการสร้างชุมชนบ้านเรือนที่หมู่บ้านกลางน้ำตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19 จนถึงปัจจุบัน ห้องที่ 2 จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือนและหัตถกรรมต่างๆ เช่น การทำเครื่องเงิน เครื่องทอง การจักสาน และการทอผ้า เป็นต้น และ ห้องที่ 3 จัดแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านบนบก ที่แสดงถึงความแตกต่างตั้งแต่การสร้างบ้านเรือนและการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ รวมไปถึงจัดแสดงกรรมวิธีผลิตน้ำตาลทรายแดงอาชีพประจำของท้องถิ่นอีกด้วย
หลังจากนั้นนำทุกท่านแวะชม ศูนย์ศิลปะหัตถกรรม เลือกชมช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง
จากนั้นนำทุกท่าน ล่องเรือชมหมู่บ้านลอยน้ำ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือ กัมปงไอเยอร์ ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำบรูไน ว่ากันว่ามีคนอาศัยอยู่กันมาอย่างยาวนานกว่า 1,300 ปี เสน่ห์ของกัมปงไอเยอร์คือ ศิลปะการสร้างบ้านเรืองแบบพื้นนับพันหลัง ปลูกสร้างอยู่บนเสาค้ำยันและเชื่อมต่อกันด้วยสะพาน หมู่บ้านกลางน้ำนี้มีทั้งบ้านพักอาศัย มัสยิด โรงเรียน สถานีอนามัย สถานีตำรวจ ร้านค้า ร้านอาหาร ฯลฯ ครบครัน ในช่วงปี ค.ศ. 1482 ถึง ค.ศ. 1524 กัมปงไอเยอร์ เป็นศูนย์ราชการ เป็นนครหลวงของจักรวรรดิ์บรูไน เป็นท่าเรือที่สำคัญของภูมิภาค เป็นศูนย์กลางการพบปะของพ้อค้าจากตะวันตก จีน กัมพูชาและประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ กัมปงไอเยอร์นับเป็นสถานที่ที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมริมน้ำของประเทศนี้อย่างชัดเจนที่สุด
พิเศษ!! นำทุกท่านล่องเรือ River Safari ชมบ้านเรือนสองฝั่งแม่น้ำ เรื่อยยาวไปจนถึงป่าชายเลนบริเวณปากแม่น้ำ เพื่อชมความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนซึ่งเป็นที่อาศัยของลิงจมูกยาว สัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธ์
แวะถ่ายรูป มัสยิด โอมาร์ อาลี ไซฟัดดิน Sultan Omar Ali Saifuddien Mosque สุเหร่าที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดและใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออก ได้ชื่อตามพระนามของสุลต่านแห่งบรูไนองค์ที่ 28 สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1958 ตั้งอยู่ใจกลางกรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน ริมแม่น้ำเคดายัน เป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของชาวมุสลิมในบรูไน รอบๆ สุเหร่าเป็นสระขุดกว้างใหญ่ มีภาพของสุเหร่าสะท้อนบนพื้นน้ำสวยงามจับตาอย่างยิ่ง (สุเหร่าไม่อนุญาตให้คนที่ไม่ได้เป็นมุสลิมเข้า) ความงามของมัสยิดนี้ได้รับการเปรียบเปรยว่าเป็น มินิทัชมาฮาล
เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจมิรู้ลืมเลือน