พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 2 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทยสไมล์ เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก (แนะนำให้โหลดของที่ไม่จำเป็นลงใต้ท้องเครื่องนะครับ เพราะเจ้าหน้าที่อินเดียตรวจค่อนข้างละเอียดและเพื่อเป็นการไม่เสียเวลาในการต่อเครื่อง แนะนำให้ถือเฉพาะกระเป๋าถือและของมีค่าขึ้นเครื่องเท่านั้น ถือได้คนละ 1 ใบ บนเครื่องมีบริการอาหารครับ)
หมายเหตุ : สำหรับปีใหม่ (28 ธ.ค.) ไฟลท์ขาไปเวลา 09.55 น. (นัดสนามบินเวลา 07.30 น.)
ถึง สนามบินเมืองคยา ประเทศอินเดีย ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง นำท่านเดินทางสู่ พุทธคยา พุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญที่สุดใน 1 ใน 4 สังเวชนียสถานและถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวพุทธทั่วโลก นำท่านเที่ยวชม พระมหาเจดีย์พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าและนำท่านนมัสการ พระศรีมหาโพธิ์ และ พระพุทธเมตตา ซึ่งเป็นพระพุทธปางมารวิชัย ที่สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำ อายุกว่า 1,400 ปี
บริการอาหารค่ำที่โรงแรม
หลังอาหารนำท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิ ที่ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่ พระมหาเจดีย์พุทธคยา
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองราชคฤห์ นครหลวงแห่งแคว้นมคธ
นำท่านเดินขึ้น เขาคิชฌกูฎ หนึ่งในเบญจคีรี ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม นมัสการ ถ้ำพระโมคคัลลา ชม ถ้ำพระสารีบุตร สถานที่ที่พระสารีบุตรสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ชม กุฏีของพระอานนท์ นมัสการ มูลคันธกุฏี สถานที่ประทับของพระพุทธเจ้า ไหว้พระสวดมนต์ที่ยอดเขาคิชกูฎ
จากนั้นนำท่านชม วัดชีวกัมพวัน โรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกของโลก
นำท่านเดินทางสู่ วัดเวฬุวนารามมหาสังฆยิกาวาส (วัดเวฬุวัน) วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา และเป็นสถานที่แสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระอริยสงฆ์ 1250 องค์ มีสถูปที่บรรจุพระอัฐิธาตุของพระโมคคัลลานะและพระอัญญาโกญฑัญญะ
นำท่านชม มหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นศูนย์การศึกษาในสมัยพุทธกาล ต่อมาในปีพ.ศ. 1742 กองทัพมุสลิมเติรกส์ได้ยกทัพมารุกรานรบชนะกษัตริย์แห่งชมพูทวีปฝ่ายเหนือ กองทัพมุสลิมเติรกส์ได้เผาผลาญทำลายวัดและปูชนียสถานในพุทธศาสนาลงแทบทั้งหมด และสังหารผู้ที่ไม่ยอมเปลี่ยนศาสนา นาลันทามหาวิหารก็ถูกเผาผลาญทำลายลงในช่วงระยะเวลานั้น ว่ากันว่าไฟที่ลุกโชนเผานาลันทานานถึง 3 เดือนกว่าจะเผานาลันทาได้หมด
จากนั้นนำท่านเดินทางไปนมัสการ หลวงพ่อดำ ซึ่งเป็นพระพระพุทธรูปที่สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำซึ่งสร้างรุ่นราวคราวเดียวกับพระพุทธเมตตา
บริการอาหารค่ำที่โรงแรม
หลังอาหารนำท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิ ที่ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่ พระมหาเจดีย์พุทธคยา สมควรแก่เวลาพักผ่อนกันตามอัธยาศัย
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
หลังอาหารนำท่านชม วัดทิเบต วัดญี่ปุ่น วัดภูฎาน และ วัดไทย ซึ่งแต่ละวัดมีความงดงามที่แตกต่างกัน
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองปัตนะ (Patna) ในอดีตมีชื่อเรียก เช่น ปัตนะ ปาฏลีบุตร มคธ ปัจจุบันเป็นเมืองหลวงของแคว้นพิหาร ในอดีตเมืองนี้เคยเป็นสถานที่ทำสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่สาม ณ อโศการาม และที่นี้ยังเป็นสถานที่ที่เผยแพร่พระพุทธศาสนาไปทั่วอินเดียในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
หลังอาหารนำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองเวสาลี เมืองหลวงของอาณาจักรวัชชี หนึ่งใน 16 แค้วนของชมพูทวีปในสมัยโบราณ เมืองนี้มีชื่อหลายชื่อคือ ไพสาลี, ไวสาลี และเมืองนี้เป็นศูนย์กลางการเผยแพร่พุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่ง รวมทั้งเป็นที่กำเนิดของพระมหาวีระศาสดาของศาสนาเชนและที่เป็นต้นกำเนิดของการทำน้ำมนต์ในพุทธศาสนา เนื่องจากได้เกิดทุพิกขภัยร้ายแรงทั่วเมืองเวสาลีมีคนตายมากมาย กษัตริย์ลิจฉวีจึงได้นิมนต์ให้พระพุทธเจ้าได้มาโปรดชาวเมือง พระพุทธเจ้าจึงนำเหล่าภิกษุ 500 รูป เดินทางไปโปรดที่เมืองเวสาลีพร้อมทั้งได้มีการประพรมน้ำมนต์ทั่วทั้งเมือง
นำท่านเที่ยวชม วัดป่ามหาวัน ชม เสาอโศก ที่สมบูรณ์ที่สุดและงดงามที่สุดของอินเดียและนมัสการ ปาวาลเจดีย์ วัดป่ามหาวัน
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองกุสินารา เป็นที่ตั้งของสังเวชนียสถานแห่งที่ 4 ดินแดนแห่งพุทธปรินิพพาน มหานครแห่งแคว้นมัลละ นำท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิ ที่ มหาปรินิพพานสถูป กุสินารา สถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานภายใต้ต้นสาละคู่ เป็นพุทธสถานที่พระพุทธเจ้าประทานการบวชให้สาวกองค์สุดท้าย เป็นที่ตรัสเทศนาปัจฉิมโอวาทสุดยอดแห่งพระธรรมคำสอนคือความไม่ประมาท
นำท่านนมัสการ พุทธวิหารปรินิพพาน ซึ่งภายในพระวิหารเป็นปฏิมากรรมพระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพาน เหมือนกับได้กราบนมัสการพระบรมศพของพระพุทธเจ้าจริงๆ
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
หลังอาหารนำท่านชม พรามณ์เจดีย์ ซึ่งเป็นสถานที่แจกพระบรมสารีริกธาตุ และนมัสการ มกุฎพันธเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ
จากนั้นออกเดินทางสู่ เมืองลุมพินี ในเขตประเทศเนปาล ผ่าน เมืองโครักข์ปูร์ เมืองพรมแดนของอินเดียเข้าสู่ เมืองสิทธารัตถะ ของเนปาล สถานที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ
ถึง พรมแดนอินเดีย-เนปาล
ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเดินทางเข้าสู่ เมืองสิทธารัตถะ
จากนั้นนำท่านชม มหาสังฆารามอนุสรณ์ ลุมพินี พุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญ 1 ใน 4 สังเวชนียสถาน เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาตรัสรู้เป็นพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
นำท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิ ที่ มหาสังฆารามอนุสรณ์ลุมพินี ชม มายาเทวีวิหาร ลุมพินี ภายในมีรูปพระนางสิริมหามายาเทวี แกะสลักด้วยหินเป็นรูปพระพุทธมารดายืนประทับเหนี่ยวกิ่งสาละอยู่พร้อมกับพระสนม และข้างหน้าเป็นรูปเจ้าฟ้าชายสิทธัตถะกุมารกำลังก้าวพระบาทไปบนดอกบัว
ชม สระสรงสนานธารโบกขรณี
ชม วัตถุสถานเสนาสนะสงฆ์และเจดีย์ สถานที่ผู้เลื่อมใสศรัทธาได้สร้างไว้เป็นพุทธบูชาตลอดมาไม่ขาดสายตั้งแต่โบราณ ชม เสาอโศก ที่จารึกอักษรพรามณ์โบราณไว้ และนำท่านชม วัดไทยลุมพินี ซึ่งมีพระไทยจำพรรษาอยู่
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองสาวัตถี ในสมัยพุทธกาล เป็นเมืองหลวงของแคว้นโกศล 1 ใน 16 แคว้น เป็นเมืองที่ใหญ่พอกับเมืองราชคฤห์และพาราณสี เป็นเมืองศูนย์กลางการค้าขายและเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าประทับนานที่สุดถึง 25 พรรษา รวมทั้งเป็นเมืองที่พระพุทธศาสนามั่นคงที่สุด ปัจจุบันเมืองนี้เหลือเพียงซากโบราณสถาน ชมวิถีชีวิตชนบทของประเทศอินเดียระหว่างเดินทาง
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
หลังอาหารนำท่านกราบนมัสการพระพุทธเจ้าที่ วัดเชตวัน เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดและเป็นวัดที่พระพุทธเจ้ารวมทั้งพระอรหันต์ได้จำพรรษาอยู่นานที่สุดถึง 19 พรรษา สร้างโดยอนาถบิณฑิกมหาเศรษฐี กล่าวกันว่าต้องขนเงินมาปูพื้นที่ให้เต็มสวนจึงจะซื้อที่ดินมาสร้างวัดถวายแด่พระพุทธเจ้าได้ เพราะในสมัยนั้นดินแดนทุกแห่งเป็นของผู้ที่นับถือศาสนาพราหมณ์
นำท่านนมัสการ กุฎิพระพุทธเจ้า กุฎิพระโมคคัลลา กุฎิพระสารีบุตร กุฎิพระสิวลี กุฎิพระอานนท์ และสถูปที่บรรจุสารีริกธาตุของพระอรหันต์ ชมบ่อน้ำที่พระพุทธเจ้าใช้เป็นที่สรงน้ำตลอดระยะเวลาที่จำพรรษาอยู่
หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองพาราณสี หรือ วาราณสี (Varanasi) ดินแดนแห่งการแสวงบุญชำระบาป มรดกโลกที่มีชีวิตสี่พันปีของอินเดียและเป็นเมืองหลวงแคว้นกาสี มีแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ไหลผ่าน มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 4,000 ปี จัดเป็นเมืองสุทธาวาสที่สถิตแห่งศิวเทพและถือว่าเป็นเมืองอมตะของอินเดีย เป็นที่แสวงบุญทั้งของชาวฮินดูและชาวพุทธทั่วโลก
เดินทางถึง เมืองพาราณสี นำท่านเดินทางเข้าที่พัก
บริการอาหารค่ำที่โรงแรม
นำท่าน ล่องเรือแม่น้ำคงคา ซึ่งชาวฮินดูเชื่อถือว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลมาจากมวยผมขององค์พระศิวะ (แม่น้ำนี้ไหลมาจากที่ราบสูงทิเบตเทือกเขาหิมาลัย ประเทศจีนและเนปาล) ให้ทุกท่านได้ ลอยกระทงแม่น้ำคงคา ชม พิธีบูชาไฟ มหาศิวะราตรี และ การเผาศพ ของชาวฮินดูที่สืบทอดกันมาอย่างช้านาน รวมทั้งเป็นสถานที่คนนับล้านมุ่งหน้ามาเพื่อชมพิธีกรรมริมฝั่งแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ (พิธีเผาศพริมแม่น้ำคงคาของศาสนาฮินดู)
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองสารนาถ
นำท่านสวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิ ที่ ธัมเมกขสถูป ป่าอิสิปตนมฤคทาวัน เป็นพุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ 3 สถานที่แสดงปฐมเทศนาธรรมจักกัปปวัตนสูตร โปรดเบญจวัคคีย์ทั้งห้า ในสมัยพุทธกาลเป็นสถานที่สงบและเป็นที่ชุมนุมของเหล่าฤษี นักบวชและนักพรตต่าง ๆ ที่มาบำเพ็ญตบะและโยคะเพื่อเข้าถึงพรหมัน (ตามความเชื่อของพรามหณ์) ทำให้ปัจจวัคคีย์ที่ปลีกตัวมาจากเจ้าชายสิทธัตถะมาบำเพ็ญตบะที่นี่ นำท่านชม มูลคันธกุฏี สถานที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษาแรกและพรรษาที่ 12 ชม สถูปเจาคันธี ซึ่งสร้างเป็นอนุสรณ์ที่ปัญจวัคคีย์ได้พบกับพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก ชม ยสเจดีย์ สถานที่ซึ่งพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมให้กับยสกุลบุตร ชม ธรรมราชิกสถูป เป็นสถูปที่เคยเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุมาก่อน