เยี่ยมชมกรุงแมดริด ประเทศสเปน เมืองแห่งตำนาน มนต์เสน่ห์แห่งสถานที่โบราณ
ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 600 เมตร หรือประมาณ 2,000 ฟุต
ตั้งอยู่สูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับเมืองหลวงอื่นๆ ในย่านยุโรปด้วยกัน สเปน
(ESPANA) เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และเคยได้ชื่อว่าเป็น “ดินแดนที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน”
ชมสนามซานติอาโก้ เบอร์นาบิว ของสโมสรฟุตบอลชื่อดัง “เรอัล มาดริด”
ชมเมืองบาร์เซโลน่า ชมสนามคัมป์นูของสโมสรฟุตบอลชื่อดัง “บาร์เซโลน่า”
พร้อมชมฟุตบอล ลาลีกาสเปน คู่ซุปเปอร์บิ๊กแมทซ์ “เอล คลาซิโก้”
ระหว่าง
เจ้าบุญทุ่ม - บาร์เซโลน่า VS ราชันชุดขาว - เรอัล มาดริด
คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 8 แถว Q เคาท์เตอร์สายการบิน Qatar Airways พบเจ้าหน้าที่ที่ให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกก่อนขึ้นเครื่อง
เดินทางถึง ท่าอากาศยานบาร์เซโลนา-เอล แปรต กรุงบาเซลโลน่า (เวลาท้องถิ่นช้ากว่ประเทศไทย 6 ชั่วโมง) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
นำท่านเดินทางสู่ เมืองบาร์เซโลน่า (Barcelona) นครใหญ่แห่งคาตาลันยา และเมืองสำคัญอันดับ 2 ของสเปน
จากนั้นนำท่านมุ่งหน้าสู่ย่านตัวเมือง นำท่านเข้าชม สนามคัมป์นู (CAMP NOU) ของ สโมสรบาร์เซโลน่า สำหรับ “คัมป์นู” หรือจะเรียกว่า “นู คัมป์” เป็นภาษาคาตาลัน แปลว่า “สนามแห่งใหม่” โดยมีชื่อสนามเต็มๆว่า เลสตาดิ คัมป์ นู (L’Estadi Camp Nou) ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 1954 และแล้วเสร็จในปี 1957 ในสนามมีความจุมากมายมหาศาลถึง 98,787 คน (ถ้าเป็นในเกมส์แชมเปี้ยนลีกจะลดลงเ หลือ 96,636 ตามมาตรการรักษาความปลอดภัย) สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาเป็นผู้ชนะเลิศในถ้วยยุโรปและสเปน ปัจจุบันเป็นสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศสเปน ในแง่ของจำนวนถ้วยรางวัลภายในประเทศและทุกถ้วย นอกจากนี้ยังเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากในยุโรป จากนั้นอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อของที่ระลึกของสโมสร
นำท่านชม โบสถ์ซากราดา ฟามีเลีย (La Sagrada Familia) หรือ มหาวิหารซากราด้า ฟามิเลีย สัญลักษณ์แห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเมืองบาร์เซโลน่า ซึ่งมีความสูงถึง 170 เมตร ออกแบบก่อสร้างอย่างสวยงามแปลกตา สร้างตั้งแต่ปี คศ.1882 โดย สถาปนิก “อันโตนิโอ เกาดี้” ใช้เวลาทำงานอยู่นานถึง 43 ปี ก่อนที่จะเสียชีวิตในปี1926 ปัจจุบันยังคงดำเนินการก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2026 วิหารนี้มีความพิเศษ คือการรวบรวมรูปทรงและพื้นผิวต่างๆในธรรมชาติมาใช้ และสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของยอดเขาและความสูงของ มองต์เซร์ราตที่สวยงามแปลกตา
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ถนน La Ramblas อันเป็นที่ตั้งของตลาด Mercat de la Boqueria แห่งนี้ถือเป็นถนนคนเดินที่มีชื่อเสียงที่สุดในบาร์เซโลน่าเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ La Ramblas เป็นถนนที่ทอดยาวมาจากจัตุรัส Plaza Catalunya ไปจนสุดท่าเรือ Port Vell โดยในระยะทาง 1.2 กิโลเมตร ล้วนเต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ทั้งแผงร้านค้าที่ขายกันตั้งแต่ของเก่า ดอกไม้ ภาพเขียน ไปจนถึงสัตว์เลี้ยง แถมยังมีศิลปินพเนจรแขนงต่างๆ จากทั่วทุกสา รทิศมาให้เราได้เพลิดเพลินตลอดการเดินถนนอีกด้วย นอกจากนั้นถนนเส้นนี้ยังมีตึกเก่าในสถาปัตยกรรมแบบแปลกๆ ให้เราได้ตื่นตาตื่นใจ แถมยังเป็นที่ตั้งสถานที่สำคัญจำพวกพิพิธภัณฑ์ พระราชวัง และโรงละครอีกด้วย
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พิเศษ!! นำท่านชมโชว์ ระบำฟลามิงโก ศิลปะระบำสเปน หนึ่งในการแสดงที่ขึ้นชื่อลือชาไปทั่วโลก ทั้งท่วงท่าการร่ายรำประกอบเสียงดนตรีที่เร้าใจสนุกสนาน
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านชม City of Gaudi ผลงานของเกาดี้ ที่ชาวบาร์เซโลน่าภาคภูมิใจ ตั้งอยู่บนถนนกราเซีย ท่านจะ ได้พบกับงานสถาปัตยกรรมอันล้ำค่า กาซ่า บัตโย ที่เกาดี้ออกแบบให้กับเศรษฐีสิ่งทอในบาร์เซโลน่า โดยออกแบบใหม่ทั้งหมดเพิ่มไป 1 ชั้น แล้วทำหลังคาให้สวยงามสะดุดตา ระเบียงของเกาดี้เป็น รูปกะโหลกที่สวยงามไร้ที่ติ อีกหนึ่งแห่งที่น่าชมคือ กาซา มิลา เกาดี้ออกแบบให้กับนักธุรกิจผู้มั่งคั่งในปี 1906 แสดงถึงฐานะความมั่งคั่งความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งถือเป็นแฟชั่นในยุคนั้น
จากนั้นนำท่านชม สวนสาธารณะเกล (Park Guell) เป็นหนึ่งในงานสุดรักสุดหวงที่เกาดี้อุทิศให้กับชาวเมือง ออกแบบตั้งแต่ปี 1900–1914 มีตลาดในร่ม จัตุรัสกลางมีทางเดินข้ามหุบเขา บ้านที่สร้างเสร็จเพียงสองหลัง และกำแพงรอบอุทยานเป็นกระเบื้องหลากสี ล้วนตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสกทั้งสิ้น สถานที่สุดท้ายของเกาดี้ คือ โบสถ์ซากราด้า แฟมิเลีย ที่ยังคงสร้างไม่เสร็จจนถึงปัจจุบัน
ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ กรุงมาดริดโดย รถไฟด่วน AVE (ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง)
*** กรุณาดูแลสัมภาระของท่าน เนื่องจากต้องนำสัมภาระขึ้นรถไฟ
เดินทางถึง กรุงมาดริด (Madrid) เมืองหลวงของประเทศสเปน ตั้งอยู่ใจกลางแหลมไอบีเรียน ในระดับความสูง 650 เมตร เป็นมหานครอันทันสมัยล้ำยุค ที่ซึ่งกษัตริย์ฟิลลิปที่ 2 ได้ทรงย้ายที่ประทับจากเมืองโทเลโดมาที่นี่ และประกาศให้มาดริดเป็นเมืองหลวงใหม่ ยกเว้นในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1601-1607 เมืองมาดริดได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และสูงสุดแห่งหนึ่งในยุโรป
จากนั้นนำท่านสู่ พลาซ่า มายอร์ (Plaza Mayor of Madrid) ใกล้เขตปูเอต้าเดลซอล หรือประตูพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นจตุรัสใจกลางเมือง นับเป็นจุดนับกิโลเมตรแรกของสเปน (กิโลเมตรที่ศูนย์) และยังเป็นศูนย์กลางรถไฟใต้ดินและรถเมล์ทุกสาย นอกจากนี้ยังเป็นจุดตัดของถนนสายสำคัญของเมืองที่หนาแน่นด้วยร้านค้าและห้างสรรพสินค้าใหญ่มากมาย
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเข้าชม พระราชวังหลวง (Palacio Real) ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำแมนซานาเรส สวยงามโอ่อ่าอลังการไม่แพ้พระราชวังใดในทวีปยุโรป พระราชวังหลวงแห่งนี้ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1738 ด้วยหินทั้งหลังในสไตล์บาโรค โดยการผสมผสานระหว่างศิลปะแ บบฝรั่งเศสและอิตาเลียน ประกอบด้วยห้องต่างๆกว่า 2,830 ห้อง ซึ่งนอกจากจะมีการตกแต่งอย่างงดงามแล้ว ยังเป็นคลังเก็บภาพเขียนชิ้นสำคัญที่วาดโดยศิลปินในยุคนั้น รวมทั้งสิ่งของมีค่าต่างๆอาทิ พัดโบราณ, นาฬิกา, หนังสือ, เครื่องใช้, อาวุธ
นำท่านเดินทางสู่ สนามซานติอาโก้ เบอนาบิว เพื่อพาท่าน ชม ฟุตบอลลาลีกาสเปน 2018/2019 คู่ซุปเปอร์บิ๊กแมทซ์
ระหว่าง ราชันชุดขาว รีลแมดริด ปะทะ เจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า
*** CAT 1 SEAT การันตี 2 ที่นั่งติดกัน บริเวณบล็อคสีเขียว**
** อิสระอาหารค่ำบริเวณสนามฟุตบอล ** (Cash back 20 Euro)
ได้เวลาอันสมควร พร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย นำท่านเดินทางสู่ที่พัก
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเซอโกเบีย (Segovia) เมืองท่องเที่ยวอีกเมืองหนึ่งของสเปน (ใช้เวลาเดินทางจากกรุงมาดริด ระยะทาง 97 กม. ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม.) เซอโกเบียเป็นเมืองที่ องค์การ UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 1985
นำท่านชม รางส่งน้ำโรมัน (Acueducto de Segovia) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 โดยไม่มีการใช้กาวหรือวัสดุเชื่อมหินแต่ละก้อนแต่อย่างใด จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมโดยชาวโรมันที่สำคัญที่สุดของสเปน และยังมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย รางส่งน้ำประกอบขึ้นจากหินแกรนิตกว่า 25,000 ก้อน มีความยาว 818 เมตร มีโค้ง 170 โค้ง จุดที่สูงที่สุดสูงถึง 29 เมตร จุดเริ่มต้นของรางส่งน้ำนี้ เริ่มตั้งแต่นอกเมือง แล้วลำเลียงส่งน้ำเข้ามาในเมือง รางส่งน้ำแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซอโกเบีย และเป็นไฮไลท์หลักของเมือง
นำท่านเดินเล่นในเขตเมืองเก่า ซึ่งเต็มไปด้วยสินค้านานาชนิ ดตลอดสองข้างทาง ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางกลับกรุงมาดริด ระหว่างทางแวะช๊อปปิ้ง Las Rozas Outlet Village เอาท์เลทขนาดใหญ่ใกล้กรุงมาดริด จุใจกับสินค้าแบรนด์เนมกว่าร้อยร้านค้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเข้าชม สนามซานติอาโก้ เบอนาบิว (Santiago Bernabeu) เป็นสนามฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในกรุงมาดริด มีความจุ 85,454 คน เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริดเริ่มเปิดใช้สนามเมื่อ วันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ. 1944 เดิมมีชื่อว่า เอสตาดีโอชามาร์ติน (Estadio Chamartín) ตามชื่อของสนามเดิมของสโมสร เปิดใช้สนามอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม 1947 อิสระท่านช้อปปิ้งของที่ระลึกของสโมสร
นำคณะเดินทางสู่ น้ำพุไซเบเลส (Cibeles fountain) อนุสาวรีย์น้ำพุไซเบเลส ตั้งอยู่ที่จัตุรัสรัสซิเบเลส ซึ่งจุดสวยที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงมาดริด มีอนุสาวรีย์น้ำพุไซเบเลส อยู่ตรงกลางจตุรัสซิเบเลส สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่เทพธิดาไซเบลีน ที่คอยปกป้องมวลมนุษย์ นกและสัตว์ต่างๆ ในทะเลไซบีเรีย อันมีประวัติยาวนาน ที่นี่ ใช้เป็นสถานที่เฉลิมฉลองในเทศกาลต่างๆของเมือง และรอบๆ บริเวณนี้ มีอาคารสวยงามที่สำคัญๆ ประจำอยู่ทั้ง 4 มุมได้แก่ ธนาคารแห่งชาติสเปน, กองบัญชาการทหารบก, ที่ทำการไปรษณีย์ ประตูชัยอาคาล่า และศูนย์วัฒนธรรมทวีปอเมริกา
จากนั้นนำท่านชม ประตูชัยอาคาล่า มาดริด (Splendid Puerta de Alcala) เป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญของประเทศสเปน สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3
นำท่านชม พลาซา เดอ เอส ปันญา (Plaza de Espanga) เขตปูเอต้าเดลซอล (ประตูพระอาทิตย์) เป็นจัตุรัสใจกลางเมือง เป็นจุดนับกิโลเมตรแรกของสเปน (กิโลเมตรที่ศูนย์) และเป็นศูนย์กลางรถไฟใต้ดินและรถเมล์ทุกสาย อีกทั้งยังเป็นจุดตัดของถนนสายสำคัญของเมือง ที่หนาแน่นด้วยร้านค้า ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ท่านจะได้ชมอนุสาวรีย์หมีกับต้นมาโดรนา สัญลักษณ์ของเมือง จุดนี้จะให้ท่านได้อิสระเดินเล่น และช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
นำท่านเดินทางต่อยัง ปัวร์ต้า เดล โซล ( Puerta de Sol ) ย่านธุรกิจใจกลางของเมือง จัดว่าเป็นจุดเริ่มต้นของถนนทุกสาย หรือหมายความว่ามี กม. 0 อยู่ตรงนี้ ซึ่งตั้งอยู่หน้าตึกที่ทำการไปรษณีย์ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน “El puerta del sol” อันเป็นที่เดียวกันกับย่านที่ขายสินค้ามากมายเป็นสถานที่ที่ไม่เคยหลับใหลมี ผู้คนมากมายที่วนเวียนเดินเล่นกันอยู่ที่นี่ สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นศู นย์กลางของการจัดงานสำคัญๆประจำปีต่างๆอย่างงาน คริสต์มาสและงานปีใหม่ ของชาวสเปนและชาวเมืองมาดริด