ถึง สนามบินกรุงซาเกรบ (Zagreb) ประเทศโครเอเชีย(Croatia) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั่วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562)
นําท่านออกเดินทางสู่ แคว้นอิสเตรีย (Istria) ชมเมืองโอพาเทีย (Opatija) เป็นเมืองท่องเที่ยวตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกริมทะเลอาเดรียติก มีบ้านพักตากอากาศสไตลืออสเตรียที่เรียงรายอยู่ตามชายฝั่ง นําท่านเที่ยวชมเมืองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมนต์เส่นห์ของบ้านพักริมชายฝั่ง แวะถ่ายรูปกับรูปปั้นหญิงสาวกับนกนางนวล (Maiden with the Seagull) เป็นรูปปั้นหญิงสาวที่งดงามที่มีนกนางนวลเกาะอยู่ที่มือ
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติพริตวิเซ่ (Plitvice National Park) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ อุทยานนี้มีพื้นที่ประมาณ 29,482 เฮคเตอร์ หรือประมาณ 295 ตารางกิโลเมตร โดย 223 ตารางกิโลเมตรเป็นพื้นที่ป่าและพื้นน้ำครอบคลุมประมาณ 2.17 ตารางกิโลเมตร มีทะเลสาบสีเธอร์คอยซ์ถึง 16 แห่งที่มีความงดงามแตกต่างกัน
นำท่านเข้าชมความงามของ อุทยาน Lower Lake โดยล่องเรือข้ามทะเลสาบ Jezero Kozjak
***ในกรณีที่ทะเลสาบเป็นน้ำแข็งจนไม่สามารถล่องเรือได้ ทางบริษัทคืนเงินท่านละ 5ยูโร***
ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานแห่งนี้ อีกทั้งยังเป็นทะเลสาบที่เชื่อมระหว่างอุทยานตอนล่างขึ้นสู่ทะเลสาบชั้นบนของอุทยาน เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันงดงามและความอลังการของ Lower Lake ที่ประกอบด้วยทะเลสาบ Milanovac, Gavanovac และ Kaluderovac เป็นต้น
นำท่านเดินชม ทะเลสาบต่างๆ ตามทางเดินสะพานไม้ที่เชื่อมแต่ละทะเลสาบเข้าด้วยกัน ชม Veliki Slip ชมน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานมีความสูงถึง 70 เมตร
นำท่านเดินทางสู่ เมืองซาดาร์ (Zadar) เมืองที่มีประวัติศาสตร์มากว่า 3,000 ปีมาแล้ว และเป็นเมืองท่าสำคัญซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรขนาดใหญ่ของทะเลเอเดรียติค ที่มีบทบาทมาตั้งแต่สมัยโรมันจนถึงปัจจุบัน
นำท่านถ่ายรูปกับ โบสถ์ สำคัญประจำเมืองโบสถ์อนาสตาเชีย (The Cathedral of St. Anastasia) เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 5-6 ในยุคโรมาเนสก์ เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นดัลมัลเชีย นำท่านชมบริเวณด้านนอกโบสถ์เซนต์ โดแนท ซึ่งเป็นโบสถ์สำคัญประจำเมืองอีกแห่งหนี่ง ชมโรมันฟอรัมหรือย่านชุมชนของโรมันเมื่อสองพันปีก่อนที่นักโบราณคดีได้ใช้ความอุตสาหะในการขุดค้นพบหลักฐานสำคัญต่างๆ ทั้งที่อยู่อาศัยชาวโรมัน
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองสปลิท (Split) เมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากซาเกรบ ซึ่งอยู่ในแคว้นดัลเมเชีย อันเป็นต้นกำเนิดของสุนัขพันธุ์ดัลมาเชี่ยนที่โด่งดัง เที่ยวชมเมืองสปริท ที่สร้างรายล้อมพระราชวังดิโอคลีเธี่ยน ประกอบด้วย ศาลาว่าการเมืองสไตล์เรอเนซองส์ สร้างในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 15 อาคารบ้านเรือนเก่าแก่ต่างๆ นำท่านชมย่าน People Square ศูนย์กลางทางธุรกิจและ การบริหาร
นำท่านชม พระราชวังดิโอคลีเธี่ยน (Diocletian Palace) องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1979 สร้างขึ้นจากพระประสงค์ของจักรพรรดิ์ดิโอคลีเธี่ยนแห่งโรมัน ซึ่งต้อง การสร้างพระราชวังสำหรับบั้นปลายชีวิตของพระองค์ หลังจากสละบัลลังก์ ภายในพระราชวังประกอบด้วยวิหารจูปิเตอร์ (Catacombes) สุสานใต้ดินที่มีชื่อเสียง และวิหารต่างๆ
นำท่านชม ห้องโถงกลาง ซึ่งมีทางเดินที่เชื่อมต่อสู่ห้องอื่นๆ ชมลาน Peristyle ซึ่งล้อมด้วยเสาหินแกรนิต 3 ด้าน และเชื่อมต่อด้วยโค้งเสาที่ตกแต่งด้วยช่อดอกไม้สลักอย่างวิจิตร สวยงามชมยอดระฆังแห่งวิหาร (The Cathedral Belfry) แท่นบูชาของเซนต์โดมินัส และเซนต์สตาดิอุส ซึ่งอยู่ภายในวิหาร
นำท่านเดินทางสู่ เมืองสตอน (Ston) เมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารทะเลรสเลิศ และมีฟาร์มเลี้ยงหอยนางรมที่มีชื่อเสียง โดยท่านจะได้ชิมหอยนางรมสดๆจากฟาร์มพร้อมจิบไวน์ชั้นดี ซึ่งเมืองสตอนเป็นเมืองที่เปรียบเสมือนตัวแทนของประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมยุคกลางคือกำแพงเมืองโบราณ ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อล้อมรอบเมือง โดยกำแพงโบราณแห่งนี้ใช้เวลาในการก่อสร้างกำแพงนี้ประมาณ 200 ปี มีความยาวมากกว่า 5.5 กิโลเมตร แม้ว่าในอดีตนั้นตัวกำแพงเคยถูกระเบิดในสงครามปี ค.ศ. 1991 และแผ่นดินไหวเมื่อปี ค.ศ. 1996 แต่ก็สามารถคงอยู่มาจนได้ถึงทุกวันนี้
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนั่งกระเช้า สู่ SRD HILL จุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองดูบรอฟนิค ท่านจะได้ถ่ายรูปเมืองเก่าดูบรอฟนิคจากมุมสูง ภูมิทัศน์ที่รายล้อมด้วยน้ำทะเลสีฟ้าใสดุจราวแสงสะท้อนของคริสตอลโอบล้อมเมืองเก่าไว้ ด้วยความสวยงามของบ้านเรือนสีขาว มุงด้วยหลังคาสีส้ม อันเป็นภาพที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองดูบรอฟนิคที่พลาดไม่ได้
จากนั้นพาท่านเดินชม เสน่ห์ของเขตเมืองเก่า (Old Town) ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1979 ชมทัศนียภาพของตัวเมืองเก่ามีป้อมปราการโบราณความยาว 190 เมตรล้อมรอบ ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่ความโด่งดังเทียบได้กับแกรนด์แคนย่อนหรือแกรนด์คาแนลแห่งเวนิส นำท่าน เดินลอดประตู Pile Gate ที่มีรูปปั้นของนักบุญ เซนต์เบลส นักบุญประจำเมือง เพื่อเข้าสู่ใจกลางเมืองเก่า
ชม น้ำพุ Onofrio ซึ่งเป็นตั้งเป็นเกียรติแก่ของสถาปนิกผู้สร้างน้ำพุแห่งนี้ ถ่ายรูปกับThe Cathedral Treasury หนึ่งในโบสถ์เก่าแก่ที่สะสมโบราณวัตถุของพ่อค้าวาณิชที่ได้ทำการค้าขายกับชาวเวนิชในอดีต
นำท่านถ่ายรูปกับ หอนาฬิกาโบราณ (Bell Tower Clock) จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับพระราชวังเรคเตอร์ (Rector's Palace) พระราชวังที่สร้างขึ้นโดยผสมผสานศิลปะทั้งแบบโกธิค, เรเนซองส์และบาโร๊ค
ได้เวลานำท่านแวะชมและถ่ายรูปกับ สปอนซา พาเลส (Sponza Palace) สร้างขึ้นโดยศิลปะแบบโกธิค เรเนซองส์ ในสมัยศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันได้ใช้เป็นที่จัดเก็บเอกสารและสำนักงานส่วนราชการ
นำท่านเดินผ่าน ถนนสตราดัน ถนนสายหลักยาวกว่า 398 เมตร ที่สองข้างทางรายล้อมไปด้วยอาคารสไตล์โรมัน โกธิค และร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านไอศครีม ร้านขายของที่ระลึกต่างๆ มากมาย
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโทรเกียร์ (Trogir) เมืองขนาดเล็กบนเกาะที่ตั้งอยู่ใกล้กับแผ่นดินใหญ่ เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยเมื่อ 380 ปีก่อนคริสตกาล บ้านเรือนได้รับอิทธิพลจากศิลปะสไตล์เรเนซองค์และบาโร๊ค ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เมืองโทรเกียร์เป็นมรดกโลกในปี 1997
นำท่านชม เขตเมืองเก่า สัมผัสอาคาร บ้านเรือน ที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมกรีกและโรมันโบราณ เช่น ประตูเมือง Kopnena Vrata ซึ่งได้บูรณะขึ้นใหม่ในสมัยศตวรรษที่ 16
นำท่าน ถ่ายรูปกับมหาวิหารเซนต์ลอเรนซ์ (St. Lawrence Cathedral) จุดเด่นของมหาวิหาร คือประตูทางเข้าที่แกะสลักเป็นเรื่องราวต่างๆ อย่างวิจิตรตระการตา
นำท่านเดินทางสู่ เมืองซิเบนิค (Sibenik) เมืองเก่ามรดกโลก ปากแม่น้ำทะเล เอเดรียติค
นำท่านชม จัตุรัสเมืองเก่าซีเบนิค จัตุรัสเมืองเก่าซีเบนิค ที่ล้อมรอบไปด้วยอาคารเก่าแก่ที่ถูกตัดแปลงเป็นร้านขายยา ร้านแว่นตา ร้านเสื้อผ้าบูติก และอีกมากมาย เมืองซีเบนิกแตกต่างจากเมืองริมฝั่งทะเลอะเดรียติกทั่วไปเพราะสร้างโดยชาวกรีก ก่อนที่โรมันจะเข้ามามีอิทธิพล ต่อมาภายหลังตกเป็นเมืองขึ้นของเวเนเชียน หรือเวนิซ ทุกวันนี้จึงยังเห็นสถาปัตยกรรมหลายแห่งทั่วเมืองจะกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายสไตล์เวเนเชียนอย่างชัดเจน ถ่ายรูปกับชมมหาวิหารเซนต์เจมส์หรือมหาวิหารเซนต์จาคอบ คืออีกหนึ่งมรดกโลกของประเทศโครเอเชีย ตั้งอยู่ที่เมืองซีเบนิคบนชายฝั่งดัลเมเชียน ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมการส่อสร้างในแบบผสมระหว่างศิลปะทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ดัลเมเชีย และทัสคานี เนื่องจากใช้สถาปนิกในการออกแบบถึง 3 คน และมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน โดยสร้างเสร็จในปี 1535 ด้วยโครงสร้างที่มาจากหินปูนสีขาวล้วนๆ ไม่มีวัสดุอื่นปลอมปน ภายในเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นนักบุญเจมส์หรือจาคอบตามภาษาโครแอต ซึ่งเป็น 1 ใน 12 สาวกของพระเยซู
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองซาเกรบ (Zagreb) เมืองหลวงของประเทศโครเอเชียดินแดนแห่งทะเล เอเดรียติค ซึ่งมีความเก่าแก่แฝงด้วยเสน่ห์และมนต์ขลัง ซาเกรบเป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมและเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 11 ปัจจุบันชาวโครเอเชีย มีวิถีชีวิตเยี่ยงชาวยุโรปที่เจริญโดยทั่วไป การคมนาคมภายในกรุงซาเกรบสะดวกสบาย นิยมใช้รถรางเป็นพาหนะทั่วทั้งเมือง
นำท่านเดินเที่ยวเมืองซาเกรบ ถ่ายรูปกับมหาวิหารเซนต์สตีเฟน (St. Stephen Cathedral) ซึ่งมียอดแหลมทรงกลวยคู่บนยอดวิหารตกแต่งอย่างงดงาม สามารถเห็นได้จากทุกมุมในซาเกรบ มหาวิหารนี้ก็ได้รับการบูรณะใหม่อีกหลายครั้ง จนกระทั่งรูปร่างมหาวิหารงดงามในรูปแบบ นิโอ-โกธิคดังปัจจุบัน ซึ่งได้รับอิทธิพลจากการบูรณะก่อสร้างในปี ค.ศ. 1880
จากนั้นนำชม ตลาดกลางเมือง (Dolac Market) ตลาดกลางแจ้งที่เก่าแก่ มีสีสันสดใส มีดอกไม้ประดับและผลไม้ราคาถูกวางขายมากมาย
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านสู่ เขต Upper Town แวะถ่ายรูปกับ วิหารเซนต์มาร์ก (St. Marks Church) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่าซาเกรบ สร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 13 หลังคามุงด้วยกระเบื้องสีต่างๆ ซึ่งเป็นรูปตราสัญลักษณ์ของซาเกรบ โครเอเชีย สโลวีเนีย และ ดัลมาเชีย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นประเทศเดียวกัน (อดีตยูโกสลาเวีย)
นำท่านชม โบสถ์ประจำเมืองเก่าเซนต์แคทเธอรีน (St. Catherine) โบสถ์แบบบาโรกสีขาวน่าประทับใจ แวะชมจัตุรัส Trg Ban Jelacic Square จัตุรัสกลางเมืองที่ล้อมรอบด้วยห้างร้านนำสมัย
ชม อนุสาวรีย์ Ban Josip Jelacic ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งต่อสู้เพื่อความอิสระจากชาวฮังกาเรียนเมื่อปี ค.ศ. 1848
ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ EK 130
***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. 61 เป็นต้นไป ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน EK 2013 เวลา 14.30 น. และถึงดูไบ เวลา 23.00 น.***
ออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเที่ยวบินที่ EK 376
ใช้เวลาทำการอนุมัติวีซ่านับจากวันยื่นประมาณ 21 วันทำการยื่นวีซ่าไม่ต้องแสดงตนที่ศูนย์ยื่นวีซ่า VFS Global (สีลมคอมเพล็กซ์)
เอกสารกรุณาเตรียม 2 ชุด ยกเว้น เอกสารที่ออกจากทางราชการและทางธนาคารขอเป็นตัวจริง 1 ชุด และสำเนา 1 ชุด
ในวันยื่นวีซ่าหนังสือเดินทางต้องนำส่งเข้าสถานทูต
และระหว่างรอผลการอนุมัติวีซ่า ไม่สามารถดึงหนังสือเดินทางออกมาได้
**ลูกค้ากรุณาอย่ายึดติดกับการยื่นขอวีซ่าในอดีต เพราะสถานทูตมีการเปลี่ยนแปลงกฎและเอกสารการยื่นอยู่เรื่อย ๆ**
1. หนังสือเดินทางประเทศไทย (Thailand Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้า อายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทางกลับ และหนังสือเดินทางจะต้องไม่ชำรุด (หนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย)
***ในกรณีที่ถือพาสปอร์ต สัญชาติไทย แต่พำนักอยู่ต่างประเทศ, ทำงานอยู่ต่างประเทศ หรือนักเรียน นักศึกษาศึกษาอยู่ต่างประเทศ กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทให้ทราบทันที เพราะการยื่นขอวีซ่าจะมีเงื่อนไข และ ข้อกำหนดของทางสถานทูตต้องการเพิ่มเติม และ บางสถานทูตอาจไม่สามารถยื่นขอวีซ่าในประเทศไทยได้ ข้อกำหนดนี้รวมไปถึงผู้เดินทางที่ถือพาสปอร์ตต่างชาติด้วย***
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (พื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไม่เกิน 6 เดือนห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ ไม่ใส่คอนแทคเลนส์ รูปไม่เลอะหมึก)
3. หลักฐานการเงิน
3.1 กรณีผู้เดินทาง ออกค่าใช้จ่ายเอง
3.1.1 ใช้หนังสือรับรองสถานะทางการเงิน BANK CERTIFICATE ที่ออกจากทางธนาคาร (ต้องสะกดชื่อให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต ต้องมีตราประทับ และลายเซ็นจากธนาคาร) กรุณายื่นขอจาก ธนาคาร่ลวงหน้า เวลาดำเนินงานประมาณ 3 วัน และใช้ยื่นได้ไม่เกิน 15 วันหลังจากธนาคารออกให้ (สถานทูตอาจขอดูสมุดเงินฝากเล่มจริงของท่านในบางกรณี)
3.1.2 สำเนาสมุดบัญชีออมทรัพย์ธรรมดาของธนาคารทั่วไปส่วนตัวของผู้เดินทาง ย้อนหลัง 3 เดือน (รบกวนลูกค้าทำรายการเดินบัญชี โดยการ ฝากหรือถอน ก่อน แล้วค่อยปรับยอดเงินในบัญชีไม่เกิน 7 วันก่อนวันยื่นวีซ่า และหากบัญชีกระโดดเดือนต้องขอเป็น Statement เท่านั้น)
3.2 กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง (บุคคลที่สามารถรับรองค่าใช้จ่ายได้ ต้องเป็น พ่อ แม่ พี่น้อง ที่มีสายเลือดเดียวกัน หรือ สามีภรรยา เท่านั้น)
3.2.1. ต้องทำเป็นหนังสือรับรองค่าใช้จ่ายในการเดินทาง (Sponsor Letter)
3.2.2 ถ่ายสำเนาสมุดบัญชี หรือ Statement ย้อนหลัง 3 เดือนของบุคคลที่ออกค่าใช้จ่าย
3.2.2. ต้องทำ BANK GUARANTEE ที่ออกจากทางธนาคารเท่านั้น (เป็นบัญชีเดียวกันกับสำเนาสมุดบัญชี) ฉบับภาษาอังกฤษ โดยระบุชื่อเจ้าของบัญชี (บุคคลที่ออกค่าใช้จ่าย) ต้องสะกดชื่อ – สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต และบุคคลที่เจ้าของบัญชีออกค่าใช้จ่ายให้ (ผู้เดินทาง) ต้องสะกดชื่อ – สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต กรุณายื่นขอจาก ธนาคาร่ลวงหน้า โดยใช้เวลาดำเนินงานประมาณ 3 วัน และใช้ยื่นได้ไม่เกิน 15 วัน หลังจากธนาคารออกให้
**สถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีติดลบ บัญชีฝากประจำ บัญชีกระแสรายวัน
บัญชีสหกรณ์ออมทรัพย์ พันธบัตร ตราสารหนี้ กองทุน และสลากออมสิน**
4. หลักฐานการทำงาน
- เจ้าของกิจการ หนังสือรับรองการจดทะเบียน(DBD)ที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน อายุไม่เกิน 3 เดือน หรือ สำเนาใบทะเบียนการค้า(พค.0403)
- เป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงาน จากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงาน
(ขอเป็นภาษาอังกฤษมีอายุ 1 เดือน ชื่อ-สกุลต้องตรงตามหน้าพาสปอร์ต
ใช้คำว่า “TO WHOM IT MAY CONCERN” แทนชื่อสถานทูตที่ยื่น)
- นักเรียนหรือนักศึกษา ใช้หนังสือรับรองการเรียนที่ออกจากสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่
(ขอเป็นภาษาอังกฤษมีอายุ 1 เดือน ชื่อ-สกุลต้องตรงตามหน้าพาสปอร์ต)
ใช้คำว่า “TO WHOM IT MAY CONCERN” แทนชื่อสถานทูตที่ยื่น)
**กรณีศึกษาอยู่ต่างประเทศ ต้องใช้หนังสือรับรองการเรียนตัวจริง เท่านั้น**
5. เอกสารส่วนตัว
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- สูติบัตร(กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี)
- ทะเบียนสมรส/ทะเบียนหย่า/มรณะบัตร(ถ้ามี)
- ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามีการเปลี่ยน)
6. กรณีเด็กอายุไม่ถึง 18 ปี ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศพร้อมบิดา มารดา
- หากเด็กเดินทางไปกับบิดา จะต้องมีหนังสือยินยอมจากมารดา จากอำเภอต้นสังกัด (โดยมารดาจะต้องคัดหนังสือยินยอมระบุให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับบิดา) พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
- หากเด็กเดินทางกับมารดา จะต้องมีหนังสือยินยอมจากบิดา จากอำเภอต้นสังกัด (โดยบิดาจะต้องคัดหนังสือยินยอมระบุให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดา) พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
- หากเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมกับบิดาและมารดา ทั้งบิดาและมารดาจะต้องคัดหนังสือระบุยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร มีความสัมพันธ์เป็นอะไรกันกับเด็ก จากอำเภอต้นสังกัด พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดา
- กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้มีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว
*** กรณีที่บิดาหรือมารดาไม่มี passport แล้วใช้ ID Card แทนต้องทำจดหมายชี้แจงว่าทำไมไม่มี passport ***
- กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. ท่านไม่จำเป็นต้องเซ็น รับรองสำเนาถูกต้อง ให้ท่านเซ็นเฉพาะ แบบฟอร์มใบคำร้องขอวีซ่าเท่านั้น