ทัวร์ปากีสถาน เชอร์รี่บอสซั่ม...สัมผัสเส้นทางธรรมชาติ เส้นทางคาราโครัมไฮเวย์
อิสลามาบัด | เส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ | ชีลาส | จุดชมวิวราคาโพชิ | คาริมาบัดบาซ่า | ช่องแคบคุนจีราบ | ทะเลสาบอัตตาบัต | ด่านพรมแดนคุนจีราบ | พาสสุ กลาเซียร์ | hunjerab Pass and National Park | คาริมาบัด | กราเซียฮอปเปอร์ | ป้อมบัลติท | ดุยเกอร์ | ป้อมอัลติท | กิลกิต(Gilgit) | เบสชาม ( Besham) | พิพิธภัณฑ์เมืองตักศิลา | มหาวิทยาลัยจูเลียน | อิสลามาบัด | มัสยิดไฟซาล | อิสระช้อปปิ้ง
คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 4 เคาน์เตอร์การบินไทย หมายเลข H พบเจ้าหน้าที่บริษัทคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระและเอกสารการเดินทางแก่ท่าน
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ระหว่างทางเมือง Besham
จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองชีลาส ให้ท่านได้ชื่นชมธรรมชาติอันงดงามบนเส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ต่อจนถึงโรงแรมที่พัก
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ระหว่างทาง แวะถ่ายรูปและชมวิว ยอดเขา ราคาโปชิ (Rakaposhi) ซึ่งภูเขามีระดับความสูง 7,788 เมตรจากระดับน้ำทะเลแต่จุดที่เราแวะชมนั้นสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2 พันกว่าเมตรเท่านั้น
นำท่านชม ป้อมอัลติท (Altit Fort) เป็นป้อมโบราณในหมู่บ้านอัลติตในหุบเขาฮุนซ่า ป้อมนี้มีอายุเก่าแก่ราว 1,100 ปี เพราะสร้างในคริสศตวรรษที่ 11 เคยเป็นที่อาศัยของผู้ปกครองรัฐฮุนซ่าเป็นเวลา 3 ศตวรรษ ก่อนย้ายไปยังป้อมบอลติต Baltit Fort ที่อยู่ไม่ไกลกัน ป้อมนี้เป็นอนุสรณ์สถานที่เก่าแก่ที่สุดของแคว้นกิลกิตบอลติสถาน Gilgit-Baltistan
บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ ช่องเขาคุนจีราบและอุทยานแห่งชาติ (Khunjerab Pass and National Park ) ช่องทางการค้าที่สูงที่สุดในโลก บนเส้นทางสายไหมตอนใต้สู่ถนนสูงเสียดฟ้า คาราโครัมไฮเวย์ ด่านพรมแดนคุนจีราบ ในช่วงเขตรอยต่อระหว่างปากีสถานและจีน เป็นที่ตั้งด่านพรมแดนคุนจีราบ ด่านพรมแดนที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง 4,730 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นจุดที่มีความสูงที่สุดบนถนนหลวงลอยฟ้าคาราโครัม พรมแดนช่องเขาคุนจีราบนี้เปิดให้มีการเดินทางข้ามแดนได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1986 เป็นต้นมา
ระหว่างทางแวะชม ‘ทะเลสาบอัตตาบัต’ (Attabad Lake หรือ Gojal Lake) เป็นทะเลสาบที่เกิดจากดินถล่มและแผ่นดินไหวเมื่อปีค.ศ 2009 ลงมากั้นแม่น้ำฮุนซ่า จนกลายเป็นทะเลสาบสีเทอควอยส์แบบนี้ ซึ่งทะเลสาบนี้มีความยาว 21 เมตร และความลึก 103 เมตร รอบๆทะเลสาบบางส่วนจะเห็นดินที่ถล่มลงมาจนกลายเป็นเขื่อนกั้น การเดินทางขึ้นเหนือไปจีนก่อนหน้านี้ต้องใช้ทางเรือเท่านั้น ทางจีนได้ช่วยสร้างอุโมงค์ลอดเขาเพื่อเชื่อมต่อเส้นทางคาราโครัมใหม่ จนทะเลสาบอัตตาบัตกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตในปัจจุบัน นอกจากการชมวิวธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ตระการตา ที่มีเทือกเขาขนาดมหึมาโอบล้อมทะเลสาบไว้แล้ว ยังมีกิจกรรมล่องเรือชมธรรมชาติด้วย โดยมีเรือไว้บริการมากมาย
จากนั้นนำท่านเดินทางทางต่อไป เมืองพาสสุ (Passu) เมื่อผ่านด่านพรมแดนกุนจีราบเข้าสู่ เมืองซอสท์ (Sost) เมืองพรมแดนเมืองแรกของปากีสถาน ที่มีชาวจีนเดินทางมาทาการค้าและแวะพัก สามารถเดินทางต่อสู่ เมืองพาสสุ (Passu) ที่ตั้งอยู่บนความสูง 2,400 เมตรม เหนือระดับน้ำทะเล
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านแวะถ่ายภาพกับ จุดชมวิว พาสสุ กลาเซียร์ (Passu Glacier) และธารน้ำแข็งบาตูรา ไฮไลต์บนเส้นทางเมืองพาสสุ ธารน้ำแข็งเมืองพาสสุ คือ การได้ชมธารน้ำแข็งสุดขอบฟ้าขนาดมหึมา 2 แห่งคือ ธารน้ำแข็งสีขาว (White Passu Glacier) และธารน้ำแข็งสีดาบาทูร่า (Black Batura Glacier) รวมทั้ง เทือกเขาพาสสุ (Passu Cones) หรือเทือกเขาฟันเลื่อย (Cathedral Mountain) ที่มียอดแหลมหลายยอดในภูเขาเดียว ซึ่งแต่ละแห่งล้วนยิ่งใหญ่และสวยงามแปลกตา ควรค่าแก่การไปเยี่ยมชมสักครั้งในชีวิต
นำท่านไปยัง อุทยานแห่งชาติ (Khunjerab Pass and National Park ) เป็นจุดแห่งอารยะธรรมโบราณบนเส้นทางสายไหมอันเก่าแก่ ที่เชื่อมเอเชียกลางสู่ยุโรป ซึ่งมีเทือกเขาหิมะสลับซับซ้อนเหมือนสวิสเซอร์แลนด์ และสามารถพบเห็นสัตว์หายาก เช่นตัว Ibex หรือ แพะภูเขา Yak ที่อาศัยอยู่ตามไหล่เขาสูง จนถึงจุดสุดท้ายที่ด่านชายแดนระหว่าง ปากีสถานและจีน
ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางกลับไปยัง เมืองคาริมาบัด (Karimabad)
บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
นำท่านชม กราเซียฮอปเปอร์ (Hopper Glacier) โดยรถจิ๊ป ผ่านหุบเขากล้วยไม้ (Orchid Valley ) และ กราเซียฮอปเปอร์เป็นกราเซียที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่มากนักเมื่อเทียบกับที่อื่น ๆ แต่ความโด่ดเด่นของกราเซียฮอปเปอร์จะมีสีดำท่านจะได้เห็นกราเซียที่สั่งสมกาลเวลายาวนานจนแทบเปลี่ยนจากน้ำแข็งกลายเป็นหินซึ่งเห็นได้จากความเก่าแก่สีออกเทาของกราเซียแห่งนี้
บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
นำท่านชม ป้อมอัลติท (Altit Fort) เป็นป้อมโบราณในหมู่บ้านอัลติตในหุบเขาฮุนซ่า ป้อมนี้มีอายุเก่าแก่ราว 1,100 ปี เพราะสร้างในคริสศตวรรษที่ 11 เคยเป็นที่อาศัยของผู้ปกครองรัฐฮุนซ่าเป็นเวลา 3 ศตวรรษ ก่อนย้ายไปยังป้อมบอลติต Baltit Fort ที่อยู่ไม่ไกลกัน ป้อมนี้เป็นอนุสรณ์สถานที่เก่าแก่ที่สุดของแคว้นกิลกิตบอลติสถาน Gilgit-Baltistan
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง กิลกิต Gilgit-Baltistan ดินแดนที่ราบสูงตอนเหนือปากีสถาน กิลกิตเคยเป็นศูนย์กลางสำคัญของพระพุทธศาสนา เป็นจุดแวะที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมโบราณ และปัจจุบันเป็นจุดเชื่อมต่อหลักตามทางหลวงคาราโครัมที่มีถนนเชื่อมต่อไปยังประเทศจีน รวมทั้งเมืองสการ์ดูจิตราลเปชาวาร์และอิสลามาบัดของปากีสถาน
นำท่านแวะชม “พระพุทธรูปคาร์กาห์” (Kargah Buddha) มรดกแห่งพุทธศาสนาที่ยังคงเหลืออยู่ใน “ปากีสถาน” พระพุทธรูปที่ถูกแกะสลักไว้บนหน้าผาในหุบเขาคาร์กาห์ (Kargah Valley) ในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 7 ถูกค้นพบพร้อมกับเจดีย์ 3 องค์ ซึ่งสูง 400 เมตร ในช่วงปี ค.ศ.1938-1939 ตำนานที่เกี่ยวกับพระพุทธรูปแกะสลักคาร์กาห์นี้ที่ถูกเล่าขานโดยชาวบ้านในท้องถิ่น ตามตำนานระบุว่า กาลครั้งหนึ่ง บริเวณแถบนี้เป็นที่อยู่ของยักษ์กินคนนางหนึ่ง ที่เรียกกันว่า “ยักษิณี” (Yakhsni) ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากยักษ์ตนนี้ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากนักบวชที่ผ่านทาง และนักบวชก็ได้ตรึงนางยักษิณีตนนี้ไว้ที่ก้อนหิน
บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
นำท่านเยี่ยมชม เมืองกิลกิต ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานีชายแดนสำหรับพื้นที่ชนเผ่าในท้องถิ่น กิจกรรมทางเศรษฐกิจของเมืองมุ่งเน้นไปที่การเกษตร เป็นหลัก โดยมีข้าวสาลี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และข้าวบาร์เลย์เป็นพืชผลส่วนใหญ่ ผ่านเมืองชีลาส (Chilas) (ใช้เวลาเดินทาง 8 – 9 ชั่วโมง )
นำท่านแวะชม โขดหินจารึก ภาพเขียนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ของเมืองชีลาส ซึ่งโขดหินจารึกเหล่านี้จะปรากฏให้เห็นเป็นระยะตลอดเส้นทางสายไหม เส้นทางที่เคยมีพ่อค้าวาณิชมากมายผ่านไปมา โดยที่เมืองชีลาสนี้ ถือเป็นจุดศูนย์รวมโขดหินจารึกภาพโบราณที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มีการค้นพบหลักฐานมากกว่า 20,000 ชิ้น เกี่ยวกับศิลปะโบราณและภาพเขียน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ออกเดินทางสู่เมือง เบสชาม (Besham) เมืองท่าสำคัญเส้นทางสายไหมสมัยก่อน โดยใช้เส้นทางสายคารา โครัมไฮเวย์ ตลอดเส้นทางท่านจะได้ชื่นชมกับความงามของธรรมชาติที่ปรากฎบนเส้นทางสายนี้ ชมวิวระหว่างสองข้างทาง
บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง ตักศิลา (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 – 6 ช.ม.) ให้ให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือเพลิดเพลินกับธรรมชาติ 2 ข้างทางจนถึงเมืองตักศิลา
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางไปยัง พิพิธภัณฑ์เมืองตักศิลา (Taxila) ได้รับการประกาศว่าเป็นเมืองมรดกโลกทางประวัติศาสตร์ เป็นเมืองโบราณที่เจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัย อเล็กซานเดอร์ มหาราช หลังจากพระเจ้าอเลกซานเดอร์สวรรคต พระเจ้าอโศกมหาราช ทรงวางรากฐานพุทธศาสนาในเมืองตักศิลาต่อ ในพุทธศตวรรษที่ 10-11 พวกฮั่นขาวได้ทำลายวัดพุทธศาสนาในเมืองตักศิลา ซึ่งที่นี่อุดมไปด้วยสถาปัตยกรรมและประติมากรรมเก่าแก่ของพุทธศิลปะงดงามสมัยคันธาระ พระพุทธรูปงดงามราวเทพบุตรกรีก จากนั้นให้ท่านชม มหาสถูปแห่งตักศิลา DHARMAAJIKA STUPA เป็นสถูปของศาสนาพุทธใกล้ตักศิลา ประเทศปากีสถาน ที่สร้างขึ้นโดยกุษาณะในคริสต์ศตวรรษที่ 2 เพื่อบรรจุชิ้นส่วนพระอัฐิขนาดเล็กของพระพุทธเจ้า
จากนั้นชม มหาวิทยาลัยจูเลียน ซึ่งได้รับการบูรณะใหม่ทำให้เห็นโครงสร้างของมหาวิทยาลัยทางพุทธศาสนาอันเก่าแก่ตั้งอยู่กลางเนินเขา Margalla ชื่อของมันคือการรวมกันของคาภาษาเปอร์เซียสองคา ซึ่งรวมกันหมายถึงตีนเขา อยู่ห่างจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,400 ฟุตและห่างจากเมืองอิสลามาบัดเกือบ 500 ฟุต เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสาหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนเมืองหลวง
นำท่านเยี่ยมชม มัสยิดไฟซาล (Faisal Mosque) ซึ่งเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียสร้างโดยกษัตริย์ไฟซาลแห่งราชวงศ์ซาอุดิอาระเบียใช้เงินงบประมาณการสร้างสูงถึง 50 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ออกแบบโดยชาวตุรกี และเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปี1987
นำท่าน อิสระช้อปปิ้งสินค้าพื้น หรือ ของที่ระลึกของฝากก่อน...อำลาปากีสถาน
จากนั้นมุ่งหน้ำเข้าสู่ เมืองหลวงอิสลามาบัด (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.)
เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมกับความประทับใจ