ทัวร์บราซิล - เปรู ... ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปเยือน 3 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
ริโอเดอจาเนโร | พระเยซูคริสต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Christ The Redeemer) | เคเบิ้ลคาร์ขึ้นชูการ์โลฟ | น้ำตกอิกวาซู | ล่องเรือเจทมาคูโค ชมน้ำตกอิกวาสุ ดินเนอร์พร้อมชมโชว์ | เขื่อนอิไตปูลิมา (เปรู) ถิ่นกำเนิดจักรวรรดิอินคา | คูซโก้ | มหัศจรรย์ มาชูปิคชู
นำท่านเดินทางสู่สนามบินชาลส์เดอโกว์ (CDG)
นำท่านเดินทางสู่ กรุงริโอเดอจาเนโร (Rio De Janeiro) ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “เมืองแห่งพระเจ้า” สำหรับเมืองริโอเดอจาเนโร ถูกเอ่ยถึงอย่างเป็นทางการครั้งแรก เมื่อ 500 กว่าปีก่อน ในเดือนมกราคม ปี 2045 นักสำรวจชาวโปรตุเกสนาม กาสปาร์ เลมอส ล่องเรือมาถึงอ่าวแห่งนี้และได้เรียกเมืองแห่งปากแม่น้ำนี้ว่า “ ริโอเดอจาเนโร” ซึ่งมีความหมายว่า “แม่น้ำแห่งเดือนมกราคม”
นำท่านเดินทาง ขึ้นเคเบิ้ลคาร์ สู่ยอดเขาคอร์โควาโด (Corcovado Mountain) (ระยะทาง 14 กม. ใช้เวลาเดินทาง 30นาที) อันเป็นที่ตั้งของรูปปั้นของพระเยซู ชื่อ Christ of Redeemer ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และ ได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ รูปปั้นพระเยซูที่มีความสูงประมาณ 700 เมตรนี้ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาคอร์โควาโด เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นเมืองและชายหาดที่สวยที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นรถรางไปบนยอดเขาเพื่อมองรูปปั้นอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบราซิลและคริสต์ศาสนิกชนทั่วโลกได้อย่างใกล้ชิด ชาวบราซิลมักจะกล่าวอ้างว่า พระเจ้าเป็นชาวบราซิล ซึ่งอาจเป็นเพราะรูปปั้นพระเยซู ที่ยืนเพ่งมองมายังเมืองราวกับว่า ริโอ อยู่ในความคุ้มครองของพระองค์ (ทั้งนี้การขึ้นสู่ยอดเขาขึ้นกับสภาพอากาศ) อิสระให้ท่านได้เก็บภาพและถ่ายรูปตามอัธยาศัย
จากนั้นนำท่านเที่ยวชม เมือง ริโอ เดอจาเนโร ซึ่งเป็นประตูสู่ประเทศบราซิล ได้ชื่อว่า เป็นเมืองที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก นำท่านแวะถ่ายรูปกับ สนามกีฬามารากาน่า (Maracana stadium) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเหมือนวิหารของฟุตบอลบราซิล เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 3 ของเมือง และเป็นสถานที่ที่ชาวเมืองภาคภูมิใจมาก มีเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของฟุตบอลบราซิลเกิดขึ้นที่นี่มากมาย เช่น การยิงประตูที่ 1,000 ของเปเล่ ตำนานลูกหนังแซมบ้าเมื่อ 40 ปีก่อน และยังเป็นสนามที่เขาลงเล่นให้ทีมชาติเป็นนัดแรกด้วย สนามนี้ถูกใช้เป็นที่จัดพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2014 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ รวมถึงจะใช้จัดพิธีเปิดและปิดกีฬาโอลิมปิกปี 2016
ได้เวลานำท่านผ่านชมฟลาเมนโกพาร์ค (Flamengo Park) สะพาน Neteroi ก่อนลัดเลาะไปตามชายฝั่งทะเล ผ่านชายหาดที่มีชื่อเสียงก้องโลก จนถึงหาดโคปาคาบานา (Copacabana Beach) ที่มีความยาวกว่า 4 กิโลเมตร นำท่านเชคอินในโรงแรมที่พัก อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยก่อนมื้ออาหารค่ำ เพื่อปรับร่างกาย หรือหากท่านยังไม่ง่วง ท่านสามารถเดินเล่นริมชายหาดโคปาคาบานา หรือ เลือกช้อปปิ้ง หรือท่านจะเลือกเล่นน้ำทะเล พักผ่อนบนชายหาดอันเลื่องชื่อระดับโลก
นำท่านชมเขื่อนอิไตปู (Itaipu Dam) (ระยะทาง 18 กม. ใช้เวลาเดินทาง 25 นาที) เขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่ ซึ่งในอดีตนั้นจัดว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนที่เขื่อนในประเทศจีนจะมีการก่อสร้างเสร็จ เขื่อนอิไตปูสร้างในปีค.ศ.1984 แล้วเสร็จในปีค.ศ.1988 รวมระยะเวลาการก่อสร้าง 4 ปี คำว่า “อิไตปู” มาจากภาษากวารานิของชาวอินเดียนแดงชนเผ่าดั้งเดิม แปลว่า “เสียงเพลงจากก้อนหิน” เขื่อนอิไตปู กั้นแม่น้ำปารานาบริเวณเขตแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศปารากวัย ซึ่งนอกจากเป็นผนังกั้นน้ำและผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว ยังเป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างสองประเทศอีกด้วย ตัวเขื่อนมีขนาดความสูง 180 เมตร ความยาวกว่า 8 กิโลเมตร ใช้คอนกรีตในการก่อสร้างกว่า 28 ล้านตัน และใช้เหล็กมากขนาดที่ว่าใช้สร้างหอไอเฟลได้ถึง 380 หอเลยทีเดียว ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวไม่น้อย เนื่องจากความอลังการของเขื่อนแห่งนี้ อิสระให้ท่านเดินเล่นเก็บภาพความน่าประทับใจของเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้แห่งนี้
นำท่านชม กรุงลิมา (Lima) เมืองหลวงที่ยังคงรักษาความเป็นละตินอเมริกาไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุดเมืองหนึ่ง เมืองลิมาตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ.1535 โดยชาวสเปนชื่อฟรานซิสโก ปิซาโร และ ในปี 1991 องค์การยูเนสโก้ได้ประกาศให้ลิมาเป็นเมืองมรดกทางวัฒนธรรม นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ทองคำ (Golden Museum) ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรวบรวมศิลปะวัตถุซึ่งทำด้วยทองคำของชาวเปรูมาตั้งแต่อดีตกาล นับเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บวัตถุโบราณที่ผลิตจากทองคำ อันใหญ่เป็นอันดับสองของอเมริกาใต้ รองจากพิพิธภัณฑ์ทองคำในประเทศโคลัมเบีย
จากนั้นนำท่านชม จตุรัส อาร์ม (Plaza De Armas) นำท่านแวะถ่ายรูปกับทำเนียบรัฐบาล (Lima Parliament) ซึ่งเด่นสง่าด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล นำท่านถ่ายรูปกับ The Basilica Cathedral of Lima โบสถ์คาทอลิคที่สร้างตั้งแต่ ค.ศ.1535 นำท่านผ่านชมย่านที่พักอาศัยชานเมืองแถวมิราโฟลเรสและซานอิสโตรซึ่งมีชื่อเสียงด้านความงามของบ้านและสวน
จากนั้นนำท่านเข้าชม โบสถ์ซานฟรานซิสโก (San Franc Cisco Convent) ซึ่งเป็นโบสถ์เรียกในภาษาสเปน โบสถ์แห่งนี้ได้สร้างอุทิศให้แก่ เซนต์ฟรานซิส โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลิมา ซึ่งเมืองเก่าแห่งนี้ได้รับการยกย่องและขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 1991
นำท่านเดินทางสู่หุบเขาซาเครท (Sacred Valley) อันเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ ที่จะเปิดให้ท่านเดินทางไปชมสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างมาชู ปิคชู
นำท่านเดินทางสู่เมืองโอลันตาทัมโบ (ระยะทาง 60 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1.25 ชม.) เพื่อขึ้นรถไฟสู่นครโบราณของอาณาจักรอินคา มาชู ปิคชู (Machu Picchu) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ล่าสุดของโลก โดยรถไฟไต่ขึ้นเทือกเขาแอนดิสอันยิ่งใหญ่ ระหว่างทางท่านจะได้ชมความงามและความลึกลับของบรรยากาศโดยรอบที่เข้ากับสถานที่ ข้างทางเป็นแม่น้ำอูรูบัมบา (Urubamba) ไหลแรงคดเคี้ยวขนานไปกับทางรถไฟสู่ปลายทางที่สถานีที่ เมืองอควาส์ กาเลียนเต้ส์ (Aquas Calientes)
จากนั้นเดินทางโดยรถบัสสู่ มาชู ปิคชู (Machu Picchu) นครที่หายสาบสูญไปของอาณาจักรอินคา บนยอดเขาสูงที่ถูกหมอกปกคลุมอยู่เสมอ จนถึงปี 1911 นครแห่งนี้จึงปรากฏสู่สายตาชาวโลกในลักษณะสภาพบ้านเมือง บ้านเรือน พระราชวัง วิหาร ซึ่งยังคงสภาพเดิมที่ดีราวกับได้รับการอนุรักษ์ดูแลไว้อย่างน่าอัศจรรย์ นครโบราณแห่งนี้ถูกค้นพบโดยฮิรัม บิงแฮม ซึ่งตั้งใจจะหาเมืองโบราณสองเมืองที่ปรากฎชื่ออยู่ในเอกสารโบราณ แต่กลับมาพบเมืองที่ไม่ปรากฎอยู่ในเอกสารใดทั้งสิ้น จึงได้ตั้งชื่อเมืองตามชื่อภูเขาอันเป็นที่ตั้งคือ Machu Picchu ซึ่งมีความหมายว่า Old Mountain และ ยังมียอดเขา Huayna Picchu หรือ New Mountain ขนาบข้าง ตัวโบราณสถานมาชู ปิคชู ซ่อนอยู่บนยอดเขาสูงเฉียดฟ้า และ ณ ที่แห่งนี้คือเมืองที่ไม่กี่ร้อยปีมานี้ยังมีผู้คนอาศัย ก่อนจะถูกทิ้งร้างไปเมื่อสเปนเข้ามาปกครองในสมัยศตวรรษที่ 15 อิสระให้ท่านเก็บภาพความประทับใจตามอัธยศัย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองคูซโก้
นำท่านชมย่านเมืองเก่าของเมืองคูซโก้ เมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 1983 นำท่านชมกำแพงหิน หรือที่รู้จักในนาม 12 Side Stone ที่สร้างขึ้นโอบล้อมเมืองเก่าคูซโก้ กำแพงนี้สร้างจากภูมิปัญญาของชาวอินคาโบราณ โดยการนำหินก้อนใหญ่มาเรียงกันสร้างเป็นกำแพงเมืองขนาดใหญ่ นับได้ ว่าเป็นอีกสิ่งมหัศจรรย์ของเมืองเก่าคูซโก้ นำท่านเดินชมความสวยงามของเมืองคูซโก้
นำท่านสู่จตุรัสอาร์ม (Arms Square) หรือที่รู้จักในนาม จตุรัสนักรบ (Square of the warrior) และเป็นที่ตั้งของ โบสถ์ลาคัมปาเนีย (Church of la Compania de Jesus) นำท่านเข้าชมโบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1576 และได้รับการยกย่องว่าเป็นโบสถ์ที่สร้างแบบสถาปัตกรรมโคโลเนียล บาโร๊คที่สวยงามคู่เมืองคูซโก้มานาน อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและเก็บภาพความประทับใจของเมืองคูซโก้ อดีตเมืองราชธานีที่รุ่งเรืองที่สุดของอเมริกาใต้
********* บินข้ามเส้นแบ่งเขตเวลาสากล *******
สายการบิน มีบริการอาหารเช้า และ อาหารกลางวัน บนเครื่องบิน
| รายการ | ราคา |
|---|---|
| ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ | 260,000 บาท |
| พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ | 25,000 บาท |
| ราคาไม่รวมตั๋ว (ผู้ใหญ่) หักคืนท่านละ | 65,000 บาท |
| กรณีมีวีซ่าแล้ว หักคืนท่านละ | 5,000 บาท |
| เด็กอายุ 02-11 ขวบ 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่เสริมเตียง) ท่านละ | 250,000 บาท |
| รายการ | ราคา |
|---|---|
| ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ | 280,000 บาท |
| พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ | 30,000 บาท |
| ราคาไม่รวมตั๋ว (ผู้ใหญ่) หักคืนท่านละ | 70,000 บาท |
| กรณีมีวีซ่าแล้ว หักคืนท่านละ | 5,000 บาท |
| เด็กอายุ 02-11 ขวบ 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่เสริมเตียง) ท่านละ | 270,000 บาท |
| รายการ | ราคา |
|---|---|
| ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ | 280,000 บาท |
| พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ | 30,000 บาท |
| ราคาไม่รวมตั๋ว (ผู้ใหญ่) หักคืนท่านละ | 70,000 บาท |
| กรณีมีวีซ่าแล้ว หักคืนท่านละ | 5,000 บาท |
| เด็กอายุ 02-11 ขวบ 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่เสริมเตียง) ท่านละ | 270,000 บาท |
***หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิก วีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม***