ทัวร์อิตาลีใต้ มอลต้า ซิซิลี
พระราชวังนอร์มัน | โบสถ์ปาลาไทน์ | มหาวิหารมอนเรอาเล | เซฟาลู | เมสซีนา | หอระฆังและนาฬิกาดาราศาสตร์ | น้ำพุโอไรออน | ทอร์มินา | โรงละครกรีก | ภูเขาเอตนา | คาตาเนีย | ปอซซาโล | วัลเลตตา | พระราชวังแกรนด์มาสเตอร์ | เกาะโกโซ | วิกตอเรีย | เมลลิฮา | หมู่บ้านป๊อบอาย | กอสปีกัว | มาร์ซักลอกก์
ออกเดินทางสู่ นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบิน TK 69 (ใช้เวลาบินประมาณ 10.30 ชั่วโมง) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินฯ มีบริการ อาหารค่ำและอาหารเช้า ระหว่างบิน
เดินทางถึงสนามบินอิสตันบูล (IST) ประเทศตุรกี แวะเปลี่ยนเที่ยวบิน (กระเป๋าเชคทรูไปเมืองบารี ประเทศอิตาลี)
ออกเดินทางสู่ สนามบินปาแลร์โม ฟัลโคน-บอร์เซลลิโน (PMO) ประเทศอิตาลี โดย สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ TK1373 (ใช้เวลาบินประมาณ 2.35 ชม.)
เดินทางถึงสนามบินฟัลโคน-บอร์เซลลิโน (PMO) ประเทศอิตาลี นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
นำท่านเดินทางสู่เมืองปาแลร์โม (Palermo) (ระยะทาง 31 กม. ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที) เป็นเมืองเก่าทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี และเป็นเมืองหลักของแคว้นปกครองตนเองซิซิลี ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ปลายรองเท้าบูทของอิตาลี มีประวัติต่อเนื่องยาวนานกว่า 4,000 ปี
นำท่านเดินทางเข้าชมพระราชวังนอร์มัน (Palazzo dei Normanni) เป็นหนึ่งในตัวอย่างสถาปัตยกรรมนอร์มันที่งดงามที่สุดในโลก อาคารเก่าแก่แห่งนี้ตั้งอยู่ในปาแลร์โม สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 โดยประมุขแห่งปาแลร์โม ต่อมาได้รับการขยายและปรับปรุงโดยชาวนอร์มันหลังจากที่พวกเขายึดครองซิซิลีในปี 1072 พระราชวังแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นที่ประทับของกษัตริย์นอร์มัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรเจอร์ที่ 2 ความงามและความสำคัญของพระราชวังไม่เพียงแต่มีความงดงามทางสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานที่สะท้อนถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่หลากหลายของชาวนอร์มัน อาหรับ และไบแซนไทน์ และเป็นที่ตั้งของทั้งสภาภูมิภาคซิซิลีและพิพิธภัณฑ์และสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อน
จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปโบสถ์ปาลาไทน์ (Cappella Palatina) โบสถ์ส่วนพระองค์ของกษัตริย์โรเจอร์ที่ 2 พระราชาซึ่งเคยได้ชื่อว่ามีฐานะล่ำซำที่สุดในยุโรป โดยโบสถ์นี้ยังถือเป็นต้นแบบของวิหาร Monreale ที่สร้างขึ้นในอีก 40 ปีให้หลังด้วย หลังคาโดมประดับด้วยโมเสคทองรูปพระเยซู และเทวดาทั้งแปด เป็นโบสถ์เก่าแก่ในพระราชวัง Palazzo dei Normanni แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องภาพวาดและภาพโมเสคอันงามวิจิตรจากยุคไบแซนไทน์
จากนั้นนำท่านเดินทางชมน้ำพุ Fontana della Vergogna น้ำพุแกะสลักสไตล์เรเนอซองส์ เป็นน้ำพุขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใน Piazza Pretoria ในศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของปาแลร์โม แคว้นซิซิลี ประเทศอิตาลี น้ำพุนี้ตั้งตระหง่านอยู่บนจัตุรัสทางปีกตะวันตกของโบสถ์ซานตากาเตรินา และอยู่ห่างจากทางแยกของ Quattro Canti ไปทางทิศใต้หนึ่งช่วงตึก น้ำพุแห่งนี้เดิมสร้างขึ้นในปี 1544 ในฟลอเรนซ์โดย Francesco Camilliani แต่ถูกขาย โอน และประกอบขึ้นใหม่ในเมืองปาแลร์โมในปี 1574
นำท่านเดินทางเข้าชมมหาวิหารมอนเรอาเล (Monreale Duomo) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดของสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์แห่งหนึ่งของโลก สร้างขึ้นโดยกษัตริย์วิลเลียมที่ 2 ผู้ปกครองดินแดนซิซิลี ในช่วงปี ค.ศ. 1060 ภายในวิหารท่านจะได้พบกับความอลังการที่ประดับด้วยโมเสคทองคำ ซึ่งแสดงถึงฉากในคัมภีร์ไบเบิลและเหตุการณ์สำคัญทางศาสนา ทัวร์อาคารสไตล์นอร์มันสมัยศตวรรษที่ 12 เพื่อชมการตกแต่งที่หรูหรา ชมสุสานของกษัตริย์ และเดินเล่นท่ามกลางเสาและวิหารคดแกะสลัก โมเสกบนผนังและเพดานนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 และ 13 ใช้ทองคำมากกว่า 2,200 กิโลกรัม นับเป็นโบสถ์โมเสคที่ใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากโบสถ์เซนต์โซเฟียที่ตุรกี และที่น่าอัศจรรย์คือ โมเสคที่เห็นทั้งหมดนี้ใช้เวลาสร้างแค่ 8 ปีเท่านั้น
จากนั้นนำท่านเที่ยวชมเมืองปาแลร์โม (Palermo) เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญแห่งหนึ่งของยุโรป จึงตกเป็นเป้าหมายของการยึดครองจากชนชาติที่มีอำนาจเข้มแข็งในช่วงเวลาต่างๆ เริ่มตั้งแต่กรีก โรมัน คาร์เทธ อาหรับ นอร์มัง เยอรมัน ฝรั่งเศส และสเปน แต่ละชาติผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาปกครองดินแดนนี้ ขณะเดียวกันก็ได้นำเอาศิลปวัฒนธรรมของตนเข้ามาด้วย เกาะนี้จึงมีสถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมที่หลากหลายผสมผสานกันหากแต่ลงตัว นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยความงามทางธรรมชาติ ของทั้งชายหาด ทะเล และภูเขาไฟ ด้วยความที่อยู่ห่างไกล ท่านจะสามารถสัมผัสถึงความเป็นอิตาเลียนดั้งเดิม อย่างที่หาไม่พบอีกแล้วตามเมืองใหญ่ในอิตาลีภาคพื้นทวีป
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองเซฟาลู (Cefalu) (ระยะทาง 66 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.10 ชม.) ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนเหนือของเกาะซิซิลี ในจังหวัดปาแลร์โม ตั้งอยู่เชิงเขาแหลมสูง 376 เมตร เลียบทะเลติร์เรเนียน ทางตะวันออกของเมืองปาแลร์โม เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่ามีหาดทรายที่สวยงาม ทอดผ่านบ้านเรือนริมชายหาด ที่สร้างไล่ระดับขึ้นไปตามแนวเขา นับเป็นอีกหนึ่งทัศนียภาพที่สวยงามของเกาะซิลี นำท่านเดินทางชมย่านเมืองเก่า (Old Town) เมืองเก่าแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก มีถนนสายหลักที่สวยงาม จัตุรัสหลักที่น่าประทับใจ (และมหาวิหาร) ท่าเรือที่มีเสน่ห์และชายหาดหลัก ซึ่งตั้งอยู่ติดกับกำแพงเมืองเก่า เต็มไปด้วยคนในท้องถิ่น นักท่องเที่ยวชาวอิตาลี และนักท่องเที่ยวต่างชาติอื่นๆ
จากนั้นนำท่านเดินทางชมอาสนวิหารเซฟาลู (Duomo di Cefalu) เป็นมหาวิหารนิกายโรมันคาทอลิกในเมืองเซฟาลู สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1131 ถึงปี ค.ศ. 1240 ในรูปแบบสถาปัตยกรรมนอร์มัน อาคารหลังนี้มีลักษณะคล้ายป้อมปราการ และเมื่อมองจากระยะไกล ก็ตั้งตระหง่านเหนือเส้นขอบฟ้าของเมืองยุคกลางที่รายล้อมอยู่ เป็นการประกาศถึงการมีอยู่ของนอร์มันอย่างทรงพลัง นำท่านแวะถ่ายรูปกับชายหาด เซฟาลู อันเป็นอีกหนึ่งชายหาดที่สวยงาม และติดอันดับของเกาะซิซิลี อิสระให้เก็บภาพความประทับใจบริเวณชายหาด ตามอัธยาศัย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเมสซีนา (Messina) (ระยะทาง 167 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.10 ชม.) เป็นเมืองหลวงของมหานครแห่งเมสซีนา (Metropolitan City of Messina) เมืองใหญ่เป็นอันดับ 3 บนเกาะซิซิลี และใหญ่เป็นอันดับ 13 ของประเทศ ตั้งอยู่ใกล้มุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือของซิซิลี บริเวณช่องแคบเมสซีนา ตรงข้ามกับเมืองวิลลาซานโจวันนีบนแผ่นดินใหญ่
นำท่านเดินทางชมหอระฆังและนาฬิกาดาราศาสตร์ (Bell Tower and Astronomical Clock) หอระฆังที่อยู่ติดกับมหาวิหารและมีความสูงถึง 60 เมตร มีชื่อเสียงในด้านนาฬิกาจักรกลและดาราศาสตร์ โดยมี 'ตัวเลข' ที่จะเปิดใช้งานตอนเที่ยงวันและเคลื่อนไหวและแสดงฉากจากประวัติศาสตร์ของเมสซีนา หอระฆังถูกสร้างขึ้นใหม่ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 หอคอยเก่าได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ในปี 1559 ได้รับการบูรณะใหม่ จากนั้นก็พังทลายลงเนื่องจากแผ่นดินไหวในปี 1783 หากท่านอยู่ที่ Piazza Immacolata di Marmo ท่านจะได้รับชมความน่าตื่นตาตื่นใจของนาฬิกาดาราศาสตร์บนหอระฆัง หอระฆังเมสซีนามีนาฬิกาดาราศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดและซับซ้อนที่สุดในโลก นาฬิกาแอนิเมชั่นนี้ประกาศให้เมืองรู้ว่าถึงเวลาเที่ยงด้วยวิธีที่ไม่ธรรมดา โดยมีสิงโตคำรามและไก่ขันที่ดัง จากนั้นดนตรีและรูปปั้นก็เคลื่อนไหวไปรอบๆ และแสดงเรื่องราว มันถูกสร้างขึ้นในระดับต่างๆ ของหอคอย การแสดงใช้เวลาประมาณ 10 นาที นำท่านเดินทางชมเมืองเก่าเมสซีนา (Messina Old Town)
จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับน้ำพุโอไรออน (Fontana di Orione) เป็นน้ำพุที่ยิ่งใหญ่ในเมสซีนา สร้างขึ้นโดย Giovanni Angelo Montorsoli ย้อนหลังไปถึงปี 1553 และสร้างขึ้นโดยความร่วมมือกับ Domenico Vanello โดยตั้งอยู่ใน Piazza Duomo เบอร์นาร์ด เบเรนสัน นักประวัติศาสตร์ศิลปะให้คำจำกัดความไว้ว่าเป็น “น้ำพุที่สวยที่สุดแห่งศตวรรษที่ 16 ของยุโรป” สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่กลุ่มดาวนายพราน เทพนักล่าชาวกรีกในตำนานที่ว่ากันว่าเป็นผู้ก่อตั้งเมสซีนา
จากนั้นนำท่านเดินทางชมอนุสาวรีย์มาดอนนินา เดล ปอร์โต (Madonnina del Porto monument) เป็นรูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ในท่าเรือเมสซีนา ซึ่งเป็นตัวแทนของมาดอนน่า เดลลา เลเทรา นักบุญอุปถัมภ์ของเมสซีนา ผู้มีความจงรักภักดีซึ่งมีรากฐานมาจากตำนานโบราณและประเพณีที่ได้รับความนิยม มาดอนนินา เดล ปอร์โตเป็นจุดอ้างอิงที่สำคัญสำหรับลูกเรือที่เข้าและออกจากท่าเรือเมสซีนา มากจนถือเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนาและวัฒนธรรมของเมืองนี้ สร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 มีรูปปั้นปิดทองของพระแม่มารีย์ถือจดหมายอยู่ ที่ฐานของศิลามีคำจารึกภาษาละตินว่า 'Vos et ipsam civitatem benedicimus' (เราอวยพรคุณและเมือง) เสาหินนี้ตั้งตระหง่านเหนือท่าเรือเมสซีนา ทำหน้าที่เป็นสัญญาณทางจิตวิญญาณสำหรับกะลาสีเรือ และเป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับผู้ที่เดินทางมาทางทะเล
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองทอร์มินา (Toarmina) (ระยะทาง 55 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม.) เมืองตั้งอยู่บนเนินเขาชายทะเลงดงามดังภาพวาด ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟเอ็ดน่า ที่ยังคุกรุ่นอยู่ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดบนเกาะ ซิซิลี
นำท่านเดินทางเข้าชมโรงละครกรีก (Toarmina Amphitheater) สร้างขึ้นครั้งแรกโดยชาวกรีกในศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสต์ศักราช ก่อนที่จะถูกสร้างขึ้นใหม่และขยายโดยชาวโรมัน เป็นโรงละครกรีกที่ตั้งอยู่บนจุดที่ดีที่สุดในบรรดาโรงละครกรีกทั้งหมดที่มีอยู่ในโลก ด้านหลังเป็นวิวของเมืองทอร์มิน่าบนไหล่เขา ทะเลไอโอเนียน และภูเขาไฟเอ็ดน่า โรงละครกรีกแห่งนี้ยังคงถูกใช้งานในช่วงฤดูร้อน โดยเป็นหนึ่งในสถานที่จัดเทศกาลงานศิลปะนานาชาติของเมืองที่มีชื่อว่า ทอร์มิน่า อาร์เต้
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองปอซซาโล (Pozzallo) (ระยะทาง 117 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1.30 ชม.) เพื่อขึ้นเรือเฟอร์รี่ ข้ามสู่เกาะมอลต้า
เรือเฟอร์รี่ออกจากท่าเรือ มุ่งหน้าสู่เกาะมอลต้า
เรือเฟอร์รี่เดินทางถึงมอลต้า
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางล่องเรือเฟอรี่สู่เกาะโกโซ (Gozo Island) (ระยะทาง 43 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1.40 ชม.) ตามตำนานกรีก-โรมันแล้ว เขาว่ากันว่า ที่นี่เป็น เกาะแห่งคาลิปโซ่ (Isle of Calypso) เทพธิดาแห่งท้องทะเล เป็นเกาะที่มีธรรมชาติที่สวยงาม และเป็นที่นิยมสำหรับนักดำน้ำเป็นอย่างมาก
จากนั้นท่านเดินทางสู่เมืองวิกตอเรีย (Victoria) หรือ เมืองราบัต (Rabat) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงในเกาะโกโซ และเป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นเมืองแห่งมรดกโลกในปี ค.ศ. 1980 อีกด้วย ที่นี่เปรียบเสมือนแหล่งรวมของอารยธรรมโบราณอย่างแท้จริง ตั้งแต่สมัยที่ถูกปกครองโดยโรมัน ชาวอาหรับ ชาวนอร์มัน
นำท่านเดินทางชมป้อมปราการวิคตอเรีย (Victoria Fortress) เป็นเมืองที่มีป้อมปราการโบราณ จึงโดดเด่นในฐานะสถานที่สำคัญของโกโซ ซึ่งเป็นสัญญาณที่มองเห็นได้จากทั่วทั้งเกาะ ป้อมปราการสีเหลืองทอง สร้างขึ้นศตวรรษที่ 17 โดยอัศวินเซนต์จอห์น ถนนทุกสายใน Gozo มุ่งสู่ราบัตหรือที่เรียกว่าวิกตอเรีย ป้อมปราการแห่งนี้มองเห็นได้จากเกือบทุกเกาะโดยตั้งตระหง่านเหนือพื้นที่ชนบทโดยรอบ
จากนั้นนำท่านเดินทางชมอาสนวิหารอัสสัมชัญ (Cathedral of the Assumption) สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17 เป็นอาสนวิหารนิกายโรมันคาธอลิกในซิตตาเดลลาแห่งวิกตอเรีย ในเมืองโกโซ ประเทศมอลตา อาสนวิหารแห่งนี้อุทิศให้กับการขึ้นสู่สวรรค์ของพระนางมารีย์ และเคยเป็นที่ตั้งของสังฆมณฑลนิกายโรมันคาทอลิกแห่งโกโซนับตั้งแต่ก่อตั้งสังฆมณฑลในปี 1864
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางชมเมืองกอสปีกัว (Cospicua) ตั้งอยู่ตรงข้ามเมืองวัลเลตตา สร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 16 และ 17 เพื่อเป็นสถานที่หลบภัย และป้อมเฝ้าระวังศัตรู ต่อมาได้พัฒนาให้กลายเป็นเมืองท่าและอู่ต่อเรือที่ใหญ่สุดแห่งหนึ่งในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นำท่านแวะถ่ายรูปกับโบสถ์โดมแห่งโมสตา (Rotunda of Mosta) สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เมืองกอสปีกัวเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก มีเพียงโบสถ์โดมแห่งโมสตาเท่านั้นที่ไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นเลย แม้จะมีระเบิดน้ำหนักกว่า 200 กิโลกรัม ตกลงมาใจกลางโบสถ์ที่มีผู้คนกว่า 300 คนกำลังสวดมนต์กันก็ตาม โชคดีที่ระเบิดดันไม่ทำงาน ทุกคนจึงอยู่รอดปลอดภัยกัน ที่นี่จึงขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดนับแต่นั้นเป็นต้นมา
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่มาร์ซักลอกก์(Marsaxlokk) เมืองประมงแห่งมอลตาอันเลื่องชื่อ หมู่บ้านริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมอลตา นำท่านเดินเที่ยวชมภายในเมืองมาร์ซักลอกก์ ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานย้อนกลับไปถึงศตวรรษที่ 9 ชื่อของหมู่บ้านมาจากคำภาษาอาหรับ “marsa” แปลว่า “ท่าเรือ” และ “xlokk” ซึ่งหมายถึงลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดผ่านที่นี่ ชาวอาหรับได้ก่อตั้งชุมชนประมงขึ้นและสร้างป้อมปราการเพื่อปกป้องเกาะนี้ ในช่วงการปิดล้อมครั้งใหญ่ของมอลตาในปี ค.ศ. 1565 ท่าเรือแห่งนี้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเมื่อกองกำลังออตโตมันเข้ามาใช้พื้นที่นี้เป็นฐาน ก่อนที่จะพยายามยึดครองเกาะจากอัศวินแห่งเซนต์จอห์น ปัจจุบัน มาร์ซักลอกก์ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เรือประมงหลากสีสันที่เรียกว่า "ลุซซุส" พร้อมดวงตาแห่งฮอรัสที่เชื่อว่าเป็นเครื่องรางปกป้องภัย ยังคงลอยอยู่ในท่าเรือ ตลาดปลาวันอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในมอลตา และอาหารทะเลสดใหม่จากหมู่บ้านนี้ ดึงดูดผู้มาเยือนได้ไม่ขาดสาย สถานที่แห่งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นประวัติศาสตร์มีชีวิต แต่ยังเป็นหัวใจของชาวประมงและนักท่องเที่ยว
นำท่านเดินทางชมแกรนด์ฮาร์เบอร์ (Grand Harbour) ตั้งอยู่บนเกาะมอลตาและเป็นท่าเรือธรรมชาติที่รู้จักกันในชื่อท่าเรือวัลเลตตา ที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ของท่าเรือแกรนด์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปิดล้อมครั้งใหญ่ในปี 1565 และสงครามโลกครั้งที่สออง ท่าเรือ และป้อมปราการหลายแห่งที่สร้างขึ้นรอบๆ ท่าเรือได้เพิ่มเสน่ห์ให้กับที่นี่ ปัจจุบันนี้ นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกจอดเทียบท่าตามท่าเรือและท่าจอดเรือต่างๆ และเพลิดเพลินไปกับการผสมผสานระหว่างยุคโบราณและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย การล่องเรือแกรนด์ฮาร์เบอร์ส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง
ออกเดินทางจากสนามบินมอลต้า สู่ สนามบินอิสตันบูล โดยเที่ยวบินที่ TK1372 (ใช้เวลาบินประมาณ 2.20 ชม.) บริการอาหาร เครื่องดื่ม และพักผ่อน บนเครื่องบิน
เดินทางมาถึง กรุงอิสตันบูล แวะเปลี่ยนเครื่อง
01.40 น.
ออกเดินทางสู่ประเทศไทย โดยเที่ยวบินที่ TK 68 (ใช้เวลาบินประมาณ 9 ชั่วโมง) สายการบินฯ มีบริการอาหาร 2 รอบ คือ อาหารค่ำ และ อาหารเช้า
***หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิก วีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม***
(การเตรียมเอกสาร กรุณาอ่านให้เข้าใจ และเตรียมให้ครบ)
1. หนังสือเดินทาง อายุใช้งานได้ เกิน 6 เดือนขึ้นไป และ มีหน้าว่างอย่างน้อย 2 แผ่น
2. รูปถ่ายสีหน้าตรง ขนาด 3.5 x 4.5 มม. 2 รูป พื้นฉากหลังรูปต้องเป็นพื้นสีขาว (อย่าถ่ายเอง เพราะพื้นเป็นสีเทา ใช้ไม่ได้) ห้ามสวมแว่นสายตา จะต้องเห็นคิ้วและใบหู ชัดเจน (รูปถ่ายต้องถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน...สถานทูตมีการเทียบรูปกับหน้าวีซ่าที่เคยได้) ***ความสูงหน้าผากจนถึงคาง ต้องมีขนาดระหว่าง 32-36 มม.เท่านั้น***
3. สำเนาวัคซีนพาสปอร์ต หรือหลักฐานแสดงการได้รับวัคซีนครบโดส
4. สำเนาบัตรประชาชน
5. สำเนาทะเบียนบ้าน (กรุณาถ่ายหน้าแรกที่มีรายละเอียดบ้านเลขที่มาด้วย)
6. สำเนาทะเบียนสมรส (กรณีผู้หญิง.....หากมีการเปลี่ยนคำนำหน้าเป็น ...นาง... ต้องแนบมา)
7. สำเนาทะเบียนหย่า (กรณีผู้หญิง.....ถ้าหย่าและหากมีการใช้คำนำหน้าเป็น ....นาง...ต้องแนบมา)
8. สูติบัตร (กรณีเด็กต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ต้องแนบสูติบัตรมา)
9. กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์: (หากเด็กไม่ได้เดินทางพร้อม พ่อและแม่) ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
- เด็ก เดินทางกับบุคคลอื่น บิดาและมารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอม ซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้น และให้ระบุว่า ยินยอมให้เด็กเดินทางกับใคร (ระบุชื่อ) มีความสัมพันธ์อย่างไรกับครอบครัว
- เด็ก เดินทางกับบิดา มารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า มารดายินยอมให้เด็กเดินทางกับบิดา (ระบุชื่อบิดา)
- เด็ก เดินทางกับมารดา บิดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า บิดายินยอมให้เด็กเดินทางกับมารดา (ระบุชื่อมารดา)
10. หลักฐานการทำงาน (จดหมายรับรองการทำงาน) ทำเป็นภาษาอังกฤษ
จดหมายรับรองการทำงานให้ระบุ TO WHOM IT MAY CONCERN (ไม่ต้องระบุสถานฑูตและประเทศ)
- กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของกิจการ : ใช้หนังสือจดทะเบียนบริษัทฯ ที่มีรายชื่อผู้ประกอบกิจการ (อายุไม่เกิน 3 เดือน)
- กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของร้านค้า : ใช้ทะเบียนพาณิชย์ที่มีชื่อผู้เป็นเจ้าของร้านค้า
- กรณีพนักงานบริษัท : ใช้จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้าง ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการว่าจ้าง เงินเดือน
- กรณีที่เป็นข้าราชการ : ใช้หนังสือรับรองจากหน่วยงาน
- กรณีเกษียณอายุราชการ: ถ่ายสำเนาบัตรข้าราชการบำนาญ
- กรณีเป็นนักเรียนนักศึกษา ต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันศึกษา นั้นว่ากำลังศึกษาอยู่ ระบุชั้นปีที่ศึกษา
เอกสารรับรองการทำงานที่ออกในลักษณะจดหมาย ต้องเป็นฉบับจริง มีอายุไม่เกิน 30 วัน นับจากวันที่จะยื่นวีซ่า
11. หลักฐานการเงิน : (กรุณาเตรียมให้ถูกต้อง ใช้เป็น Statement หรือ ปริ้นท์ Statement online ได้)
- Bank Statement (รายการเดินบัญชี) ใช้เป็นบัญชีออมทรัพย์ (Saving account) ออกโดยทางธนาคารย้อนหลัง 3 เดือนหรือ ปริ้นท์ Statement online ย้อนหลัง 3 เดือนได้ (ห้ามข้ามเดือน) ระบุชื่อเจ้าของบัญชีให้ถูกต้องครบถ้วนตามตัวสะกดในพาสปอร์ต มีอายุไม่เกิน 7 วันนับจากวันที่จะยื่นวีซ่า และ มียอดเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อการรับรองการเดินทาง 1 ท่าน
************* ต้องเป็นสมุดบัญชีออมทรัพย์เท่านั้น หรือ กระแสรายวันที่ไม่ติดลบ **************
- บัญชีฝากประจำ (Fixed) **สามารถแนบประกอบได้ (ไม่สามารถใช้เป็นบัญชีหลักในการยื่นได้) ท่านต้องใช้บัญชีออมทรัพย์ (Saving) เป็นหลักในการยื่น
หากใช้บัญชีฝากประจำในการแนบประกอบ ต้องเตรียมดังนี้
- สำเนาสมุดบัญชีฝากประจำ มียอดเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อการรับรอง 1 ท่าน
**กรณีรับรองการเงินให้คนภายในครอบครัว ต้องเตรียมเอกสารดังนี้
- หนังสือรับรองทางการเงิน (Bank Guarantee) ต้องระบุชื่อเจ้าของบัญชี รับรองค่าใช้จ่ายให้ใคร (ต้องระบุชื่อผู้ถูกรับรองในจดหมายด้วย) จะต้องสะกดชื่อให้ถูกตามพาสปอร์ต
- กรุณาแนบสูติบัตร, ทะเบียนบ้าน, ทะเบียนสมรส หรือหลักฐาน เพื่อแสดงสถานะ และความสัมพันธ์ว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
กรณีนายจ้างรับรองค่าใช้จ่ายให้ลูกจ้าง
- จดหมายรับรองจากนายจ้างระบุว่าเป็นผู้รับรองค่าใช้จ่าย พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
- หนังสือรับรองเงินฝาก ดังข้อ 11.1 และ 11.2
(สถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวันในทุกกรณี ไม่ต้องแนบมา)