“บลูมอสก์” (Blue Mosque) สุเหร่าสีน้ำเงินสถานที่ที่ไม่ควรพลาด
ม้าไม้เมืองทรอย (Trojan horse) เป็นม้าขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้ จากมหากาพย์อีเลียดเรื่องสงครามเมืองทรอย
เมืองโบราณเอฟฟิซุส (Ephesus) เป็นเมืองในยุคโบราณที่ยิ่งใหญ่ สวยงามสมกับการเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ
ชม ปามุคคาเล่ แปลว่า ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle)
ชมความงามของ ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ที่จะบานสะพรั่งในเดือน ก.ค.-ส.ค. ของทุกปี
ชมนครใต้ดินคาดัค (CardakUnderground City) เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป 10 กว่าชั้น
ล่องเรือช่องแคบบอสพอรัส(Bosporus Strait) ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ เข้ากับ "ทะเลมามาร่า”
ตลาดสไปซ์บาซาร์ (Spice Bazaar) เป็นตลาดที่มีอายุเก่าแก่ยาวนาน ถึง 350 กว่าปี
เดินทางถึงท่าอากาศยานอิสตันบูล สนามบินแห่งใหม่ของ ประเทศตุรคีย พบการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่ (เวลาท้องถิ่นที่ตุรเคียช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) เมืองอิสตันบูล เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรเคีย ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอานาโตเลีย)
จากนั้นชมสัญลักษณ์ของเมืองนครอิสตันบูล“บลูมอสก์” (Blue Mosque) สุเหร่าสีน้ำเงินสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อเดินทางมาเยือนเมืองอิสตันบูล มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าสุเหร่าสุลต่านอาห์เมตที่ 1 (Sultan ahmet I) ซึ่งวิหารเซนต์โซเฟียได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 7 ของสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลาง สุเหร่าแห่งนี้ประดับด้วยกระเบื้องอัซนิค บนกำแพงชั้นในที่มีสีฟ้าสดใสลายดอกไม้ต่างๆเช่น กุหลาบ ทิวลิป คาเนชั่น ฯลฯ โดยหันหน้าเข้าวิหารเซนต์โซเฟียเพื่อประชันความงามกันคนละฝั่ง มีพื้นที่ให้ละหมาดกว้างขว้าง ปัจจุบันเปิดให้เข้าไปทำละหมาด 24 ชั่วโมง
จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปจัตุรัสสุลต่าน อาห์เหม็ด (Sultanahmed Complex) หรือที่มีชื่อเรียกมาแต่โบราณว่า ฮิปโปโดรม (Hippodrome) ซึ่งย่านแห่งนี้แต่เดิมเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองในยุคไบแซนไทน์และใช้เป็นลานกว้างสำหรับแข่งกีฬาขับรถม้า แต่ในปัจจุบันเหลือเพียงร่องรอยจากอดีตที่มีแค่ลานและเสาโบราณอีก 3 ต้น คือ เสาโอเบลิสก์แห่งกษัตริย์เธโอโดเชียส (Theodosius Obelisk) ต้นที่ 2 เรียกกันทั่วไปว่า เสางู (Bronze Serpentine Column) เสาต้นที่ 3 มีชื่อว่า เสาคอนสแตนติน (Column of Constantine)
จากนั้นนำท่านถ่ายรูปบริเวณด้านนอก พระราชวังทอปกาปึ(Topkapi Palace) อันเป็นพระราชวังที่ประทับของสุลต่านมานานกว่า 3 ศตวรรษ สร้างโดย 'จักรพรรดิเมห์เม็ตผู้พิชิต'(MEHMET THE CONQUEROR) ในอดีตพระราชวังทอปกาปึเคยเป็นสถานที่ฝึกขุนนางทหารรับใช้ของสุลต่านชาวตุรเคีย โดยการนำการจัดทัพแบบยุโรปมาใช้ ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่าอาทิ เช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่าน
จากนั้นนำท่านชม ฮายาโซฟีอา (Hagia Sophia) เดิมเคยเป็นโบสถ์ของคริสต์ศาสนา ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นสุเหร่า ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ ฮายาโซฟีอาเคยเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมานานเกือบพันปี ด้วยความงดงามของสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมทั้งภายนอกและภายใน ฮายาโซฟีอาจึงสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ถึง 3 ล้านคนต่อปี และเป็นสถานที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากที่สุดในตุรเคีย เมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา ฮายาโซฟีอาก็ได้กลับไปเป็นมัสยิดอีกครั้ง แต่ยังสามารถเข้าชมได้ดังเดิม
เดินทางสู่ เมืองชานักกาเล่(Canakkale) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง) ปัจจุบันเป็นเมืองท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ก่อนเคยเป็นที่ตั้งของเมืองทรอย ที่ปรากฏในสงครามกรุงทรอย ปัจจุบัน มีซากของกำแพงเมืองที่เป็นหินหนาปรากฏอยู่ จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ
จากนั้นนำท่านสู่เมืองโบราณทรอย (Troy) ตามตำนานกรีกโบราณในมหากาพย์เรื่อง ‘อิเลียต’ (Iliad) ของกวีนามว่า ‘โฮเมอร์’ (Homer) ได้มีการบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘กรุงทรอย’ (Troy) เอาไว้ว่า แรกเริ่มเดิมทีเหล่านักปราชญ์และผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายต่างก็เชื่อว่ากรุงทรอยเป็นแค่เมืองในตำนาน หาได้มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ไม่ หากแต่เมื่อราว 140 ปีที่แล้ว มีผู้ค้นพบซากของเมืองโบราณแห่งหนึ่ง ซึ่งเชื่อกันว่านี่คือซากของ ‘กรุงทรอย’
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านแวะถ่ายรูป กับม้าโทรจัน หรือ ม้าไม้เมืองทรอย (Trojan horse) เป็นม้าขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้ จากมหากาพย์อีเลียดเรื่องสงครามเมืองทรอย ม้าไม้นี้เกิดขึ้นจากอุบายของโอดิสเซียส ในการบุกเข้าเมืองทรอย ที่มีป้อมปราการแข็งแรง หลังจากที่รบยืดเยื้อมานานถึง 10 ปีแล้ว ด้วยการให้ทหารสร้างม้าไม้นี้ขึ้นมา แล้วลากไปวางไว้หน้ากำแพงเมืองทรอย แล้วให้ทหารกรีกแสร้งทำเป็นล่าถอยออกไป เมื่อชาวทรอยเห็นแล้วเข้าใจว่าเป็นบรรณาการที่ทางฝ่ายกรีกสร้างขึ้นมาเพื่อบูชาเทพเจ้าและล่าถอยไปแล้ว จึงลากเข้าไปไว้ในเมืองและฉลองชัยชนะ เมื่อตกดึก ทหารกรีกที่ซ่อนตัวอยู่ในม้าไม้ ก็ไต่ลงมาเผาเมืองและปล้นเมืองทรอยได้เป็นที่สำเร็จ
เดินทางสู่เมืองเพอร์กามัม (PERGAMON)(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)
นำท่านเดินทางสู่ จุดขึ้นกระเช้าเมืองเพอร์กามัม (PERGAMON) โดยอยู่ห่างจากบริเวณปลายแหลมของทะเลอีเจี้ยน (Aegean Sea)ไปประมาณ 16 ไมล์ (26 กิโลเมตร) ซึ่งในอดีตเมืองโบราณแห่งนี้เคยเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรเพอร์กามอน ปัจจุบันเมืองเพอร์กามัม ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมกรีกโบราณที่สำคัญแห่งหนึ่ง นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองกรีกโบราณแห่งนี้ ช่วงใจกลางเมืองเพอร์กามัม เป็น วัดเซราพิส(Temple of Serapis) ถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 2 โดยใต้ถุนโบสถ์นั้นถูกใช้เป็นที่ฝังศพ ด้านบนประกอบไปด้วยส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิหารหลัก หรือ หอศิลป์ต่างๆ โดยในเมืองเพอร์กามัม มีสิ่งปลูกสร้างมากมายที่ยังคงหลงเหลือจากอดีตให้ท่านได้ชมอีกมากมาย
จากนั้นเดินทางสู่ เมืองคุชาดาสึ(Kusadasi) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)
นำท่านชม บ้านพระแม่มารี (House of Vergin Mary) เชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมา อาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนภูเขาสูงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คริสศาสนิกชนจะต้องหาโอกาสขึ้นไปนมัสการให้ได้สักครั้ง
จากนั้นให้ท่านลิ้มลองTurkish Delight ขนมประจำท้องถิ่น ประเทศตุรเคีย ซึ่งคนท้องถิ่นเรียกอีกอย่างว่า“โลคุม (Lokum)”มีรสชาติหวานทำจากแป้งและน้ำตาล มักจะเสิร์ฟคู่กับชาหรือกาแฟ สวนผสมก็จะมีหลากหลายไม่ว่าจะเป็นอัลมอนด์,ถั่ว,ถั่วพิสทาชิโอ,แมคคาเดเมีย,วอลนัท,กุหลาบ ฯลฯ
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมโรงงานผลิตเสื้อหนัง ที่มีคุณภาพและชื่อเสียงของตุรเคีย เสื้อแจ็กเก็ตและหนัง มีคุณภาพดี แบบทันสมัย มีน้ำหนักเบา ฟอกหนังดี นุ่มบางเบา สวมใส่สบายขึ้น ราคาถูกกว่าในยุโรปหรือสหรัฐอเมริกาครึ่งต่อครึ่ง เพราะตุรเคียเป็นผู้ผลิตและส่งออกไปขายทั่วโลก
จากนั้นชมเมืองโบราณเอฟฟิซุส (Ephesus) เป็นเมืองในยุคโบราณที่ยิ่งใหญ่ สวยงามสมกับการเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณเมืองโบราณเอฟฟิซุส รุ่งเรืองในยุคสมัยกรีก และโรมันเป็นที่อยู่อาศัยของชาวไอโอเนียน (Ionian) ที่อพยพมาจากกรีก ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นมาในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์กาลแผนผังเมืองเอฟฟิซุสนั้นได้ชื่อว่าเป็นเลิศทางด้านยุทธศาตร์ทหารและการค้า
นำท่านเดินสู่ปามุคคาเล่(Pamukkale) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)
จากนั้นนำท่านชมเฮียราโพลิส (Hierapolis) ซึ่งมีความหมายว่า เมืองแห่งความศักดิ์สิทธิ์ สร้างขึ้นก่อนคริสตกาล มีอายุประมาณ 2,200 ปี จุดเด่นสำคัญของที่แห่งนี้คือ มีโรงละครขนาดใหญ่ ที่สามารถจุคนได้ถึง 12,000 คน อดีตงานเทศกาลหรือการแข่งขันต่างๆก็จะจัดที่โรงละครแห่งนี้ และรอบๆจะประกอบไปด้วย โรงอาบน้ำโบราณ สระน้ำโบราณ ประตูเมือง ฯลฯ
จากนั้นนำชม ปามุคคาเล่ แปลว่า ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) มีลักษณะเป็นระเบียงน้ำพุเกลือร้อน ซึ่งเกิดขึ้นจากการเกิดแผ่นดินไหวของโลก เป็นเหมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีสรรพคุณในการรักษาบำบัดการอาการต่าง ๆ
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่าน เดินทางสู่เมืองคอนย่า (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง) เมืองนี้เป็นเมืองสำคัญทางศาสนาอิสลามเป็นเมืองต้นกำเนิดศาสนาอิสลาม อีกลัทธิหนึ่งเรียกว่าลัทธิ Mevlevi หรือ ลัทธิลมหวน การปฏิบัติยอมรับนับถือเหมือนอิสลามทุกประการ
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเอสปาต้า ซึ่งเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการปลูกลาเวนเดอร์ ชมความงามของ ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ที่จะบานสะพรั่งในเดือนก.ค.-ส.ค.ของทุกปี (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละปี)
จากนั้นเดินทางสู่เมืองคัปปาโดเกีย(Cappadocia)(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชั่วโมง) เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไตต์ แปลว่า“ดินแดนม้าพันธุ์ดี” จนผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า “ปล่องไฟนางฟ้า” ที่ในปี ค.ศ.1985 ยูเนสโกได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรเคีย
ระหว่างทาง แวะถ่ายรูปบริเวณด้านนอก สถานีคาราวาน (Caravanserai) ตั้งอยู่ได้จากการคมนาคมการติดต่อสื่อสารและการเดินทางของผู้คนในเครือข่ายของเส้นทางการค้า (trade routes) ที่ครอบคลุมเอเชีย, แอฟริกาเหนือ และ ยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ สถานีคาราวานอาจจะเป็นที่รู้จักในภาษาไทยด้วยชื่อเรียกว่า "โรงเตี๊ยม"
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นแวะถ่ายรูปบริเวณด้านนอกพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม (GOREME OPEN MUSEUM) เป็นสถานที่ที่มีความงดงามและเต็มไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ได้รับขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ภายในมีภาพวาดเฟรสโกบนผนังและเพดานภายในถ้ำที่ถูกวาดไว้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 ช่างงดงามตราตรึงใจแก่ผู้มาเยือน
จากนั้นนำท่านชมโรงงานผลิต พรมทอมือ หัตถกรรมของชาวตุรเคียที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก มีคุณภาพดี ลวดลายสวยงาม และมีราคาแพง หาซื้อได้ทั่วไป ลวดลายแตกต่างกันออกไปตามแหล่งที่ผลิต แต่ละท้องถิ่นจะมีสินค้าขึ้นชื่อของตนเองโดยเฉพาะ พรมที่มีราคาแพงจะทอด้วยขนสัตว์ ที่นิยมขายกันอย่างแพร่หลาย
จากนั้น นำท่านชมนครใต้ดินคาดัค (CardakUnderground City) เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป 10 กว่าชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู ในยามสงคราม ของชาวคัปปาโดเกียในอดีต เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ แม้จะเป็นเมืองขนาดใหญ่ขุดลึกลงไปใต้ดินหลายชั้น แต่ว่าอากาศในนั้นถ่ายเทเย็นสบาย มีทางออกฉุกเฉินที่เป็นทางระบายอากาศไปในตัว ทำให้อากาศถ่ายเท
จากนั้นชมโรงงานเซรามิคและโรงงานจิวเวอรี่ อิสระเชิญท่านเลือกชมสินค้าตามอัธยาศัย
บริการอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ชมการแสดงพื้นเมือง “โชว์ระบำหน้าท้อง” BELLY DANCE เป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6000 ปีในดินแดนแถบอียิปต์ และเมดิเตอร์เรเนียน นักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบันและการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลาย มีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงาม จนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีในปัจจุบัน
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นออกเดินทางสู่ กรุงอังการา (Ankara) (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) หรือที่มีชื่อตามประวัติศาสตร์ว่า Angora เป็นเมืองหลวงของตุรเคียในปัจจุบัน และเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 รองจากนครอิสตันบูล กรุงอังการาตั้งอยู่ในเขต Central Anatolia ใจกลางประเทศตุรเคียบนที่ราบสูงอนาโตเลีย โดยอยู่ห่างจากนครอิสตันบูลทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นระยะทางประมาณ 450 กิโลเมตร กรุงอังการาเป็นที่ตั้งของรัฐบาลกลาง ส่วนราชการต่างๆ และสถานเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ
ระหว่างทาง แวะถ่ายรูปทะเลสาบน้ำเค็ม (Lake TuzTuzGolu) ทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่เป็นอันดับสองของตุรเคีย เมื่อหน้าร้อนมาถึงน้ำจะเหือดแห้งเหลือแต่เพียงเกลือกองเป็นแผ่นหนาหลายสิบเซนติเมตร มองเห็นเป็นพื้นสีขาวสุดลูกหูลูกตา และยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำหนัง Star War อีกด้วย
จากนั้นแวะถ่ายรูป สุสานอาตาเติร์ก (Ataturk Mausoleum Memorial Tomb) บริเวณด้านนอก เป็นที่ฝังศพของMustafa Kemal Ataturk ผู้นำในสงครามประกาศอิสรภาพจากอาณาจักรออตโตมันและประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐตุรเคีย
เดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล (เดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง) เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรเคีย ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอานาโตเลีย)
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านล่องเรือช่องแคบบอสพอรัส(Bosporus Strait) ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ เข้ากับ "ทะเลมามาร่า”ถือว่าสุดขอบของทวีปยุโรปและสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่ นอกจากความสวยงามแล้ว ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการป้องกันประเทศตุรเคียอีกด้วย ขณะที่ล่องเรือท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ข้างทางไม่ว่าจะเป็น พระราชวังโดลมาบาห์เช่ หรือบ้านเรือนสไตล์ยุโรปของบรรดาเศรษฐี ซึ่งล้วนแล้วแต่สวยงามตระการตาทั้งสิ้น
จากนั้นนำท่านชมพระราชวังโดลมาบาห์เช่ (Dolmabahce Palace) ซึ่งสร้างเสร็จในสมัยของสุลต่านอับดุลเมจิตซึ่งทรงคลั่งไคลความเป็นยุโรปอย่างที่สุดทรงมีพระประสงค์จะให้พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับแห่งใหม่แทนพระราชวังทอปกาปึ เน้นความหรูหราอลังการสะท้อนความเป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรปที่เด่นชัด ด้านหน้าพระราชวังมีหอนาฬิกาใหญ่สไตล์บาร็อกตั้งตระหง่าน ขณะที่ตัวพระราชวังนั้นงดงามด้วยศิลปะแบบนีโอคลาสสิก ลูกกรงบันไดยังตกแต่งด้วยแก้วเจียระไน
เดินทางสู่ตลาดสไปซ์บาซาร์ (Spice Bazaar) เป็นตลาดที่มีอายุเก่าแก่ยาวนาน ถึง 350 กว่าปี สินค้าที่ขายอันดับหนึ่ง ได้แก่ เครื่องเทศ ตามชื่อของตลาดสไปซ์ โดยแทบทุกร้านจะมีกระบะไม้วางเรียงกัน แต่ละกระบะจะบรรจุเครื่องเทศกลิ่นต่างๆ นอกจากเครื่องเทศแล้วยังมีสินค้าประเภท ถั่ว ชาผลไม้ รวมไปถึงผลไม้อบแห้ง น้ำผึ้งแท้ เป็นต้น
การจองทัวร์ :
กรณียกเลิก : (จอยกรุ๊ป)
กรณียกเลิก : (ตัดกรุ๊ป)
กรณีเจ็บป่วย :
เงื่อนไขอื่นๆ
** ก่อนตัดสินใจจองทัวร์ควรอ่านเงื่อนไขการเดินทางและรายการทัวร์อย่างละเอียดทุกหน้าอย่างถ่องแท้แล้วจึงมัดจำเพื่อประโยชน์ของท่านเอง **