แกรนด์ตุรกี
[บินภายใน 1 เที่ยว + พัก 5 ดาวทุกคืน + โรงแรมถ้ำ 2 คืน + ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส]
คัปปาโดเกีย | นครใต้ดินไคมัคลี | พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ | คาราวานสไรน์ | พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า | คอนย่า | ปามุคคาเล่ | เอฟฟิซุส | อิชเมียร์ | เพอร์กามอน | ทรอย | อิสตันบูล | สุเหร่าสีน้ำเงิน | โบสถ์เซ็นต์โซเฟีย | พระราชวังทอปกาปึ | พระราชวังโดลมาบาชเช่ | ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส (Private Boat)
เดินทางถึงกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่อาคารผู้โดยสารในประเทศเพื่อขึ้นเที่ยวบินสู่เมืองไคเซรี่ (Kayseri) เที่ยวบิน TK2014
ออกเดินทางจากสนามบินอิสตันบูล (IST) สู่สนามบินเมืองไคเซรี่ (Kayseri) โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ส โดยเที่ยวบิน TK2014 มีบริการอาหารว่างบนเครื่องบิน (ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชม.)
เดินทางถึงสนามบินเมืองไคเซรี่ นำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
หมายเหตุ : .ในกรณีที่ท่านต้องการขึ้นบอลลูนซึ่งจัดเป็น Optional Tour ท่านสามารถเลือกซื้อได้เอง ราคาประมาณ 280-300 USD แต่ประกันการเดินทางที่บริษัททำให้ ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูนและเครื่องร่อนทุกชนิด ดังนั้นการซื้อ Optional Tour นี้ ขึ้นกับดุลยพินิจของท่าน ซึ่งเป็นส่วนนอกเหนือจากโปรแกรมที่บริษัทจัด ดังนั้นหากเกิดมีปัญหาบอลลูนขึ้นไม่ได้หรือปัญหาอื่นๆ ท่านต้องติดต่อกับทาง supplier ในส่วนบอลลูนเอง
นำท่านชมเมืองคัปปาโดเกีย(Cappadocia)ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์แปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขา กรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ ที่งดงามคัปปาโดเกีย(Cappadocia) เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า“ดินแดนม้าพันธุ์ดี” ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกี เป็นพื้นที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยสและภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว เถ้าลาวาที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายทั่วบริเวณ จนทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมาจากนั้นกระแส น้ำ ลม ฝน แดด และหิมะกัดเซาะกร่อนกินแผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อยๆนับแสนนับล้านปีจนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูปแท่ง กรวย ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรงดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายจนผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า “ปล่องไฟนางฟ้า” ในปีค.ศ.1985 ยูเนสโกได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี
นำท่านเข้าชมนครใต้ดิน (Underground city of Kaymakli) ซึ่งเป็นเมืองใต้ดินที่มีครบทุกอย่าง ทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯซึ่งสาเหตุแท้จริงของการสร้างเมืองใต้ดินปัจจุบันยังสรุปไม่ได้ส่วนใหญ่ต่างลงความเห็นว่าเป็นการสร้างเพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู (โดยเฉพาะพวกทหารโรมัน) แม้จะเป็นเมืองขนาดใหญ่ขุดลึกลงไปใต้ดินหลายชั้นแต่ว่าอากาศในนั้นกลับถ่ายเทเย็นสบายเนื่องจากเป็นหินภูเขาไฟ อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 17-18 องศาเซลเซียสหน้าร้อนอากาศเย็น หน้าหนาวอากาศอบอุ่น
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (Konya) (ระยะทาง 240 กม. ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม.) อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูคในช่วงปี ค.ศ. 1071 – 1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้ ท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทางของภูมิภาคตอนกลางของตุรกีระหว่างทางนำท่านเข้าชม“คาราวานสไรน์”ที่พักแรมและที่แลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างทางของชาวเติร์กในสมัยออตโตมันนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองคอนย่าท่านจะได้ชมวิถีชีวิตตามชนบทและทัศนียภาพที่สวยงามของทุ่งหญ้าสลับกับภูเขา
นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana museum)หรือสำนักลมวน ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดย เมฟลานาเจลาเลดดิน รูบี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม พิพิธภัณฑ์เมฟลานาเดิมเป็นสถานที่นักบวชในศาสนาอิสลามในการทำสมาธิ (Whirling Dervishes) โดยการเดินหมุนเป็นวงกลมขณะฟังเสียงขลุ่ย ส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เป็นสุสานของเมฟลานา เจลาเลดดินภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใส ภายในประดับประดาฝาผนังแบบมุสลิมและยังเป็นสุสานสำหรับผู้ติดตาม สานุศิษย์บิดา และบุตรของเมฟลานา
Pam Thermal Hotel Pamukkale***** หรือเทียบเท่า
หมายเหตุ ท่านสามารถแช่น้ำแร่ที่โรงแรมได้ กรุณาเตรียมชุดว่ายน้ำและหมวกไปด้วย
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเข้าชมปราสาทปุยฝ้าย (ปามุคคาเล่) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน นำท่านชมหน้าผาที่ขาวกว้างใหญ่ด้านข้างของอ่างน้ำ เป็นรูปร่างคล้ายหอยแครงและน้ำตกแช่แข็ง ถ้ามองดูจะดูเหมือนสร้างจากหิมะ เมฆหรือปุยฝ้ายน้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูนห้อยย้อยเป็นรูปร่างต่างๆอย่างมหัศจรรย์ น้ำแร่นี้มีอุณหภูมิประมาณ 33-35.5 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่มเพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูงโรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ซึ่งในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้ จึงได้สร้างเมืองเฮียราโพลิสล้อมรอบ
นำท่านเดินทางสู่เมืองเอฟฟิซุส (City of Ephesus)ซึ่งเป็นเมืองอาณาจักรโรมัน (ต่อมาหลังจากยุคกรีก)ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชียในสมัยนั้นในอดีตเอฟฟิซุสเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของโรมัน ในคาบสมุทรอนาโตเลียเป็นศูนย์กลางการค้า การคมนาคม ตั้งอยู่ริมทะเล จนได้รับการกำหนดให้เป็นเมืองหลวงแห่งเอเชียของอาณาจักรโรมันเมืองเอฟฟิซุสมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ตั้งแต่ยุคกรีกโบราณซากเมืองที่เห็นในปัจจุบันมีความสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกอาจจะเป็นรองแค่ปอมเปอีเท่านั้นนำท่านเข้าชมห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้
นำท่านชม วิหารแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน (Temple of Hadrian)ซึ่งเป็นจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่อีกองค์หนึ่งของโรมันความโดดเด่นของวิหารแห่งนี้คืออยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มากด้านหน้าสร้างเป็นเสา โครินเธียน 4 ต้น คู่กลางรองรับโค้งครึ่งวงกลมที่เรียงอย่างสวยงามโค้งด้านหลังมีภาพแกะสลักเป็นรูปนางเมดูซ่าหัวเป็นงูนำชมอาคารที่โดดเด่นที่สุดจนเป็นสัญลักษณ์ของเอฟฟิซุสคือหอสมุดเซลซุส (Library of Celsus)เป็นอาคารสองชั้นด้านหน้าหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่อรับแสงสว่างยามเช้าห้องสมุดนี้สร้างขึ้นในราวปีค.ศ. 114 โดย ทิเบเรียสจูเลียส อกีลา (Julius Aquila) เพื่ออุทิศให้เป็นอนุสรณ์แด่พ่อของท่านซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีของโรมันที่ปกครองแคว้นเอเชียไมเนอร์ด้านหน้ามีรูปปั้นของเทพี 4 องค์ ได้แก่ Sophia (wisdom - ปัญญา), Arete (virtue - ความดี), Ennoia (thought - ความคิด), Episteme (knowledge - ความรู้)
จากนั้นนำท่านเข้าชมสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอฟฟิซุสคือโรงละคร (Great Theatre)ซึ่งสร้างโดยการสกัดไหล่เขาให้เป็นที่นั่งสามารถบรรจุคนได้ถึง 25,000 คน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 10 ของประชากรในยุคนั้นเดิมสร้างตั้งแต่สมัยกรีกโบราณโรมันมาปรับปรุงซ่อมแซมให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น ได้เวลานำท่านช้อปปิ้งณ ศูนย์ผลิตเสื้อหนังคุณภาพสูง ซึ่งผลิตเสื้อหนังส่งให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
Radisson Aliaga Hotel *****หรือเทียบเท่า
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองเพอร์กามอน(ระยะทาง 100 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.)นครยุคเฮเลนิสติคอันยิ่งใหญ่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม การค้าและการแพทย์ในอดีตเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของเมืองศูนย์กลางอารยธรรมเฮเลนิสติคในแถบเมดิเตอร์เรเนียนอย่างเอฟฟิซุสและอันติออคแหล่งโบราณสถานแห่งนี้อยู่ในยุคราชวงศ์อัตทาลิด อันทรงอำนาจแห่งเปอร์กามันช่วงที่บ้านเมืองรุ่งเรืองที่สุดคือศตวรรษที่ 2 และ 3 ก่อนคริสตกาลนับเป็นเมืองแห่งศิลปินและนักวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริงเมื่อครั้งชาวอียิปต์เลิกส่งกระดาษปาปิรุสมาให้กระดาษหนังก็ถูกคิดค้นขึ้นที่เมืองนี้
นำท่านชมวิหารเอสเคลปิออน(Asklepion) ซากวิหารเอสเคลปิออนตั้งอยู่เบื้องล่างทางตะวันตกของตัวเมืองสร้างถวายเอสเคลปิออสเทพแห่งการแพทย์วิหารแห่งนี้ไม่ใช่คลินิกธรรมดาแต่เป็นศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกในประวัติศาสตร์มีขั้นตอนการรักษาดังนี้เริ่มจากคนไข้ซึ่งอาจเป็นนักธุรกิจ นักการเมืองหรือแม่ทัพนายกองชาวกรีกและโรมันที่ตรากตรำงานหนักมานานจะเดินทางมายังวิหารผู้ดูแลจะออกมาต้อนรับจากนั้นพาเดินมาตามทางศักดิ์สิทธิ์หรือเวียเตกตา ซึ่งมีเสาคอลัมน์เรียงรายวิธีรักษามีให้เลือกมากมาย ทั้งการนวดและผัสสะบำบัดเพื่อช่วยผ่อนคลายความเมื่อยนอกจากนี้ยังมีการรักษาแบบจิตบำบัดอีกด้วย
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่นครอิสตันบูล (ระยะทาง 300 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชม.)
จากนั้นนำท่านข้ามฟากโดยเรือเฟอร์รี่สู่นครอิสตันบูลเป็นเมืองที่มีความสำคัญและเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดในตุรกีเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus) เดิมชื่อว่า คอนสแตนติโนเปิลซึ่งเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์เป็นเมืองสำคัญของชนเผ่าจำนวนมากในบริเวณนั้น จึงส่งผลให้อิสตันบูลมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป เช่น ไบแซนเทียม คอนสแตนติโนเปิล เป็นต้น
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเข้าชมพระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace) ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 หรือ เมห์เมตผู้พิชิต ภายหลังที่ทรงตีกรุงคอนสแตนติโนเบิลหรืออิสตันบูลในปัจจุบันได้แล้ว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรออตโตมันจึงได้โปรดให้มีการสร้างพระราชวังนี้ขึ้นเป็นที่ประทับอย่างถาวร พระราชวังทอปกาปึนี้มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่กินเนื้อที่เกือบ 700,000 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงตามแนวฝั่งทะเลมาร์มารา ภายในพระราชวังประกอบด้วยตำหนักน้อยใหญ่ พลับพลา พระคลังมหาสมบัติ มัสยิส หอพัก โรงเรียนฯลฯปัจจุบันพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่าอาทิ เช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่านในแต่ละยุคสมัย
นำท่านชมสนามแข่งม้าของชาวโรมัน หรือ “ฮิปโปโดรม”(Hippodrome) หรือจัตุรัสสุลต่านอาห์เมต สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ เซปติมิอุส เซเวรุส เพื่อใช้เป็นที่จัดแสดงกิจกรรมต่างๆของชาวเมือง ต่อมาในสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนติน ฮิปโปโดมได้รับการขยายให้กว้างขึ้น ตรงกลางเป็นที่ตั้งแสดงประติมากรรมต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะในยุคกรีกโบราณ ในสมัยออตโตมันสถานที่แห่งนี้ใช้เป็นที่จัดงานพิธี แต่ในปัจจุบันเหลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิสสุลต่านอะห์เมตซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิกส์ 3 ต้นคือ เสาที่สร้างในอียิปต์เพื่อถวายแก่พาโรห์ตุตโมซิสที่ 3 ถูกนำกลับมาไว้ที่อิสตันบูล เสาต้นที่สองคือ เสางู และเสาต้นที่สามคือ เสาคอนสแตนตินที่ 7
จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับสุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque)ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยสุลต่านอะห์เมตที่ 1 ซึ่งมีพระประสงค์ที่จะสร้างมัสยิดของจักรวรรดิออตโตมันให้มีความงดงามและยิ่งใหญ่กว่าโบสถ์เซ็นต์โซเฟีย (St. Sophia) ของจักรวรรดิ ไบแซนไทน์ให้ได้ โดยสุเหร่าแห่งนี้สร้างประจันหน้ากับโบสถ์เซ็นต์โซเฟีย อย่างไรก็ตาม โบสถ์เซ็นต์โซเฟียก็ยังคงเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตุรกีจวบจนปัจจุบัน
นำท่านถ่ายรูปกับโบสถ์เซนต์โซเฟีย (ST. Sophia) ซึ่งเป็นศิลปะแบบไบเซนไทม์ ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณสร้างขึ้นสมัยจักรพรรดิคอนสแตนติน ของจักรวรรดิไบแซนไทน์ เดิมใช้เป็นโบสถ์คริสต์ แต่หลังจากจักรวรรดิออตโตมันเข้ามาปกครองจึงได้เปลี่ยนโบสถ์ดังกล่าวมาเป็นมัสยิส แต่ได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในสมัย เคมาล อะตาเตริ์ก หลังจากที่เป็นโบสถ์ในศาสนาคริสต์เป็นเวลากว่า 916 ปี และเป็นมัสยิสของศาสนาอิสลามอีกกว่า 447 ปี ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามและความยิ่งใหญ่ ภายในมีภาพประดับโมเสกทองที่สมบูรณ์บ่งบอกถึงความศรัทธาอันแรงกล้าของจักรพรรดิคอนสแตนตินที่มีต่อคริสต์ศาสนา
งวดที่ 1 : สำรองที่นั่งจ่าย 35,000 บาท/ท่าน ภายใน 3 วันหลังมีการยืนยันกรุ๊ปเดินทางแน่นอน
งวดที่ 2 : ชำระส่วนที่เหลือ 45 วัน ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง
***หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิก วีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม***
*ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวร่วมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม