วันที่ 1 สนามบินสุวรรณภูมิ
22.00 น.
พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9 ROW S เคาน์เตอร์ สายการบินเอมิเรตต์ Emirate Airline (EK) โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการเช็คอินให้แก่ทุกท่าน
วันที่ 2 สนามบินสุวรรณภูมิ • สนามบินดูไบ • สนามบินซูริค • เมืองซูริค • ย่านเมืองเก่าซูริค • ลินเดนฮอฟ • เทศกาล Zurich Christmas Markets 2025
01.05 น.
ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK 385 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
05.00 น.
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ (เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง)
08.25 น
ออกเดินทางสู่ เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเที่ยวบินที่ EK087
12.25 น
เดินทางถึง สนามบินซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นำคณะผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อย
ากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซูริค (Zurich) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที) ชม ย่านเมืองเก่าซูริค (Zurich Old Town) อาคารเก่าแก่ที่คงสภาพดังเดิมตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 19 เป็นย่านการค้า บานโฮฟสตราเซอร์ (Bahnhofstrasse) ติดวิวติดแม่น้ำลิมัต (Limmat)
นำท่านเข้าสู่ ลินเดนฮอฟ (Lindenhof) สวนสาธารณะที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเป็นย่านเก่าเเก่ใจกลางเมืองซูริค เป็นจุดชมวิวที่ท่านสามารถมองเห็นเมืองซูริคได้ในมุมกว้างทั้งวิวเขตเมืองเก่า และวิวแม่น้ำลิมมัต (Limmat River)
**ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับเทศกาล Zurich Christmas Market 2025 ของเมืองซูริคตามอัธยาศัยซึ่งจะจัดในวันที่ 20 พ.ย. – 23 ธ.ค. 2025**
ค่ำ
บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก
Novotel Zurich Airport Messeหรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน
(โรงแรมที่ระบุในรายการทัวร์เป็นเพียงโรงแรมที่นำเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงแต่โรงแรมที่เข้าพักจะเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน โดยจะแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนการเดินทางและขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พักไปเมืองใกล้เคียงในกรณีมีงานเทรดแฟร์หรือเทศกาล)
วันที่ 3 เมืองวาดุซ • ศาลากลางเมืองวาดุซ • วิหารเซนต์ฟลอริน • เมืองอินส์บรุค • เทศกาล Innsbruck Christmas Markets 2025
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองวาดุซ (Vaduz) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองหลวงของประเทศ ลิกเตน สไตน์ (Liechtenstein) เป็นประเทศเล็กๆ มีพื้นที่เพียง 160 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น มีประชากรกว่า 5,100 คน ซึ่งประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก
จากนั้นอิสระให้ท่านเดินชมเมืองท่านจะได้พบกับ ศาลากลางเมืองวาดุซ (Vaduz City Hall) ตั้งอยู่บนถนนสาย Städtle ซึ่งเป็นย่านที่พักโรงแรม ร้านอาหารและคาเฟ่จำนวนมาก ที่นี่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1932 ได้รับการปรับปรุงใหม่ในปี ค.ศ.1982 ถึง ค.ศ.1984 ด้านหน้าสามารถมองเห็นตราแผ่นดินซึ่งแกะสลักด้วยหินเหนือประตูทางเข้า
นำท่านถ่ายรูปกับ วิหารเซนต์ฟลอริน (St. Florin Cathedral) สถานที่สำคัญที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในเมืองวาดุซ สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1874 ด้วยสถาปัตยกรรมนีโอโกธิค เป็นศูนย์กลางของคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิกในวาดุซ
เที่ยง
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
จากนั้นนำท่านเดินทางลงเข้าสู่ เมืองอินส์บรุค (Innsbruck) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.20 ชม.) เป็นเมืองหลวงของรัฐทีโรล ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำอินน์ กลางหุบเขาของเทือกเขาแอลป์ เป็นเมืองเล็กๆ ที่โอบล้อมด้วยภูเขาหิมะขนาดใหญ่ยักษ์ประกบอยู่ทางทิศเหนือ และทิศใต้ มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และสถาปัตยกรรมสวยงาม
จากนั้นนำท่านเดินชม ย่านเมืองเก่า (Old Town) บ้านเรือนที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้านสถาปัตยกรรมไว้ได้อย่างงดงาม ไม่ว่าจะเป็นซุ้มดอกไม้ หรือไม้เลื้อยตามประตู บานหน้าต่าง นำท่านชมอีก 1 ในสัญญาลักษณ์ที่สำคัญของเมืองอินส์บรุคคือ หลังคาทองคำ (Golden Roof) หลังคาสไตล์บารอกผสมสไตล์โกธิคที่ยื่นออกมาจากระเบียงตกแต่งด้วยทองคำแท้ จำนวน 2,738 แผ่น สร้างในศตวรรษที่ 16 เพื่อเฉลิมฉลองการอภิเษกสมรสครั้งที่ 2 ของจักรพรรดิแมกมิเลียนที่ 1 ชม หอคอยประจำเมืองอินส์บรุค (Stadtturm Innsbruck) ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าใกล้กับอาคารหลังคาทองคำ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1450 เดิมเป็นที่ให้สังเกตการณ์และยังเคยใช้เป็นที่คุมขังนักโทษอีกด้วย ปัจจุบันกลายเป็นหอชมวิวเมืองสำหรับนักท่องเที่ยว อิสระให้ท่านได้ชมเมืองตามอัธยาศัย
**ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับเทศกาล Innsbruck Christmas Market 2025 ของเมืองอินส์บรุคตามอัธยาศัยซึ่งจะจัดในวันที่ 15 พ.ย. – 6 ม.ค. 2026**
ค่ำ
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก
Austria Trend Hotel Congress หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน
(โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)
วันที่ 4 การ์มิช พาร์เทินเคียร์เชิน • นั่งกระเช้าลอยฟ้า Cable Car ขึ้นสู่ยอดเขาซุกสปิตเซ่ • เมืองมิวนิค • เทศกาล Munich Christmas Market 2025
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ การ์มิช พาร์เทินเคียร์เชิน (Garmisch Partenkirchen) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.) เมืองสวยในเขตเทือกเขาแอลป์ เป็นแหล่งเล่นสกีที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง เมืองแห่งนี้เคยเป็นสถานที่จัดโอลิมปิกฤดูหนาว 1936 บริเวณใกล้เคียงยังเป็นที่ตั้งของซุกสปิตเซ่ ภูเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนี และยังเป็นบ้านเกิดของคีตกวีชื่อดังอย่าง ริชชาร์ท ชเตราส์ ซึ่งจะมีการจัดเทศกาลดนตรีริชชาร์ท-ชเตราส์ในเดือนมิถุนายนของทุกปี
จากนั้นนำท่าน นั่งกระเช้าลอยฟ้า Cable Car ขึ้นสู่ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (Zugspitze) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนี ให้ท่านเก็บภาพประทับใจจากจุดชมวิวบนยอดเขาที่สูงที่สุดใน บนความสูง 2,964 เมตร จากบนยอดเขาท่านจะมองเห็นวิวทิวทัศน์รอบตัวซึ่งประกอบไปด้วยยอดเขากว่า 400 เมื่อมองจากยอดเขาจะเห็นทิวทัศน์งดงามกว้างไกลไปถึง 4 ประเทศด้วยกันคือ เยอรมนี ออสเตรีย อิตาลีและสวิสเซอร์แลนด์โดยมียอดเขาที่อยู่เคียงกันอีก 3 ยอดคือ แอล์ปสปิตซ์ (Alpspitz), ครอยเซ็ค (Kreuzeck) และแวงค์ (Wank)
เที่ยง
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนเขาซุกสปิตเซ่
บ่าย
จากนั้น นำท่านเข้าสู่ตัว เมืองมิวนิค (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.) ให้ท่านได้อิสระที่บริเวณ จัตุรัสมารีนเพทส (Marienplatz) ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์และธุรกิจของมิวนิค บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่งดงามซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ใช้เวลาสร้างถึง 42 ปี มีหอระฆังสูง 85 เมตร อิสระท่านเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม และของฝากตามอัธยาศัย
**ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับเทศกาล Munich Christmas Market 2025 ของเมืองมิวนิคตามอัธยาศัยซึ่งจะจัดในวันที่ 24 พ.ย. – 24 ธ.ค. 2025**
ค่ำ
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น พิเศษ เมนูขาหมูเยอรมัน พร้อมเบียร์ ต้นตำหรับแท้
ที่พัก
NH Muenchen Messe หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน
(โรงแรมที่ระบุในรายการทัวร์เป็นเพียงโรงแรมที่นำเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงแต่โรงแรมที่เข้าพักจะเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน โดยจะแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนการเดินทางและขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พักไปเมืองใกล้เคียงในกรณีมีงานเทรดแฟร์หรือเทศกาล)
วันที่ 5 เมืองโรเธนเบิร์ก ออบ เดียร์ เทาเบอร์ • โพลนไลน์ • จัตุรัสมาร์เก็ตสแควร์ • เทศกาล Rothenburg Christmas Markets 2025 • เมืองแฟรงก์เฟิร์ต • จัตุรัสโรเมอร์ • อาสนวิหารแฟรงก์เฟิร์ต • เทศกาล Frankfurt Christmas Markets 2025
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านมุ่งหน้าสู่ เมืองโรเธนเบิร์ก ออบ เดียร์ เทาเบอร์ (Rothenburg ob der Tauber) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.) แม้จะชื่อยาวแต่เป็นเมืองเล็กๆ ที่น่ารัก ราวกลับหลุดเข้าไปในยุคกลาง ด้วยบ้านเรือนที่ยังคงสถาปัตยกรรมแบบ ครึ่งไม้ ครึ่งปูน ซึ่งเป็นเมืองที่แทบไม่ได้รับผมกระทบจากสงครามเลย
จากนั้นท่านถ่ายรูปกับมุมมหาชนที่ โพลนไลน์ (Plonlein) ที่หลายคนกล่าวว่าเป็นมุมที่สวยที่สุดของเมืองจนกลายเป็นมุมโปสการ์ดของเมืองไปโดยปริยาย ด้วยบ้านเรือนที่มีสีสันสดใจ และทางต่างระดับที่ดูลงตัวอย่างน่าแปลก
นำท่านสู่ จัตุรัสมาร์เก็ตสแควร์ (Market Square) อันเป็นที่ตั้งของ ศาลาว่าการเมือง (Town Hall) ที่สร้างขึ้นในยุคเรเนสซองค์
**ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับ เทศกาล Rothenburg Christmas Markets 2025 ของเมืองโรเธนเบิร์ก ออบ เดียร์ เทาเบอร์ ตามอัธยาศัย ซึ่งจะจัดในวันที่ 21 พ.ย. – 23 ธ.ค. 2025
เที่ยง
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย
จากนั้นมุ่งหน้าสู่ เมืองแฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.20 ชม.) เมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐเฮ็สเซิน อันเป็นที่ตั้งของธนาคารกลางยุโรป เป็นเมืองเมืองที่มีความมั่งคั่งมากที่สุดเมืองนึงของยุโรป
พาท่านสู่ จัตุรัสโรเมอร์ (Romerberg) จัตุรัสใจกลางมือง ศูนย์รวมของร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่ต์มากมาย ตรงกลางมีน้ำพุแห่งความยุติธรรมและตรงสุดทางยังมี อาสนวิหารแฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt Cathedral) หรือที่มีอีกชื่อนึงว่ามหาวิหารเซนต์บาร์โธโลมิว สร้างขึ้นตั้งแต่ในสมัยศตวรรษที่ 13 และเป็นที่บรมราชาภิเษกจักรพรรดิในยุคอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
ค่ำ
อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินกับ เทศกาล Frankfurt Christmas Market 2025 ของเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ตามอัธยาศัย ซึ่งจะจัดในวันที่ วันที่ 24 พ.ย. – 22 ธ.ค. 2025
พักที่
Maritim Hotel Frankfurt หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน
(โรงแรมที่ระบุในรายการทัวร์เป็นเพียงโรงแรมที่นำเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงแต่โรงแรมที่เข้าพักจะเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน โดยจะแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนการเดินทางและขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พักไปเมืองใกล้เคียงในกรณีมีงานเทรดแฟร์หรือเทศกาล)
วันที่ 6 เมืองกอลมาร์ • เมืองสตราซบูร์ก • ย่าน Petite-France • เทศกาล Strasbourg Christmas markets 2025
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่าน ผ่านพรมแดนสวิสเซอร์แลนด์สู่ประเทศฝรั่งเศส ดินแดนซึ่งร่ำรวยไปด้วยความงามทางสถาปัตยกรรม แฟชั่น และอาหาร พาท่านสู่แค้วนอัสซาส (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.)
เที่ยง
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
บ่าย
นำท่านชม
เมืองกอลมาร์ (Colmar) หนึ่งในสถานที่ที่ผู้คนขนานนามว่าดินแดนแห่งเทพนิยาย ด้วยตัวบ้านเรือนนั้นยังคงรูปแบบงานก่อสร้างแบบที่เรียกว่า Half Timber ที่เป็นที่นิยมในยุคกลาง โดยจะใช้ไม้สร้างเป็นโครงบ้าน และนำปูนมาถมส่วนที่เหลือ เพื่อเป็นการประหยัดไม้ ทำให้ต้นทุนการสร้างถูกลง
จากนั้นให้ท่านได้เดินเล่นอย่างอิสระเพลิดเพลินกับ
เทศกาล Colmar Christmas Markets 2025 ของเมืองกอลมาร์ ตามอัธยาศัย ซึ่งจะจัดในวันที่ 26 พ.ย. – 29 ธ.ค. 2025**
จากนั้นมุ่งหน้าสู่อีกหนึ่งเมืองใหญ่ของแคว้นที่
เมืองสตราซบูร์ก (Strasbourg)
(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1ชั่วโมง) ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำอีล เมืองนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น มหาวิหารมหาวิหารนอร์ทเทรอดามแห่งสตราสบูร์ก มหาวิหารนิกายโรมันคาทอลิกขนาดใหญ่ที่ได้ชื่อว่าสูงตระหง่านที่สุดในยุโรปตะวันตก ความสวยงามของสถาปัตยกรรมยุคกลางสไตล์กอธิก ย่าน Petite-France หรือ Little France เป็นย่านที่คล้ายเกาะเล็กๆ อยู่ในตัวเมืองสตราซบูร์กและได้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกอีกด้วย
จากนั้นให้ท่านได้อิสระเพลิดเพลินกับ
เทศกาล Strasbourg Christmas markets 2025 ของเมืองสตราซบูร์ก ซึ่งจะจัดในวันที่ 27 พ.ย. – 27 ธ.ค. 2025**ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
พักที่
Hillton Strasbourg หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน
(โรงแรมที่ระบุในรายการทัวร์เป็นเพียงโรงแรมที่นำเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงแต่โรงแรมที่เข้าพักจะเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน โดยจะแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนการเดินทางและขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พักไปเมืองใกล้เคียงในกรณีมีงานเทรดแฟร์หรือเทศกาล)
วันที่ 7 นั่งรถไฟความเร็วสูง TGV สตราซบูร์ก สู่ กรุงปารีส • มหาวิหารซาเคร-เกอร์ เดอ มงต์มารต์ • เข้าล่องเรือแม่น้ำแซน • ห้างแกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านนั่ง รถไฟความเร็วสูง (TGV) เวลา 09.25 – 11.11 น. มุ่งหน้าสู่ กรุงปารีส ซึ่งปกติจะใช้เวลาในการเดินทางด้วยรถกว่า 4 ชั่วโมง เหลือไม่ถึง 2 ชั่วโมงสู่ มหานครปารีส (Paris) เมื่องหลวงสุดโรแมนติกของประเทศฝรั่งเศส หนึ่งในจุดหมายปลายทางในฝันของใครหลายๆ คน ที่มีครบทั้ง สถาปัตยกรรม ศิลปะ อาหาร และแหล่งช้อปปิ้ง ที่มีให้ท่านได้เลือกสรรกันอย่างอัดแน่น
เที่ยง
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย
บ่าย
จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ
มหาวิหารซาเคร-เกอร์ เดอ มงต์มารต์ (The Basilica of Sacre-Coeur de Montmartre) โบสถ์และมหาวิหารรองในคริสตจักรโรมันคาทอลิก ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดของกรุงปารีส หรือที่เรียกกันว่า "มงมาทร์" สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแก่พระหฤทัยของพระเยซู เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแก่ชาวฝรั่งเศสที่ได้เสียชีวิตลงในการทำสงครามกับรัสเซียค่ะ ออกเเบบโดย พอล อบาดีย์ วิศวกรที่มีชื่อเสียงของปารีส เป็นสถาปัตยกรรมแบบโรมัน-ไบแซนไทน์
นำท่านสัมผัสกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยนักช้อปปิ้งจากทั่วทุกมุมโลก ในห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางกรุงปารีส ณ
แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (GALERIES LAFAYETTE)
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่นร้าน Brasserie Mollard ร้านอาหารเก่าแก่ของปารีส ที่คนท้องถิ่นนิยมเข้ามาเฉลิมฉลองเทศการต่างๆ ที่สำคัญตัวอาคารใช้โครงเหล็กชนิดเดียวกันกับหอไอเฟล พร้อมพิเศษ หอยเอสคาโก้ ต้นตำหรับฝรั่งเศส พร้อมไวน์แดง และ Seafood Platter
**กรณีมีเหตุสุดวิสัย ที่ร้านปิดกะทันหัน หรือเกิดเหตุที่ทำให้ไม่สามารถใช้บริการร้านได้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนร้านให้ โดยมีราคาและคุณภาพเทียบเท่าแทน**
ที่พัก
Mercure Porte De Versailles Expo หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
(โรงแรมที่ระบุในรายการทัวร์เป็นเพียงโรงแรมที่นำเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงแต่โรงแรมที่เข้าพักจะเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน โดยจะแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนการเดินทางและขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พักไปเมืองใกล้เคียงในกรณีมีงานเทรดแฟร์หรือเทศกาล)
วันที่ 8 เข้าชมพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ • จัตุรัสทรอกาเดโร • จุดถ่ายรูปกับหอไอไฟล (EIFFEL) • ประตูชัยอาร์กเดอทรียงฟ์ • ถนนช็องเซลีเซ • สุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Musée du Louvre) อดีตพระราชวังหลวงที่ปัจจุบันเป็นสถานที่เก็บและจัดแสดงสมบัติล้ำค่ากว่า 35,000 ชิ้น เช่น ภาพวาดโมนาลิซ่า, มาดอนน่า ออฟ เดอะ ร๊อค, ภาพวาดพระราชพิธีปราดาภิเษกของจักรพรรดินโปเลียน, รูปปั้นเทพไนกี้ และรูปปั้นเทพวินัสแห่งมิโล เป็นต้น
จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือพีระมิดแก้วที่ ที่ออกแบบโดย ไอ.เอ็ม.เป. สถาปนิกชื่อดังชาวจีน-อเมริกัน ภายในพิพิธภัณฑ์ออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ ส่วนแรกคือ Richelieu ทางทิศเหนือ ส่วนที่สอง Sully เป็นอาคารสี่เหลี่ยมทางทิศตะวันออก และส่วนที่สาม Denon ทางทิศใต้ขนานกับแม่น้ำแซน แต่ละปีกมีห้องพักมากกว่า 70 ห้องแสดงภาพวาดและงานศิลปะที่เต็มไปด้วยประติมากรรม จุดที่น่าสนใจมากเป็นพิเศษจะอยู่ที่ ภาพเขียน Mona Lisa ที่มีรอยยิ้มอันลึกลับที่โด่งดัง สร้างขึ้นโดย Leonardo da Vinci เป็นงานศิลปะที่มีชื่อเสียงที่สุดของพิพิธภัณฑ์
เที่ยง
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย
นำท่านถ่ายรูปหอไอเฟลที่สวยที่สุด ณ จัตุรัสทรอกาเดโร (TROCADÉRO) แต่เดิมบริเวณนี้เคยใช้เป็นสถานที่จัดงานสำคัญๆ ของประเทศอยู่หลายครั้ง แต่โด่งดังด้วยเพราะทัศนียภาพที่ท่านจะสามารถเห็น หอไอไฟล (EIFFEL) ได้อย่างไม่มีอะไรมาบดบัง โดยหอส่งสัญญาแห่งนี้นั้น ถือเป็นสัญลักษณ์ของพาปารีสที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง หอไอเฟลนั้น ตั้งตามชื่อของสถาปนิกผู้ออกแบบ กุสตาฟ ไอเฟล เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ในงาน แสดงสินค้าโลก ในปี 1889 เมื่อมีภาพยนตร์เรื่องใดที่จะกล่าวถึงปารีส ก็จะจะต้องมีโครงสร้างเหล็กเจ้าของความสูง 324 เมตร ที่เคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลก แห่งนี้อยู่ด้วยเสมอด้วยลักษณะที่แปลกตา สร้างความไม่คุ้นเคยต่อชาวปารีส ถึงขนาดมีการเรียกร้องให้รื้อทิ้งหลังจากงานสิ้นสุดลง แต่หอไอเฟลก็สามารถพิสูจน์ตัวเองและลบคำสบประหม่า จนกลายเป็นสถานที่แรกๆ ที่เมื่อมีคนพูดถึง
นำท่านถ่ายรูปกับ ประตูชัยอาร์กเดอทรียงฟ์ (ARC DE TRIOMPHE) วงเวียนที่เชื่อมถนน12 เส้นของปารีสไว้ โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นสดุดีทหารฝรั่งเศสที่ร่วมรบในสงครามต่างๆ โดยเฉพาะในสงครามนโปเลียน เนื่องจากเริ่มสร้างในรัชสมัยของพระองค์หลังได้รับชัยชนะในสงครามยุทธการที่เอาสเทอร์ลิทซ์ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 1805 นอกเหนือจากนั้น ประตูชัยแห่งนี้ก็ยังเป็นที่ฝังศพทหารนิรนามในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 อีกด้วยอาร์กเดอทรียงฟ์ มีความสูง 49.5 เมตร กว้าง 45 เมตร และหนาถึง 22 เมตร ทางทิศตะวันตกยังเป็นที่ตั้งของถนนสายที่โด่งดังที่สุดของโลกสายหนึ่ง นั่นคือ ถนนช็องเซลีเซ (CHAMPS-ÉLYSÉES) ถนนที่ได้ชื่อมาจากสวนสวรรค์ของเหล่าเทพปกรนัมกรีก ในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของการขยายพื้นที่สวยหย่อมของพระราชวังตุยเลอรี ว่ากันว่าอัตราค่าเช่าพื้นที่บนถนนแห่งนี้มีมูลค่าสูงที่สุดในยุโรป และเป็นที่ตั้งของสินค้าแบรนด์ระดับโลกมากมายทั้ง Louis Vuitton, Hermès, Omega, Lacoste, Swarovski, Longchamp
เย็น
อิสระอาหารเย็น เพื่อความสะดวกและไม่เป็นการรบกวนเวลาช้อปปิ้งของท่าน
สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ชาร์ล เดอ โกล (Paris Charles de Gaulle Airport) เพื่อให้ท่านได้มีเวลาทำการคืนภาษี (Vat Refund)
21.35 น.
ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสายการบิน เที่ยวบินที่ EK076 **บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง **
วันที่ 9 สนามบินนานาชาติดูไบ • สุวรรณภูมิฯ กรุงเทพ ฯ
07.20 น.
เดินทางถึง สนามบินนานาชาติดูไบ ให้ท่านผ่อนคลายอริยบทระหว่างรอเวลาเปลี่ยนเครื่อง
09.30 น.
เดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 372
18.40 น.
เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม
หมายเหตุ:
โปรแกรมและรายละเอียดของการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือสลับกันได้ตามความเหมาะสมทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศ และเหตุสุดวิสัยต่างๆ ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้า เช่น บางสถานที่ในยุโรปอาจปิดในวันอาทิตย์ หรืออาจะมีการปิดปรับปรุง หรืออาจทำการจองไม่ได้เนื่องจากต้องรอกรุ๊ปคอนเฟิร์มก่อนทำการจอง หากวันเดินทางตรงกับวันเหล่านี้ โดยทางบริษัทฯจะคำนึงถึงผลประโยชน์ และความปลอดภัยของผู้ร่วมเดินทางเป็นสำคัญ และขอขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนโปรแกรมโดยแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า หากทราบเวลาและสถานที่ที่แน่นอนก่อนเดินทาง