พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ P ประตู 7-8 สายการบิน กาตาร์ แอร์เวยส์ (QR) พบกับเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารท้องถิ่น) (มื้อที่ 1)
นำท่าน ล่องเรือชมความสวยงามสองฝากฝั่งแม่น้ำไรน์ นำท่านลงเรือ ณ ท่าเรือเมืองเซนต์กอร์ สู่ที่ท่าเรือเมือง บอพพาร์ด ใช้เวลาล่องเรือประมาณ 1 ชั่วโมง ระหว่างทางท่านจะได้ชมทัศนียภาพที่สวยงามของสองฟากฝั่งแม่น้ำไรน์ ซึ่งจะไม่มีสะพานข้ามแม่น้ำมาบดบังทัศนียภาพที่สวยงามเลยแม้แต่สะพานเดียว สองฟากฝั่งเป็นไร่องุ่นสลับปราสาทโบราณเป็นระยะ หมู่บ้านสวยน่ารักโบสถ์วิหารยอดแหลมบ้าง เป็นโดมบ้าง บางช่วงปลูกไม้ดอกไม้ประดับไว้แถวร้านกาแฟริมฝั่งโรงแรมและร้านค้า สวยงามหลากสีสัน การล่องเรือชมวิวที่แม่น้ำไรน์ซึ่งเป็น 1 ในแม่น้ำที่แปลกที่สุดอีกแห่งหนึ่ง โดยแม่น้ำจะไหลจากทิศใต้ขึ้นสู่ทิศเหนือ จนกระทั้งถึง เมืองบอพพาร์ดนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองโคโลญประเทศเยอรมนี (ประมาณ 41 กม.) นำท่านชมความยิ่งใหญ่ของ มหาวิหารแห่งเมืองโคโลญ เป็นวิหารสไตล์โกธิคที่รอดพ้นจากการถล่มระเบิดจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเมืองโคโลญก็ยังเป็นต้นกำเนิดของน้ำหอมตระกูล 4711 อีกด้วย อิสระให้ท่านเลือกซื้อของที่ระลึก ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่เมืองดุสเซลดอล์ฟ (Dusseldorf) ( ประมาณ 44 กม.) เมืองที่จัดว่าเป็นเมืองสมัยใหม่ของประเทศเยอรมนีแต่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมเอาไว้อย่างลงตัว
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านกีธูร์น (GIETHOORN) (ประมาณ 219 กม.) หมู่บ้านในฝันสุดโรแมนติก หมู่บ้านที่ไม่มีรถไม่มีถนนไม่มีมลพิษ หรือความวุ่นวายใดๆ มีแต่ลำคลอง มีสะพานไม้ทรงสวยเพื่อใช้เป็นทางเดินติดต่อกันภายในหมู่บ้านกว่า 180 สะพาน ชาวบ้านที่นี่ใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางสัญจรเท่านั้น นำท่านล่องเรือชมหมู่บ้านกีธูร์น (GIETHOORN VILLAGE) หมู่บ้านที่มีผู้คนอาศัยอยู่ราวๆ 2,600 คน ส่วนมากเป็นชาวไร่ที่มีฐานะดี บ้านแต่ละหลังมีการออกแบบและการตกแต่งเป็นกระท่อมสไตล์ตะวันตกที่แสนน่ารักอบอุ่น จนทำให้ได้รับการขนานนามว่าเป็นเวนิสแห่งเนเธอร์แลนด์ (The Venice of Natherland) ในปี 1958 ภาพยนต์ตลกชื่อดังของ BEST Haanstra อย่าง Fanfare ได้ใช้สถานที่นี้เป็นโลเคชั่นหลักในการถ่ายทำ และนั่นก็เหมือนกับเป็นการเปิดตัวที่ทำให้หมู่บ้านไร้ถนนแห่งนี้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง จนมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกพลัดกันมาเยี่ยมชมความสวยงามสุดโรแมนติกของหมู่บ้านกีธูร์นแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย
จากนั้นเดินทางสู่ หมู่บ้านกังหันลม (Windmill) ซานส์ ชานส์ แถบชนบทของฮอลแลนด์ ชมกังหันลมแบบต่าง ๆ ซึ่งสร้างมาเพื่อใช้งานต่างกัน อาทิเช่นใช้ทดน้ำเข้าแปลงนา,ใช้เป็นโรงเลื่อย, โรงสีข้าว, เนเธอร์แลนด์เคยมีกังหันลมอยู่ 9,000 หลัง แต่ปัจจุบันเหลือแค่เพียง 945 หลัง จากนั้นนำท่านชม หมู่บ้านชาวดัชท์เก่าแก่ดั้งเดิมบ้านหลังเล็กน่ารักปลูกอยู่ริมน้ำ หน้าบ้านมีแปลงสวนดอกไม้นานาชนิดหน้าต่างประดับด้วยผ้าลูกไม้ลวดลายต่างๆ นำท่านแวะชมโรงงานรองเท้าไม้ ที่ผลิตจากไม้พลับเพลา ที่เป็นอุตสาหกรรมเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยโบราณ ชมวิธีการทำรองเท้าไม้แบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นรองเท้าประจำชาติของชาวฮอลแลนด์
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองลิซเซ่ นำท่านเข้าชมดอกทิวลิป ณ สวนเคอเค่นฮอฟ ( จัดเพียงปีละหนึ่งครั้ง ) สวนดอกไม้แห่งนี้เป็นความคิดริเริ่มของนายกเทศมนตรีเมืองลิซเซ่ ในปี 1949 ได้ร่วมกับสมาคมผู้ส่งเสริมการปลูกดอกไม้ประเภทไม้หัว ได้เกิดแนวคิดที่จะมีงานแสดงไม้ดอกประจำปีแบบกลางแจ้ง โดยทำการจัดให้เหมือนกับการได้ชมสวนจริงๆ และก็ได้เลือกเคอเค่นฮอฟแห่งนี้เป็นที่จัดแสดง สวนเคอเค่นฮอฟ (Kerkenhof Garden) เป็นสวนสวยที่ผู้คนทั่วโลกปรารถนาที่จะมาเยือน เป็นแหล่งปลูกทิวลิปที่ใหญ่และสำคัญยิ่งของประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นสวนที่สวยงามและสะพรั่งไปด้วยดอกทิวลิป ซึ่งมีมากถึงกว่า 7 ล้านต้นในแต่ละปี รวมทั้งดอกไม้อื่นๆ เช่น ลิลลี่ แดฟโฟดิล หรือนาซิสซัส ไฮยาซินธ์ ออกดอกบานสะพรั่งอยู่ดูละลานตา สวนได้ถูกออกแบบไว้อย่างสวยงามในฤดูใบไม้ผลิของทุกปี ระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม สวนเคอเคนฮอฟจะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมดอกทิวลิปและดอกไม้แสนสวยนานาพรรณ อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับการถ่ายรูปภายในสวน
จากนั้นเดินทางสู่ กรุงอัมสเตอร์ดัม เพื่อนำท่าน ล่องเรือหลังคากระจก ชมกรุงอัมสเตอร์ดัม ซึ่งตลอดเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมา คลองเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญที่สุดของเมืองนี้ และอัมสเตอร์ดัมก็มีคลองจำนวนมากที่สุดในโลกด้วย (ประมาณ 100 คลอง ยาวรวมกัน 97 กม.) และมีสะพานข้ามคลอง 600 สะพาน สถานที่สำคัญน่าชมที่สุดของอัมสเตอร์ดัมเกือบทั้งหมดจะอยู่ริมคลอง รวมทั้งคฤหาสน์บ้านช่องของคหบดีเก่าแก่ด้วย แม้กระทั่งตลาดดอกไม้สดของเมืองหลวงแห่งนี้ก็ยังอยู่ริมคลอง จากนั้นนำท่านแวะชมโรงงานเจียรนัยเพชรและอัญมณี ซึ่งเป็นงานฝีมือลือชื่อของเนเธอร์แลนด์มานานแล้ว พร้อมกันนั้นท่านจะมีโอกาสเลือกซื้อเพชรเม็ดงามในราคาเป็นกันเองจากโรงงานอีกด้วย นำท่านเดินชมย่าน Dam Square ถ่ายรูปพระราชวังหลวงจากด้านนอก ซึ่งจะเป็นย่านกลางเมืองและเป็นถนนช้อปปิ้งของกรุงอัมสเตอร์ดัม
จากนั้นเดินทางสู่ เมืองรอตเทอร์ดาม (ประมาณ 78 กม.) เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศเนเธอร์แลนด์ และยังเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงาน Europoort ที่มีการขนส่งสินค้าจำนวนมหาศาลเพื่อเดินทางไปและกลับจากทวีปยุโรป แม้ว่าจะถูกทำลายโดยการโจมตีทางอากาศของเยอรมันเมื่อปี พ. ศ. 2483 แต่กลางกรุงรอตเทอร์ดาม ได้รับการสร้างขึ้นใหม่หลังจากสงคราม และวางแผนการเดินทางใหม่ที่เต็มไปด้วยย่าน
ช้อปปิ้งย่านที่อยู่อาศัยและถนนสูงที่ทันสมัยทำให้เป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป นำท่านชม บ้านคิวบ์ The Cube Houses เป็นบ้านทรงลูกบาศก์เอียง 45 องศา ถูกสร้างไว้บนเสาหกเหลี่ยม เป็นรูปร่างที่แปลก จุดประสงค์หลักที่สร้างบ้านลักษณะนี้คือเพื่อประหยัดพื้นที่การใช้สอยนั่นเอง จากนั้นนำท่านเดินชม ท่าเรือเก่า Old Harbor (Oude Haven) เป็นอ่างเก็บน้ำที่เต็มไปด้วยเรือเก่าที่ได้รับการบูรณะซึ่งหลายแห่งมีบ้านพักที่เจ้าของของพวกเขาอาศัยอยู่ ท่านสามารถนั่งดื่มกาแฟ มีร้านกาแฟจำนวนมากหรือเดินเล่นรอบ ๆ ดูเรือที่มีการทาสีหรือซ่อมแซม ระบุอายุของเรือและแสดงภาพของพื้นที่นี้ในช่วงความมั่งคั่งของเป็นพอร์ตการค้าและอู่ต่อเรือ
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 9)
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองบรูจประเทศเบลเยี่ยม บรูจ หรือ บรุเยอ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและเป็นเมืองหลวงของจังหวัดฟลานเดอร์ตะวันตกในบริเวณเฟลมมิชในประเทศเบลเยียม ตัวเมืองตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ได้รับการรับรองใหเป็นมรดกโลก จากองค์การยูเนสโก และได้รับขนานนามว่าเป็นเวนิสของยุโรปเหนือ ท่านจะได้สัมผัสกับความงามของเมืองที่รายล้อมด้วยลำคลองมากมาย และสะพานข้ามคลองที่จะมีลักษณะเหมือนกับเมืองเวนิซประเทศอิตาลี ชมจตุรัส Market Square ชมอาคารศาลาเทศบานเมืองบรูจ จากนั้นอิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึก
หลังจากนั้น ออกเดินทางสู่ กรุงบรัสเซลส์ประเทศเบลเยียม (ประมาณ 78 กม.) จากนั้นนำท่านถ่ายรูปคู่กับประติมากรรม อะโตเมี่ยม สัญลักษณ์ของการรวมตัวครั้งแรกของกลุ่มประเทศยุโรปเมื่อปี ค.ศ. 1959 ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดงานแสดงสินค้าโลก โดยสร้างเป็นรูปทรงกลมขนาดยักษ์จำนวน 9 ลูก แทน 9 จังหวัดของประเทศเบลเยี่ยม และได้จำลองแบบมาจากอะตอมที่ขยายขนาดขึ้นมา 165 ล้านเท่า นำท่านผ่านชมอาคารบ้านเรือนในยุคเก่า ๆ สถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างโกธิคและนีโอโกธิค
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 12)
นำท่านชม เมเนเกน พิส หนูน้อยยืนฉี่ สัญลักษณ์ของบรัสเซล เป็นรูปปั้นเด็กชายผมหยิก สูงประมาณ 3 ศอก หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูกำลังปัสสาวะ(ซึ่งเป็นน้ำพุ)พร้อมทั้งเดินเล่นบริเวณกรองด์ปลาซ หรือ จัตุรัสกลางเมืองบรัสเซล ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นจัตุรัสที่สวยงามและมีเสน่ห์ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ชมสถาปัตยกรรมอันงดงามของอาคารบ้านเรือน ซึ่งก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมบารอกที่งามสง่า และอาคารที่เด่นที่สุดคือศาลากลาง ซึ่งเป็นอาคารที่ใหญ่ที่สุดในกรองด์ปลาซ พึ่งผ่านการบูรณะให้สวยงามยิ่งขึ้น เป็นศิลปะแบบโกธิคมีรูปปั้นตามจั่วต่าง ๆ สวยงามมาก
นำท่านเดินทางสู่ เมืองปารีส (ประมาณ 376 กม. ใช้ระยะเวลาประมาณ 4 ชม.) ตั้งอยู่บนแม่น้ำแซนบริเวณตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสจากการตั้งถิ่นฐานมากว่า 2000 ปี เมืองปารีสมหานครซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองหลวงด้านแฟชั่น
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 15)
นำท่านเดินทางไปยัง แวร์ซาย อดีตเมืองหลวงและศูนย์กลางการเมืองการปกครองในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 อยู่ห่างจากปารีสไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร นำท่านเข้าชม พระราชวังแวร์ซาย (มีไกด์ท้องถิ่นบรรยาย ในแต่ละห้องข้อมูลแน่นปึ๊ก ที่สำคัญเที่ยวแบบ VIP ไม่มีต่อคิว) พระราชวังที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใหญ่ที่สุดในปฐพี ชมความอลังการของพระราชวังซึ่งได้รับการตกแต่งไว้อย่างหรูหราวิจิตรบรรจง ชมความงดงามของห้องต่างๆ อาทิเช่น ห้องอพอลโล, ห้องนโปเลียน ห้องบรรทมของราชินี, ห้องโถงกระจกท้องพระโรง, ห้องสงครามและสันติภาพ รวมถึงเรื่องราวและความเป็นมาของอดีตอันยิ่งใหญ่ของพระราชวังแห่งนี้ จากนั้นอิสระให้ท่านได้ชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกบริเวณอุทยานอันร่มรื่นและหลากหลายด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับสีสันสวยงาม สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางเข้าสู่ นครปารีส นครหลวงของฝรั่งเศส ศูนย์กลางแห่งแฟชั่นชั้นนำของโลก ตั้งอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำแซน
นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือบาตามูซ เพื่อล่องเรือแม่น้ำแซน ชมวิวทิวทัศน์กันบนดาดฟ้าเรือ ชื่นชมความงามของทัศนียภาพของนครปารีส ชมสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองสองฝั่งของแม่น้ำแซน โบราณสถาน และอาคารที่เก่าแก่สร้างด้วยศิลปะแบบเรเนสซองส์ ควรค่าแก่การอนุรักษ์ตลอดทางท่านจะได้ความประทับใจกับความสวยงามของทัศนียภาพที่ร่วมกันสรรสร้างให้นครปารีสได้ชื่อว่าเป็นนครที่มีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อาทิเช่น สะพานอเล็กซานเดอร์, ศาลาว่าการ, จัตุรัสคองคอร์ด, โรงกษาปณ์, เกาะอิลเดอลาซิเต้ ศูนย์กลางเมืองแห่งแรก สถานที่ตั้ง มหาวิหารนอเตรอดาม หรือโบสถ์นอเตรอดาม สร้างด้วยศิลปะแบบโกธิคที่ประดับตกแต่งด้วยกระจกสีอย่างงดงาม ซึ่งในอดีตเคยใช้เป็นสถานที่สำหรับพิธีราชาภิเษกนโปเลียนขึ้นครองราชย์ มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี และทำให้ปารีสโดดเด่นเป็นมหานครที่งดงามแห่งหนึ่งของโลก (ในกรณีที่น้ำในแม่น้ำแซนขึ้นสูงกว่าปกติหรือมีเหตุการณ์สุดวิสัย เช่น การนัดหยุดงาน เป็นต้น รายการล่องแม่น้ำแซนอาจจะไม่สามารถดำเนินการได้)
นำท่านผ่านชม จัตุรัสคองคอร์ด สถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสและยุโรป เป็นลานประหารที่ตั้งกิโยติน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนนับพันในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศสปี ค.ศ. 1789 นำท่านถ่ายภาพกับ หอไอเฟล สัญลักษณ์ของนครปารีสด้วยความสูงถึง 1,051 ฟุต กันอย่างจุใจจากนั้น นำท่านเดินทางสู่ ร้านปลอดภาษี เพื่อให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าต่างๆ มากมาย อาทิเช่น เครื่องสำอาง, น้ำหอม, เครื่องประดับ, กระเป๋าหนัง และเครื่องหนังอื่นๆ รวมทั้งเสื้อผ้า Brand Name จากฝรั่งเศส ให้ท่านถ่ายรูป พีระมิดแก้ว พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 18)
นำท่านเดินทางสู่ มงมาร์ต บริเวณนี้เป็นเนินเขาเตี้ยๆ โดยมี มหาวิหารซาเกรเกอร์ ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนเนินเขา ชาวปารีสเขาถือว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญชิ้นหนึ่งซึ่งเชิดหน้าชูตาให้แก่ปารีสเท่าเทียมกับหอไอเฟล ประตูชัยและมหาวิหารนอเตรอดาม มหาวิหารซาเกรเกอร์ สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ตรงกลางมียอดโดมสูงใหญ่ ส่วนที่ต่ำลงมาก็มีโดมบริวารขนาดกลางและขนาดเล็กล้อมรอบอยู่ โดมประธานตรงกลางมีความสูงไม่น้อยกว่า 80 เมตร บริเวณนี้สามารถมองเห็นนครปารีสในมุมมกว้าง
ให้ท่านช็อปปิ้งสินค้าที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศสภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง แกลลารี่ ลาฟาแยตต์ ซึ่งมีสินค้าแบรนด์เนมทุกยี่ห้อรวมถึง Louise Vuitton ท่านที่ไม่มีความประสงค์ช็อปปิ้งสามารถเดินชมความงามของบ้านเมืองและโรงละครโอเปร่าที่เก่าแก่สวยงาม เพราะย่านช้อปปิ้งอยู่กลางเมืองมีอาคารบ้านเรือนสวยงามมาก ได้เวลาอันสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบินชาร์ลเดอร์โกลเพื่อทำการเช็คอิน และทำ TAX REFUND
ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ QR 038 / QR 832 แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโดฮา
เอกสารประกอบการขอวีซ่าทัวร์ (ใช้เวลาพิจารณาวีซ่า 15 วันทำการ และต้องมาแสดงตนที่สถานฑูต)
1. หนังสือเดินทางที่เหลืออายุใช้งานได้เกิน 6 เดือนขึ้นไป ถ้ามีหนังสือเดินทางเล่มเก่ากรุณาแนบมาด้วย ต้องมีหน้าว่างเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้า
2. รูปถ่ายปัจจุบันหน้าตรง 2x1.5 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ใช้รูปสี พื้นฉากหลังสีขาวเท่านั้น อายุรูปไม่เกิน 6 เดือน เหมือนกันทั้ง 2 รูป) ไม่เห็นฟัน ห้ามใส่คอนแทคเลนส์ หรือ บิ๊กอายในการถ่ายรูป / ห้ามใส่เครื่องประดับในการถ่ายรูป
3. สำเนาทะเบียนสมรส / สำเนาทะเบียนหย่า / สำเนาใบมรณะบัตร/ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล/ เอกสารเพิ่มเติมกรณีอื่น ๆ
4. สำเนาบัตรประชาชน
5. สำเนาทะเบียนบ้าน
6. สำเนาสูติบัตร (สำหรับเด็กต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์)
7. กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์: เดินทางต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
7.1 เด็กเดินทางกับบุคคลอื่น บิดามารดาต้องทำหนังสือยินยอมให้เดินทางไปต่างประเทศจากทางอำเภอ/เขต (ตัวจริงเท่านั้น) โดยเอกสารระบุว่าอนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศกับใครและระบุความสัมพันธ์ว่าเป็นอะไรกันอย่างชัดเจน **พร้อมแปลเป็นภาษาอังกฤษและรับรองเอกสาร+ประทับตราจากกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น** (พ่อและแม่ต้องมาแสดงตัว ณ วันที่ยื่นวีซ่าด้วย)
7.2 เด็กเดินทางกับบิดา มารดาต้องทำหนังสือยินยอมให้เดินทางไปต่างประเทศจากทางอำเภอ/เขต (ตัวจริงเท่านั้น) โดยเอกสารระบุว่ามารดาอนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศกับบิดาและระบุชื่อบิดา **พร้อมแปลเป็นภาษาอังกฤษและรับรองเอกสาร+ประทับตราจากกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น** (แม่ต้องมาแสดงตัว ณ วันที่ยื่นวีซ่าด้วย)
7.3 เด็กเดินทางกับมารดา บิดาต้องทำหนังสือยินยอมให้เดินทางไปต่างประเทศจากทางอำเภอ/เขต (ตัวจริงเท่านั้น) โดยเอกสารระบุว่าบิดาอนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศกับมารดาและระบุชื่อมารดา **พร้อมแปลเป็นภาษาอังกฤษและรับรองเอกสาร+ประทับตราจากกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น** (พ่อต้องมาแสดงตัว ณ วันที่ยื่นวีซ่าด้วย)
7.4 กรณีพ่อและแม่หย่าร้าง หรือเสียชีวิต ต้องแนบใบหย่า หรือ ใบมรณะบัตร เพื่อเป็นการยืนยัน
7.5 ให้แนบสำเนาพาสปอร์ตของพ่อ และ แม่ (หากไม่มีให้แนบสำเนาบัตรประชาชนของพ่อและแม่)
7.6 เด็กอยู่ในความปกครองของบิดาหรือมารดาเพียงคนเดียว จะต้องมีหลักฐานรับรองว่าเด็กอยู่ภายใต้การปกครองของผู้นั้น เช่น สำเนาใบหย่า พร้อมทั้งบันทึกการหย่าซึ่งแสดงว่าเป็นผู้รับผิดชอบเด็ก เด็กอยู่ในความปกครองของผู้อื่น จะต้องมีหลักฐานรับรองว่าเด็กอยู่ภายใต้การปกครองของผู้นั้น เช่น ใบปกครองบุตร (ปค.14) จากทาง อำเภอ/เขต (ตัวจริงเท่านั้น) , หนังสือรับรองบุตรบุญธรรม เป็นต้น พร้อมแนบหลักฐานของบิดาหรือมารดาหรือผู้ที่เด็กอยู่ภายใต้การปกครองของผู้นั้น
**พร้อมแปลเป็นภาษาอังกฤษและรับรองเอกสาร+ประทับตราจากกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น**
8. หลักฐานการทำงาน
8.1 กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของกิจการ : ใช้หนังสือจดทะเบียนบริษัทฯ ที่มีรายชื่อผู้ประกอบกิจการ(สำเนาอายุไม่เกิน 3 เดือน)
8.2 กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของร้านค้า : ใช้ทะเบียนพาณิชย์ที่มีชื่อผู้เป็นเจ้าของร้านค้า(สำเนา)
8.3 กรณีที่เป็นพนักงานบริษัทฯ : จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้าง ระบุชื่อ-นามสกุล , ตำแหน่ง , วัน/เดือน/ปีที่เริ่มทำงาน , เงินเดือน ในจดหมายต้องมีหัวกระดาษบริษัท เบอร์โทร และตราประทับบริษัทด้วย จดหมายรับรองการทำงานให้ระบุ TO WHOM IT MAY CONCERN (ไม่ต้องระบุสถานฑูต) ไม่ต้องระบุวันลา และประเทศที่เดินทาง พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น (ตัวจริงอายุไม่เกิน 1 เดือน)
8.4 กรณีที่เป็นข้าราชการ : ใช้หนังสือรับรองจากหน่วยงาน จดหมายรับรองการทำงานให้ระบุ TO WHOM IT MAY CONCERN (ไม่ต้องระบุสถานฑูต) ไม่ต้องระบุวันลา และประเทศที่เดินทาง พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น (ใส่ปี เป็น ค.ศ. เท่านนั้น ห้ามใส่ปีเป็น พ.ศ.) (ตัวจริงอายุไม่เกิน 1 เดือน)
8.5 กรณีเกษียณอายุราชการ ถ่ายสำเนาบัตรข้าราชการบำนาญ
8.6 กรณีเป็นนักเรียนนักศึกษา ต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันศึกษานั้นว่ากำลังศึกษาอยู่ระบุชั้นปีที่ศึกษา พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น (ตัวจริงอายุไม่เกิน 1 เดือน) / พร้อมสำเนาบัตรนักเรียน นักศึกษา
8.7 กรณีเป็นแม่ค้า, ทำธุรกิจส่วนตัว, ทำอาชีพอิสระ ต้องพิมพ์จดหมายรับรองตัวเอง เป็นภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบรูปถ่ายสถานที่ทำงานมาด้วย รูปถ่ายอย่างน้อย 3-5 ใบ
9. หลักฐานการเงิน (บัญชีออมทรัพย์เท่านั้น) สเตทเมนท์ (Statement) ย้อนหลัง 6 เดือน ซึ่งออกโดยธนาคาร ขอสเตทเม้นชื่อ-นามสกุลเป็นภาษาอังกฤษ + ตราประทับจากธนาคาร + ลายเซ็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร นำเล่มจริงมาแสดงวันที่ยื่นวีซ่า
⦁ เงินฝากออมทรัพย์ (ยอดเงินในสมุดบัญชีธนาคาร ต้องมีไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท ต่อการยื่นวีซ่า 1 ท่าน และ ต้องมีการเข้าออกของเงินสม่ำเสมอ ห้ามทำการโอนเงินเข้าไปในครั้งเดียวเป็นยอดใหญ่ก่อนการยื่นวีซ่าเด็ดขาด!!)
⦁ ก่อนยื่นวีซ่า 7 วัน รบกวนปรับสมุดบัญชี ให้มียอดล่าสุด 7 วัน ก่อนถึงวันยื่นวีซ่า และสำเนาหน้าที่ปรับสมุด + หน้าแรกที่มีชื่อบัญชี นำมายื่นเพิ่มเติมในวันที่ยื่นวีซ่า หากนำสมุดไปปรับแล้วไม่มียอด รบกวนนำเงินเข้า หรือ นำเงินออก เผื่อจะได้มียอดในการปรับสมุด
****** สถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวันในทุกกรณี ******
10. ในกรณีที่มีผู้รับรองค่าใช้จ่าย ต้องมีเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
10.1 จดหมายจากผู้รับรองค่าใช้จ่าย พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น – หลักฐานแสดงความสัมพันธ์ของผู้เดินทางกับผู้รับรองค่าใช้จ่าย เช่น ทะเบียนบ้าน และต้องเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน (พ่อ, แม่ สามารถรับรองค่าใช้จ่ายให้บุตรได้ / สามี ภรรยา ที่จดทะเบียนสมรส รับรองให้กันและกันได้ / (ปู่, ย่า, ตา, ยาย ไม่สามารถรับรองค่าใช้จ่ายให้หลานได้)
- กรณีเป็นสามีภรรยากันแล้วไม่ได้จดทะเบียน และรับรองค่าใช้จ่ายกัน ต้องใช้เอกสารดังนี้
⦁ เขียนจดหมายชี้แจงเป็นภาษาอังกฤษ มาว่าอยู่ด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนกัน
⦁ กรณีมีลูกด้วยกันให้ใช้ใบเกิดของลูก
10.2 สเตทเมนท์ (Statement) ย้อนหลัง 6 เดือน ซึ่งออกโดยธนาคาร ขอสเตทเม้นชื่อ-นามสกุลเป็นภาษาไทย พร้อมตราประทับจากธนาคาร บัญชีออมทรัพย์ของผู้รับรองค่าใช้จ่าย พร้อมหนังสือรับรองทางการเงินจากธนาคาร (BANK CERTIFICATE) เป็นภาษาอังกฤษ **ต้องเป็นบัญชีเดียวกันเท่านั้น**
11. ผู้สูงอายุที่มีอายุเกินกว่า 70 ปี บริบูรณ์กรุณาแนบใบรับรองแพทย์ว่าสามารถเดินทางได้เพื่อเป็นเอกสารประกอบการยื่นวีซ่า
12. กรณีผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ต่างประเทศ จะต้องยื่นขอวีซ่าอิตาลี ณ ประเทศที่ท่านกำลังศึกษาอยู่
*** รายละเอียดเอกสารการยื่นขอวีซ่าที่ได้กล่าวมานี้ เป็นเพียงข้อเบื้องต้นที่ทางบริษัทฯ ได้จัดทำขึ้นจากประสบการณ์และระเบียบของสถานทูต ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามแต่สถานการณ์และคุณสมบัติของลูกค้า
วันที่มายื่นวีซ่ากรุณานำสมุดบัญชีธนาคารเล่มจริงมาด้วย (กรณีมีเล่มต่อจากสมุดเดิมรบกวนนำเล่มเก่ามาด้วย)
เอกสารทุกอย่างที่เป็นสำเนา เช่น ทะเบียนบ้าน , ทะเบียนสมรส , ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล , สูติบัตร , นำตัวจริงมาวันที่ยื่นวีซ่าด้วย
***** สำหรับคนที่จะใช้เล่มไปที่อื่นก่อน สถานทูตจะไม่ให้ดึงเล่มไม่ว่ากรณีใด ๆ *****
กรมการกงสุลได้แจ้งเตือนว่า :
1.ในหนังสือเดินทางต้องมีเพียงตราประทับของทางราชการเท่านั้น
2. การขีดเขียนหรือประทับเครื่องหมายอื่นใดในหนังสือเดินทาง ถือว่า “ หนังสือเดินทางชำรุด ” อาจถูกปฎิเสธเข้าประเทศต่างๆ หรือถูก Blacklist ห้ามเข้าประเทศนั้นอีก
บริษัทฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงราคากรณีผู้ร่วม เดินทางน้อยกว่า 15 ท่าน***
สำหรับท่านที่เป็นมุสลิม , ทานมังสวิรัติ , ไม่ทานหมู , ไม่ทานเนื้อ , ไม่ทานไก่ , ไม่ทานปลา โปรดแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์
***หมายเหตุข้อสำคัญที่ท่านควรทราบ***
1.)ในการยื่นวีซ่า ทางบริษัท จะทำการนัดหมายกับสถานทูตและสถานทูตจะเป็นผู้กำหนดวันและเวลาให้เข้าไปยื่นวีซ่า เป็นการยื่นวีซ่าแบบกรุ๊ปเท่านั้น(ปกติสถานทูตจะให้เข้าไปยื่นวีซ่า 15 วันก่อนเดินทาง) ซึ่งอัตราค่าใช้จ่ายรวมอยู่ในรายการทัวร์แล้ว
***กรุณาพิจารณารายละเอียดของโปรแกรมทัวร์และเงื่อนไขต่างๆของบริษัท เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำงวดแรกแล้ว ทางบริษัทถือว่าท่านได้รับทราบและยอมรับเงื่อนไขต่างๆ ของบริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ***