วิลนิอุส – หอคอยเกดิมินัส – มหาวิหารวิลนีอุส - ปราสาททราไก – เนินเขาสามไม้กางเขน
เนินไม้กางเขน - บอสก้า – พระราชวังรุนดาเล่ – ริก้า - ซิกุลด้า – ปราสาทซิกุลด้า – ปราสาททูไรด้า
อนุสาวรีย์อิสรภาพ – โดมสแควร์ – โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ – พาร์นู – ศาลาว่าการเมืองพาร์นู
ทานลินน์ – พระราชวังแคทเดอริค – พิพิธภัณฑ์ศิลปะแคทเดอริค
เคานาส– จัตุรัสศาลากลางของทาลลินน์ - จุดชมวิวโคห์ตุตซา
นำท่านเดินทางชมเมืองวิลนิอุส (Vilnius) เมืองหลวงของประเทศลิทัวเนีย เมืองใหญ่และสวยงามที่สุดของประเทศ ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำวิลเนีย และแม่น้ำเนริ โดยวิลนิอุสมีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ มีโบสถ์และวิหารมากมาย จึงได้รับสมญานามว่าเป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมของยุโรปในปี ค.ศ. 2009 ซึ่งยูเนสโกได้ประกาศให้เป็นแหล่งมรดกโลกใน ค.ศ. 1994 ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง
นำท่านเดินทางชม ประตูเมืองในวิลนีอุส (Gate of Down) เป็นประตูเมืองในวิลนีอุส หลวงของลิทัวเนีย และเป็นหนึ่งในอนุสรณ์ทางศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุด เป็นสถานที่แสวงบุญคาทอลิกที่สำคัญในลิทัวเนีย
จากนั้นนำท่านเดินทางชมเมืองซูปิส (Uzupis Town) ย่าน Užupis ที่มีบรรยากาศแบบโบฮีเมียนนั้นมีศิลปะบนกำแพงและประติมากรรมต่างๆ เช่น นางฟ้าที่ทำจากทองเหลือง ประติมากรรมนางเงือกที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ และรัฐธรรมนูญที่ติดอยู่บนกำแพง โดยเป็นฉบับล้อเลียนของ “Republic of Užupis” ที่ตั้งขึ้นมาอย่างไม่เป็นทางการ นอกจากนี้ยังมีสตูดิโอของศิลปินและร้านเสื้อผ้าของดีไซเนอร์ คาเฟ่สุดฮิป รวมถึงร้านอาหารนานาชาติที่ตั้งอยู่เรียงรายตามตรอกซอกซอยแคบๆ และสุสาน Bernardine Cemetery อันร่มรื่นที่สร้างขึ้นตังแต่ปี 1810 และมีหลุมศพของคนท้องถิ่นผู้มีชื่อเสียงมากมาย
นำท่านเดินทางเข้าชมหอคอยเกดิมินัส (Gediminas' Tower) เป็นส่วนที่เหลืออยู่ของปราสาทตอนบนบนยอดเขาเกดิมินาส ในเมืองวิลนีอุส ประเทศลิทัวเนีย เดิมป้อมปราการไม้แห่งแรกสร้างโดย Gediminas แกรนด์ดุ๊กแห่งลิทัวเนีย (ประมาณ ค.ศ. 1275–1341) ปราสาทอิฐหลังแรกสร้างเสร็จในปี 1409 โดย Grand Duke Vytautas หอคอยสามชั้นแห่งนี้สร้างขึ้นใหม่ในปี 1933 โดยสถาปนิกชาวโปแลนด์ Jan Borowski ซากปราสาทเก่าบางส่วนได้รับการบูรณะใหม่โดยได้รับคำแนะนำจากการวิจัยทางโบราณคดี
นำท่านเดินทางเข้าชมมหาวิหารวิลนีอุส (Vilnius Cathedral) เป็นอาสนวิหารคาทอลิกหลักในลิทัวเนีย ตั้งอยู่ในเมืองเก่าวิลนีอุส ไม่ไกลจาก Cathedral Square โบสถ์แห่งนี้อุทิศให้กับนักบุญคริสเตียน Stanislaus และ Ladislaus และเป็นหัวใจสำคัญของชีวิตฝ่ายวิญญาณคาทอลิกในลิทัวเนีย
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองทราไก (Trakai) (ระยะทาง 30 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที) นำท่านเข้าชม ปราสาททราไก (Trakai Castle) ปราสาทสวยบนเกาะในทะเลสาบเกรฟ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 เป็นปราสาทที่ท่านแกรนด์ดุ๊ก วีเทาทัส ประสงค์ใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลาย ก่อนที่จะกลายเป็นคุกในช่วงศตวรรษที่ 17 อีกด้านหนึ่งเป็นโบสถ์และสำนักสงฆ์ในนิกายเบเนดิกทีน ถึงแม้ว่าตัวปราสาทจะตั้งอยู่บนเกาะ แต่การเดินทางมายังตัวปราสาทนั้นค่อนข้างง่าย เนื่องจากมีสะพานเชื่อมติดต่อกันระหว่างชายฝั่งกับปราสาท นอกจากท่านจะได้ชมความงดงามของตัวปราสาทแล้วท่านยังจะได้ชมความงดงามของทะเลสาบเกรฟที่สวยงามไม่แพ้ที่ใดเช่นกัน อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงาม หรือจะเลือกจิบชา กาแฟริมทะเลสาบตามอัธยาศัย
นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองวิลนีอุส (ระยะทาง 33 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที)
จากนั้นนำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์อาชีพและการต่อสู้เพื่ออิสรภาพ (Museum of Occupations and Freedom Fights) ตั้งอยู่ในเมืองวิลนีอุส พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1992 อุทิศให้กับการแสดงสิ่งประดิษฐ์และบันทึกจากช่วง 50 ปีของการยึดครองลิทัวเนียของสหภาพโซเวียต นำท่านเดินทางชมเนินเขาสามไม้กางเขน (Hill of Three Crosses) ประกอบด้วยไม้กางเขนคอนกรีตเสริมเหล็กสีขาว 3 อันที่มองเห็นได้จากระยะไกล ขึ้นไปบนเนินเขาแล้ว ท่านจะได้เห็นภาพพาโนรามาอันกว้างใหญ่ของเมืองเก่าวิลนีอุส อนุสาวรีย์สูง 12 เมตรแห่งนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเอกลักษณ์ประจำชาติ แต่ตัวไม้กางเขนมักจะถูกส่องสว่างเป็นสีต่างๆ เพื่อรำลึกถึงกิจกรรมพิเศษสำหรับลิทัวเนีย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ห้างสรรพสินค้าแอคโครโปลิส (Akropolis Shopping Center) ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ประจำเมืองวิลนิอุส อิสระให้ท่านช้อปปิ้งซื้อของฝากหรือสินค้าแบรนด์เนม อาทิเช่น GEOX, GUESS, H&M, MANGO, PULLS&BEAR, ZARA และแบรนด์ท้องถิ่น อื่นๆมากมาย
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองโชว์เล่ย์ (Siauliai) (ระยะทาง 218 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.45 ชม.) เมืองที่เป็นศูนย์กลางทั้งทางด้านวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมที่สำคัญ รวมทั้งยังเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดเมืองหนึ่งของลิทัวเนีย โดยเมืองชัวเลย์ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1236 ซึ่งในอดีตตัวเมืองถูกเผาทำลายมากถึง 7 ครั้ง แต่ในปัจจุบันได้รับการฟื้นฟูดูแลจนกลายเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรือง และยังเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย
นำท่านเดินทางชมเนินไม้กางเขน (Hill of Crosses) สถานที่สำคัญทางศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค ที่คริสต์ศาสนิกชนให้ความเคารพนับถือ โดยสุสานแห่งนี้กำเนิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 14 ซึ่งในอดีตไม้กางเขนจะถูกนำมาวางที่สุสานแห่งนี้ เวลาที่มีการต่อสู้กับผู้บุกรุก หรือเวลาที่มีการเรียกร้องอิสรภาพให้กับชาวลิทัวเนีย ซึ่งในปัจจุบันภายในสุสานแห่งนี้มีไม้กางเกงเขนจำนวนมากกว่าหนึ่งแสนอัน ซึ่งมีทั้งขนาดเล็กและใหญ่แตกต่างกันออกไป ทำให้สุสานไม้กางเขนแห่งนี้มีลักษณะเหมือนกับเนินเขาไม้กางเขน
หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองบอสก้า (Bauska) (ระยะทาง 86 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.) เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ทางตอนใต้ของลัตเวีย เมืองนี้มีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สวยงาม ตั้งอยู่บนชายฝั่งของแม่น้ำสองสาย ส่วนหนึ่งของเมืองอยู่บนหุบเขา ส่วนหนึ่งอยู่บนเนินเขา Bauska มีเขตประวัติศาสตร์ที่ค่อนข้างใหญ่ เช่นเดียวกับอุทยานธรรมชาติที่สวยงามรอบๆ ปราสาท Bauska และป้อมเนินเขา ซึ่งมีแม่น้ำทั้งสองสายไหลเข้าหากัน
นำท่านเดินทางเข้าชมพระราชวังรุนดาเล่ (Rundale Palace) หนึ่งในงานสถาปัตยกรรมสไตล์บาร๊อค ออกแบบโดยสถาปนิกชาวรัสเซีย ซึ่งเคยเป็นสถานที่ประทับในช่วงฤดูร้อนของท่านดยุค Ernst Johann Biron และ Russian Empress Anna Ioannovna ปัจจุบันได้เปิดให้บริการเป็นพิพิธภัณฑ์ ซึ่งภายในยังคงการตกแต่งแบบโบราณ รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และเครื่องตกแต่งคฤหาสถ์ไว้อย่างวิจิตรและประณีต นอกจากนี้ท่านจะยังได้ชมสวนสไตล์ฝรั่งเศส ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามอันเต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้นานาพันธุ์ (ช่วงเวลาที่ดอกไม้บาน ขึ้นกับฤดูกาลในช่วงของเวลาเดินทาง)
ได้เวลานำท่านเดินทางสู่กรุงริก้า (Riga) (ระยะทาง 86 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.) เมืองหลวงของประเทศลัตเวีย ตั้งอยู่บนอ่าวริกาตรงปากแม่น้ำ Daugava ซึ่งบรรจบกับทะเลบอลติก
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองซิกุลด้า (Sigulda) (ระยะทาง 55 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.) เมืองเล็กๆซึ่งมีประชากรไม่ถึงสองหมื่นคนและไม่ห่างไกลจากนครริก้า มีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องความสดใสงดงามของต้นเชอรี่ยามผลิใบในฤดูใบไม้ผลิช่วงเดือนพฤษภาคม นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันโปรดปรานของชาวลัตเวียในยามฤดูหิมะ
นำท่านเข้าชมปราสาทซิกุลด้า (Sigulda Castle) คฤหาสน์สไตล์โกธิค สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1878 เพื่อใช้เป็นบ้านพักอาศัยของตระกูล Kropotkin และถูกผลัดเปลี่ยนเจ้าของมาหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งถูกใช้เป็นสถานที่ทำการของสภาปกครองแคว้นซิกุลด้าในปี ค.ศ.1993
ได้เวลานำท่านเข้าชมปราสาททูไรด้า (Turaida Castle) สร้างขึ้นในปีค.ศ.1214 โดยอาร์คบิช็อปแห่งริก้า เป็นปราสาทก่ออิฐแบบโกธิค ซึ่งถูกสร้างต่อเติมและบูรณะมาหลายสมัยจนเป็นลักษณะของป้อมปราสาทที่สวยงาม แต่ในปี ค.ศ.1776 ปราสาทได้เสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์ไฟไหม้ และไม่ได้รับการบูรณะจนกระทั่งในช่วงทศวรรษที่ 1970 ได้รับการซ่อมแซมและเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์
นำท่านเดินทางสู่เมืองริก้า (Riga)(ระยะทาง 55 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.) นําท่านเดินทางชมย่านเมืองเก่าแห่งเมืองริก้า (Riga) นำท่านเดินทางชมอนุสาวรีย์อิสรภาพ (Freedom Monument) ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองริก้า สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1935 เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงเหล่าทหารกล้าผู้เสียสละชีพในสงครามเรียกร้องอิสรภาพของลัตเวียระหว่างปี ค.ศ. 1918 – 1940 โดยอนุสาวรีย์แห่งนี้ ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการประกาศอิสรภาพ และเสรีภาพของลัตเวีย มีความสูงถึง 42 เมตรด้านบนประดับด้วยรูปปั้นของหญิงสาวถือดาว 3 ดวงเชื่อมติดกัน ซึ่งสื่อความหมายถึงการรวมกันของภูมิภาคทั้ง 3 ของประเทศลัตเวีย นำท่านชมเขตเมืองเก่าของเมืองริก้า นำท่านเดินทางชมโดมสแควร์ (Dome Square) มีโบสถ์ประจำเมืองริก้า อยู่ริมจัตุรัส สร้างเมื่อปี 1211 ข้างในมี ออร์แกนขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป โบสถ์แห่งนี้มาซ่อมแซมอีกครั้ง แล้วเสร็จตอนปี 1999 เพื่อให้ทันฉลองพร้อมกับรัสเซียที่ครบรอบก่อตั้งกรุงมอสโกมา 850 ปี
นำท่านแวะถ่ายรูปกับโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (St. Peter Church) ที่มีลิฟท์บริการให้นักท่องเที่ยวขึ้นชมวิวเมืองริก้าแบบพาโนรามา
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองพาร์นู (Parnu) (ระยะทาง 183 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.) เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองรีสอร์ทตากอากาศริมทะเลที่มีชื่อเสียงเมืองหนึ่งของเอสโตเนีย มีรีสอร์ต โรงแรม ร้านอาหาร และชายหาดหลายแห่ง ตั้งเป็นเมืองราวปี 1251 และได้ถูกโปแลนด์เข้ายึดครองตั้งแต่ ค.ศ. 1561 ต่อจากนั้นสวีเดนได้ยึดครองตั้งแต่ ค.ศ. 1629 และรัสเซียเข้ายึดครองระหว่าง ค.ศ. 1710-1918 เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองรีสอร์ทตากอากาศริมทะเลที่มีชื่อเสียงเมืองหนึ่งของเอสโตเนีย ในช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อน เมืองพาร์นูจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว
นำท่านเดินทางชม บ้านไม้ (Wooden House) สไตล์อาร์ตนูโว และแบบแอสโทเนียนดั้งเดิมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนกลายเป็นต้นแบบบ้านเรือนที่นำไปสร้างในสไตน์บอลติค นำท่านแวะถ่ายรูปกับ ศาลาว่าการเมืองพาร์นู (Parnu City Hall) จากนั้นนำท่านเดินเล่นภายในตัวเมืองพาร์นู บริเวณพาร์นูเมนสตรีท (Parnu Main Street)
นำท่านเดินทางสู่เมืองทาลลินน์ (Tallinn) (ระยะทาง 130 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.50 ชม.) เมืองหลวงและเมืองท่าหลักของประเทศเอสโตเนีย ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลบอลติกทางด้านเหนือของประเทศ ถือเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของสถาปัตยกรรมอันวิจิตรงดงามในช่วงยุคกลางรวมทั้งบริเวณเชิงเขาในเมืองยังคงมีกำแพงเมืองโบราณหลงเหลืออยู่ นอกจากนี้บริเวณโดยรอบเมืองยังเต็มไปด้วยสวนสาธารณะที่มีหญ้าเขียวขจี มีดอกไม้นานาพันธุ์ ที่ช่วยแต่งแต้มสีสันให้กับเมืองเล็กๆแห่งนี้ให้ดูสดใส
นำท่านเดินทางเข้าชมพระราชวังแคทเดอริค (Kadriorg Palace) พระราชวังที่สร้างขึ้นโดยซาร์ปีเตอร์ที่ 1 แห่งรัสเซียในศตวรรษที่ 18 สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักของจักรพรรดิแคทเธอรีน ออกแบบโดยสถาปนิกอิตาเลียนชื่อ NICCOLO MICHETTI จากกรุงโรม ในปี 1930 พระราชวังแห่งนี้ได้กลางเป็นสำนักงานใหญ่แห่งรัฐของประเทศเอสโตเนีย เป็นพระราชวังที่ออกแบบในสไตล์แบบบาร็อค ล้อมรอบด้วยสวนอันงดงาม ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ศิลปะแคทเดอริค (Kadriorg Art Museum) ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอสโตเนีย ซึ่งจัดแสดงงานศิลปะต่างประเทศตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ถึง 20[1] อาคารของพิพิธภัณฑ์สาขา Kumu ซึ่งจัดแสดงศิลปะเอสโตเนียตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 เป็นต้นไป ตั้งอยู่ใกล้ๆ ในสวนสาธารณะ Kadriorg
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางชมจัตุรัสศาลากลางของทาลลินน์ (Tallinn Town Hall Square) ย่านศูนย์กลางของเมืองที่ได้รับการรับรอง จากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1997 เป็นตลาดยุคกลางและสถานที่พบปะอันทันสมัย และเป็นหัวใจสำคัญของชีวิตในเมืองมาแปดศตวรรษ ด้วยศาลาว่าการที่อยู่ด้านหลัง และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ห้ามพลาดสำหรับผู้ที่เดินทางผ่านชายฝั่งทะเลบอลติก
นำท่านเดินทางสู่จุดชมวิวโคห์ตุตซา (Kohtuotsa Viewing Platform) ถือเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของทาลลินน์ ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของเนิน Toompea ให้ทัศนียภาพที่ยอดเยี่ยมเหนือหลังคาสีแดงและยอดแหลมสูงตระหง่านของเมืองเก่า รวมถึงอาคารสูงระยิบระยับในส่วนใหม่ของเมือง เบื้องหลังคืออ่าวฟินแลนด์ ท่าเรือ และเขตพิริตา รับประกันทิวทัศน์อันน่าจดจำตลอดทั้งปี ในทุกสภาพอากาศ
***หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม***
(การเตรียมเอกสาร กรุณาอ่านให้เข้าใจ และเตรียมให้ครบ)
1. หนังสือเดินทาง อายุใช้งานได้ เกิน 6 เดือนขึ้นไป และ มีหน้าว่างอย่างน้อย 2 แผ่น
2. รูปถ่ายสีหน้าตรง ขนาด 3.5 x 4.5 มม. 2 รูป พื้นฉากหลังรูปต้องเป็นพื้นสีขาว (อย่าถ่ายเอง เพราะพื้นเป็นสีเทา ใช้ไม่ได้) ห้ามสวมแว่นสายตา จะต้องเห็นคิ้วและใบหู ชัดเจน (รูปถ่ายต้องถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน...สถานทูตมีการเทียบรูปกับหน้าวีซ่าที่เคยได้) ***ความสูงหน้าผากจนถึงคาง ต้องมีขนาดระหว่าง 32-36 มม.เท่านั้น***
3. สำเนาบัตรประชาชน
4. สำเนาทะเบียนบ้าน (กรุณาถ่ายหน้าแรกที่มีรายละเอียดบ้านเลขที่มาด้วย)
5. สำเนาทะเบียนสมรส (กรณีผู้หญิง.....หากมีการเปลี่ยนคำนำหน้าเป็น ...นาง... ต้องแนบมา)
6. สำเนาทะเบียนหย่า (กรณีผู้หญิง.....ถ้าหย่าและหากมีการใช้คำนำหน้าเป็น ....นาง...ต้องแนบมา)
7. สูติบัตร (กรณีเด็กต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ต้องแนบสูติบัตรมา)
8. กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์: (หากเด็กไม่ได้เดินทางพร้อม พ่อและแม่) ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
- เด็ก เดินทางกับบุคคลอื่น บิดาและมารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอม ซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้น และให้ระบุว่า ยินยอมให้เด็กเดินทางกับใคร (ระบุชื่อ) มีความสัมพันธ์อย่างไรกับครอบครัว
- เด็ก เดินทางกับบิดา มารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า มารดายินยอมให้เด็กเดินทางกับบิดา (ระบุชื่อบิดา)
- เด็ก เดินทางกับมารดา บิดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า บิดายินยอมให้เด็กเดินทางกับมารดา (ระบุชื่อมารดา)
9. หลักฐานการทำงาน (จดหมายรับรองการทำงาน) ทำเป็นภาษาอังกฤษ
จดหมายรับรองการทำงานให้ระบุ TO WHOM IT MAY CONCERN (ไม่ต้องระบุสถานทูตและประเทศ)
- กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของกิจการ : ใช้หนังสือจดทะเบียนบริษัทฯ ที่มีรายชื่อผู้ประกอบกิจการ (อายุไม่เกิน 3 เดือน)
- กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของร้านค้า : ใช้ทะเบียนพาณิชย์ที่มีชื่อผู้เป็นเจ้าของร้านค้า
- กรณีพนักงานบริษัท : ใช้จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้าง ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการว่าจ้าง เงินเดือน
- กรณีที่เป็นข้าราชการ : ใช้หนังสือรับรองจากหน่วยงาน
- กรณีเกษียณอายุราชการ: ถ่ายสำเนาบัตรข้าราชการบำนาญ
- กรณีเป็นนักเรียนนักศึกษา ต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันศึกษา นั้นว่ากำลังศึกษาอยู่ ระบุชั้นปีที่ศึกษา
10. หลักฐานการเงิน : (กรุณาเตรียมให้ถูกต้อง ใช้เป็น Statement เท่านั้น!!!)
- Bank Statement (รายการเดินบัญชี) ย้อนหลัง 6 เดือน ใช้เป็นบัญชีออมทรัพย์ (Saving account) ที่ออกโดยทางธนาคาร และธนาคารต้องประทับตรารับรองทุกหน้า ระบุชื่อเจ้าของบัญชีให้ถูกต้องครบถ้วนตามตัวสะกดในพาสปอร์ต มีอายุไม่เกิน 15 วันนับจากวันที่จะยื่นวีซ่า และ มียอดเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อการรับรอง 1 ท่าน
************* ต้องเป็นสมุดบัญชีออมทรัพย์เท่านั้น **************
- บัญชีฝากประจำ (Fixed) **สามารถแนบประกอบได้ (ไม่สามารถใช้เป็นบัญชีหลักในการยื่นได้)
ท่านต้องใช้บัญชีออมทรัพย์ (Saving) เป็นหลักในการยื่น
หากใช้บัญชีฝากประจำในการแนบประกอบ ต้องเตรียมดังนี้
- สำเนาสมุดบัญชีฝากประจำ มียอดเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อการรับรอง 1 ท่าน
**กรณีรับรองการเงินให้คนภายในครอบครัว ต้องเตรียมเอกสารดังนี้
- หนังสือรับรองทางการเงิน (Bank Guarantee) ต้องระบุชื่อเจ้าของบัญชี รับรองค่าใช้จ่ายให้ใคร (ต้องระบุชื่อผู้ถูกรับรองในจดหมายด้วย) จะต้องสะกดชื่อให้ถูกตามพาสปอร์ต
- กรุณาแนบสูติบัตร, ทะเบียนบ้าน, ทะเบียนสมรส หรือหลักฐาน เพื่อแสดงสถานะ และความสัมพันธ์ว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
กรณีนายจ้างรับรองค่าใช้จ่ายให้ลูกจ้าง
- จดหมายรับรองจากนายจ้างระบุว่าเป็นผู้รับรองค่าใช้จ่าย พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
- หนังสือรับรองเงินฝาก ดังข้อ 11.1 และ 11.2
(สถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวันในทุกกรณี ไม่ต้องแนบมา)