ออกเดินทางสู่ กรุงเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เที่ยวบินที่ BI 005
หมายเหตุ
- คณะที่ออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 02 พ.ค. 63 ออกเดินทางเวลา 18.30 น.
ถึง สนามบินทูลามารีน นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย (เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง) นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว
หมายเหตุ
- คณะที่ออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 02 พ.ค. 63 เดินทางถึงเวลา 03.30 น.
รับประทานอาหารเช้า
นำท่านเดินทางสู่ เกรทโอเชี่ยนโร้ด (Great Ocean Road) ซึ่งเป็นถนนที่สวยงามและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวที่จะพลาดไม่ได้เลยหากมาถึงรัฐวิกตอเรีย ให้ท่านได้ชมทิวทัศที่สวยงามของชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิคและหาดทรายต่างๆ ตามเส้นทางที่งดงามแห่งหนึ่งของออสเตรเลีย โดยผ่าน เมือง Anglesea และเมือง Lorne ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติพร้อมทะเลสวยงามและสงบ ก่อนเข้าสู่ Apollo Bay ที่เป็นอีกเมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่สวยงามอีกเมืองและมีน้ำทะเลสีน้ำเงินตัดกับป่าอันเขียวขจีทำให้เมืองนี้มีเสน่ห์สวยงาม นอกจากนี้ระหว่างทางผ่านชมโคอาล่าที่อยู่ตามต้นยูคาลิปตัสตามธรรมชาติ
จากนั้นเดินทางต่อสู่ พอร์ตแคมเบลล์ (Port Campbell) สัมผัสกับทัศนียภาพที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ให้ท่านได้เก็บภาพทิวทัศน์อันงดงามของมหาสมุทรแปซิฟิค ที่มีลักษณะภูมิประเทศที่ไม่เหมือนที่ใดๆในโลก
นำท่านชม ปรากฏการณ์ธรรมชาติของหิน Twelve Apostles ซึ่งตั้งชื่อตามนักบุญทั้ง 12 นักบุญที่เป็นศิษย์ของพระเยซู หรือสิบสองสาวกศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาคริสต์ ซึ่งถือว่าเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ไม่ควรพลาด
หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมลเบิร์น
นำท่าน นั่งรถไฟจักรไอน้ำโบราณ เพื่อชมทัศนียภาพอันสวยงามตามแนวเขาตลอดเส้นทางวิ่งของรถไฟ และท่านยังสามารถนั่งห้อยขาผ่อนคลายอารมณ์พร้อมชมทัศนียภาพตลอดทางที่เต็มไปด้วยหุบเขาและป่าสูงที่ยังคงความสมบูรณ์
นำท่านเดินทางสู่ เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ เกาะฟิลลิป ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยสัตว์พื้นเมืองมากมายที่ทางการอนุรักษ์ทั้งสัตว์น้ำและสัตว์ป่าและคงความเป็นธรรมชาติที่มีหาดทรายและป่าพุ่มเล็ก ๆ ซึ่งเป็นที่อยู่ของเพนกวินตัวน้อย แมวน้ำและนก นานาชนิด
นำท่านเดินทางสู่สวนสัตว์พื้นเมือง MARU KOALA & ANIMAL PARK เพลิดเพลินไปกับการชมธรรมชาติและความน่ารักของเหล่าสัตว์พื้นเมืองนานาชนิด อาทิ โคอาล่า จิงโจ้ วอมแบท ให้ท่านได้สัมผัสและถ่ายรูปคู่กับโคอาล่าตัวน้อยอย่างใกล้ชิด สนุกสนานกับการให้อาหารจิงโจ้จากมือของท่านเอง
นำท่านสู่ PHILLIP ISLAND NATURE PARK พบประสบการณ์อันน่าประทับใจกับการชมความน่ารักของฝูงเพนกวินพันธุ์เล็กที่สุดในโลก ที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่บนชายหาด SUMMERLAND BEACH ในบรรยากาศอันสวยงามยามพระอาทิตย์อัสดง ซึ่งท่านจะได้เห็นฝูงเพนกวินตัวน้อยพร้อมใจกันยกขบวนพาเหรดขึ้นจากทะเลเพื่อกลับคืนสู่รัง พร้อมอาหารในปากมาฝากลูกตัวน้อยที่รออยู่ในรัง เหล่าเพนกวินทั้งหลายจะส่งเสียงเรียกหาลูกและเดิน ให้ท่านเห็นความน่ารักอย่างใกล้ชิดเพนกวินน้อยเหล่านี้จะออกไปหาอาหารแต่เช้าและจะกลับมาอีกทีตอนพระอาทิตย์ตก (ห้ามถ่ายรูปเพนกวิน เพราะเป็นการรบกวนหรืออาจจะทำให้เพนกวินตกใจ)
จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เมลเบิร์น
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
อิสระเต็มวัน โดยไกด์จะให้คำแนะนำท่านสำหรับการเดินทาง ท่านสามารถเดินทางเที่ยวได้โดยระบบขนส่งสาธารณะ ที่มีอยู่ทั่วเมืองทั้งรถไฟใต้ดิน Tram รถเมล์ หรือ รถ Taxi ซึ่งเมลเบิร์นเป็นเมืองที่มีความตื่นตาตื่นใจด้วยการผสมผสานทั้งความเก่าและความใหม่เข้าด้วยกัน เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำ Yarra มีสวนสาธารณะริมน้ำ มีสถาปัตยกรรมของยุคตื่นทองในสมัยกลางศตวรรษที่ 18 คละเคล้ากับตึกสูงระฟ้าในสมัยปัจจุบันทำให้มีภูมิทัศน์ของเมืองที่ไม่เหมือนใคร มีแม่น้ำตั้งอยู่ใจกลางเมืองอันเป็นเสน่ห์ของเมลเบิร์น แนะนำสถานที่เที่ยวหลักๆในเมืองเมลเบิร์น อาทิเช่น
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่าน ชมเมืองเมลเบิร์น เป็นเมืองที่มีความตื่นตาตื่นใจด้วยการผสมผสานทั้งความเก่าและความใหม่เข้าด้วยกัน เป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำ Yarra มีสวนสาธารณะริมน้ำ มีสถาปัตยกรรมของยุคตื่นทองในสมัยกลางศตวรรษที่ 18 คละเคล้ากับตึกสูงระฟ้าในสมัยปัจจุบันทำให้มีภูมิทัศน์ของเมืองที่ไม่เหมือนใคร มีแม่น้ำตั้งอยู่ใจกลางเมืองอันเป็นเสน่ห์ของเมลเบิร์น
นำท่านเดินทางสู่ ย่านดันดีนองส์ ที่ยังเป็นป่าของต้นยูคาลิปตัสและเมืองตามแบบชนบทของออสเตรเลีย
นำท่านชม สวนฟิตซรอย สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ เป็นที่ตั้ง กระท่อมกัปตันคุ้ก (ไม่รวมค่าเข้าชมในกระท่อม) บ้านพักของนักสำรวจชาวอังกฤษคนสำคัญของโลก ผู้ค้นพบทวีปออสเตรเลียและซีกขั้วโลกใต้ กระท่อมนี้ได้ถูกย้ายมาเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองนครเมลเบิร์นในวาระครบรอบ 100 ปี
จากนั้นนำท่านถ่ายรูปด้านนอก กับ วิหารเซนต์แพททริค (St. Patrick Cathedral) สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 1939 ซึ่งตั้งชื่อตามนักบุญอุปถัมภ์แห่งไอร์แลนด์ และได้ก่อสร้างเพื่อรองรับประชากรคาธอลิกของเมลเบิร์นในระหว่างศตวรรษที่ 19 ตัวอาคารมีสีดำที่เด่นชัด สีนั้นได้มาจากหินบลูสโตนในท้องถิ่นที่ใช้ในการก่อสร้าง วัสดุอื่นๆได้นำมาจากทั่วทั้งออสเตรเลียและทั่วโลก
นำท่านชม ศูนย์ศิลปะเมลเบิร์น ซึ่งเป็นอาคารคอมเพล็กซ์ครบวงจรที่มีลักษณะเป็นอาคารโรงละครที่มีสัญลักษณ์อันโดดเด่นเป็นเสาสูง รูปทรงยอดแหลมคล้ายหอไอเฟล ภายในประกอบด้วยโรงละครรัฐ พิพิธภัณฑ์ศิลปะการแสดง และ หอศิลป์ของจอร์จ อดัมส์ รวมถึงโรงละครขนาดเล็กจำนวนมากและพื้นที่จัดแสดงภาพศิลปะต่างๆ
จากนั้นให้ท่านอิสระช้อปปิ้งอย่างจุใจใน ย่านไชน่า ทาวน์ ร้านค้ามากมายบนถนน Swanston และยังมีอาคารบ้านเก่าสร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19 ด้วยบรรยกาศแบบชาวจีนและชาวเอเซีย หรือจะช้อปปิ้งห้างสรรพสินค้าชื่อดัง อาทิ ห้างเดวิด โจน์ ห้างมายเออร์ ในย่านถนน Swanston Street และ Elizabeth Street ที่เต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้าแฟชั่นหลากหลายสำหรับบุรุษและสตรี
จากนั้นนำท่านเดินทางไป สนามบิน เพื่อเดินทางต่อไปยัง ประเทศบรูไน
ออกเดินทางสู่ บรูไน โดย สายการบิน รอยัล บรูไน (Royal Brunei) เที่ยวบินที่ BI006 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
หมายเหตุ
- คณะที่ออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 02 พ.ค. 63 ออกเดินทางเวลา 16.15 น.
เดินทางถึง กรุงบันดาเสรีเบกาวัน ประเทศบรูไน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ที่พัก
หมายเหตุ
- คณะที่ออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 02 พ.ค. 63 เดินทางถึงเวลา 21.25 น.
นำท่านชมมัสยิด Jame Asr Hassanil Bolkiah สร้างขึ้นในโอกาสฉลอง 25 ปี แห่งการครองราชย์ของสุลต่านองค์ปัจจุบัน มัสยิดทองคำแห่งนี้เป็นมัสยิดแห่งชาติของบรูไน และมีสถาปัตยกรรมสวยงามที่สุดในบรูไน โดยมีการนำเข้าวัสดุในการก่อสร้างและตกแต่งมาจากทั่วโลก อาทิเช่น หินอ่อนจากประเทศอิตาลี, แชนเดอเลียร์ทองคำแท้ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกจากประเทศออสเตรีย เป็นต้น เริ่มก่อสร้างในปี 1987 แล้วเสร็จในปี 1994 ภายในประกอบด้วย ห้องสวดมนต์ 2 ห้องแยกชาย หญิง,โดมทองคำจำนวน 29 อัน บันไดทางขึ้น 29 ขั้น โคมไฟ 29 ดวงเพื่อเป็นเกียรติแก่ องค์สุลต่านแห่งบรูไนหรือสมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มูอิซซัดดิน วัดเดาละห์ ซึ่งเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีองค์ที่ 29 องค์ปัจจุบันของบรูไน (กรณีที่มัสยิดปิด ขออนุญาตนำท่านถ่ายรูปด้านนอกเท่านั้น)
จากนั้นนำท่านล่อง เรือชมหมู่บ้านกลางน้ำ Kampong Ayer
Kampong Ayer หมู่บ้านกลางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำบรูไน เป็นหมู่บ้านกลางน้ำที่มีคนอยู่อาศัยต่อเนื่องกันมายาวนานกว่า 1,300 ปี การสร้างบ้านเรือนแบบปลูกสร้างอยู่บนเสาค้ำยันและเชื่อมต่อกันด้วยสะพาน หมู่บ้านกลางน้ำนี้มีทั้ง บ้านพักอาศัย, มัสยิด, โรงเรียน, สถานีอนามัย, สถานีตำรวจ, ร้านค้า, ร้านอาหาร ปัจจุบันหมู่บ้านแห่งนี้มีประชากรกว่าสามหมื่นคนคิดเป็นเกือบร้อยละ 10 ของจำนวนประชากรบรูไนและเป็นสถานที่ที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมริมน้ำของบรูไนสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่ได้มาชมหมู่บ้านแห่งนี้
ล่องเรือชม ลิงโพรบอสซิส (Proboscis Monkey) หรือที่เรียกกันว่า ลิงจมูกยาว เป็นลิงที่มีมีจมูกใหญ่และยื่นยาวประหลาดกว่าลิงชนิดอื่น เป็นลิงที่พบได้เฉพาะในประเทศบนเกาะบอร์เนียวเท่านั้น โดยจะอาศัยอยู่ในป่าชายเลนหรือป่าติดริมแม่น้ำ
จากนั้นนำท่านผ่านชม พระราชวัง Istana Nurul Iman พระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งบรูไนและพระราชวงศ์ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1984 มีมูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ บนพื้นที่ 2,152,782 ตารางฟุต ประกอบไปด้วย โดมทำด้วยทองคำ, ห้อง 1,788 ห้อง, ห้องน้ำ 257 ห้อง สิ่งอำนวยความสะดวกในพระราชวังแห่งนี้คือสระว่ายน้ำจำนวน 5 สระ คอกม้าติดเครื่องปรับอากาศสำหรับม้าเพื่อแข่งโปโลขององค์สุลต่านจำนวน 500 ตัว โรงจอดรถขนาดจุ 110 คัน ห้องจัดงานเลี้ยงที่สามารถจุคนได้ถึง 4,000 คน และสุเหร่าที่จุคนได้ 1,500 คน พระราชวังแห่งนี้ยังเป็นที่เก็บเหล่าบรรดารถหรูที่พระองค์สะสมอีกด้วยนำท่านชมพิพิธภัณฑ์ Royal Regalia มีการจัดแสดงเครื่องประกอบพิธีราชาภิเษกของสมเด็จพระราชาธิบดีองค์ที่ 29 แห่งบรูไน และข้าวของเครื่องใช้ขององค์สุลต่านเอาไว้มากมาย อาทิเช่น เครื่องเงิน, เครื่องทอง มงกุฎ เครื่องราชย์และเครื่องบรรณาการจากประเทศต่างๆ รวมทั้งของขวัญจากผู้นำประเทศต่างๆ ที่ถวายแด่องค์สุลต่านแห่งบรูไน
จากนั้นนำท่านถ่ายรูปด้านนอก มัสยิด Omar Ali Saiffuddien มัสยิดใจกลางเมือง บันดาร์เสรีเบกาวัน สร้างขึ้นโดย สุลต่าน โอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน ซึ่งเป็นมัสยิดประจำพระองค์ของสมเด็จพระมหาราชาธิบดีองค์ที่ 28 ของบรูไน ซึ่งเป็นพระราชบิดาของสมเด็จพระราชาธิบดีองค์ที่ 29 องค์ปัจจุบัน ภายในมัสยิดประดับตกแต่งด้วยหินอ่อนและกระเบื้องสีอย่างเรียบง่าย เหมาะสมสำหรับสถานที่ในการสวดมนต์ขอพร และยังใช้เป็นเวทีประกวดอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน มัสยิดแห่งนี้เป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบอิสลามกับสถาปัตยกรรมอิตาลี ได้รับการขนานนามว่า มินิ ทัชมาฮาล ออกแบบโดย Cavalierre Rudolfo Nolli ชาวอิตาลี บริเวณด้านหน้าของมัสยิดเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ มีการจำลองเรือพระราชพิธีมาประดับ นับเป็นจุดเด่นอีกประการหนึ่ง มัสยิดแห่งนี้ภายนอกแวดล้อมด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิดซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงดินแดนแห่งสรวงสวรรค์ ถือได้ว่าเป็นมัสยิดที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง สนามบิน