คณะพร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติดอนเมือง อาคาร 1 ชั้น 3 ประตู 4 เคาน์เตอร์ 4 สายการบิน AIR ASIA X เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกในการขึ้นเครื่อง (หัวหน้าทัวร์แนะนำการเดินทาง) สายการบิน AIR ASIA X ใช้เครื่อง AIRBUS A330-300 จำนวน 377 ที่นั่ง จัดที่นั่งแบบ 3-3-3 น้ำหนักกระเป๋า 20 กก./ท่าน (หากต้องการซื้อน้ำหนักเพิ่ม ต้องเสียค่าใช้จ่าย)
***หมายเหตุ*** เคาน์เตอร์เช็คอินจะปิดบริการก่อนเวลาเครื่องออกอย่างน้อย 60 นาที และผู้โดยสารพร้อม ณ ประตูขึ้นเครื่องก่อนเวลาเครื่องออก 40 นาที (**ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกที่นั่งบนเครื่อง เนื่องจากต้องเป็นไปตามระบบของสายการบิน**)
เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน สาธารณรัฐเกาหลีใต้ (เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าไทย 2 ช.ม. กรุณาปรับนาฬิกาเป็นเวลาท้องถิ่นเพื่อสะดวกในการนัดหมาย) หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว ขอต้อนรับทุกท่านสู่ สาธารณรัฐเกาหลีใต้ รถโค้ชพาท่านข้ามทะเลตะวันตกด้วยสะพานแขวนยองจอง หรือสะพานเพื่อความหวังในการรวมชาติที่ยาวกว่า 4.42กม. และมียอดโดมสูง 107 เมตร
จากนั้นนำท่านไปยังหนึ่งในทาวเวอร์ที่มีวิวที่สวยที่สุดในเอเชีย โซลทาวเวอร์ ตั้งอยู่บนภูเขานัมซานใจกลางกรุงโซล มีความสูงจากฐานหอคอยประมาณ 236.7 เมตร และมีความสูง 479 เมตรจากพื้นดิน ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวัน ช่วงกลางคืน หรือฤดูกาลไหนๆ ก็ยังได้รับความนิยมเสมอมา ทั้งจากนักท่องเที่ยวและคู่รักชาวเกาหลี เพราะเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นวิวทั่วทั้งกรุงโซล และบริเวณรอบๆ แบบพาโนราม่า นับเป็นอีกสถานที่สุดแสนโรแมนติกแห่งหนึ่งที่คู่รักทุกคู่ไม่ควรพลาด นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์สำคัญของกรุงโซลที่นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องมาแวะเช็คอินคือ สถานที่คล้องกุญแจชื่อดัง Love Key Ceremony ที่มีความเชื่อว่า คู่รักที่มาคล้องกุญแจที่นี่จะมีความรักที่ยืนยาวไปตลอดกาล **ราคาทัวร์นี้ไม่รวมกุญแจและค่าขึ้นลิฟท์ 10,000 วอน**
นำท่านไป เทศกาลประดับไฟ สุดอลังการ ประจำฤดูหนาวที่สวน THE GARDEN OF THE MORNING CALM สวนนี้ได้รับฉายาของประเทศเกาหลีที่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งความสงบยามเช้า (The Land Of Morning Calm) สวนดอกไม้ที่งดงามและกว้างใหญ่ เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี โดยสวนนั้นตั้งอยู่ในเขตเมืองในเมืองคาพยอง ด้วยขนาดพื้นที่กว่า 330,000 ตารางเมตร โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นทั้งหมด 6 สวนหลักคือ Hakyung Garden, Hometown House Garden, Bonsai Garden, Moonlight Garden, Sky Path และ Garden of Eden เนื่องจากสวนแห่งนี้เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพรรณที่ส่งกลิ่นหอมหวานอบอวลไปทั่วทั้งสวน รวมถึงต้นสนมากมายที่มอบทัศนียภาพแห่งความงามที่ไม่เหมือนที่ไหน จึงถือได้ว่าเป็นสวรรค์สำหรับคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ ครอบครัว คู่รักและผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ ที่มักจะมาพักผ่อนรวมทั้งถ่ายภาพสวยๆของที่นี่เสมอ ที่นี่ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำในซีรีย์ชื่อดัง You're beautiful อีกด้วย
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (3)
เมื่อเข้าสู่ ฤดูหนาวภูเขาของเกาหลีจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน
นำท่านไปสัมผัสประสบการณ์หน้าหนาวสุดสนุกบน ลานสกีขนาดใหญ่ พร้อมเสิร์ฟความฟินขั้นสุดให้ทุกท่านด้วยการพาไปเล่นสกีและนอนพักที่สกีรีสอร์ท มีเวลาให้ท่านได้สนุกกับการเล่นสกีอย่างเต็มที่ ซึ่งปลอดภัยไม่มีอันตราย การเตรียมตัวก่อนเล่นสกีควรเตรียมถุงมือสกี ผ้าพันคอ แว่นกันแดด เสื้อแจ๊คเก็ตกันนํ้าหรือผ้าร่ม และกางเกงรัดรูป พร้อมกับรับฟังข้อแนะนำ และฝึกวิธีการเล่นจากไกด์ท้องถิ่นก่อนลงสนามจริง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของท่านเองเป็นสำคัญ (**ราคาทัวร์ยังไม่รวมค่าอุปกรณ์การเล่นสกี สกีลิฟท์ สโนว์สเลด สกีค่าเล่นรวมชุดประมาณ 50,000 วอน**)
หมายเหตุ: ปริมาณของหิมะ และการเปิดให้บริการของลานสกี ขึ้นอยู่กับความเอื้ออำนวยของสภาพอากาศในแต่ละปี หากมีหิมะไม่เพียงพอลานสกีอาจจะปิดให้บริการ ในกรณีที่ลานสกีไม่สามารถเปิดบริการ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิทดแทนโปรแกรมONE MOUNT (SNOW PARK*) สวนสนุกอีกหนึ่งแห่งที่น่าสนใจเมื่อเดินทางไปเที่ยวเกาหลีพบกลับโลกแห่งลานน้ำแข็ง และเล่นหิมะได้ตลอด365 วัน เมืองหิมะจำลองตั้งอยู่ที่เมืองโกยาง แหล่งท่องเที่ยวใกล้กรุงโซล ซึ่งเป็น "Snow Park" ในร่มที่ใหญ่สุดของประเทศเกาหลี เพลิดเพลินกับการขี่เครื่องเล่นสุดน่ารักบนลานน้ำแข็ง เช่น จักรยานคู่รัก จักรยานเดี่ยว รถเฟอร์รี่ กะบะสเลดแซนต้า เป็นต้น หรือจะเลือกเข้าสู่โลกของหิมะที่อุณหภูมิติลบ -2 องศาเซลเซียส กับการเล่นสโนสเลคบนลานหิมะก็ได้ (ราคาทัวร์นี้ไม่รวมค่าเข้า SNOW PARK ประมาณ 15,000 วอน หรือหากท่านใดไม่สนใจ สามารถเดินช้อปปิ้งตามอธัยาศัย มีหลากหลายแบรนด์ชั้นนำให้เลือกมากมาย)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ สวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ถูกขนานนามว่าเป็นดิสนีย์แลนด์แห่งเกาหลีใต้ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ประกอบไปด้วยโซนต่างๆดังนี้ Global Fair, Magic Land, European Adventure, American Adventure, Zootopia เมื่อท่านก้าวผ่านประตูเข้าไปในสวนสนุกเอเวอร์แลนด์พบกับอาคารทรงสวยที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบวิกตอเรียตะวันออก และอินเดีย ซึ่งผสมผสานจนเข้ากันลงตัวแวะถ่ายรูปสวยๆ ที่ Magic Tree ต้นไม้แฟนตาซีขนาดใหญ่ที่จะเปลี่ยนธีมไปตามเทศกาลต่างๆ ถือเป็นอีกจุดแลนด์มาร์คสำหรับนักท่องเที่ยว
ใครชอบเครื่องเล่นหวาดเสียวต้องห้ามพลาดเด็ดขาดสนุกกับเครื่องเล่นนานาชนิดไม่ว่าจะเป็น รถไฟเหาะตีลังกา (Rolling X-Train)ที่เร็วสุดๆ และตีลังกาถึง 2 รอบ เฮอร์ริเคน (Hurricane) เครื่องเล่นที่จะหมุนๆเหวี่ยงๆให้หัวใจเต้นรัวกับความสูงเกือบ 20 เมตรจากพื้นดิน! ดับเบิ้ลร็อกสปิน (Double Rock Spin)ที่จะหมุนๆ ตีลังกา 3 ตลบบนอากาศด้วยความสูงที่แทบกลั้นหายใจ เรือเหาะไวกิ้ง (Columbus Adventure)เตรียมตัวเตรียมใจไปกับเจ้าเรือเหาะยักษ์ที่จะเหวี่ยทุกคนขึ้นไปสูงถึง 30 เมตร ในมุม 75 องศาและไฮไลค์ที่พลาดไม่ได้ของสวนสนุกแห่งนี้ รถไฟเหาะรางไม้ (T-EXPRESS) รถไฟเหาะรางไม้ที่สูงชันเป็นอันดับ4 ของโลกซึ่งมีความชันถึง 77 องศาและวิ่งด้วยความเร็ว104 กิโลเมตร/ชั่วโมง
พักเหนื่อยจากเครื่องเล่น หลุดเข้ามาในโลกของเหล่าสัตว์มากมายในโซน Zootopia หนึ่งในสวนสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีมีสัตว์มากกว่า2,000 ตัวจาก200 กว่าสายพันธุ์พาทุกท่านท่องไปกับโลกของสัตว์ป่าซาฟารีขึ้นไปบนรถบัสซาฟารีเพื่อใกล้ชิดกับเหล่าสัตว์ป่ายิ่งขึ้นอย่างโซนSafari Worldพบกับสัตว์ที่น่าเกรงขามอย่างสิงโตเจ้าป่าเสืออันดุร้ายและหมีตัวใหญ่ที่อาจจะโผล่มาทักทายคุณได้ทุกเมื่อ
ตื่นเต้นไปกับการนั่งรถสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกตะลุยเข้าไปในโซน Lost Valleyพร้อมเพลิดเพลินกับการชมสัตว์ต่างๆที่เดินเล่นอย่างอิสระถ้าโชคดีอาจจะได้พบกับสัตว์เหล่านี้มาขอขนมกินถึงหน้าต่างรถเลยทีเดียว
เปลี่ยนบรรยากาศจากเหล่าสัตว์โลกมาเจอความสวยงามของหมู่พฤกษาเดินชมสวนดอกไม้ที่กำลังออกดอกบานสะพรั่งอวดสีสัน ณ สวนดอกไม้สี่ฤดูซึ่งจะเปลี่ยนแปลงพันธุ์ดอกไม้ไปตามฤดูกาลในรูปแบบที่หลากหลายตลอดทั้งปี (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ด้วยสีสันที่สดของดอกไม้แต่ละชนิดจึงได้รับความนิยมอย่างมาก นักท่องเที่ยวที่มาสวนสนุกจึงไม่พลาดที่จะมาถ่ายรูปเก็บบรรยากาศความสดชื่นกลับไปเป็นที่ระลึก รวมทั้งยังมีการจัดเทศกาลในแต่ละเดือน ในช่วงฤดูหนาวประมาณเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม มีการจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส และต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ทุกเทศกาลจะตกแต่งด้วย แสง สี เสียง สุดอลังการ พร้อมทั้งมีขบวนพาเหรดมาสร้างความบันเทิงให้กับเด็กๆ เช่น White Christmas Parade, Moonlight Parade
การแสดขบวนพาเหรดอันน่าตื่นตาตื่นใจชมขบวนพาเหรดสุดยิ่งใหญ่อย่าง คานิวัลแฟนตาซีพาเหรด (Carnival Fantasy Parade) พบกับโชว์ต่างๆจากทั่วทุกมุมโลกมีทั้งธีมสไตล์บราซิลอย่างแซมบาเฟสติวัล (Samba festival) ไปจนถึงธีมเวนิสคานิวัล (Venice Carnival) จากอิตาลีก็ตบเท้าเข้าร่วมขบวนด้วยสนุกสนานกับการเต้นรำไปพร้อมๆกันช่วงหัวค่ำเป็นอีกหนึ่งการแสดงที่พลาดไม่ได้เช่นกันอย่าเพิ่งรีบกลับ! หากยังไม่ได้ชมการแสดงพลุสุดอลังการหลังจากพระอาทิตย์ตกดินและยังมีขบวนพาเหรดที่จัดเต็มทั้งแสงสีเสียงอย่างมูนไลท์พาเหรด (Moonlight parade) ให้ท่านได้ชมอีกด้วย ขบวนพาเหรดจะมีรอบ14.30 18.30 และ19.30 น.
จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยัง ศูนย์สมุนไพรโสมเกาหลี สมุนไพรที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้แก่ระบบย่อยอาหาร ปอด ช่วยทำให้จิตใจสงบ และเพิ่มพละกำลัง มีสรรพคุณทางการแพทย์ช่วยบำรุงหัวใจ ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด เสริมประสิทธิภาพทางเพศ ลดและป้องกันมะเร็ง
จากนั้นนำท่านแวะช้อปที่ร้านเครื่องสำอางค์ยอดนิยม COSMETIC OUTLET สวรรค์ของนักช้อปชาวไทย เพื่อเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝาก มีให้เลือกมากมายหลากหลายแบนด์ ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์บำรุงผิวแบรนด์อย่าง DEWINS และแบรนด์ JSM ที่เป็นสินค้าหลักของทางร้าน ไม่ว่าจะเป็นครีมหอยทาก ครีมน้ำแตก ครีมขัดขี้ไคล สแตมเซลล์ โบท็อกซ์ เป็นต้น และยังมีสินค้าอื่นๆ อาทิเช่น ครีมว่านหางจระเข้ แป้งม้าโยก ยาย้อมผม แฮนด์ครีม ยาสระผมฯลฯ
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (6)
จากนั้นนำท่านเรียนรู้การทำผลิตภัณฑ์น้ำมันสนที่สกัดจาก น้ำมันสนเข็มแดง มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย ลดไขมัน ช่วยควบคุมอาหาร และรักษาสมดุลในร่างกาย
จากนั้นนำท่านชม ศูนย์สมุนไพรฮอตเกนามู ต้นไม้ชนิดนี้เจริญเติบโตในป่าลึกบนภูเขาที่ปราศจากมลภาวะ และสูงเหนือระดับน้ำทะเล 50-800 เมตร ช่วยดูแลตับให้สะอาดแข็งแรง ป้องกันโรคตับแข็ง ไม่ถูกทำลายจากการดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ บุหรี่ สารตกค้างจากอาหาร และยา
จากนั้นนำท่านชม พระราชวังชางด็อกกุง พระราชวังลำดับที่สองที่ถูกสร้างต่อจากพระราชวังเคียงบกกุง เคยใช้เป็นที่พำนักของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ในสมัยราชวงศ์โชซอน และยังเป็น 1 ใน 5 ของพระราชวังสำคัญที่ยังคงรักษาไว้ พระราชวังหลวงทั้ง 5 ที่ในโซลนั้น จะมีลักษณะหน้าตาคล้ายๆ กัน แตกต่างกันที่ทัศนียภาพ รวมถึงความพิเศษของแต่ละสถานที่ด้วย อย่างตัวพระราชวังชางด็อกกุงแห่งนี้ก็มีไฮไลท์ที่น่าสนใจคือ สวนฮูวอน หรือสวนแห่งความลับนั่นเอง ภายในพระราชวังประกอบไปด้วยเขตพระราชฐานชั้นนอก พระราชฐานชั้นใน และสวนด้านหลังที่ใช้สำหรับเป็นที่พักผ่อนของพระมหากษัตริย์ในสมัยโบราณ เมื่อเดินเข้ามาบริเวณด้านในพระราชวังจะเจอกับลานกว้าง เป็นพื้นที่สาธารณะที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้ พระราชวังแห่งนี้เคยถูกเผาทำลายไปในช่วงปี 1592 ก่อนจะถูกบูรณะในปี 1611 และได้กลายเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปัจจุบันยังคงเหลือความงดงามบางส่วนของพระราชวังเอาไว้ นอกจากนั้นยังมีต้นไม้ขนาดยักษ์มีอายุกว่า 300 ปี บ่อน้ำ และศาลาริมน้ำ
หมายเหตุ: กรณีที่พระราชวังชางด็อกกุงไม่เปิดทำการ ขอสงวนสิทธิ์ปรับรายการท่องเที่ยว ทดแทนเป็นพระราชวังถ็อกซูกุง1 ใน 5 พระราชวังเก่าแก่ของราชวงศ์โชซอน มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ตั้งโดดเด่นสง่างามอยู่ท่ามกลางอาคารสไตล์ตะวันตกใจกลางกรุงโซล แต่สวยงามร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ ยิ่งช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีแล้วยิ่งสวยงามไปอีก ในแต่ละวันจะมีการเปลี่ยนเวรยามของทหาร หากมาได้ถูกจังหวะจะได้ชมพิธีเปลี่ยนเวรยามประจำวัน ซึ่งในหนึ่งวันนั้นจะมี 3 รอบ คือ รอบแรกตอน 11.00 น.รอบที่สอง 14.00 น.และรอบสุดท้ายตอน 15.30 น.
จากนั้นนำท่านชม โรงงานเจียระไนพลอยอเมทิสแดนเกาหลี เป็นแดนของพลอยสีม่วง พลอยแห่งสุขภาพและนำโชค โดยมีตั้งแต่สีม่วงอ่อนเย็นตา จนถึงสีม่วงไวน์ มีเสน่ห์เย้ายวนใจ พลอยนี้จะงามจับตาเมื่อมาทำเป็นแหวน จี้ ต่างหู และสร้อยข้อมือ
จากนั้นนำท่านเลือกซื้อสินค้าปลอดภาษี ดิวตี้ฟรีที่ร้านค้าปลอดภาษี ที่ใหญ่ที่สุดในโซลแหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำหอม เสื้อผ้า เครื่องสำอาง กระเป๋า นาฬิกา เครื่องประดับหลากหลายแบรนด์ดัง และสินค้าแบรนด์อื่นๆ อีกมากมายโดยชั้นใต้ดินจะเป็นสินค้าแบรนด์หรู และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาทิเช่น PRADA,DIOR, LOUIS VUITTON, BULGARI, LONGCHAMP, COACH, GUCCI, MICHEL KORS, LOEWE, MIU MIU เป็นต้นในส่วนของชั้นที่ 1 เป็นช็อป CHANNEL และนาฬิกาดังหลากหลายแบรนด์ อาทิเช่น ROLEX,HERMES, OMEGA, TISSOT เป็นต้นชั้น 2 เป็นช็อป MCM ชั้นที่ 3 เป็นโซนเครื่องสำอางค์หลากหลายแบรนด์ดัง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ SULWHASOO, HERA, LANEIGE, L'Oréal, SU:M37, ESTEE LAUDER, LANCOME, CHRISTIAN DIOR, BIOTHERM, MAC เป็นต้นชั้น 4 จะเป็นสินค้าแบรนด์เนมอื่นๆ และชั้นที่ 5 จะเป็นแบรนด์ของเกาหลี และโซนร้านอาหาร
จากนั้นนำท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง ย่านเมียงดง แหล่งละลายทรัพย์ในดวงใจของสาวๆหลายคน หรือสยามสแควร์เกาหลี ตลาดแห่งนี้จะมีเสื้อผ้า กางเกง รองเท้า น้ำหอม เครื่องสำอางค์ทั้งแบรนด์เนมชื่อดัง และโลคอลแบรนด์ รวมถึงซีดีเพลง รูปดารา และศิลปินเกาหลี หรืออะไรที่วัยรุ่นต้องการก็สามารถหาได้จากที่ตลาดนี้ อาทิเช่น ร้านเครื่องสำอางค์ค์ที่คุ้นหูคนไทยที่ไม่ว่าจะเป็น ETUDE, SKIN FOOD, THE FACE SHOP, NATURAL REPUBLIC, INNISFREE ราคาเครื่องสำอางค์ค์จะถูกกว่าประเทศไทยประมาณ 2 ถึง 3 เท่า และบางรุ่นไม่มีขายในประเทศไทย หรือจะเป็นร้านขายรองเท้าแบรนด์ดังอย่างร้าน MBC MART ก็มีรองเท้าหลากหลายแบรนด์ดังให้เลือกมากมาย อาทิเช่น ADIDAS, NIKE, NEW BALANCE, VANS, CONVERSE, FILA เป็นต้น
ในส่วนของอาหารบริเวณข้างทางที่ฮอทฮิตไม่แพ้กันอย่างโซนเมียงดงสตรีทฟู้ดมีอาหารหรือของทานเล่นให้ได้ลิ้มลองมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หอยเชลล์ย่างตัวใหญ่อบน่ากิน ขนมไข่หรือเครันปัง ขนมยอดฮิตตลอดกาลของเมียงดง กุ้งล็อบสเตอร์ตัวใหญ่ๆ ย่างชีสมีรสหวาน ชีสย่าง โดยการเอามอสซาเรลล่าชีสเสียบไม้แล้วเอาไปย่าง ต๊อกโบกี เค้กข้าวที่ขึ้นชื่อของเกาหลี ปรุงรสด้วยซอสเผ็ดสไตล์เกาหลี เมนูนี้มีอยู่เกือบทุกซอกทุกมุมที่ในตลาดเมียงดง บะหมี่ดำจาจังมยอน หนึ่งในเมนูสุดฮิตที่เห็นกันบ่อยในซีรี่ส์เกาหลี มันฝรั่งเกลียวทอดกรอบเสียบไม้ พบเห็นได้ทั่วไปในเมืองไทย แต่ของที่นี่จะมีไส้กรอกเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งชั้น ปลาหมึกยักษ์ทอดกรอบ เสียบไม้แบบอลังการโรยด้วยเกลือ เป็นต้น แต่หากคนที่ชอบของหวานก็จะมีไอติมโคนเจ้าดัง ซึ่งไอติมที่กดมาใส่โคนนั้นสูงถึง 2 ฟุต
รับประทานอาหารเช้า (8) เมนูอูด้ง
จากนั้นนำท่านเพลินเพลินกับการแวะซื้อของฝากที่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต (ละลายเงินวอน ซื้อ 5 แถม 1) สาหร่าย ขนมต่างๆ ช็อกโกแล็ตหิน ซีเรียลช็อกโก้ ผลิตภัณฑ์ของใบ และรากฝอยของโสมในรูปแบบขนม ชาโสม โคลนพอกหน้าโสม ครีมล้างหน้าโสม เครื่องสำอางโสม และยังมีกิมจิ เปเปโร (ป๊อกกี้เกาหลี) ชินราเมง (มาม่าเกาหลี) นมกล้วย เป็นต้น