สัมผัสเสน่ห์เส้นทางชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแห่งตุรกี
โปรแกรมตุรกีที่จัดสรรอย่างสมบูรณ์แบบ การันตีว่าคุ้มค่า ไม่เหนื่อย เที่ยวครบทุกเมืองสวย
อิสตันบูล-อิซเมียร์-คูซาดาซี-เอฟพีซุส—ปามุคคาเล่-อันทาเลีย-คัปปาโดเกีย
พักโรงแรมถ้ำ5ดาว คัปปาโดเกีย 2 คืน พักอิสตันบูล ย่านกลางเมือง 2 คืน
พร้อมกัน ณ เคาน์เตอร์เช็คอินสายการบินเตอร์กิช อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศสนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและเอกสารการเดินทางทำผ่านขั้นตอนการตรวจคนออกนอกประเทศ
ออกเดินทางสู่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบิน TK 59 (ใช้เวลาบินประมาณ 10.25 ชั่วโมง) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และ สายการบินฯ บริการ อาหารกลางค่ำและอาหารเช้า ระหว่างเที่ยวบินสู่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี
เดินทางถึง กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
เดินทางสู่ เมืองอิซเมียร์ (Izmir) โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 2328
RAMADA IZMIR HOTEL 4*หรือเทียบเท่า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองคูซาดาซีตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกีตัดกับชายฝั่งทะเลอีเจี้ยนซึ่งเป็นท่าเรือที่สำคัญ ระหว่างการเดินทางท่านจะได้ชมทัศนียภาพอันสวยงามของท้องทะเลสีฟ้าครมของทะเลอีเจี้ยน
นำท่านชมเมืองเอฟฟิซุส (City of Ephesus) เมืองโบราณ ที่ขนานนามว่า มหานครแห่งแรกและยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย ที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีเมืองหนึ่งเคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (Ionian) จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมือง ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราชภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนา “เอฟฟิซุส” ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นำท่านเดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้ ชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (ROMAN BATH) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้, ห้องสมุดโบราณที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบเฮเลนนิสติคที่มีความปราณีต
จากนั้นนำท่านเยี่ยมชมโรงงานเครื่องหนัง (Leather Jacket Factory) ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังของประเทศตุรกี ตุรกีเป็นประเทศที่ผลิตหนังที่มีคุณภาพที่สุด อีกทั้งยังผลิตเสื้อหนังส่งให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี เช่น Versace , Prada , Michael Kors อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ (PAMUKKALE) นำท่านเข้าชมปราสาทปุยฝ้าย เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดินผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีกก่อนที่ไหลลงสู่หน้าผาผลจากการไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆหลายชั้นและผลจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาว ซึ่งมีความงดงามมาก ปามุคคาเล่ ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1988
บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
RICHMOND THERMAL HOTEL 5* หรือเทียบเท่า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่ เมืองอันทาเลีย เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของอะนาโตเลียหรือเอเชียไมเนอร์ แถบบริเวณริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขา และยังเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของ จังหวัดอันทาลยาด้วย จังหวัดนี้ตั้งอยู่บนที่ราบของแพมฟีเลีย (Pamphylia) ซึ่งในอดีตที่นานมาเล้วเป็นแผ่นดินที่เกิดจากการทรุดตัวของการเปลี่ยนแปลง ของเปลือกโลกที่เกิดมาจากแผ่นดินไหวและการระเบิดของภูเขาไฟเป็นผืนแผ่นดินโบราณที่อุดมสมบูรณ์ อันทาเลีย ยังเป็นเมืองท่าเรือโบราณที่เคยมีความสำคัญมาแต่ในอดีตที่ถูกสร้างโดยจักรพรรดิอัตตาลุสที่2 ซึ่งต้องการให้เป็นเหมือนกับสวรรค์บนโลก (Heaven on Earth) และได้ตั้งชื่อเมืองนี้ว่า อัตตาเลีย (Attaleia) ตัวเมืองอันทาเลียได้รับการบูรณะพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวนานาชาติจนได้รับฉายาว่า ริเวียร่าแห่งตุรกี”
นำท่านชมความงามของ น้ำตกลาร่า ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงของเมืองอันทาเลียโดยน้ำตกเกิดจากแม่น้ำดูเดน1ในแม่น้ำสายสำคัญของประเทศทุกท่านจะได้ชมสายธารที่ไหลเป็นคลองยาวไหลผ่านโตรกหินหลายชั้น ก่อให้เกิดเป็นน้ำตกหลายชั้นหลายตอน บางตอนลักษณะเหมือนกับลำธารเล็กๆ จนไปสิ้นสุดที่หน้าผาหินริมทะเลก่อนจะตกลงสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจนกลายเป้นน้ำตกอีกจุดที่มีความสวยงามมาก
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่เมือง Manavgat ซึ่งเป็นเมืองที่ถูกล้อมรอบด้วยเทือกเขา ปกคลุมไปด้วยป่าไม้ที่สวยงาม มีแม่น้ำสายสำคัญคือแม่น้ำ Manavgat ซึ่งไหลผ่านเมืองให้ความอุดมสมบูรณ์
นำท่านชมความงามของน้ำตก Manavgat waterfall และสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของเมือง อิสระให้ท่านเก็บภาพความประทับ
ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่เมืองคอนย่า (Konya) อดีตเมืองหลวงของอาณาจักร เซลจูคในช่วงปี ค.ศ. 1071 – 1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สําคัญของภูมิภาคแถบนี้ ท่านจะได้เพลิดเพลินกับ ทัศนียภาพที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทาง ของภูมิภาคตอนกลางของตุรกี
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
สำหรับท่านที่ สนใจนั่งบอลลูน พร้อมกัน ณ บริเวณล๊อบบี้ **(ทัวร์นั่งบอลลูนนี้ไม่รวมอยู่ในรายการทัวร์ ค่าขึ้นบอลลูนท่านละ 300-390 ดอลล่าสหรัฐ ในกรณีที่ชำระด้วยเงินสด บริษัทตัวแทนผู้ให้บริการทัวร์บอลลูนในตุรกี มีประกันภัยให้กับทุกท่าน แต่สำหรับประกันภัยที่ทำจากเมืองไทย ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และเครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นการเลือกซื้อ Optional Tourรายการนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละท่าน)**
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม นครใต้ดิน (Underground city) ซึ่งเกิดจาการขุดเจาะพื้นดินลงไป 10 กว่าชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรูในยามสงคราม ของชาวคัปปาโดเกียในอดีต โดยทั้งจากชาวอาหรับจากทางตะวันออกที่ที่ต้องการเข้ามายึดครองดินแดนนี้เพื่อประโยชน์ทางการค้า และชาวโรมันจากทางตะวันตก ด้วยเหตุผลเดียวกัน รวมทั้งต้องการที่จะหยุดยั้งการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในดินแดนแถบนี้ด้วย โดยชั้นล่างที่ลึกที่สุด ลึกถึง 85 เมตร เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบทุกอย่าง ทั้งห้องโถง, ห้องนอน, ห้องน้ำ, ห้องถนอมอาหาร, ห้องครัว, ห้องอาหาร, โบสถ์, ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ แม้จะเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่ขุดลึกลงไปใต้ดินหลายชั้น แต่ว่าอากาศในนั้นถ่ายเทเย็นสบาย หน้าร้อนอากาศเย็น หน้าหนาวอากาศอบอุ่น มีอุณหภูมิเฉลี่ย 17-18 องศาเซลเซียส และด้วยการออกแบบที่ดี มีทางออกฉุกเฉินที่เป็นทางระบายอากาศไปในตัว ทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
จากนั้นนำท่านเข้าชมโรงงานผลิตพรม (Carpet School & Factory) ชมวิธีการทอพรมแบบดั้งเดิมซึ่งถือได้ว่าเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของตุรกี
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านสู่หุบเขาเดฟเรนท์ (Devrent Valley) หุบเขาแห่งจินตนาการ ตื่นตากับอัศจรรย์ของภูมิประเทศที่แปลกตาที่ดูคล้ายพื้นผิวดวงจันทร์ หรือดาวเคราะห์ดวงอื่น ในจักรวาลมากกว่าพื้นผิวโลก เต็มไปด้วยหินรูปทรงแปลกตา อิสระให้ท่านเก็บภาพ panoramic view
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม สุเหร่าสีน้ำเงิน (BLUE MOSQUE) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา ที่มีความสวยงามแห่งหนึ่ง ชื่อนี้ได้มาจากกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินที่ใช้ปูตลอดแนวฝาผนังด้านในและถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ ซึ่งเคยเป็นวังของจักรพรรดิไบเซนไทน์ โดยสุลต่านอาหเม็ตที่ 1 ค.ศ. 1609 ใช้เวลาสร้างทั้งหมด7 ปีและ
จากนั้นนำท่านชม โบสถ์เซนต์โซเฟีย (St. Sophia) ซึ่งเป็นศิลปะแบบไบแซนไทม์ ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ สร้างขึ้นสมัยจักรพรรดิคอนสแตนติน ของจักรวรรดิไบแซนไทม์ เดิมใช้เป็นโบสถ์คริสต์แต่หลังจากจักรวรรดิออตโตมันเข้ามาปกครองจึงได้เปลี่ยนโบสถ์ดังกล่าวมาเป็นมัสยิด แต่ได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในสมัย เคมาล อะตาเติร์ก หลังจากที่เป็นโบสถ์ในศาสนาคริสต์เป็นเวลากว่า 916 ปี และเป็นมัสยิดของศาสนาอิสลามอีกกว่า 447 ปี ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามและความยิ่งใหญ่ ภายในมีภาพประดับโมเสกทองที่สมบูรณ์บ่งบอกถึงความศรัทธาอันแรงกล้าของจักรพรรดิคอนสแตนตินที่มีต่อคริสต์ศาสนา ชมสนามแข่งม้าโบราณของชาวโรมัน “ฮิบโปโดรม” จัตุรัสสุลต่านอาห์เมต
จากนั้นนำท่านชมความงามของพระราชวังฤดูร้อนเบย์เลอร์เบยี (Beylerbeyi Palace)ตั้งอยู่ในฝั่งเอเชียของช่องแคบบอสฟอรัส เป็นที่ประทับของราชวงศ์ในจักรวรรดิออตโตมันในช่วงฤดูร้อนและเป็นที่รับรองแขกบ้านแขกเมือง สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2404-2408 โดยคำสั่งของสุลต่านอับดุลลาซิซ อาคารพระราชวังเบย์เลอร์เบยีมี 2 ชั้นและมีชั้นใต้ดินซึ่งใช้เป็นที่เก็บของและห้องครัว อิสระให้ท่านเก็บภาพประทับใจ
**หมายเหตุ กรณีหากพระราชวังปิด ทางบริษัทจะนำท่านชมอ่างเก็บน้ำเยเรบาตันแทน**