วันที่ 1 สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศไทย
18.00 น.
พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการคอนดอร์ แอร์ไลน์ Condor Airlines (DE) โดยมี เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการเช็คอินให้แก่ทุกท่าน
22.35 น.
ออกเดินทางสู่ สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน เที่ยวบินที่ DE2363 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
วันที่ 2 สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน – เมืองไฮเดิลเบิร์ก – ปราสาทไฮเดิลเบิร์ก – สะพานเก่า Alte Brucke - จัตุรัสคอร์นมาร์ค – เมืองสตุทท์การ์ดต – จัตุรัส Castle Square - ปราสาทใหม่
05.15 น.
เดินทางถึง สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและพิธีการทางศุลกากร และนำท่านขึ้นรถโค้ชเพื่อเดินทาง
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
เมืองไฮเดิลเบิร์ก Heidelberg (เดินทางประมาณ 1 ชม.) ไฮเดิลแบร์คเป็นเมืองมหาวิทยาลัยไฮเดิลเบิร์กซึ่งสถาปนาขึ้นในปี ค.ศ. 1386 เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่และได้รับการยอมรับที่สุดของยุโรป ทำให้เมืองแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองมหาวิทยาลัย ประชากรกว่าหนึ่งในสี่เป็นนักศึกษา นอกจากนี้ อาคารสิ่งก่อสร้างในเมืองยังก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมศิลปะจินตนิยม และบารอก ทำให้ไฮเดิลเบิร์กถูกขนานนามว่าเป็น "เมืองโรแมนติก"
นำทานนั่งรถไฟราง สู่ ปราสาทไฮเดิลเบิร์ก Heidelberg Castle เมื่อเข้ามาในเขตของตัวปราสาทจะพบอาคารสวยงามอยู่ด้านหน้า เป็นอาคารสไตล์เรอเนสซองค์ที่ตกแต่งผนังด้วยกระจก มีรูปปั้นพระเจ้าเฟเดอริกที่4 ประดับรูปสลักกษัตริย์ตระกูลวิทเทลส์บาค 16 องค์ คั่นระหว่างช่องหน้าต่าง สร้างด้วยหินทรายแดง และบริเวณหน้าอาคารนี้เองที่กลายเป็นฉากถ่ายรูปที่สวย และมีทางเดินลาดเอียงลงไปสู้ห้องเก็บไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย
นำท่านสู่ สะพานเก่า Alte Brucke ที่มีลิงบรอนซ์ สัญลักษณ์แห่งความไร้ยางอายของมนุษย์ เชื่อกันว่าเมื่อเอามือมาลูบเหรียญที่ลิงตัวนี้ถือ จะสมหวังและร่ำรวยสะพานหินหกซุ้มโค้งทอดยาวข้ามแม่น้ำเน็คคาร์ ช่วงปี 1786-1788 เชื่อมต่อประตูเมืองเก่าที่โดดเด่นด้วยยอดหอคอทรงกรวยแหลมแบบบารอคในช่วงศตวรรษที่ 13 เมื่อเดินข้ามสะพานจะเห็นปราสาทไฮเดลแบร์กสีชมพูอมแดงตั้งเด่งเป็นสง่าอยู่บนยอดเขา รวมถึงอาคารบ้านเรือนที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมแม่น้ำเน็คคาร์ บรรยากาศของเมืองนี้ดูโรแมนติก
จัตุรัสคอร์นมาร์ค จัตุรัสแห่งแรกตั้งชื่อตามตลาดขายเมล็ดพันธุ์และข้าวโพดตั้งแต่ยุคกลาง มีรูปปั้นประแม่มารีอุ้มบุตรประทับอยู่บนโล่ทองคำ สร้างขึ้นเมื่อปี 1985 เพื่อให้ชาวเมืองหันมานับถือคาทอลิกดังเดิม มาถึงแล้วก็ต้องเดินเล่นชมเมืองอันแสนคลาสสิคนี้เสียก่อน ถนนคนเดินที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งของเยอรมัน มีทั้งร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหารและร้านขายหนังสือ เนื่องจากที่นี่เป็นเมืองมหาวิทยาลัย พลาดไม่ได้คือร้านขายเบียร์ที่ตั้งโต๊ะออกมาด้านนอก สำหรับลูกค้าที่ต้องการจิบเบียร์เบาๆรับลมหนาว แต่ละร้านนั้นตกแต่งแบบมีสไตน์น่าถ่ายรูปเป็นอย่างมาก
เที่ยง
บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
บ่าย
เมืองสตุทท์การ์ดต Stuttgart (เดินทางประมาณ 1.30 ชม.) เมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงในฐานะ "แหล่งกำเนิดรถยนต์" ในอดีต สโลแกนการท่องเที่ยวของเมืองคือ "ชตุทการ์ทเสนอได้มากกว่า" ต่อมามีการเปลี่ยนโลโก้และสโลแกนใหม่ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2008 ไปเป็น "Das neue Herz Europas" "หัวใจใหม่ของยุโรป" ในกรกฎาคม ค.ศ. 2010
นำท่านสู่ จัตุรัส Castle Square ตั้งอยู่ด้านหน้าพระราชวัง ซึ่งเป็นลานสาธารณะที่ประกอบด้วยสนามหญ้าและทางเดินกว้าง อนุสาวรีย์แห่งชัยชนะที่เป็นเสาที่เรียกกันว่ารูปปั้นคองคอร์เดีย ตั้งตระหง่านอยู่ในใจกลางจัตุรัส นั่งบนม้านั่งหรือเอนหลังลงบนสนามหญ้า เพื่อชมผู้คนเดินผ่านไปมาและชื่นชมภูมิทัศน์สถาปัตยกรรมที่ล้อมรอบ จัตุรัสจัดงานตลอดทั้งปี ตั้งแต่คอนเสิร์ตกลางแจ้งฤดูร้อนไปจนถึงตลาดคริสต์มาส ซึ่งเหมือนเป็นเหมือนสวนสาธารณะกลางเมือง ที่มีฉากหลังเป็น ปราสาทใหม่ (Neues Schloss) ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประทับที่ตั้งตระหง่านเหนือใจกลางเมืองสตุทท์การ์ท ดยุคคาร์ล ออยเกนแห่งเวือร์ทเทมแบร์ก เป็นผู้ก่อตั้งพระราชวังแห่งนี้โดยมีความประสงค์ที่จะสร้างที่อยู่อาศัยให้สมเกียรติดยุคแห่งเวือร์ทเทมแบร์ก
*ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับเทศกาลคริสมาสมาร์เกต ของเมืองสตุทท์การ์ดตตามอัธยาศัยซึ่งจะจัดในวันที่ 26 พ.ย. – 23 ธ.ค. 2025* (1)
ค่ำ
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
พักที่
Holiday Inn Stuttgart หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
-โรงแรมในรายการทัวร์เป็นโรงแรมที่นำเสนอ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน
วันที่ 3 เมืองสตุทท์การ์ดต – ปราสาทโฮเอินโซลเลิร์น – เมืองชวานเกา – ปราสาทโฮเอินโซลเลิร์น – ปราสาทนอยชวานสไตน์ - เมืองฟุสเซน
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเข้าชม ปราสาทโฮเอินโซลเลิร์น (Hohenzollern Castle) (เดินทางประมาณ 2 ชม.) คือปราสาทโบราณสไตล์นีโอโกธิคที่ตั้งอยู่บนยอดเขาโฮเอินโซลเลิร์น (Mount Hohenzollern) ที่ระดับความสูง 855 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ปราสาทแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งปราสาทเทพนิยายที่ถูดจัดให้เป็นหนึ่งใน 4 ปราสาทที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในเยอรมัน มีจุดเด่นคือยอดแหลมของตัวปราสาทโฮเฮนโซลเลิร์นสูงเด่นเป็นสง่า ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นป้อมปราการของภูมิภาค เฟรเดอริควิลเลียมที่ 4 แห่งปรัสเซีย ได้สร้างขึ้นมาใหม่ให้มีขนาดใหญ่ ที่พลาดชมไม่ได้ที่ปราสาทโฮเอินโซลเลิร์นแห่งนี้ก็คือ "มงกุฎเพชรปรัสเซีย" ซึ่งเป็นมงกุฎที่สร้างจากเพชร และทองคำสมัยโบราณซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นปราสาทที่มีป้อมปราการมากที่สุดในเยอรมนีอีกด้วย ที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวคือภายในปราสาทนั้นมีทั้งคาเฟ่และลานเบียร์ ในบรรยากาศสุดอลังอีกด้วย
*การเข้าชมปราสาทโฮเอินโซลเลิร์น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และ สภาพภูมิอากาศเป็นสำคัญ กรณีคณะไม่สามารถเข้าชมได้ ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่สามารถคืนค่าใช้จ่ายได้เนื่องจากเป็นการชำระล่วงหน้ากับผู้แทนแล้ว ทั้งนี้บริษัทจะคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
เที่ยง
บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
บ่าย
จากนั้นเดินทางสู่ พาท่านถ่ายรูปบริเวณด้านหน้าของ ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) (เดินทางประมาณ 3 ชม.) มหาปราสาทแห่งยุคกลาง ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของแคว้นบาวาเรียเลยที่เดียว โดยถูกสร้างขึ้นจากพระราชดำรัสของพระเจ้าลูทวิชที่ 2 ในปี 1864 ปราสาทแห่งนี้โด่ดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบ นิโอโกธิคผสม โรมาเนสส์ จนทำให้เป็นต้นแบบของปราสาทในเทพนิยายของดิสนีย์ที่เราเห็นกัน หากมีเวลาพาท่านนั่งรถ Shuttle Bus เพื่อพาชมวิวมุมสูงของตัวปราสาท ที่บริเวณ สะพานมาเรียน(Marienbrücke) *หากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยหรือมีเหตุใดอาจทำให้เกิดความอันตรายทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่พาท่านขึ้นโดยยึดเอาความปลอดภัยของท่านเป็นสำคัญ*
นำท่านสู่ เมืองฟุสเซ่น (Füssen) (เดินทางประมาณ 30 นาที) ที่ตั้งอยู่ปลายแคว้นบาวาเรียของประเทศเยอรมัน มีชายแดนห่างจากประเทศออสเตรียเพียงแค่ 5 กม. เป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่กลางป่าเขาและธรรมชาติ ทิวทัศน์อันงดงาม
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น เมนูพิเศษ ขาหมูเยอรมัน และ เบียร์
พักที่
Best Western Plus Hotel Fuessen หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
-โรงแรมในรายการทัวร์เป็นโรงแรมที่นำเสนอ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน
วันที่ 4 เมืองฟุสเซน - เมืองการ์มิชพาร์เทินเคียร์เชิน – ยอดเขาซุกสปิตเซ่ – เมืองซาลบวร์ก – พระราชวังและสวนมิราเบล – ถนนGetreidegasse - จัตุรัสเรสซิเดนท์
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองการ์มิชพาร์เทินเคียร์เชิน (Garmisch Partenkirchen) (เดินทางประมาณ 1 ชม.) เมืองสวยในเขตเทือกเขาแอลป์ เป็นแหล่งเล่นสกีที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง เมืองแห่งนี้เคยเป็นสถานที่จัดโอลิมปิกฤดูหนาว 1936 บริเวณใกล้เคียงยังเป็นที่ตั้งของซุกสปิตเซ่ ภูเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนี และยังเป็นบ้านเกิดของคีตกวีชื่อดังอย่าง ริชชาร์ท ชเตราส์ ซึ่งจะมีการจัดเทศกาลดนตรีริชชาร์ท-ชเตราส์ในเดือนมิถุนายนของทุกปี
จากนั้นนำท่าน นั่งกระเช้าลอยฟ้า Cable Car ขึ้นสู่ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (Zugspitze) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนี ให้ท่านเก็บภาพประทับใจจากจุดชมวิวบนยอดเขาที่สูงที่สุดใน บนความสูง 2,964 เมตร จากบนยอดเขาท่านจะมองเห็นวิวทิวทัศน์รอบตัวซึ่งประกอบไปด้วยยอดเขากว่า 400 เมื่อมองจากยอดเขาจะเห็นทิวทัศน์งดงามกว้างไกลไปถึง 4 ประเทศด้วยกันคือ เยอรมนี ออสเตรีย อิตาลีและสวิสเซอร์แลนด์โดยมียอดเขาที่อยู่เคียงกันอีก 3 ยอดคือ แอล์ปสปิตซ์ (Alpspitz), ครอยเซ็ค (Kreuzeck) และแวงค์ (Wank)
*การเดินทางขึ้นยอดเขาซุกสปิตเช่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และ สภาพภูมิอากาศเป็นสำคัญ กรณีคณะไม่สามารถขึ้นชมยอดเขาได้ ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่สามารถคืนค่าใช้จ่ายได้เนื่องจากเป็นการชำระล่วงหน้ากับผู้แทนเรียบร้อยแล้วทั้งหมด ทั้งนี้ทางบริษัทจะคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
เที่ยง
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหาร บนยอดเขาซุกสปิตเซ่
*กรณีร้านอาหารไม่สามารถรองรับได้ ไม่ว่ากรณีใดทางบริษัทขอนำท่านรับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารในเมืองใกล้เคียงเป็นการทดแทน*
บ่าย
นำท่านสู่ เมืองซาลบวร์ก (Salzburg) (เดินทางประมาณ 2 ชม.) เมืองที่มีความหมายว่า ปราสาทเกลือ เนื่องด้วยสมัยก่อนนั้นเกลือถือเป็นวัตถุดิบล้ำค่า มีราคาเทียบเท่ากับทองคำ และที่นครแห่งนี้นั้นมีเหมืองเกลือขนาดใหญ่ ทำให้สภาพทางเศรษฐกิจในซาลบวร์กเฟื่องฟูมากที่สุดเมืองหนึ่งของยุโรปเลยทีเดียว เมืองบ้านเกิดของคีตกวีเอกที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งของโลกนาม ว็อล์ฟกัง อมาเดอุส โมซาร์ท (Wolfgang Amadeus Mozart)
นำท่านชมความงามของ พระราชวังและสวนมิราเบล (Mirabell Palace and Gardens) สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1606 โดยเจ้าชายอาร์คบิชอป Wolf Dietrich ซึ่งรับสั่งให้สร้างพระราชวังขึ้นเพื่อ Salome Alt หญิงผู้เป็นที่รักของพระองค์ โดยคำว่ามิราเบล มาจากคำ 2 คำ คือ admirable ที่แปลว่าน่าชื่นชม และ คำว่า beautiful ที่แปลว่าสวย จึงมีความหมายโดยรวมว่า ความโสภาที่น่าอภิรมย์ ดั่งความโรแมนติกอันเป็นเหตุแห่งการสร้างพระราชวังแห่งนี้ ไฮไลท์ของพระราชวังแห่งนี้นั้นคือ ตัวสวนมิราเบล สวนที่ถูกจัดเป็นสไตล์บาโรค ที่ถูกรังสรรค์เพิ่มเติมจนแล้วเสร็จในปี 1690 เป็น 1 ในฉากถ่ายทำภาพยนต์เพลงชื่อก้องโลกอย่าง The Sound Of Music
นำท่านเดินเล่นและแวะถ่ายรูปบริเวณ ถนน Getreidegasse ที่มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์คือ บ้านเลขที่ 9 ซึ่งเป็นบ้านเกิดของโมซาร์ท ถัดไปนั้นเป็น จัตุรัสเรสซิเดนท์ (Residenzplatz) จัตุรัสที่รวมสถานที่สำคัญของเมืองไม่ว่าจะเป็น อาสน์วิหารซาลบวร์ก พระราชวังเรสซิเดนท์ รวมไปถึง ประติมากรรม Sudliche Dombogen โดยจากตรงนี้ท่านจะสามารถเห็น ป้อมโฮเฮนซาลบวร์ก (Fortress Hohensalzburg) ได้อย่างชัดเจน 3
*ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับเทศกาลคริสมาสมาร์เกต ของเมืองซาลบวร์ก (Salzburg) ตามอัธยาศัยซึ่งจะจัดในวันที่ 20 พ.ย. – 31 ธ.ค. 2025* (2)
ค่ำ
อิสระอาหารค่ำ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาท่องเที่ยว และช้อปปิ้ง
พักที่
NH Collection Salzburg City หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
-โรงแรมในรายการทัวร์เป็นโรงแรมที่นำเสนอ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน
วันที่ 5 เมืองซาลบวร์ก – เมืองฮัลล์สตัท - เมืองเช้สกี้ครุมลอฟ – ปราสาทเช้สกี้ครุมลอฟ – เมืองเช้สกี้บูเดอโจวิซ
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
พาท่านเดินทางเดินทางสู่ หมู่บ้านมรดกโลกที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นหมู่บ้านมรกดกโลกที่สวยที่สุดในโลก เมืองฮัลล์สตัท (Hallstatt) (เดินทางประมาณ 1.30 ชม.) เมืองมรดกโลกที่อยู่ท่ามกลางขุนเขาและทะเลสาบ ตั้งอยู่ในรัฐอัปเปอร์ออสเตรีย มีประชากรไม่ถึง 1,000 คน แต่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนกว่า 800,000 คนต่อปี ด้วยทัศนียภาพตระการตา ที่ธรรมชาติและมนุษย์ร่วมกันประกอบขึ้นทำให้ เป็นสถานที่ที่เป็น The Must ของยุโรปตะวันออกเลยทีเดียว ให้ท่านอิสระในการซึมซับบรรยากาศของเมืองมรดกโลก
เที่ยง
บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
บ่าย
จากนั้นมุ่งหน้าสู่ สาธารณรัฐเช็ก เมืองเช้สกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) (เดินทางประมาณ 3 ชม.) ไข่มุกแห่งโบฮิเมียนเป็นอีกเมืองสวยที่พลาดไม่ได้ ด้วยเอกลักษณ์ที่บ้านเรือนมีหลังคาสีส้ม มีแม่น้ำวอลตาว่าพาดผ่านเป็นรูปคล้ายๆ หยดน้ำ ทำให้เกิดภูมิทัศน์ที่งดงาม พาท่านชม ปราสาทเช้สกี้ครุมลอฟ ด้านนอก ปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ซึ่งถือว่าใหญ่มากหากเทียบกับขนาดเมืองนอกจากนั้นเมืองนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 1992 อีกด้วย
จากนั้นมุ่งหน้าสู่ เมืองเช้สกี้บูเดอโจวิซ (České Budějovice) (เดินทางประมาณ 30 นาที) เป็นนครในประเทศเช็กเกีย เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในแคว้นเซาท์โบฮีเมีย ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำเวิลตาวา เมืองนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อราว ค.ศ. 1265 เป็นเมืองต้นกำเนิดของเบียร์บัดไวเซอร์
ค่ำ
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น พิเศษเมนู เป็ดโบฮีเมียน
พักที่
Clarion Congress Hotel České Budějovice หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
-โรงแรมในรายการทัวร์เป็นโรงแรมที่นำเสนอ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน
วันที่ 6 เมืองเช้สกี้บูเดอโจวิซ - กรุงปราก – สะพานชาร์ล - ย่านเมืองเก่ากรุงปราก – ปราสาทปราก – ถนนทองคำ - เมืองคาร์โลวี วารี - เมืองคาร์โลวี วารี – อาคารมิลโคโลนเนด - สวน Park Colonade - Market Colonade
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้น นำท่านสู่ เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก กรุงปราก (Prague) (เดินทางประมาณ 2 ชม.) ชมเสน่ห์ที่หลายคนยกย่องว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดของยุโรปตะวันออก ด้วยความเก่าแก่ของสถาปัตยกรรม ยิ่งทำให้ปรากเป็นดั่งเมืองที่ถูกหยุดเวลาไว้นับตั้งแต่ยุคกลาง
นำท่านชม สะพานชาร์ล (Charle Bridge) สะพานหลักสุดคลาสสิคที่โด่งดังที่สุดของเมืองเชื่อมฝั่งเมืองเก่าและเมืองใหม่ที่ถูกแบ่งด้วยแม่น้ำวอลตาว่าเข้าด้วยกัน สะพานแห่งนี้เริ่มก่อสร้างในปี 1357 ใช้เวลาในการสร้างมากกว่า 100 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ เป็น 1 ในมุมถ่ายรูปที่ท่านต้องไม่พลาดด้วยประการทั้งปวง
ย่านเมืองเก่ากรุงปราก (Old Town Square) ที่มีไฮไลท์สำคัญของย่านนี้นั่นคือ การชมนาฬิกาดาราศาสตร์เมืองปราก ซึ่งถือเป็นนาฬิกาดาราศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังทำงานได้อยู่ ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1410 ในทุกๆชม. จะมีตุ๊กตากลพระสาวกพระเยซูทั้ง 12 ท่านปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงระฆังในทุกวัน บริเวณใกล้เคียงยังเป็นที่ตั้งของ โบสถ์ติน Church of Our Lady before Týn ถือเป็นโบสถ์หลักของย่านเขตเมืองเก่า สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมันเนสในตอนต้น
นำท่านชม ปราสาทลำดับที่ 1 ของประเทศ ปราสาทปราก (Prague Castle) มหาปราสาที่สร้างมากว่า 1,200 ปี Guinness World Records ได้บันทึกไว้ว่า เป็นปราสาทโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่ 70,000 ตรม. เคยเป็นที่ประทับของบรรพกษัตริย์ของชาวโบฮิเมียน ปัจจุบันใช้เป็นทำเนียบประธานาธิบดี สูงเด่นตระหง่านอยู่บนเขาทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำวอลตาว่าภายในบริเวณปราสาทนั้นมีสิ่งปลูกสร้างมากมายประหนึ่งเมืองๆ หนึ่ง อาทิ อาสน์วิหารนักบุญวีตัส (St. Vitus Cathedrals) โบสถ์คริสต์แห่งแรกของปราก สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 870 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่นักบุญวีตัส โบสถ์ให้นี้ใช้เวลาในการสร้างกว่า 600 ปี ภายในจะประดับด้วยกระจกสีและ Rose Window
จากนั้นไปชมอีก 1 จุด ถนนทองคำ (Golden Lane) โดยสาเหตที่ได้ชื่อว่าถนนทองคำนั้น เนื่องจากบริเวณนี้นั้นเป็นที่พำนักของเหล่าช่างทองที่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ลักษณะของบ้านเรือนสีลูกกวาดสดใสและฉูดฉาดที่ท่านจะเห็นในปัจจุบันนั้น มาจากพระราชดำรัสของพระนางมาเรีย เทเรซ่า ที่โปรดบูรณะให้มีความสวยงาม
เที่ยง
บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
บ่าย
เมืองคาร์โลวี วารี (Karlovy Vary) (เดินทางประมาณ 1.40 ชม.) ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสปาที่ใหญ่ที่สุดของเช็ก ตามตำนานบอกว่าพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 ทรงพบแหล่งน้ำแร่ที่เมืองนี้ในปีค.ศ. 1358 เมื่อครั้งเสด็จฯ ออกล่าสัตว์แล้วสุนัขล่าเนื้อตัวหนึ่งตกลงไปในน้ำพุร้อน นับแต่นั้นเมืองก็มีชื่อเป็นต้นมา จนถึงเดี๋ยวนี้ทั้งเมืองมีน้ำพุน้ำแร่อุณหภูมิตั้งแต่ 42-72 องศาเซลเซียสทั้งหมด 12 แห่ง สปา ที่เมืองนี้มีชื่อไปทั่วโลกว่าเป็นศูนย์กลางบำบัดโรคภัยต่างๆ มีเจ้านายหลายพระองค์เคยเสด็จฯ
นำท่านเข้าสู่ อาคารมิลโคโลนเนด (Mill Colonnade) ระเบียงที่มีเสาทั้งหมด 124 ต้น สร้างในช่วง คศ 1871-1881 โดยสถาปนิกที่ออกแบบโรงละครกรุงปราก Josef Zitek เริ่มแรกสร้างขึ้นมาเป็นอาคารไม้เพื่อให้ผู้คนได้มารองน้ำแร่ไปดื่มกันได้ ต่อมาถูกสร้างใหม่เป็นอาคารอย่างที่เห็น ได้เปิดใช้เมื่อ 05 มิถุนายน ค.ศ.1881 ภายในทางเดินมีก็อกน้ำพุร้อนอุณหภูมิต่าง ๆ กันอยู่ 5 บ่อ ส่วนด้านหน้ามีอีก 6 บ่อ และตรงนี้เคยใช้เป็นฉากสถานีรถไฟในภาพยนตร์เรื่องเจมส์ บอนด์ ตอน Casino Royale ในปี 2006
นำท่านสู่ สวน Park Colonade ระเบียงไม้ลวดลายฉลุหวาน ๆ สไตล์วิคตอเรีย มีสวนเล็ก ๆ อยู่ข้าง ๆ เดินเข้าไปด้านในจะมีบ่องู ไม่มีงูนะคะ เป็นบ่อน้ำร้อนรูปงูแค่นั้น แต่ละบ่อจะมีหมายเลขกำกับไว้ว่าเป็นบ่อที่เท่าไหร่ ป้ายเป็นภาษาเชคที่เขียนว่า Pramen แล้วก็ระบุไว้ว่าอุณหภูมิเท่าไหร่เพราะแต่ละบ่ออุณหภูมิน้ำก็ไม่เท่ากัน
นำท่านสู่ Market Colonade มีส่วนตัวอาคารของ Market Colonade ได้รับการบูรณะใหม่เมื่อ คศ 1992 ที่นี่มีบ่อน้ำร้อนอยู่ 3 จุด สถานที่นี้มีแหล่งน้ำพอยู่ด้านใน ชื่อว่าน้ำพุชาร์ลที่ 4 4 (Charles IV Spring) เพราะว่าเป็นน้ำพุดั้งเดิมที่กษัตริย์ชาร์ลที่ 4 ใช่รักษาอาการป่วยที่ขาตั้งแต่ในศดวรรษที่ 14 ซึ่งแต่ก่อนเป็นแค่บ่อน้ำร้อนที่อยู่ท่ามกลางป่ำ สามารถนั่งดื่มน้ำแบบบสบายๆพร้อมกับดื่มด่ำสถาปัดยกรรมที่สวยงามแห่งนี้ไปพร้อมๆกัน 4
*ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับเทศกาลคริสมาสมาร์เกต ของ เมืองคาร์โลวี วารี (Karlovy Vary) ตามอัธยาศัยซึ่งจะจัดในวันที่ 30 พ.ย. 25 – 01 ม.ค. 26* (3)
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
พักที่
การันตีที่พักสุดพิเศษ Grandhotel Pupp โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว
วันที่ 7 เมืองคาร์โลวี วารี – เมืองเดรสเดน – พระราชวังซวิงเงอร์ – จัตุรัสโรงละคร – จิตรกรรม Fürstenzug – โบสถ์เฟราเอนเคียร์เช - จัตุรัส Altmarkt
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่ เมืองเดรสเดน (Dresden) (เดินทางประมาณ 2.30 ชม.) ประเทศเยอรมนี เมืองเก่าอายุ 810 ปี ที่ตั้งอยู่บนแม่น้ำเอลเบอทางตอนใต้ของกรุงเบอร์ลิน ซึ่งแต่เดิมที่นี่เคยเป็นเมืองที่มีความสวยงามมาก
นำท่านสู่เข้าสู่ บริเวณลานกว้างและสวนของพระราชวังซวิงเงอร์ Dresdner Zwinger หนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่เป็นที่จดจำมากที่สุดของเมืองเดรสเดน คือผลงานชิ้นสำคัญของสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรก เพื่อชื่นชมความงามของลานพระราชวังและสวนดอกไม้ที่ครั้งหนึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลขนาดใหญ่ พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่างปี 1710 ถึง 1719 ประกอบด้วยห้องหรูหรา ประตู และโครงสร้างที่เป็นเสาจำนวนมาก ถ่ายภาพประตูมงกุฎ ซึ่งเป็นจุดเด่นของพระราชวังแห่งนี้ มองหารูปปั้นเทพเจ้ากรีกที่ประดับประดาอยู่บนประตู ก่อนเดินเข้าไปในสวนเพื่อตามหาน้ำพุนิมเฟนแบด ลานพระราชวังดาษดื่นไปด้วยน้ำพุรูปปั้นจำนวนมาก
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
บ่าย
นำท่านสู่ จัตุรัสโรงละคร (Theater Platz) ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในจัตุรัสที่สวยที่สุดในยุโรป บริเวณโดยรอบจัตุรัสยังเป็นที่ตั้งของ โรงโอเปร่า (Semper Opera House) สร้างขึ้นเมื่อปี 1878 สถาปัตยกรรมชิ้นนี้แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในด้านดนตรีของศตวรรษที่ 19 และอาคารที่อยู่ตรงข้ามกับโรงละครคือ โบสถ์ฮอฟเคียเช่อ(Hofkirche) จุดเด่นคือมีรูปปั้นของนักบุญและอัศวินผู้ปกป้องศาสนาตั้งไว้รายรอบอาคาร โบสถ์หลังนี้ได้รับการเสียหายไม่มากจากการทิ้งระเบิด สังเกตได้ว่ามีผนังเป็นสีดำอยู่มาก (คือเป็นของดั้งเดิม)
นำท่านชม จิตรกรรม Fürstenzug เป็นจิตรกรรมฝาผนังเซรามิกที่สวยงามมากๆ และยังใหญ่ที่สุดในโลกด้วยค่ะ อยู่บนถนน Augustusstrasse ที่มีความยาวถีง 101.90 ม. สูง 10.51 ม. โดยใช้กระเบื้องประมาณ 23,000 แผ่นที่ทำจากเครื่องลายคราม Meissen
นำท่านเข้าชม Dresden Frauenkirche โบสถ์เฟราเอนเคียร์เช หลังคาทรงหัวหอมในสถาปัตยกรรมแบบโกธิค อันเป็นสัญลักษณ์ของมิวนิค บริเวณนี้คือฐานรากของเมืองที่วางไว้ตั้งแต่สมัยกลางศตวรรษที่ 11 จนถึงยุคของพระเจ้าออกัสตัสผู้แข็งแกร่ง ทรงโปรดให้สร้างเมืองในสไตล์แบบบาร็อคขึ้นเซมเพอร์โอเปร่าที่เมืองนี้มีความโดดเด่นอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งด้านสถาปัตยกรรมและดนตรี *หากมีพิธีทางศาสนาซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถเข้าชมด้านในได้ โดยสถานการณ์ไม่อาจทราบล่วงหน้าได้*
นำท่านสู่ จัตุรัส Altmarkt จัตุรัสประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงในเรื่องตลาดคริสต์มาสและตลาด/งานกิจกรรมตามฤดูกาลอื่นๆ ตลอดทั้งปี อีกทั้งห้างร้าน ช้อปปิ้งมอลล์ในจัตุรัสแห่งนี้ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศ และการช้อปปิ้ง *เดินทางช่วง วันที่ 04-12 ธันวาคม 2568 ท่านได้ชื่นชมบรรยายการของ Chiasmas market of Dresden งาน Striezelmarkt ครั้งที่ 591 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 พ.ย. - 24 ธ.ค. 2025* (4)
ค่ำ
อิสระอาหารค่ำ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาท่องเที่ยว และช้อปปิ้ง
พักที่
Hotel NH Collection Dresden Altmarkt หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
-โรงแรมในรายการทัวร์เป็นโรงแรมที่นำเสนอ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน
วันที่ 8 เมืองเดรสเดน – เมืองแฟรงก์เฟิร์ต - จัตุรัสโรเมอร์ - ถนน ZEIL - สนามบินแฟรงค์แฟรงค์เฟิร์ต
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เมืองแฟรงก์เฟิร์ต (เดินทางประมาณ 5 ชม.) ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและ พาณิชย์ที่สำคัญของเยอรมนีรวมทั้งเป็นศูนย์กลางการธนาคารการเงินและการค้าหุ้นที่ สำคัญของประเทศ
เที่ยง
บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
บ่าย
จัตุรัสโรเมอร์ (Romerberg) หรือเรียกว่า Frankfurt Romer เป็นจัตุรัสกลางใจเมืองแฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt) ที่มีความสวยงาม ยังคงความงามของสถาปัตยกรรมยุคศตวรรษที่ 14-15 และที่นี่เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการกลางเมืองของแฟรงก์เฟิร์ต ตรงกลางจุตุรัสจะมีน้ำพุตั้งอยู่ เรียกว่า น้ำพุแห่งความยุติธรรม ประติมากรรมรูปเทพธิดา ที่มือซ้ายถือตาชั่ง เเละมือขวาถือดาบ เป็นสัญญาณให้รู้ถึงมีความเที่ยงตรงแต่ก็เด็ดขาดอยู่ในตัวเอง Römer เป็นชื่อเรียกรวมๆ ของอาคารหลายหลัง ที่เรียกว่า Frankfurt city hall มีอาคารที่เป็นศูนย์กลางที่ถูกล้อมรอบด้วยอาคารต่างๆ เป็นย่านร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่ ที่รวมตัวของผู้คน ความงามมีสไตล์ของอาคารทำให้ที่นี่เป็นอีกแห่งที่นักท่องเที่ยวไปรวมตัวกัน มีอาคารสวยงามโดดเด่น ใครที่ไปก็อดที่จะถ่ายภาพเป็นที่ระลึกไม่ได้ เป็นอาคารแฝดสาม มีหน้าตัดสามเหลี่ยมเหมือนหน้าจั่ว ชวนให้นึกถึงบ้านที่เกิดจากตัวต่อเลโก้
*ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับเทศกาลคริสมาสมาร์เกต ณ จัตุรัสโรเมอร์ ตามอัธยาศัยซึ่งจะจัดในวันที่ 22 พ.ย. – 22 ธ.ค. 2025* (5)
นำท่านสู่
ถนน ZEIL คือถนนช้อปปิ้งและสถานที่ชั้นนำในการซื้อสินค้าในเมืองแฟรงค์เฟิร์ต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่ระหว่าง Konstablerwache และ Hauptwache ที่ถูกเรียกว่า The Fifth Avenue ของเยอรมันที่มีทุกอย่างให้เลือกสรร ทั้งร้านบูติก ร้านค้าสินค้าแบรนด์เนม
17.00 น.
นำท่านเดินทางเข้าสู่ สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน เพื่อเดินทากลับสู่ กรุงเทพฯ
มีเวลาให้ท่านได้ทำ TAX REFUND คืนภาษีก่อนการเช็คอิน
20.00 น.
ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสายการ Condor Airlands เที่ยวบินที่ DE2364 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
วันที่ 9 สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย
12.50 น.
เดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม